บทที่ 13 พ่อของทุกคน
ร็อบบ์ออกจากบ้านของพ่อค้าไปพร้อม ๆ กับสาวใช้ที่เพิ่งซื้อตัวมา
หญิงสาวผมบลอนด์ผอมบางก้มหน้าก้มตาเดินตามเขาด้วยก้าวเล็ก ๆ
“คุณชื่ออะไร?” ร็อบบ์ถาม
“นายท่านโปรดตั้งชื่อให้ฉัน” หญิงสาวตัวเล็กก้มศีรษะงุด
ชายหนุ่มคิดว่ามันตลกจึงอยากพูดว่า ‘ต่อไปนี้เธอชื่อ เรม*[1] ละกัน’ หลังจากครุ่นคิดแล้ว เขาก็กลืนมันลงไปก่อนจะกล่าวว่า “ฉันไม่อยากเปลี่ยนชื่อที่พ่อแม่ของคุณตั้งให้ เพราะมันคือของขวัญล้ำค่าและจะติดตัวไปตลอดชีวิต ดังนั้นฉันหวังว่าจะได้ยินชื่อจริงของคุณมากกว่า”
จู่ ๆ หญิงสาวก็หลั่งน้ำตาออกมา หลังจากผ่านไปหลายวินาที อารมณ์ของเธอก็สงบลง และพูดด้วยเสียงแ่เบา “ขอบคุณ ฉันชื่อลิลเลียน”
“ดี งั้นฉันจะเรียกว่าลิลเลียน” ร็อบบ์ยิ้มกว้าง “ส่วนฉันโรเบิร์ต”
“ฉันจะจำชื่ออันมีเกียรติของคุณไว้ค่ะ นายท่าน”
“ไม่เป็ไร ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้”
“ได้ค่ะ นายท่าน!”
หลังจากสนทนาไปได้ห้าประโยค ร็อบบ์ก็พบว่าบทสนทนานั้นยากลำบากเล็กน้อย สาวใช้ทำเหมือนไม่้าคุยด้วย และปิดท้ายประโยคสั้น ๆ เพื่อจบบทสนทนา!
ลืมมันไปซะเถอะ… หนทางยังอีกยาวไกล มันยากสำหรับฉันที่จะสนทนากับคนแปลกหน้าที่เป็เพศตรงข้ามในทันที
ร็อบบ์จึงสั่งเธอ “เอาล่ะ ไปเลือกเสื้อผ้าใหม่กัน เสื้อผ้าของคุณตอนนี้ทั้งสกปรกและยังมีรูเต็มไปหมด ถึงเวลาเปลี่ยนใหม่ได้แล้ว”
“ค่ะ นายท่าน!”
คนทั้งสองมาถึงร้านขายผ้าใจกลางเมือง ทันทีที่เดินเข้าไป ร็อบบ์ก็จำเ้าของร้านได้ทันที เมืองเวสต์วินด์นั้นเล็กเกินไป เมื่อคืนนั้นที่เขากับกอร์ดากลับมาพร้อมกับหนังัหยกมณี เหล่าชาวเมืองล้วนออกมาดูจึงได้เห็นหน้าค่าตากัน หลังอาหารเย็นทุกคนก็รู้แล้วว่าเขาจะตั้งถิ่นฐานในเมืองเวสต์วินด์และยังเป็นักบวชดูแลโบสถ์แห่งแสงคนใหม่
ร็อบบ์ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากเ้าของร้าน “โอ้ เข้ามาก่อน ๆ” จากนั้นก็ะโใส่ชายหนุ่มว่า ‘คุณพ่อ’ คนตะวันตกมักเรียกนักบวชว่าคุณพ่อ เห็นดังนี้ร็อบบ์จึงใช้ประโยชน์จากเ้าของร้านโดยการพูดว่า “พระเ้าจะอวยพรคุณ ลูกชายของฉัน!”
ทันใดนั้นเขาก็พบว่าเขาจะกลายเป็พ่อของทุกคนในเมืองเวสต์วินด์! ไม่ว่าจะวัยไหน ใครเห็นก็ต้องเรียก ‘พ่อ’ และเมื่อร็อบบ์เรียกทุกคนว่า ‘ลูก’ คนเ่าั้ก็คงจะมีความสุข
อย่างไรก็ตาม เมืองเวสต์วินด์เป็เมืองเล็ก ๆ ที่ใครทำอะไรก็เห็นหมด หากพ่อเอาของจากลูกชายไป ผู้เป็พ่อจะต้องจ่ายเงินให้ลูก!
ในเมืองเวสต์วินด์แห่งนี้ผลิตผ้าเองไม่ได้ จึงมีพ่อค้าจากเมืองใหญ่นำมาขายที่นี่ ดังนั้นราคาจึงสูงลิ่วและแพงกว่าเมืองอื่นมาก
ลิลเลียนจับจ้องไปที่ผ้ากระสอบเนื้อหยาบสีขาวราคาถูกสุดในร้าน หลังจากดูป้ายราคาแล้ว เธอก็เลียริมฝีปากด้วยความวิตกและคิดกับตัวเองว่า… แพงจัง! แม้ว่านายท่านจะเป็นักบวชในโบถส์แห่งแสง และเป็คนเมตตากรุณา ท่านก็ควรพิจารณาว่าผ้าราคาแพงเช่นนี้ควรค่าแก่การซื้อให้คนรับใช้หรือไม่
ทันทีที่นึกถึงเื่นี้ เธอก็เห็นร็อบบ์เอื้อมไปลูบไล้ม้วนผ้าฝ้ายสีขาวซึ่งมีราคาแพงกว่าผ้ากระสอบหลายเท่า เพียงสะบัดนิ้ว เหรียญทองก็ลอยออกมาและตกลงในมือเ้าของร้าน “ฉันเอาผ้าฝ้ายม้วนนี้ แล้วก็กระป๋องสีดำที่อยู่ข้าง ๆ นั่นด้วย” หลังจากนั้น เขาก็ยกผ้าขึ้นด้วยแขนข้างหนึ่งและหยิบขวดสีย้อมด้วยมืออีกข้าง แล้วหันหลังจากไป
เ้าของร้านส่งเสียงร้องเรียกดังไล่หลังมา “รอก่อน! ผ้าฝ้ายม้วนนั้นแค่สิบเหรียญเงิน สีย้อมก็ไม่ได้แพงอะไร… ไม่ต้องจ่ายมาเยอะขนาดนี้ รอเงินทอนประเดี๋ยว…”
ชายหนุ่มตอบกลับ “ฉันจะเอาไปให้สาวใช้ของฉันน่ะ” จากนั้นก็หันหลังกลับเดินไปเบื้องหน้า
เมื่อได้ยินดังนั้น เ้าของร้านจึงคิดว่าไม่ได้การแล้ว ต้องหยุดลิลเลียนไว้ “เฮ้ คุณคือสาวใช้ที่คุณโรเบิร์ตซื้อมาเหรอ”
หญิงสาวพยักหน้า
“มาเลย! มาช่วยเ้านายของคุณรับเงินทอนคืนไป”
ลิลเลียนจำต้องยื่นมือเล็ก ๆ แบออกกว้าง เ้าของร้านจึงวางเงินทอนแปดสิบสองเหรียญเงินไว้ในมือของเธอ พร้อมกับเตือนว่า “เงินมากมายขนาดนี้ คุณสาวใช้ตัวน้อยอย่าได้คิดลักเล็กขโมยน้อยเชียวล่ะ มันไม่ได้ผลหรอก เพราะเมืองเวสต์วินด์น่ะตั้งอยู่ตรงขอบชายแดนและมีมอนสเตอร์เต็มไปหมด ถ้ากล้า… ก็มีแต่ตายกับตาย หรืออยากจะหนีไปไกลจนสุดหล้าฟ้าเขียว โบถส์แห่งแสงก็จะตามไปจับคุณกลับมา”
ลิลเลียนก้มหัวลงและพูดอย่างเชื่อฟัง “ฉันจะไม่หนีไปไหน และนายท่านก็ดูเป็คนดี ฉันจะยอมตามไปโดยดีค่ะ!”
ในความเป็จริง แม้ว่าเ้าของร้านจะไม่เตือน แต่เธอก็รู้ว่าชาวเมืองในเมืองเล็ก ๆ ที่มีประชากรไม่ถึงพันคนต้องรู้จักกันดี ถ้าหนีไปแล้วซ่อนตัวอยู่ในเมือง ไม่ช้าเธอคงถูกพบตัวแน่ การหนีออกจากเมืองก็เหมือนกับการฆ่าตัวตาย ไม่รู้ว่ามีมอนสเตอร์กี่ตัวที่เดินเตร่อยู่ข้างนอกเพื่อรอคนโง่วิ่งเข้าไปให้พวกมันงับ!
ถ้าอยากมีชีวิตรอด ตอนนี้เธอไม่มีทางอื่นนอกจากต้องเชื่อฟังร็อบบ์
อันที่จริงั้แ่ตอนที่พ่อแม่เสียชีวิตและป้ารับเธอไปเลี้ยง หลังจากนั้นก็รู้ว่าต้องฟังคนอื่นเพื่อความอยู่รอด ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือต้องฟังใคร โชคดีมากที่ได้ติดตามนักบวชที่เป็ตัวแทนของแสงสว่าง!
ลิลเลียนเดินออกจากร้านพร้อมกับเหรียญเงินแปดสิบสองเหรียญในมือ เธอประคองอย่างดีไม่ให้มันตกหล่นขณะก้าวตามชายหนุ่มไปด้วย “นายท่าน นี่คือเงินทอนที่เ้าของร้านทอนให้คุณ”
“อือ เก็บไว้เถอะ” ร็อบบ์ไม่หันกลับมาและยังพูดต่อ “...ถือซะว่าเป็เงินค่าขนม”
“ค่าขนม?” ลิลเลียนตื่นตระหนก
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวใระคนสับสน ชายหนุ่มจึงรีบพูดใหม่อีกครั้ง “ฉันอยากให้คุณไปซื้อของให้น่ะ เลยจำเป็ต้องให้พกเงินติดตัวไว้บ้าง”
“อ๋อออ!” ลิลเลียนรู้สึกโล่งใจขึ้นมา
แม้ว่าหญิงสาวจะไม่ได้พูดอะไรมาก แต่การแสดงออกของเ้าตัวก็ทำให้ร็อบบ์อยากแกล้งเธอมากขึ้น…
หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็กลับไปที่โบสถ์
ในสายตาของคนทั่วไป โบสถ์เป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ลิลเลียนจึงอธิษฐานอยู่หน้าประตูเนิ่นนานกว่าจะกล้าเข้าไปข้างใน จู่ ๆ ความรู้สึกอิ่มเอมใจก็ตีตื้นขึ้นมาเมื่อคิดว่าจะได้อยู่ในที่แห่งนี้ ไม่มีป้าใจร้ายและไม่ต้องกังวลว่าจะถูกขายอีกต่อไป อีกทั้งเ้านายคนใหม่ก็ดูอ่อนโยนและจิตใจดีมาก
ร็อบบ์กวักมือเรียกหญิงสาว “ลิลเลียน มานี่สิ ฉันจะทำชุดใหม่ให้”
“ชุดใหม่?” เมื่อลิลเลียนได้ยินเช่นนี้ก็อุทานออกมาเสียงดัง ไม่ต้องพูดถึงว่าผ้าที่ร็อบบ์ตั้งใจจะใช้เป็ผ้าฝ้ายราคาแพง แต่สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือชายหนุ่มพูดว่า ‘ฉันจะทำให้’ เธออดไม่ได้ที่จะกังวลเล็กน้อย “นะ… นายท่านจะทำแบบนั้นได้ยังไงคะ ให้เป็หน้าที่ฉันเองดีกว่าค่ะ”
ทว่าเขาปฏิเสธด้วยใบหน้าจริงจัง “ไม่ สไตล์เสื้อผ้าที่คุณทำเองไม่ถูกใจฉันแน่ ๆ”
[1] เรม (Rem) เป็ตัวละครผู้หญิงในแอนิเมชันเื่ ‘รีเซตชีวิต ฝ่าวิกฤตต่างโลก (Re:Zero)’