ชัยชนะของเฟยหลงเหนือจ้าวเทียนหลงได้สร้างแรงสั่นะเืไปทั่วทั้งลานประลอง บัดนี้ไม่มีใครกล้ามองเขาเป็เพียงม้ามืดอีกต่อไป แต่เป็หนึ่งในสี่ตัวเต็งผู้มีสิทธิ์คว้าตำแหน่งจ้าวยุทธภพอย่างแท้จริง
การประลองในรอบก่อนรองชนะเลิศดำเนินต่อไปจนจบ และผู้ที่ผ่านเข้ารอบอีกสองคนก็เป็ไปตามที่หลายคนคาดการณ์ไว้...
อาทิตย์หมัดเหล็ก ยังคงใช้พลังหมัดที่แข็งแกร่งทลายการป้องกันของคู่ต่อสู้จนเอาชนะไปได้อย่างหมดจด
ส่วนคู่สุดท้ายนั้นจบลงอย่างน่าพิศวง...โม่จวิน ศิษย์จากตระกูลโอสถผู้ลึกลับ เอาชนะคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าได้อย่างง่ายดาย โดยที่คู่ต่อสู้ของเขาล้มลงไปนอนหมดสติทั้งที่โม่จวินแทบจะไม่ได้ััตัวเลย สร้างความหวาดกลัวและฉงนสงสัยให้กับผู้ชมเป็อย่างมาก
บัดนี้...ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเพียง 4 คนได้ถูกคัดเลือกแล้ว และวันจับสลากประกบคู่ในรอบรองชนะเลิศก็มาถึง
ผู้รอดชีวิตทั้งสี่คนยืนอยู่เบื้องหน้าแท่นพิธี ท่ามกลางสายตาของคนทั้งเมือง
เ้าหน้าที่จากสำนักัครามเดินขึ้นมาบนแท่นพิธี ในมือถือกล่องไม้ที่ภายในมีป้ายชื่อของผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่อยู่ เขาล้วงหยิบป้ายชื่อแรกขึ้นมา...
"คู่แรกของรอบรองชนะเลิศ!" เขากล่าวเสียงดัง "ไป๋หลิน แห่งตระกูลไป๋!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที! ใครกันที่จะต้องมาเผชิญหน้ากับไข่มุกแห่งการประลองครั้งนี้!
เ้าหน้าที่หยิบป้ายชื่อที่สองขึ้นมา...
"ปะทะ...อาทิตย์หมัดเหล็ก!"
โอ้!
ทั้งสนามแทบจะหยุดหายใจ! นี่มันคือการปะทะกันของสองขั้วอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด! สุดยอดแห่งความงดงามและความเร็ว ปะทะกับ สุดยอดแห่งพลังทำลายล้างและความแข็งแกร่ง! มันคือคู่ประลองในฝันที่ทุกคนอยากชม!
และนั่นก็หมายความว่า...
"และในคู่ที่สองของรอบรองชนะเลิศ..." พิธีกรกล่าวต่อโดยไม่จำเป็ต้องจับสลากอีกต่อไป "...เฟยหลง! จะต้องปะทะกับ...โม่จวิน!"
ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศ สวี่เจี๋ยที่ยืนอยู่ข้างสนามก็หน้าซีดเผือด เขารีบกระซิบกับเฟยหลงด้วยเสียงสั่นเทา "แย่แล้ว...แย่ที่สุดเลยเฟยหลง! โม่จวิน! เขาอันตรายที่สุดในบรรดาสี่คนนี้แล้ว! เขาไม่ได้สู้ซึ่งๆ หน้า แต่อาศัยเข็มพิษและยาพิษที่มองไม่เห็น! คู่ต่อสู้ของเขาทั้งสองคนก่อนหน้านี้ต่างก็ล้มลงไปอย่างปริศนาโดยที่โม่จวินแทบไม่ได้แตะตัวเลย! นี่มัน...เป็การต่อสู้ที่วิชาของเ้าอาจจะไร้ผลที่สุด!"
เฟยหลงหันไปมองคู่ต่อสู้คนต่อไปของเขา...โม่จวินเป็เด็กหนุ่มร่างโปร่งบาง ใบหน้าซีดขาวราวกับคนป่วย ริมฝีปากของเขามีรอยยิ้มจางๆ ที่ดูน่าขนลุกประดับอยู่เสมอ เขาสบตากับเฟยหลง...แล้วค่อยๆ แลบลิ้นเลียริมฝีปากของตัวเอง...มันเป็ท่าทีที่ไม่ได้แสดงความเป็มิตรเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเต็มไปด้วยความมั่นใจอันน่าขนพองสยองเกล้า
เฟยหลงรู้สึกได้ถึงอันตรายในรูปแบบที่แตกต่างออกไป...
มันไม่ใช่พลังที่แข็งกร้าวเหมือนภูผา...ไม่ใช่ความเร็วที่ว่องไวเหมือนสายลม...แต่มันคือความตายอันเงียบเชียบที่คืบคลานเข้ามาโดยไร้ร่องรอย...
การรับรู้และพลังปราณภายในของเขาจะสามารถป้องกันภัยคุกคามที่มองไม่เห็น ััไม่ได้ และไม่ได้ยินนี้ได้อย่างไร? นี่คือบททดสอบที่น่าหวาดหวั่นที่สุดเท่าที่เขาเคยเผชิญมา