เธอหยิกแขนเขาหมุบหมับด้วยจริตจะก้านที่แพรวพราว ชายหนุ่มรีบจับมือของเธอมาจูบแรงๆพร้อมส่งสายตาเ้าชู้มาให้แล้วออกรถไปด้วยหัวใจที่ชุ่มชื่น
ชายหนุ่มเลี้ยวรถเข้าไปจอดในร้านอาหารสุดหรูบรรยากาศดีแห่งหนึ่งที่ให้บริการทั้งอาหารไทยอาหารฝรั่ง และอาหารอิตาเลี่ยน พอลงจากรถได้ทั้งสองก็ควงแขนกันเข้าไปในร้านด้วยท่าทางที่หวานชื่น
“ทานอะไรดีครับ”
ธนบดีถามสาวสวยที่นั่งอยู่ข้างๆ บรรยากาศในร้านหรูหราแต่เป็ส่วนตัวและโรแมนติกมีเพลงไพเราะหวานซึ้งดังคลออยู่ตลอดเวลา บริกรหนุ่มเดินเข้ามารอรับคำสั่งด้วยท่าทีสุภาพ ทั้งสองสั่งอาหารอิตาเลี่ยนไปหลายอย่างรวมทั้งไวน์ราคาแพงด้วย
เมื่ออาหารถูกนำมาเสิร์ฟทั้งสองก็ทานไปคุยกันไปอย่างมีความสุขจนอิ่มและคิดจะไปต่อกันที่อื่นอีก ธนบดีจึงได้เรียกคิดเงิน
“แปดพันเจ็ดร้อยห้าสิบบาทครับ”
บริกรหนุ่มบอก ธนบดีจึงได้หยิบบัตรเครดิตส่งให้ไป บริกรหนุ่มเดินหายไปครู่หนึ่งก่อนกลับมาบอกว่า
“บัตรเครดิตของคุณใช้ไม่ได้แล้วครับ ดูเหมือนจะถูกระงับการใช้ไปแล้ว”
“พูดบ้าๆมันจะเป็อย่างนั้นไปได้ยังไง”
ธนบดีลุกขึ้นโวยวายใส่พนักงานให้บริการ
“ผมไม่ทราบครับแต่ที่แน่ๆคุณไม่สามารถจ่ายค่าอาหารด้วยบัตรเครดิตได้แล้ว ขอเป็เงินสดดีกว่าครับ”
คำพูดของบริกรคนนั้นทำให้ธนบดีถึงกับหน้าเสียด้วยความอับอายที่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น ในตัวเขาตอนนี้มีเงินสดอยู่ไม่ถึงสี่พันบาท เพราะปกติเขาก็ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตอยู่แล้ว ชายหนุ่มจึงแข็งใจพูดออกไปว่า
“เื่บัตรเครดิตนั้นมันต้องมีปัญหาอะไรแน่ๆขอเวลาฉันโทรไปเช็คกับคนที่ดูแลเื่นี้ซักครู่”
คำพูดของเขาทำให้จุฑามาศที่นั่งอยู่ด้วยต้องกล่าวแทรกออกมาอย่างหมดความอดทน
“พอเถอะค่ะธนบดี ฉันอายเขาจะแย่แล้ว คุณไม่อายคนอื่นเขาบ้างหรือไง รีบเอาเงินสดจ่ายเขาไปก่อนดีกว่า เื่อื่นไว้ค่อยไปเคลียร์กันทีหลัง”
ชายหนุ่มหันไปสบตาหญิงสาวพลางกลืนน้ำลายฝืดๆลงคอกล่าวออกไปอย่างลำบากใจ
“ตอนนี้ผมมีเงินติดตัวอยู่ไม่ถึงสี่พัน”
“อะไรนะคะ”
จุฑามาศแทบลุกขึ้นเต้น เขาเป็ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีหลายร้อยล้าน ขับรถหรูแต่งกายดีมีรสนิยมแต่พูดออกมาได้ว่ามีเงินติดตัวอยู่แค่นั้น มันน้อยกว่าเศรษฐีถังแตกอย่างเธอเสียอีก นี่ตกลงว่าเขารวยจริงไหมเนี่ย
ผู้คนในร้านอาหารเริ่มมองมารวมทั้งสายตาของพนักงานเสิร์ฟทำให้หญิงสาวรู้สึกอับอายจนต้องควักเงินของตนสมทบกับเขาจ่ายค่าอาหารไปอย่างเสียไม่ได้
“คุณทำให้ฉันอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี”
จุฑามาศโวยวายเสียงดังเมื่อเข้ามาอยู่ภายในรถกับเขา
“ผมอายยิ่งกว่าคุณเสียอีก”
ชายหนุ่มเองก็ฉุนเฉียวไม่แพ้กัน เขารู้สึกเสียหน้ามากที่พาผู้หญิงออกมาทานข้าวแล้วไม่มีเงินจ่าย ซึ่งั้แ่เกิดมาเขาไม่เคยต้องตกอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้เลย
“เหรอค่ะฉันนึกว่าคุณชินแล้วเสียอีก”
จุฑามาศทำเสียงเยาะหยัน เธอกำลังคิดว่าเขาก็เป็เศรษฐีแต่เปลือกอย่างเธอ
“เราจะไปต่อที่ไหนกันดี”
ชายหนุ่มข่มอารมณ์ถามออกไปเพื่อแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น เขาคิดเข้าข้างหญิงสาวว่าเมื่อถูกพามาเจอกับเหตุการณ์อย่างนี้เป็ใครก็ต้องโกรธต้องอายกันทั้งนั้น แม้แต่ตัวเขาเองก็เช่นกัน
“ยังมีหน้าคิดจะไปต่อที่ไหนอีกหรือค่ะอย่าดีกว่า ฉันกลัวจะหน้าแตกอีกตอนที่ไม่มีเงินจ่ายค่าโรงแรม”