เหยียนหลงคิดไม่ถึงว่าตอนที่เขาโทรหาชางหลางเพื่อสอบถามเกี่ยวกับเื่ของเย่เทียนเฉินท่าทีของชางหลางจะกลายเป็แข็งกระด้างเช่นนี้ แต่เดิมก็ไม่อยากจะพูดมากกับตนอยู่แล้วหากอยากดูแฟ้มข้อมูลของเย่เทียนเฉินที่อยู่ในกองทัพจำเป็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนปกติ นี่ยิ่งทำให้เหยียนหลงเกิดความสงสัยมากขึ้นไปอีก
ชางหลางเป็ใครนั้นเหยียนหลงทราบดี คนๆ นี้เป็หนึ่งในสามราชันนักรบแห่งกระเทศจีนเหมือนกับตนมีความหยิ่งยโสอย่างยิ่งยวด สามารถทำให้เขาจัดแฟ้มข้อมูลของทหารหน่วยรบพิเศษธรรมดาๆคนหนึ่งเป็ความลับระดับหนึ่งของประเทศได้ด้วยตนเองนั้นเป็เื่ที่นึกไม่ถึงเลยจริงๆ
หลังจากเย่เทียนเฉินทราบเื่ที่ตระกูลฉินซื้อหลี่เถี่ยอันธพาลประจำเมืองหลวงเพื่อ้าให้ลอบสังหารพ่อของตนอย่างลับๆ แล้ว ก็ไม่ได้เริ่มลงมือดำเนินการทันทีเื่นี้จำเป็ต้องค่อยเป็ค่อยไป หากว่าตอนนี้ไปเก็บกวาดตระกูลฉินถึงที่เกรงว่าจะทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น ถึงตอนนั้นก็ไม่เป็ผลดีกับตระกูลเย่เช่นกันถึงเย่เทียนเฉินจะไม่ชอบคนในบ้านหลักตระกูลเย่แต่จะอย่างไรพวกเขาก็ร่วมสายเืของพ่อ ถ้าหากเกิดเื่ขึ้นกับพวกเขาเย่หงพ่อของตนคงไม่ยืนมองอยู่เฉยๆ แน่
เมื่อกลับมาถึงบ้านก็เป็เวลาตีสามกว่าแล้ว เย่เทียนเฉินเปิดประตูบ้านเดินเข้าไปด้วยความระมัดระวัง เขาออกไปั้แ่ตอนที่ได้อ่านเนื้อหาในหนังสือพิมพ์จนถึงตอนนี้เพิ่งจะกลับมา แม่กับน้องสาวก็โทรหาเขาหลายครั้ง แต่เย่เทียนเฉินก็ไม่ได้รับสายเนื่องจากเกรงว่าพวกเธอจะกังวล จึงงปิดโทรศัพท์มือถือไป
เพิ่งจะเดินเข้ามาถึงห้องโถง ไฟในห้องโถงก็พลันสว่างขึ้นเย่หงพ่อของเย่เทียนเฉินกำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่บนโซฟามองเย่เทียนเฉินที่เดินเข้ามา แล้วกล่าวว่า “มานั่งนี่สิ คุยกันหน่อย”
เย่เทียนเฉินมองผู้เป็พ่อของตนเองชั่วครู่ ค่อยเดินเข้าไปเขารู้สึกได้ว่าเย่หงพ่อของตนดูเหมือนมีอะไร้าจะพูดกับเขาเพียงแต่ไม่ทราบว่าเป็เื่อะไร
“เทียนเฉิน ั้แ่ที่ลูกกลับมา พ่อก็รู้สึกว่าลูกเปลี่ยนไปมากพ่ออยากจะรู้ว่าทำไม....” เย่หงสูบบุหรี่เฮือกหนึ่งก่อนจะกล่าว
“พ่อครับ มีหลายเื่ที่ผมไม่สามารถบอกพ่อได้ในตอนนี้ที่ผมพูดได้ก็คือ ยี่สิบปีแล้ว ผมทำตัวอกตัญญูมายี่สิบปีแล้วั้แ่นี้เป็ต้นไปผมกับพ่อจะประคองครอบครัวของเราด้วยกัน จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารบกวนชีวิตอันสงบสุขของพวกเรา”
เย่เทียนเฉินกล่าวพลางหยิบบุหรี่มวนหนึ่งออกมาจากกล่องบุหรี่บนโต๊ะชา จุดบุหรี่ให้แก่ตนเองแล้วสูบเข้าไปเต็มปอดเฮือกหนึ่ง เขาทราบดีว่าการเปลี่ยนแปลงของเขาในตอนนี้จะทำให้พ่อและแม่เกิดความรู้สึกสงสัยแต่เื่ที่เขาเป็ผู้มีพลังพิเศษระดับพระเ้ามาเกิดใหม่ไม่สามารถบอกพวกเขาได้เด็ดขาด แบบนี้นอกจากจะไม่มีผลดีต่อคนในครอบครัวแม้แต่น้อยแล้วยังอาจจะนำความทุกข์ยากมาแก่พวกเขาด้วย
ตามความเข้าใจของเย่เทียนเฉิน ไม่ว่าจะใน่สิ้นโลกหรือโลกนี้ ล้วนมียอดฝีมืออยู่มากมายผู้ที่มีพลังพิเศษก็มีอยู่ไม่น้อย ยอดฝีมือจากพรรควรยุทธ์โบราณก็มีมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ที่ส่งผลกระทบต่อความคิดอย่างเมืองหลวง หากประมาทแม้เพียงนิดเดียวจะตายอย่างไรก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ จำเป็ระวังตัว ยิ่งเพิ่มความแน่วแน่ให้กับการตัดสินใจที่จะฟื้นฟูและยกระดับพลังพิเศษของเย่เทียนเฉินมากขึ้นหากไม่มีพลังที่สมบูรณ์ จะเอาอะไรไปปกป้องครอบครัว และรักษาทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนมีอยู่ทุกวันนี้ได้?
เย่หงมองลูกชายของคน เขารู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของลูกชายแต่เพราะอะไรนั้นเขาเองก็ไม่รู้ แต่ได้เห็นลูกชายเข้าใจเื่ราวและเติบโตขึ้นก็ยังรู้สึกยินดีเป็อย่างมาก
“พ่อได้ข่าวมาว่าลั่วเหลยกับลั่วเทาหลานชายสองคนของตระกูลลั่วถูกคนทำร้ายพ่ออยากจะฟังความจริงจากปากลูก เื่นี้ลูกเป็คนทำหรือเปล่า?”
ได้ยินคำพูดของเย่หงผู้เป็พ่อ เย่เทียนเฉินก็ชะงักไปชั่วครู่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าข่าวจะแพร่ออกไปเร็วขนาดนี้ ขนาดพ่อก็ยังรู้แล้วดูท่าเื่ที่ลั่วเหลยและลั่วเทาแห่งตระกูลลั่วถูกตนเองทำร้ายเกรงว่าคืนวันนี้ก็คงจะแพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวงแล้วไม่รู้ว่าวันต่อไปจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง
“พ่อ เื่นี้ยกให้ผมจัดการเองเถอะครับผมไม่อยากให้พวกพ่อมาเกี่ยวข้อง ผมแค่อยากให้ครอบครัวเราทุกคนมีความสุข”เย่เทียนเฉินไม่ได้ตอบตรงๆ
ถึงอย่างนั้น เย่หงก็ยังใอยู่ดี เดิมทีเขาก็แค่ลองถามดูเท่านั้นคิดว่าความเป็ไปได้ที่เย่เทียนเฉินลูกชายของตนจะเป็คนทำมีน้อยมากแต่ตอนนี้เย่เทียนเฉินกลับตอบเช่นนี้ ก็ชัดเจนแล้วว่าเป็การยอมรับนัยๆยังไม่ต้องพูดถึงเื่ที่ว่าลูกของตนมีความสามารถเช่นนั้นหรือเปล่าแค่มีความใจกล้าเช่นนี้ก็ทำให้ผู้คนต้องใแล้ว ลำดับวงศ์ตระกูลของตระกูลเย่ตกต่ำลงเทียบกับตระกูลลั่วไม่ได้นานแล้ว ครั้งนี้ไปผิดใจกับตระกูลลั่ว ควรจะจัดการอย่างไรดี?
“ลูก ตระกูลลั่วมีอิทธิพลไม่น้อย พวกเรา....”
“พ่อ ผมจัดการได้ครับ ไม่ต้องกังวล เชื่อผมเถอะ!”เย่เทียนเฉินพูดอย่างจริงจังขัดคำพูดของเย่หงผู้เป็พ่อ
ที่เย่เทียนเฉินพูดขัดคำพูดของเย่หง ก็เพราะเขาเข้าใจดีว่าพ่อของเขาไม่ได้กังวลเื่ความปลอดภัยของตนเองแต่ไม่อยากสร้างความลำบากให้ตระกูลเย่ เย่หงเป็ลูกกตัญญูคิดถึงคนในครอบครัวใหญ่อยู่เสมอ
เย่หงชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เผยรอยยิ้มออกมา ไม่ว่าจะอย่างไรลูกชายนั้นเติบโตขึ้นจริงๆ คู่ควรให้ตัวเขารู้สึกยินดีจากนั้นจึงหยิบหนังสือสัญญาฉบับหนึ่งออกมาส่งให้เย่เทียนเฉิน กล่าวว่า“นี่คือสัญญาที่ตระกูลฉีส่งมา พ่อเขียนชื่อของลูกลงไปหลังจากนี้ลูกเป็ประธานคของเครือไห่หวัง หุ้นอีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือถูกแบ่งไปอยู่ในมือคนอื่นจะทำอย่างไรก็เป็เื่ของลูกแล้ว”
เย่เทียนเฉินรับหนังสือสัญญามา ในสัญญาเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ตระกูลฉีจะยกหุ้นของเครือไห่หวังห้าสิบเปอร์เซ็นต์ต์ให้แก่เย่เทียนเฉินส่วนหุ้นอื่นๆ อยู่ในมือของคนอื่น
เครือไห่หวังสามารถนับได้ว่าเป็เครือบริษัทที่ใหญ่เป็อันดับต้นๆ ในประเทศจีนมีอิทธิพลทางด้านเศรษฐกิจสูง ตระกูลฉีหุ้นของเครือไห่หวังอยู่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ต์เป็เพราะในตอนนั้นตระกูลฉีได้คิดหาวิธีซื้อมา ตอนนี้โอนหุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ให้แก่เย่เทียนเฉินเย่เทียนเฉินย่อมกลายเป็ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด ฐานะเพิ่มขึ้นหลายพันล้านนับได้ว่าเป็เถ้าแก่ใหญ่คนหนึ่ง
“ประสิทธิภาพการทำงานของตระกูลฉีถือว่าดีทีเดียวแล้วตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการของพ่อจะได้เมื่อไรครับ?” เย่เทียนเฉินกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม
“ยังต้องรออีกประมาณครึ่งปี จริงสิ คนจากตระกูลฉีบอกว่าพรุ่งนี้เที่ยงให้ลูกเข้าไปเซ็นสัญญาถอนหมั้นที่เครือไห่หวังสัก เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตกเป็ขี้ปากชาวบ้านในภายหลัง”
“ไม่มีปัญหา พ่อไปพักผ่อนเถอะครับผมอาบน้ำสักหน่อยก็จะนอนแล้วเหมือนกัน”
หลังจากเห็นเย่หงผู้เป็พ่อเดินขึ้นไปชั้นสองของบ้าน เข้าไปนอนในห้องแล้วเย่เทียนเฉินยังคงนั่งขมวดคิ้วอยู่บนโซฟาที่ห้องโถง แม้ภายนอกจะเห็นว่าตระกูลเย่สงบสุขแต่จริงๆ แล้วกลับมีอันตรายซ่อนอยู่รอบด้าน ผู้มีอำนาจมากมาย้ากำจัดตระกูลเย่ที่ไกลตัวยังไม่ต้องพูดถึง เอาแค่ตระกูลฉินและตระกูลลั่วในตอนนี้ก่อน ตระกูลใหญ่ทั้งสองตระกูลนี้คงไม่ยอมรามือจากตระกูลเย่แน่นอนยังมีวิกฤตอีกมากมายที่ต้องรับมือ
แต่ว่าเย่เทียนเฉินไม่คิดที่จะให้พ่อแม่เข้ามาเกี่ยวข้องแม้จะมีอันตรายอยู่บ้าง ก็ไม่อยากให้พวกเขาอยู่อย่างไม่สบายใจและไม่สงบสุขลมฝนทั้งหมดที่ต้องเผชิญ ก็ขอให้เขาแบกรับไว้แต่เพียงผู้เดียว ใครกล้ามารุกรานจะขอคืนให้ด้วยกำปั้น
เย่เทียนเฉินกลับเข้าไปในห้องของตนเอง นั่งขัดสมาธิบนเตียง ใน่สิ้นโลกเขาใช้วิธีนี้ในการดำเนินการฝึกฝนพลังพิเศษของตนเองตอนนี้หลังจากเขาััได้ถึงวิกฤตของตระกูลเย่ก็ยิ่ง้าเพิ่มความแข็งแกร่งและยกระดับพลังพิเศษของตนให้เร็วยิ่งขึ้น
พลังพิเศษมีั้แ่ขั้นหนึ่งถึงขั้นเก้ายิ่งขั้นสูงความสามารถก็ยิ่งแข็งแกร่ง ทั้งเก้าขั้นนั้นยังแบ่งออกเป็ระดับราชันระดับจอมราชัน ระดับจักรพรรดิ ระดับพระเ้า และระดับเทพราชันเย่เทียนเฉินระดับพลังลดลงจากระดับพระเ้าเหลือระดับราชัน ลดรวดเดียวสามระดับพลังที่ลดลงไปไม่ใช่น้อยๆ พลังที่อยู่ภายในเส้นชีพจรในร่างกายก็เบาบางลงมากหาก้ากระตุ้นแก่นพลังที่อยู่ภายในสมอง และรวบรวมพลังธรรมชาติเกือบจะเป็ไปไม่ได้
ตอนนี้เย่เทียนเฉินไม่เพียงแต่้ายกระดับพลังพิเศษอันเบาบางในชีพจรของตนให้เพิ่มมากขึ้นเท่านั้นยัง้าค่อยๆ ควบคุมพลังที่อยู่ในธรรมชาติอีกครั้งหนึ่งผู้มีพลังพิเศษระดับพระเ้าแข็งแกร่งไร้ที่เปรียบ สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าถึงขั้นย้ายูเาเคลื่อนมหาสมุทรและเรียกลมเรียกฝนได้ ส่วนผู้มีพลังระดับเทพราชัน เป็การดำรงอยู่ที่ไม่อาจจินตนาการได้พลังของพวกเขาอาจใช้คำว่าถล่มฟ้าทลายแผ่นดินมาบรรยายได้ กระทั่งใน่สิ้นโลกก็ยังหาเจอแค่ไม่กี่คนเย่เทียนเฉินเองก็เพียงแค่เคยได้ยินมาเท่านั้น ไม่เคยพบก่อน
เย่เทียนเฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง สองตาปิดสนิท ค่อยๆ โคจรแก่นพลังในสมองรับรู้ถึงพลังภายในเส้นชีพจรทุกส่วนในร่างกาย แล้วรวบรวมทีละเล็กทีละน้อยแต่พลังช่างเบาบางเหลือเกิน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของแก่นพลังในสมองมีน้อยเกินไปมีเพียงแค่ตอนที่ต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
“ดูท่าจะต้องฝึกฝนกับคู่ต้อสู้ที่แข็งแกร่งสักหน่อยไม่งั้นพลังพิเศษคงไม่แข็งแกร่งขึ้น” เย่เทียนเฉินลืมตาพลางกล่าวพึมพำกับตนเอง
ตอนนี้เอง ในที่ดินส่วนตัวขนาดใหญ่ที่ตระกูลฉีซึ่งเป็ตระกูลชั้นสองในเมืองหลวงอาศัยอยู่มีคฤหาสน์อยู่หนึ่งหลัง ข้างในมีไฟสว่างไสว ฉีชางเซิ่งผู้ที่กุมหางเสือของตระกูลฉีกำลังพูดคุยกับฉีย่ากวงลูกชายคนโตอยู่ในตอนนี้ฉีย่ากวงเป็พี่ชายของฉีหรูเสวี่ย และเป็หลานชายคนโตเพียงคนเดียวของตระกูลฉีหลังจากที่ได้รู้ว่าผู้เป็พ่อแบ่งหุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ต์ของเครือไห่หวังให้แก่เย่เทียนเฉินก็โกรธจนทนไม่ไหว
“พ่อ ทำไมต้องแบ่งหุ้นครึ่งหนึ่งของเครือไห่หวังให้ตระกูลเย่ด้วย แค่ทำให้พ่อของเย่เทียนเฉินได้เป็เลขาธิการคณะกรรมการเมือง H ก็นับว่าเป็การชดเชยที่ไม่เลวแล้วจำเป็ด้วยเหรอ?” ฉีย่ากวงกล่าวถามด้วยความโมโห
“กวงเอ๋อร์ นี่เป็ท่าทางที่แกใช้พูดกับพ่อเหรอ?”
“พ่อ.....”
“ฉันรู้ว่าเครือไห่หวังเคยถูกตระกูลฉีของพวกเราซื้อมาได้เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ต์หลายปีมานี้เครือไห่หวังก็มีแกคอยจัดการดูแลตลอดแต่ครั้งนี้พวกเราขอยกเลิกการหมั้น หากไม่มีการชดเชยที่แน่นอน พวกมันคงไม่เห็นด้วยแน่อีกอย่างของพวกนี้ไม่นับเป็อะไรได้ ขอแค่พวกเราตระกูลฉีร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งกับตระกูลฉินได้กลายเป็ญาติกัน พยายามด้วยกัน ก็อาจจะกลายเป็ตระกูลชั้นหนึ่งในเมืองหลวงถึงตอนนั้นสิ่งที่เราจ่ายไปก็คุ้มค่าแน่นอน” ฉีชางเซิ่งกล่าวพลางมองฉีย่ากวงผู้เป็ลูกชาย
“ผมรู้ว่าต้องร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง แต่ตอนนี้ผมเหลือหุ้นของเครือไห่หวังแค่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์เศษสวะที่เป็ที่น่าขบขันไปทั่วทั้งเมืองหลวงอย่างเย่เทียนเฉินกลายเป็เถ้าแก่ของผมไปแล้วผมไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” ฉีย่ากวงกล่าวอย่างไม่พอใจ
“งั้นแกก็หาวิธีทำให้มันอยู่ที่เครือไห่หวังไม่ได้ ถอนหุ้นตัวเองออกไปสิพรุ่งนี้เที่ยงพ่อให้คนเรียกเย่เทียนเฉินมาที่เครือไห่หวัง เพื่อมาเซ็นหนังสือยิมยอมรับการถอนหมั้นกับน้องสาวแกไม่ให้พวกตระกูลเย่เล่นตุกติกได้ภายหลัง ส่วนจะทำยังไงก็เป็เื่ของแก”
“ได้ จะให้ไอ้เย่เทียนเฉินมันรู้ว่า หากกล้ามาแย่งของๆ ตระกูลฉี ผลจะเป็ยังไง”ฉีย่ากวงกล่าวยิ้มๆ อย่างดุร้าย
“ใช่แล้ว น้องสาวแกเป็ไงบ้าง?” ฉีชางเซิ่งคิดถึงฉีหรูเสวี่ยผู้เป็ลูกสาวจึงกล่าวถามออกมา
“น้องไม่เห็นด้วยเื่การแต่งงานกับฉินเหิง ดื้อมาก ต้องใช้เวลาเกลี้ยกล่อมครับ”
“ฉันรู้แล้ว พรุ่งนี้เื่ที่ไปเครือไห่หวังก็ให้แกจัดการแต่ฉันจะบอกแกไว้ก่อนสักคำ เ้าเศษสวะเย่เทียนเฉินคนนี้ให้ความรู้สึกไม่เหมือนเดิมกับฉันเห็นโอกาสค่อยลงมือ อย่าสะเพร่า บางทีชายคนนี้อาจจะใช้ความไม่สนใจโลกของมันหลอกลวงคนทั้งหมดในเมืองหลวงก็ได้....” ฉีชางเซิ่งกล่าวพลางขมวดคิ้ว