นางซาบซึ้งบุญคุณที่ถูกช่วยเหลือเป็อย่างมาก ฉีกยิ้มตาเป็ประกายราวกับเลื่อมใสบุคคลชืดชานั่น ทว่าคนที่เป็ฝ่ายช่วยนางก่อนมันยังอยู่ตรงนี้มิใช่รึ! เหตุใดนางถึงได้เมินเฉยเขาได้เล่า!
สมกับเป็พระเอกจริง ๆ จะมาช่วยตอนไหนก็ยังได้รับคำชื่นชมสรรเสริญ ทั้งที่เมื่อครู่เขาวาดลีลาสุดเจ๋งให้ชาวบ้านดูแท้ ๆ แต่กลับไม่มีใครมองเห็นความสำคัญเสียนี่
โป๊ก! “โอ๊ย!”
ซิ่วอิงร้องเสียงหลงเพราะถูกชาวบ้านผู้หนึ่งใช้ตะหลิวเคาะหัวอย่างจัง เขาเจ็บจนหน้าเขียวยืนลูบหัวป้อย ๆ
“อะไรกันเนี่ย มาตีข้าทำไม!”
หญิงวัยกลางคนเท้าเอวชี้หน้าด่าเขา “เ้าเอาฝาหม้อของข้าไป ซ้ำยังทำมันเสียหายอีก ชดใช้คืนด้วย!”
ระหว่างที่คิดจะวิ่งหนีจากชายร่างั์กลุ่มนั้น เขาดันคว้าฝาหม้อของชาวบ้านมาเป็โล่ป้องกันตัวเสียนี่ ไม่รู้เพราะใมากไปหน่อยหรือมือไวกันแน่ จึงเป็เหตุทำให้เ้าของฝานั้นยืนเท้าเอวขมวดคิ้วมองไม่ยอมเลิกราเสียที
“เอ้า!? ตะ แต่ข้าไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย อีกอย่างฝาหม้อนั่นมันช่วยชีวิตสตรีผู้หนึ่งเชียวนะ”
“ข้าไม่สน! ทำข้าวของเสียหายต้องชดใช้คืน มิเช่นนั้นข้าจะเอาเืหัวเ้าออก!”
“อ้าก! ก็ได้ ๆ”
เขาล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบถุงเงินใบเล็กกว่าออกมาให้นาง ก่อนจะรีบวิ่งหนีไปหาเ้านายของตนด้วยท่าทางหวาดระแวง แอบคิดในใจว่าเป็คนรวยนี่ก็ดีเหมือนกัน ไม่ว่าจะเจอเื่ร้ายแรงหรือประสบปัญหาแบบใด เพียงใช้เงินเจรจาแทนก็เป็อันยุติโดยพลัน
“โอย คุณชายข้าน้อยมาแล้วขอรับ”
หัวข้างหนึ่งคล้ายเริ่มปูดให้เห็นราง ๆ ซิ่วอิงได้แต่ลูบมันอยู่อย่างนั้นโดยไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ สิงเทียนมอง ๆ คนรับใช้แล้วถอนหายใจอย่างไม่รู้ความหมาย ข้างกายเขากลับมีคนเดินมาตบไหล่ปลอบ ซิ่วอิงหันมองก็พบว่าเป็แม่นางผู้นั้น นางส่งรอยยิ้มอ่อนหวานมาให้เขาทีหนึ่ง ก่อนที่ทั้งสามจะเริ่มเดินทางมุ่งหน้าต่อ
“เราจะไปไหนกันรึขอรับ”
เขาเงยหน้าถามกับสิงเทียน อีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไรเพียงนั่งตัวตรงและมองไปข้างหน้าเท่านั้น สุดท้ายจึงมีอีกคนช่วยคลายความสงสัยให้
“เราจะไปที่โรงกลั่นยาของข้า”
“โรงกลั่นยา? ไปทำไมรึ”
“พวกเ้าหาที่พักอยู่มิใช่หรือ โรงกลั่นยาของข้าค่อนข้างกว้างขวาง หนนี้ได้รับการช่วยเหลือข้าก็เลยอยากตอบแทนยังไงล่ะ”
“อ๋อ” ซิ่วอิงพยักหน้าเข้าใจ และแล้วในหัวก็มีเสียงดังติ๊งขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขารีบซักนางต่อ “ข้าขอถามหน่อยสิ เ้าชื่ออะไรหรือ แล้วเป็ใคร”
นางกึ่งเดินกึ่งวิ่งตอบว่า “ข้าชื่อซ่งหลิน เป็นักปรุงยามืออาชีพน่ะ ข้าชอบการปรุงยาและคิดค้นตัวยาใหม่ ๆ บางครั้งก็ทำออกมาแจกจ่ายชาวบ้านด้วย”
ซิ่วอิงยิ้มค้าง ให้ตายสิวะนางคือซ่งหลินนี่เอง! สาวน้อยนักปรุงยาอันดับต้น ๆ ผู้ที่เป็หนึ่งในภรรยาของสิงเทียน มิน่าล่ะเมื่อครู่รังสีของพระเอกที่กลับมาช่วยนางถึงได้กลบเขาไปจนหมด เพราะแบบนี้เองตัวประกอบถึงได้ด้อยลงไป พลังระดับนั้นมีหรือจะใช้งานยากเข็ญแทบขาดใจ
ที่แท้สาเหตุนั้นก็เพราะพระ-นางที่ได้เจอกันครั้งแรก มันจะต้องโดดเด่นและตรึงใจกันและกันนี่เอง ตัวลิ่วล้อประกอบฉากไม่มีสิทธิ์เด่นกว่าได้ ทำไมเื่แค่นี้เขาถึงคิดไม่ได้กันนะ
เขาว่า “ยินดีที่ได้รู้จักเ้านะซ่งหลิน ข้าชื่อซิ่วอิงเป็คนรับใช้ของคุณชายน่ะ”
“ยินดีที่ได้พบเ้านะซิ่วอิง”
ทั้งสามเดินทางมาถึงโรงกลั่นยาเรียบร้อย แม่นางซ่งหลินจัดเตรียมห้องพักและหาน้ำหาท่ามารับรองแขกเสร็จสรรพก็พาเดินชมโรงกลั่นยาของตนต่อ นางเล่าว่าตนเคยอาศัยอยู่ที่อีกหมู่บ้านหนึ่งกับบิดามารดา และเพราะมารดาป่วยหนักไม่มียารักษา สุดท้ายจึงจากไปแบบไม่มีวันหวนกลับ
นางเป็บุตรสาวเพียงคนเดียวของครอบครัวนี้ บิดาเศร้าโศกเสียใจกับการสูญเสียคนรักไป ดังนั้นเขาจึงทดลองปรุงยาสูตรลับมาโดยตลอด หวังว่าสักวันจะไม่ต้องสูญเสียบุตรสาวไปอีกราย แต่เพราะวุ่นอยู่กับสมุนไพรและตัวยาเป็ระยะเวลานาน ร่างกายจึงทรุดหนักและด่วนจากไปเสียก่อนจะปรุงยาสำเร็จ
เช่นนั้นแล้วซ่งหลินจึงต้องสานต่อความฝันของบิดา แต่ไม่ว่าจะพยายามสักกี่หนผลลัพธ์ของมันกลับออกมาเป็เช่นเดิมทุกครั้ง
นางมีความสามารถด้านการปรุงยาและรู้เื่สมุนไพรมากมาย แต่กลับไม่สามารถคิดค้นสูตรยาต่อจากบิดาได้เสียที ซ้ำนางเองก็ไม่เข้าใจในอีกหลายส่วนว่ามันคือสิ่งใด หลังจากพยายามมาเนิ่นนานนางจึงหยุดความพยายามและหันมาทำในสิ่งที่ตนเอง้า นั่นคือเป็นักปรุงยามืออาชีพนั่นเอง
ด้วยความรู้ความสามารถที่นางมี จึงไม่ใช่เื่ยากที่จะรับจ้างปรุงยาทั่วไป หรือแม้แต่กลั่นยาที่มีความยากกว่าปกติ เมื่อได้ตัวยามาแล้วนางก็ส่งไปขายผ่านพ่อค้าคนกลาง เนื่องจากไม่ชอบให้ใครมารุกล้ำเื่ส่วนตัว นางจึงชอบปิดบังความสามารถและตัวตนว่าเป็หมอยาผู้เก่งกาจ
เมื่อหลายวันก่อนมีคนมาติดต่อขอให้นางกลั่นยาให้จำนวนหนึ่ง และเพราะยาที่ว่าค่อนข้างใช้สมุนไพรหลากชนิดและมีวัตถุดิบราคาแพงผสมอยู่ นางจึงขอรับเงินมาก่อนเพื่อนำไปซื้อตัวยาเพิ่มเติม แต่หลังจากเตรียมของทุกอย่างเสร็จและส่งออกให้พ่อค้าคนกลาง จู่ ๆ ก็มีผู้ไม่หวังดีมาดักปล้นยาระหว่างทางไป ทำให้ยาทั้งหมดไม่ถูกส่งถึงมือลูกค้า และนั่นก็เป็สาเหตุที่ทำให้ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นคิดว่านางเป็พวกต้มตุ๋นหลอกเชิดเงิน จนต้องบุกมาหานางถึงโรงกลั่นยาเลยทีเดียว
นางถอนหายใจพลางกล่าว “ข้าแค่ไม่ชอบมีเื่กับใครน่ะ เพราะแบบนั้นเลยเลือกวิ่งหนีมากกว่าเข้าสู้”
ซิ่วอิงเข้าใจนางดี เดิมทีตัวละครอย่างซ่งหลินมักชอบใช้ชีวิตสันโดษและอยู่ตามลำพัง นางมักเลือกหนทางที่สบายใจมากกว่าวุ่นวายอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้คงมีเหตุบังเอิญบางอย่าง จึงทำให้พวกเขาได้มาพบกันราวกับพรมลิขิตเช่นนี้
พวกเขาเดินเที่ยวชมสวนสมุนไพรขนาดย่อม พร้อมรับฟังเื่ราวในชีวิตนางที่ผ่านมาอย่างเห็นอกเห็นใจ ซิ่วอิงนั่งลงตรงโต๊ะไม้แกะสลักพร้อมตั้งใจรับฟังเต็มที่ ก่อนจะหันมองสิงเทียนเพื่อดูว่าอีกฝ่ายกำลังทำสีหน้าแบบใด แต่แล้วเขาก็ต้องรีบก้มหน้าลงทันที เพราะเมื่อครู่สายตานั่นกำลังจ้องเขาอย่างร้อนแรงสุด ๆ คล้ายกับจะแผดเผากันให้ตายตรงนี้เลยเชียว
หรือที่สิงเทียนจ้องเขาขนาดนั้นอาจเป็เพราะกลัวว่าตนจะแย่งสตรีผู้นี้ไปหรอกหรือ? นึก ๆ ดูก็อาจจะมีส่วนอยู่บ้าง เพราะั้แ่เดินทางมาถึงที่นี่ก็มีแค่เขาที่คอยสอบถามกับแม่นางซ่งหลินตลอด หรือว่าความจริงอีกฝ่ายกำลังแสดงอาการหึงหวงออกมากันนะ?
ซิ่วอิงยังคงก้มหน้าต่อไป แต่แล้วก็ถามนางอีกครั้งเพื่อเปลี่ยนประเด็น “เอ่อแม่นาง ไม่ทราบว่าห้องกลั่นยาที่พ่อเ้าทำค้างไว้มันอยู่ส่วนไหนรึ ข้าอยากขอไปดูหน่อยน่ะว่าเป็อย่างไร”
ใจจริงเขาไม่ได้อยากไปดูสักนิด แต่เพราะถูกจ้องตาเขม็งจนทำตัวไม่ถูกจึงต้องพยายามหาทางหนีให้ไกลต่างหาก ซ่งหลินที่พูดเื่ตนเองเป็น้ำไหลไฟดับเมื่อครู่รีบกล่าว
“อ๋อ ห้องกลั่นยาของพ่อข้าอยู่ด้านหลังโรงเก็บฟืนน่ะ ข้าวของส่วนใหญ่ถูกย้ายออกมาเกือบหมดแล้ว ในนั้นคงเหลือแค่หม้อปรุงยาเก่า ๆ สองสามใบเท่านั้นแหละ”
เขาว่า “นั่นแหละ แค่นั้นก็เพียงพอให้ข้าเดินตรวจสอบแล้ว เช่นนั้นขอตัวก่อนนะแม่นาง เ้าก็คุยปรึกษาปัญหากับคุณชายของข้าไปก่อนนะ”
ว่าแล้วก็ไม่รอช้ารีบลุกเดินสับขาไปยังหลังโรงเก็บฟืนทันที เขาหลบเข้ามุมเสาแล้วสูดหายใจให้เต็มปอด สายตาสิงเทียนเมื่อครู่นี่น่ากลัวชะมัด จ้องจนตัวเขาแทบทะลุเป็รูโบ๋ จ้องปานจะฆ่าแกง จ้องเหมือนเกลียดกันมาแต่สามชาติที่แล้วเลย ในตอนนี้เขาปลีกตัวแยกออกมาอยู่คนเดียว หวังว่าคงจะช่วยลดความหงุดหงิดใจของทางนั้นลงบ้าง ไม่มากก็น้อยล่ะนะ
ซิ่วอิงเปิดประตูเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง ภายในเหลือหม้อปรุงยาสองสามใบอย่างที่นางว่าจริง ๆ บนชั้นไม้มีกระปุกเก็บสมุนไพรอยู่จำนวนหนึ่ง เดินตรวจตราจนทั่วห้องแต่ก็ไม่พบความผิดปกติใด ๆ
เขาเปิดหม้อปรุงยาออกก็พบแต่คราบผงยาที่หลากสี เห็นทีมันคงถูกปรุงมาหลายครั้งจนแปรเปลี่ยนเป็สภาพนี้ เมื่อใช้นิ้วปาดขึ้นมาเกลี่ยดู ก็พบว่ายาในหม้อนี้ค่อนข้างบริสุทธิ์ หากแต่เหมือนขาดส่วนผสมบางอย่างไป ไม่แน่ว่าส่วนที่ขาดอาจช่วยให้ปรุงยาสำเร็จก็ได้ ถึงเ้าตัวจะพยายามนึกอย่างไรก็นึกไม่ออกอยู่ดี สิ่งนั้นมันติดอยู่ในหัวไม่สามารถเอ่ยออกมาได้ดังใจนึก
สุดท้ายจึงเดินไปหาที่นั่งพักภายในห้อง นับเลขในใจจนกระทั่งครบหนึ่งร้อยครั้ง และเมื่อจะลุกออกไปกลับพบว่ามีคนเปิดประตูเข้ามาตามเสียแล้ว
“มัวทำอะไรอยู่ นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว”
เงาร่างของคนผู้หนึ่งยืนอึมครึมอยู่ตรงประตู น้ำเสียงเย็นเยียบที่เอ่ยถามออกมา ฟังแล้วชวนรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัวจนขนหัวแทบลุกซู่
“เอ่อ ข้าน้อยขออภัยขอรับ”
คนในห้องรีบก้มหัวขอโทษทันที อีกฝ่ายไม่กล่าวสิ่งใดเพียงเดินนำหน้าเขาออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ ซิ่วอิงลอบบ่นมุบมิบคนเดียวด้วยความหงุดหงิด
ที่ฉันไม่ออกไปก็เพราะว่าอยากให้นายได้ทำความรู้จักกับแม่นางซ่งหลินเยอะ ๆ ไงรู้ไหม! ถ้าฉันออกไปแล้วขัดจังหวะนายพอดี นายจะไม่อัดฉันจนน่วมเลยเรอะ!
“เ้าเข้าไปทำอะไร”
สิงเทียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเ็า แม้คำถามนี้ค่อนข้างดูสอดรู้แต่ซิ่วอิงก็ไม่ได้คิดมากอะไร เขาว่า “ข้าน้อยแค่อยากดูหม้อปรุงยาและศึกษาสมุนไพรไว้น่ะขอรับ”
“ดูทำไม”
“เอ่อ ก็แค่อยากดูขอรับ”
“แล้วเหตุใดต้องดู”
“ก็..ข้าน้อยไม่เคยเห็นมาก่อนนี่นา”
“…”
สิงเทียนหยุดเดินกะทันหัน ทีแรกซิ่วอิงลมหายใจสะดุดคิดว่าตนเองจะถูกฟาดสักผัวะเข้าให้แล้ว แต่จนผ่านไปหลายนาทีก็ยังเห็นว่าทางนั้นยืนนิ่งเช่นเดิม เขาจึงกล่าวด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย “ขออภัย ข้าน้อยไม่อยากดูแล้วขอรับ”
เมื่อพูดประโยคนั้นเสร็จสิงเทียนถึงค่อยก้าวเท้าเดินต่อ ตัวเขาได้ถอนหายใจตามหลัง คิดว่าต่อจากนี้ไปจะไม่พูดจาพรรค์นั้นอีกแล้ว ไม่อยากรู้ ไม่อยากเห็น และจะไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นในชีวิตนี้!
แม่นางซ่งหลินยืนคอยพวกเขาอยู่หน้าห้อง เมื่อเห็นว่าทั้งคู่กำลังเดินมาจึงรีบกวักมือเรียก “ทางนี้เ้าค่ะ!”
“นี่คือห้องพักที่ข้าเตรียมให้ใหม่ พอดีว่าห้องก่อนหน้าถูกใช้เป็คลังเก็บสมุนไพรไปแล้ว หวังว่าพวกท่านจะพอใจ”
ซิ่วอิงเหลือบมองทางนั้นก็เห็นว่านางจ้องสิงเทียนตาไม่กะพริบ สีหน้าดูคาดหวังในคำตอบพอควร เขาลุ้นให้คนด้านข้างตอบอะไรกลับไปบ้าง และหลังจากยืนนิ่งอยู่นานสิงเที
ยนก็พูดมันออกมา
“ขอบใจเ้ามาก ของที่จัดเตรียมด้วยความตั้งใจใคร ๆ ย่อมพอใจทั้งนั้น”
“ยินดีเ้าค่ะ เชิญพักผ่อนตามสบาย”
สิงเทียนเดินนำไปก่อนและตามหลังด้วยคนรับใช้อย่างเขา ซิ่วอิงยกมือขึ้นมาพูดกระซิบแ่ “ขอบใจมากนะแม่นาง”