บทที่ 7 สายลับ ดักจับนายมารร้าย
“ลูกพี่จะทำอะไรล่ะครับ?”
“ฉันก็จะเรียกใช้พลังเวทย์ตรวจสอบว่าใครที่มันตามเรามา มันเป็ผู้หญิงหรือผู้ชายไงเล่า แล้วที่นี่จะได้หาวิธีการจัดการต่อไป เข้าใจหรือยังเ้าทึ่ม?”
“ไหนเมื่อกี้ ลูกพี่บอกว่าจะพยายามไม่เรียกใช้พลังเวทย์ไงครับ?”
“หุบปากไปเลยเ้าเฟรม ก็ฉันใช้เวทมนต์บังตาไปแล้วนิ ถึงแม้จะทำอะไรในบ้านตอนนี้ก็ไม่มีใครเห็นใครรู้สักหน่อย?”
“อ๋อ...... แบบนี้นี่เอง กระผมเข้าใจแล้วครับลูกพี่”
ลาเต้เริ่มใช้พลังจิตของเขา เขาพยายามรวบรวมพลังเวทย์ตรวจสอบ ทำให้ภายในหัวของเขามันย้อนเวลาไปตอนที่เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ตอนที่เริ่มรู้ตัวว่าโดนสะกดรอยตาม พลังรังสีสแกนถูกส่งไปยังรถเก๋งสีดำคันนั้น ปรากฎเป็ภาพผู้หญิงผมสั้นคนนั้น ทันทีที่เขารับรู้ว่าคนที่สะกดรอยตามมาเป็ใคร เขาก็ถึงขั้นกลับสะดุ้งตื่นออกจากพลังเวทย์ทันที ผู้หญิงผมสั้นคนนั้น ใบหน้าคล้ายคลึงกับหล่อนเธอเหลือเกิน
“ใช่ ใช่ ต้องใช่แน่ๆ เป็เธอนี้เอง มนุษย์ผู้หญิงที่ปากจัดที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา”
“นี่.......ลูกพี่รู้แล้วหรอครับว่ามันเป็ใคร?” เ้าเฟรมแสดงสีหน้าตื่นเต้น
“แกจำยัยผู้หญิงที่ยืนเถียงฉันอยู่ในร้านได้ไหม นั้นและ ยัยนั้นและ”
“ห่า.......จริงดิครับ มิน่าล่ะเธอไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เคยมาร้านเรา แท้จริงมันเป็แบบนี้นี่เอง”
“แล้วที่นี้เมื่อลูกพี่รู้ตัวเธอแล้ว ลูกพี่จะจัดการกับเธอยังไงล่ะครับ?”
“ฉันยังไม่คิดเื่นี้ แต่ที่แน่ๆ มนุษย์ผู้หญิงแค่คนเดียวจะมาทำอะไรบุตรชายแห่งโลกเวทมนต์ได้อย่างนั้นหรอ 5555 น่าขำสิ้นดี”
“แต่ผมว่านะครับลูกพี่ มันก็จริงอยู่ที่ลูกพี่พูด แต่ผมว่าทางที่ดีเราก็ไม่ควรจะประมาทเธอนะครับ เพื่อความปลอดภัยของเราเอง”
“ฉันใช้พลังเวทย์สแกนเรียบร้อย เธอไม่มีอาวุธ เธอไม่มีร่องรอยการบอบซ้ำของร่างกายแม้แต่น้อย นั้นหมายความว่าเธอต่อสู้ไม่เป็ แต่มีเพียงสิ่งหนึ่งที่เธอค่อนข้างมีเยอะพอสมควร จนฉันเองแปลกใจไม่น้อย”
“แล้วๆ สิ่งๆ นั้นคืออะไรหรอครับลูกพี่?”
“เธอมีความลับบางสิ่งในจิตใจ ฉันพยายามเพ่งพลังจิตไปที่จิตใจของเธอ ทำยังไงมันก็ไม่ยอมเปิดออก ฉันจึงไม่สามารถที่จะสแกนความลับ นั้นได้ ว่ามันคือสิ่งใด สิ่งที่เธอเก็บมันเป็ความลับ มันช่างมีพลังแ่าเสียจริงกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะมี แต่ตัวเธอกลับมีสิ่งนั้น และฉันเองก็คิดว่าในเมื่อเธอก็แค่มนุษย์ผู้หญิงคนหนึ่งธรรมดาทั่วไป ใช้อาวุธก็ไม่เป็ ต่อสู้ก็ไม่เป็ แล้วจะเอาอะไรมาสู้พวกเราได้ ทีนี้แล้วสบายใจได้หรือยัง?”
“แต่ถ้าเป็เช่นนั้นจริง เธอจะตามสืบเื่ของเราทำไมกันละครับ?”
“นั้นและที่ฉันสงสัย เอาล่ะวันนี้ฉันเหนื่อยมากพอแล้ว กับยัยปากจัดคนนี้ ฉันขอตัวไปอาบน้ำ นอนล่ะ ฝันดีนะ เ้าเฟรม”
เรียวขายาวๆ ของลาเต้ก็เดินไปยังห้องของตัวเองที่อยู่ชั้น 2 ของบ้าน
“อ้าว......คิดอยากจะไปก็ไปอย่างนั้นหรอครับ รอผม........ด้วย ผมก็ง่วงครับ.......”
“เอ๊ะ.....อีตานั้นไม่ยอมออกไปข้างนอกเลยหรอเนี่ย ทั้งที่ปิดร้านเก็บของหมดเรียบร้อย เขาก็ตรงดิ่งมาที่บ้านเลย แล้วเขาไม่กินข้าว ไม่ออกไปซื้อของเตรียมขายพรุ่งนี้กันบ้างหรือไงกันนะ? เฮอะ.....ช่างเถอะ แต่ตอนนี้ซิ ท้องไส้ของฉันเริ่มปั่นป่วนแล้วนะ มันรู้สึกจะหิวๆ ยังไงไม่รู้ เอาไงดี รุ้งดาว .......เอาว่ะ กองทัพต้องเดินท้อง ยังไงดึกขนาดนี้แล้ว เ้านั้นยังไม่ออกไปไหนหรอกมั่ง งั้นเราไปหาอะไรรองท้องก่อนดีกว่า ก่อนที่.........นั้นไง พูดยังไม่ทันจะจบ ท้องก็ร้องอีกแล้ว ใจเย็นๆ นะลูกเดี๋ยวแม่พาไปหาของอร่อยๆ กินแถวนี้นะ”
รุ้งดาวพูดไปเธอก็ตบท้องตัวเองไป แล้วเธอก็รีบขับรถออกไปจากพุ่มไม้นั้น เพื่อหาของกิน
ในเมื่อลาเต้ใช้พลังเวทย์สแกนคนที่ตามเขามา แต่เธอกลับเป็แค่หญิงสาวแสนธรรมดาคนนั้นเอง
ลาเต้จึงวางใจและไม่ได้คิดอะไรมาก
ส่วนรุ้งดาวเองเธอไม่ได้หายไปไหน เธอยังคอยสะกดรอยตามเขาอยู่ตลอดเวลา
แต่เธอจะรู้บ้างไหมน่า.....ว่าร้านกาแฟแห่งนี้ มันมิใช่ร้านธรรมดาทั่วไป
แล้วต่อไปรุ้งดาวจะพยายามหาวิธีการใด เพื่อให้ได้ใกล้กับเขา
ติดตามได้ในตอนต่อไปเลยจ้า
เราจะอยู่ในโลกจินตนาการด้วยกันและสุดท้ายนี้
รู้สึกยังไง
ได้โปรด.....................บอกไรท์ที