ตอนที่ 14 ระดับกลาง
เช้าวันรุ่งขึ้น
เพชรออกจากโรงแรมด้วยความกระฉับกระเฉง หลังจากที่มาถึงโลกใบนี้ เขายังไม่มีโอกาสได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างแท้จริง วันนี้เขาตัดสินใจที่จะออกไปเดินสำรวจเมือง เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับนักเดินทางและค้นหาคำตอบเกี่ยวกับประตูมิติประหลาดที่เขาเคยเห็น นอกจากนี้ เขายัง้าหาซื้ออุปกรณ์จำเป็สำหรับการเดินทางของเขาด้วย
เพชรเดินไปตามถนนพลางครุ่นคิดถึงเื่ราวต่างๆ จนกระทั่งเขามาหยุดอยู่หน้าอาคารสามชั้นขนาดใหญ่ เมื่อมองเข้าไปข้างใน เขาเห็นผู้คนมากมายกำลังเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ทั้งเสื้อผ้าและอาวุธ เพชรตัดสินใจเดินเข้าไปในร้าน
"ยินดีต้อนรับค่ะ" เสียงหวานใสกล่าวทักทาย
พนักงานต้อนรับหญิงสาววัยประมาณ 19-20 ปี ผมสั้นเสมอหู ใบหน้าจิ้มลิ้ม สูงประมาณ 165 เิเ สวมชุดเครื่องแบบสีฟ้าอ่อน ยิ้มแย้มต้อนรับเขาอย่างเป็มิตร
สวัสดีครับ" เพชรตอบกลับด้วยรอยยิ้ม "ผมกำลังมองหาอุปกรณ์สำหรับการเดินทางครับ มีชุดเกราะและอาวุธแนะนำไหมครับ?"
"แน่นอนค่ะ" พนักงานสาวตอบ "ร้านของเรามีสินค้าให้เลือกมากมาย เชิญทางนี้เลยค่ะ"
เธอพาเพชรเดินเข้าไปด้านในร้าน ภายในร้านแบ่งออกเป็หลายโซน แต่ละโซนเต็มไปด้วยสินค้าหลากหลายประเภท มีทั้งชุดเกราะหนัง ชุดเกราะเหล็ก ดาบสั้น ดาบยาว ธนู และอื่นๆ อีกมากมาย
เพชรเดินสำรวจสินค้าแต่ละชิ้นอย่างละเอียด เขาลองสวมชุดเกราะหลายชุด และทดสอบความคมของดาบแต่ละเล่ม ในที่สุด เขาก็พบชุดเกราะหนังสีดำที่กระชับพอดีตัว และดาบยาวสีเงินที่คมกริบ
"ผมเอาชุดเกราะชุดนี้กับดาบเล่มนี้ครับ" เพชรบอกพนักงานสาว
"ได้เลยค่ะ" พนักงานสาวตอบ "นอกจากนี้ คุณ้าอุปกรณ์อื่นๆ อีกไหมคะ?"
"มีแผนที่และเข็มทิศไหมครับ?" เพชรถาม
"มีค่ะ" พนักงานสาวตอบ "เชิญทางนี้ค่ะ"
เธอพาเพชรไปยังโซนอุปกรณ์เดินทาง ที่นั่น เขาสามารถหาแผนที่ เข็มทิศ กระเป๋าเป้ และอุปกรณ์จำเป็อื่นๆ ได้ครบถ้วน
หลังจากเลือกซื้อสินค้าเสร็จ เพชรก็จ่ายเงินและออกจากร้าน เขารู้สึกพร้อมสำหรับการเดินทางครั้งใหม่แล้ว เขาเดินไปตามถนน โดยมีชุดเกราะและดาบติดตัว เขาตั้งใจที่จะสำรวจเมืองนี้ให้ทั่ว
เพชรเดินสำรวจเมืองไปเรื่อยๆ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีส้มอ่อนๆ แสงอาทิตย์สาดส่องลงมากระทบกับตึกรามบ้านช่องที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง เขาเดินผ่านร้านค้าต่างๆ ที่มีสินค้าแปลกตามากมาย จนกระทั่งสายตาของเขาเหลือบไปเห็นบริเวณหนึ่งที่มีร้านอาหารตั้งเรียงรายอยู่เป็จำนวนมาก
"ร้านอาหารเยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?" เพชรพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย ั้แ่เขามาถึงโลกใบนี้ เขายังไม่ได้ลิ้มลองรสชาติอาหารเลยสักครั้ง ด้วยพลังงานในร่างกายที่เพียงพอ ทำให้เขาไม่รู้สึกหิว แต่ภาพของอาหารนานาชนิดที่วางเรียงรายอยู่หน้าร้าน ก็กระตุ้นความสนใจของเขาจนอดไม่ได้ที่จะลอง
เพชรเดินเข้าไปใกล้ร้านอาหารร้านหนึ่ง และเอ่ยถามชายคนหนึ่งที่กำลังเดินผ่านไปมา
"ขอโทษนะครับ ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ?"
ชายคนนั้นหันมามองเพชรด้วยสายตาที่เป็มิตร
"ได้สิ มีอะไรให้ช่วยเหรอ?"
"คือว่า...ทำไมที่นี่ถึงมีร้านอาหารเยอะขนาดนี้ล่ะครับ? ทั้งๆ ที่...เอ่อ...พลังงานก็เพียงพออยู่แล้วนี่ครับ" เพชรถามด้วยความสงสัย
ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตอบ
"อ้อ...คุณคงเพิ่งมาที่โลกนี้สินะ ถึงที่นี่พลังงานจะสำคัญที่สุด แต่รสชาติของอาหารก็เป็สิ่งที่ขาดไม่ได้เหมือนกันนะ มันเป็ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้ชีวิตมีสีสันมากขึ้น แถมอาหารบางชนิดยังมีคุณสมบัติในการฟื้นฟูพลังงานได้อีกด้วยนะ"
ชายคนนั้นยิ้มให้เพชร ก่อนจะเดินจากไป เพชรยืนนิ่งครุ่นคิดถึงคำพูดของชายคนนั้น เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า แม้แต่ในโลกที่พลังงานเป็สิ่งสำคัญที่สุด อาหารก็ยังมีบทบาทสำคัญในการเติมเต็มความสุขให้กับผู้คน
เพชรผลักประตูไม้โอ๊คขนาดใหญ่ของ "ภัตตาคารแสงดาว" เข้าไป กริ่งลมที่แขวนอยู่เหนือประตูส่งเสียงดังกังวานคลอไปกับเสียงดนตรีบรรเลงเปียโนเบาๆ ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น แสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมไฟระย้าส่องประกายระยิบระยับสะท้อนกับเครื่องเงินบนโต๊ะอาหาร ผนังร้านประดับด้วยภาพวาดทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่ดวงดาวส่องแสงเป็ประกาย
พนักงานต้อนรับในชุดเครื่องแบบสีดำสนิทเดินเข้ามาหาเพชรด้วยรอยยิ้มอบอุ่น "สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่ภัตตาคารแสงดาว เชิญทางนี้ครับ"
พนักงานต้อนรับผายมือไปยังโต๊ะริมหน้าต่างที่มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองยามค่ำคืน เพชรเดินตามพนักงานต้อนรับไปยังโต๊ะนั้น เขาหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้กำมะหยี่นุ่มสบายและมองไปรอบๆ ร้าน ลูกค้าหลายคู่กำลังนั่งทานอาหารกันอย่างมีความสุข บางคู่กำลังกระซิบกระซาบพูดคุยกัน บางคู่กำลังจ้องตากันอย่างหวานซึ้ง
"รับอะไรดีครับ?" พนักงานเสิร์ฟในชุดเครื่องแบบสีขาวสะอาดเดินเข้ามาพร้อมเมนูในมือ
"ผมขออาหารขึ้นชื่อของร้าน 2-3 อย่างครับ" เพชรสั่ง
"ได้เลยครับ" พนักงานเสิร์ฟยิ้ม "เมนูขึ้นชื่อของร้านเรามีหลายอย่างครับ ไม่ว่าจะเป็สเต็กเนื้อวากิวที่นุ่มละลายในปาก ซุปเห็ดทรัฟเฟิลที่หอมกรุ่น หรือปลาแซลมอนย่างซอสเทริยากิที่รสชาติกลมกล่อม คุณลูกค้าสนใจเมนูไหนเป็พิเศษไหมครับ?"
เพชรครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า "ผมขอสเต็กเนื้อวากิว ซุปเห็ดทรัฟเฟิล และปลาแซลมอนย่างครับ"
"ได้เลยครับ" พนักงานเสิร์ฟจดรายการอาหารลงในสมุด ก่อนจะกล่าวว่า "รอสักครู่นะครับ อาหารจะมาเสิร์ฟในเร็วๆ นี้"
พนักงานเสิร์ฟเดินจากไป เพชรมองไปรอบๆ ร้านอีกครั้ง เขาสังเกตเห็นว่าลูกค้าแต่ละโต๊ะกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศที่แสนโรแมนติก บางโต๊ะกำลังจิบไวน์รสเลิศ บางโต๊ะกำลังทานขนมหวานที่ตกแต่งอย่างสวยงาม เพชรเริ่มรู้สึกผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับบรรยากาศของภัตตาคารแสงดาวแห่งนี้
ไม่นานนัก อาหารที่เขาสั่งก็ถูกนำมาเสิร์ฟ สเต็กเนื้อวากิวถูกย่างมาอย่างพอดี มีน้ำซอสเข้มข้นราดอยู่บนชิ้นเนื้อ ซุปเห็ดทรัฟเฟิลมีกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ปลาแซลมอนย่างถูกจัดวางอย่างสวยงามบนจาน เพชรเริ่มลงมือรับประทานอาหารแต่ละจานอย่างช้าๆ เขาลิ้มรสชาติของอาหารแต่ละคำอย่างตั้งใจ และพบว่าอาหารทุกจานอร่อยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ เพชรก็รู้สึกอิ่มและมีความสุข เขาจ่ายเงินและออกจากภัตตาคารแสงดาวด้วยความรู้สึกประทับใจ
หลังจากที่เพชรออกจากภัตตาคารแสงดาว เขาก็เดินกลับไปยังโรงแรมที่พักด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ วันนี้เขาได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายเกี่ยวกับโลกใบนี้ ทั้งเื่อาหารการกิน วัฒนธรรม และระบบนักเดินทาง
เมื่อกลับถึงห้องพัก เพชรก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มๆ เขาหลับตาลงและทบทวนเื่ราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ เขาคิดถึงรสชาติอาหารที่แสนอร่อย บรรยากาศอบอุ่นของภัตตาคารแสงดาว และเื่ราวเกี่ยวกับสมาคมนักเดินทาง
"พรุ่งนี้ฉันจะไปที่สมาคมนักเดินทางเพื่อเลื่อนระดับ" เพชรพึมพำกับตัวเอง "ฉันต้องแข็งแกร่งขึ้น เพื่อที่จะได้ค้นหาความจริงเกี่ยวกับประตูมิติประหลาดนั้น"
เพชรนึกถึงข้อมูลที่เขาได้ยินเกี่ยวกับระดับนักเดินทาง ระดับเริ่มต้นอยู่ที่ 1-30 ระดับกลางอยู่ที่ 31-60 ระดับสูงอยู่ที่ 61-90 และระดับตำนานอยู่ที่ 91-99 ส่วนระดับ 100 นั้น ว่ากันว่ายังไม่มีใครเคยไปถึง และผู้ที่ไปถึงระดับ 100 จะสามารถเดินทางออกจากโลกนี้ได้
"ระดับ 100..." เพชรพึมพำ "มันจะเป็อย่างไรกันนะ?"
เพชรตัดสินใจที่จะพักผ่อน เขาตั้งใจที่จะนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางไปยังสมาคมนักเดินทางในวันพรุ่งนี้
เช้าวันรุ่งขึ้น เพชรตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น เขาอาบน้ำแต่งตัวและลงไปทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม หลังจากทานอาหารเสร็จ เขาก็ออกเดินทางไปยังสมาคมนักเดินทาง
สมาคมนักเดินทางเป็อาคารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ภายในอาคารมีนักเดินทางมากมายที่กำลังทำภารกิจต่างๆ เพชรเดินเข้าไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์และแจ้งความประสงค์ที่จะเลื่อนระดับ
พนักงานต้อนรับยิ้มให้เพชรและแจ้งให้เขาทราบถึงขั้นตอนการเลื่อนระดับ
พนักงานหนุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบสถานะบุคคลประจำสมาพันธ์นักเดินทางได้ทำการตรวจสอบข้อมูลของเพชรอย่างละเอียดถี่ถ้วน เขาใช้เครื่องมือวิเคราะห์พลังงานเวทมนตร์และอุปกรณ์ตรวจสอบสถานะขั้นสูงที่ติดตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานของเขา เพื่อประเมินระดับพลังและความสามารถพิเศษของเพชร
แต่แล้วสีหน้าของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปจากความมั่นใจเป็ความฉงนสนเท่ห์ เขาก้มหน้าลงมองจอภาพอีกครั้ง พยายามปรับแต่งค่าการตรวจสอบ แต่ก็ไม่เป็ผล สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอมีเพียงฉายา 'จักพรรดิเนินสีเื' ของเพชรเท่านั้น ข้อมูลอื่นๆ ถูกบดบังด้วยพลังลึกลับ ทำให้เขาไม่สามารถเข้าถึงสถานะที่แท้จริงของเพชรได้
'อย่าล้อเล่นสิครับ!' พนักงานอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงเจือความใและไม่เชื่อสายตา เขาเงยหน้าขึ้นมองเพชรด้วยความสงสัย 'เป็ไปไม่ได้!' เขากล่าวกับเพชร 'ผู้ที่ได้รับฉายา 'จักพรรดิ' นั้น จะต้องมีระดับพลังอย่างน้อย 91 ขึ้นไป ซึ่งเป็ระดับที่สูงมาก
"ผมมาขอเลื่อนระดับเป็ระดับกลางจริงๆ" เพชรกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็าและนิ่งสนิท ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีเงินวาววับ ราวกับน้ำแข็งที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสิ่งรอบกาย
พนักงานหนุ่มถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย เขาเริ่มคิดทบทวนถึงความเป็ไปได้ต่างๆ ในใจ 'หรือว่าเขาจะเป็นักเดินทางระดับสูงที่ปลอมตัวมา?' เขาครุ่นคิด 'ผู้ที่มีฉายา 'จักพรรดิ' นั้นหายากยิ่งนัก ส่วนมากคนพวกนี้จะอยู่เมืองหลวงของแดนกลาง หรือบางทีเขาอาจจะเดินทางมาจากเมืองหลวงเพื่อมาทำภารกิจพิเศษที่ต้องปกปิดตัวตน' ความคิดนี้ทำให้เขารู้สึกผิดที่สงสัยในตัวเพชร
"ขออภัยที่เสียมารยาทครับ" พนักงานกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพและนอบน้อม ก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพ "ผมจะรีบออกป้ายระบุสถานะนักเดินทางระดับกลางให้ทันทีครับ" เขาเริ่มพิมพ์ข้อมูลลงในอุปกรณ์เวทมนตร์อย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว นิ้วมือของเขาขยับไปบนแป้นพิมพ์ด้วยความชำนาญ ก่อนที่จะยื่นบัตรประจำตัวนักเดินทางระดับกลางให้กับเพชรด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย
บัตรประจำตัวนักเดินทางเปล่งแสงสีทองอ่อนๆ พร้อมกับปรากฏข้อมูลของเพชรในระดับกลางอย่างชัดเจน พนักงานถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาคิดว่าเขาเกือบจะทำผิดพลาดครั้งใหญ่ไปแล้ว 'โชคดีที่เขาไม่ได้โกรธ' พนักงานคิดในใจ