“สือซื่อ! นังหญิงชั่ว เจ้าออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้ หากไม่ออกมา ข้าจะเฆี่ยนบุตรสาวของเจ้าให้ตายแล้วปล่อยให้นางกลายเป็นผีเฝ้าจวนตระกูลสืออยู่ที่นี่” นายท่านใหญ่เซี่ยตะโกนเสียงดัง
สือซื่อได้ยินว่าสามีจะทำร้ายบุตรสาว นางรีบเดินออกมาด้วยความไม่พอใจ “เจ้าจะทำอะไร! ปล่อยหมิงจูเดี๋ยวนี้นะ เพื่อหญิงแพศยากับบุตรนอกสมรสนั่น เจ้าถึงกับจะทำร้ายบุตรสาวของตัวเองเชียวหรือ”
“ต้องโทษที่นางมีมารดาใจร้ายอย่างเจ้า หากเจ้าไม่ลักพาตัวฮูหยินกับบุตรชายของข้าไป ข้าจะทำถึงขนาดนี้หรือ?”
“ลักพาตัว? เจ้าพูดเรื่องอะไร?” สือซื่อไม่เข้าใจ นางแค่วางยาสองแม่ลูกคู่นั้นไม่ใช่หรือ นางตั้งใจจะเอาเรื่องนี้มาต่อรองกับอดีตสามี หากเขาอยากได้ยาถอนพิษ เขาก็ต้องยอมปล่อยบุตรสาวให้มาอยู่ในความดูแลของนาง แต่สามีกำลังพูดอะไร ใครลักพาตัวใคร นางไม่ได้ทำ
“อย่ามาทำไขสือ เอาฮูหยินกับบุตรชายของข้าคืนมา!”
“ท่านแม่ ช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ ข้าไม่อยากถูกท่านพ่อเฆี่ยนตี” เซี่ยหมิงจูตะโกนเรียกมารดา ก่อนหน้านี้นางถูกบิดาทุบตีมาก่อนแล้ว เจตนาของบิดาบ่งบอกชัดเจนว่าเขาอยากฆ่านาง “ก่อนหน้านี้ท่านพ่อทุบตีข้ามาก่อนแล้ว ข้าจะไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่...ข้ากลัว”
“เซี่ยหวาง! ไอ้คนใจคอโหดเหี้ยม แม้แต่บุตรสาวแท้ๆ เจ้ายังทำได้ลงคอ หมิงจูเป็นลูกแท้ๆ ของเจ้านะ เจ้าทำร้ายนางได้อย่างไร”
“ข้าจะทำยิ่งกว่านี้หากเจ้าไม่คืนฮูหยินกับบุตรชายของข้ามา” นายท่านใหญ่เซี่ยกระชากผมบุตรสาวให้เงยหน้า “สือซื่อ เจ้าดูให้ดี หากเจ้ายังไม่คืนพวกเขามาให้ข้า ข้าจะทรมานหมิงจูต่อหน้าเจ้าตรงนี้”
“ข้าจะพาพวกเขามาคืนเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อข้าไม่ได้พาตัวพวกเขามา” สือซื่อน้ำตาไหลเมื่อมองเห็นใบหน้าที่มีแต่รอยช้ำและคราบน้ำตาของบุตรสาว “เซี่ยหวาง...หมิงจูคือบุตรสาวของเรานะ เจ้าอย่าทำร้ายนางอีกเลย ส่วนเรื่องสองแม่ลูกคู่นั้น ข้าไม่รู้เลยจริงๆ”
นายท่านใหญ่เซี่ยผลักเซี่ยหมิงจูลงไปกองกับพื้น เขาหวดแส้ใส่ร่างของนางหลายครั้งติดต่อกัน เสียงกรีดร้องของนางดังขึ้นจนผู้คนแถวนั้นเริ่มเข้ามามุงดู สือต้าเฉียงที่เดินตามท่านปู่กับท่านป้าออกมาก็เห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่ดีแล้ว ทั้งในมือของเขาก็ยังถือสัญญาหมั้นหมายที่เพิ่งเขียนโดยที่หมึกยังไม่ทันแห้งดีอยู่ในมือ หากเขาไม่ออกหน้าช่วยเหลือเซี่ยหมิงจู ท่านปู่กับท่านป้าก็คงจะถอนหมั้น ถ้าเป็นอย่างนั้นเซี่ยไห่ถังก็จะหลุดมือเขาไป อีกเรื่องที่คงจะหลีกไม่พ้นคือชาวบ้านจะต้องวิจารณ์ที่เขาใจจืดใจดำมองดูคู่หมั้นถูกเฆี่ยนตีอยู่แน่
“ท่านลุงเขยโปรดหยุดมือก่อนขอรับ” สือต้าเฉียงวิ่งเข้าไปกอดเซี่ยหมิงจูไว้ ทำให้เขาโดนแส้หวดลงกลางแผ่นหลังเต็มๆ ชุดสีขาวที่เขาสวมใส่อยู่จึงปรากฏรอยเลือดขึ้นอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่านายท่านใหญ่เซี่ยลงมือหนักเพียงใด
“เจ้าหลบไป! เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า หากเจ้ายังไม่ฟังก็อย่าหาว่าข้าใจดำ” นายท่านใหญ่เซี่ยยังกำแส้ในมือแน่น
“ท่านลุงเขย ที่ท่านป้าพูดมาคือเรื่องจริง ตั้งแต่วันที่ท่านป้าย้ายกลับมา ท่านป้าก็อยู่ในแต่จวนไม่ได้ออกไปไหน ดังนั้นคนที่ท่านกำลังตามหาจึงไม่ได้อยู่ในจวนสือของเราแน่นอนขอรับ” สือต้าเฉียงบอก จากนั้นเขาก็ก้มลงมองเซี่ยหมิงจู “หมิงจู เจ้าไม่ต้องกลัว พี่ชายจะปกป้องเจ้าเอง”
ใบหน้าอันหล่อเหลาและท่าทางที่แสนอ่อนโยน บวกกับน้ำเสียงที่ดูจริงใจของสือต้าเฉียงทำให้ชาวบ้านแทบจะน้ำตาไหลไปกับฉากอันแสนเศร้านี้
‘นี่ไม่ใช่ท่านหมอสือแห่งเซี่ยไห่ถังหรือ? ช่างเป็นหมอหนุ่มที่จิตใจดีและอ่อนโยนจริงๆ’
‘เขาเข้าไปปกป้องคุณหนูหมิงจูจนตัวเองโดนแส้ไปด้วย ดูที่รอยเลือดด้านหลังนั่นสิ เขาไม่นึกห่วงตัวเองบ้างเลย’
‘เคยได้ยินมาว่ามารดาของคุณหนูหมิงจูเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็ก ที่เขาปกป้องคุณหนูหมิงจูคงเพราะอยากตอบแทนบุญคุณ’
‘หากเป็นเช่นนั้นก็หมายความว่าท่านหมอสือมีความกตัญญูอย่างยิ่ง’
สือต้าเฉียงได้ยินเสียงวิจารณ์ของชาวบ้านก็แอบยิ้ม ชื่อเสียงของเขาในเวลานี้ดีขึ้นอีกหลายเท่าเลยทีเดียว
“นายท่านใหญ่เซี่ย ท่านช่วยบอกกล่าวให้ตาเฒ่าคนนี้เข้าใจสักหน่อยว่าที่ท่านมาทำร้ายคนในครอบครัวของข้าในวันนี้เป็นเพราะสาเหตุใด” นายท่านผู้เฒ่าสือที่เห็นหลานชายกับหลานสาวถูกทำร้ายก็เริ่มไม่พอใจ เขาอยากจะตะโกนด่าอดีตลูกเขยเป็นอย่างมาก แต่จะให้ชาวบ้านเห็นกิริยาที่ไม่เหมาะสมนั้นไม่ได้ อย่างไรเขาก็ได้ชื่อว่าเป็นท่านปู่ของสือต้าเฉียง เวลานี้หลานชายมีชื่อเสียงที่ดีไม่น้อย เขาจะทำให้หลานชายถูกวิจารณ์เพราะอารมณ์ร้ายๆ ของตัวเองไม่ได้
“นายท่านผู้เฒ่าสือ ท่านไม่รู้จริงๆ หรือว่าบุตรสาวและหลานสาวของท่านทำชั่วอะไรไว้บ้าง” นายท่านใหญ่เซี่ยชี้หน้าอดีตภรรยาอย่างเคียดแค้น “บุตรสาวตัวดีของท่านทำร้ายฮูหยินกับบุตรชายของข้า ทั้งยังลักตัวพวกเขามาด้วย หากท่านจะถามหาหลักฐานข้าย่อมไม่มี แต่ที่เรือนของข้าพบรอยเลือดอยู่กองหนึ่ง ทั้งฮูหยินและบุตรชายของข้าก็หายตัวไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ผู้หญิงใจดำคนนี้ย้ายออกมา หากไม่ใช่นางทำแล้วจะเป็นใคร? ส่วนเซี่ยหมิงจูน่ะหรือ ข้าตั้งใจจะให้นางใช้ชีวิตดีๆ อยู่ในตระกูลเซี่ย แต่หลายวันมานี้นางทำอะไร นางออกไปเที่ยวเล่นอยู่ข้างนอกทุกวัน ข้าหลงคิดว่านางคงสะเทือนใจที่ข้ากับมารดาของนางหย่ากัน ข้าจึงปล่อยให้นางได้ทำตามใจ แต่เรื่องจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้น นางไปทำพิธีสาปแช่งฮูหยินกับบุตรชายของข้า พวกท่านดูสิ่งที่นางทำ!”
นายท่านใหญ่เซี่ยขว้างตุ๊กตาผ้าที่เขียนชื่อเจินซื่อกับเซี่ยอวี้ไว้อย่างชัดเจน บนตุ๊กตาเต็มไปด้วยเข็มที่ปักคาอยู่จนแทบจะไม่เหลือที่ว่าง ถ้าสิ่งนี้ไม่ใช่การสาปแช่งแล้วจะเรียกว่าอะไร
สือต้าเฉียงตกใจในช่วงแรก แต่รอยยิ้มเล็กๆ กลับปรากฏขึ้น ยังไม่ทันข้ามวันเขาก็มีข้ออ้างที่จะปฏิเสธงานแต่งงานครั้งนี้แล้ว
“หมิงจู! เจ้า...เจ้าทำเรื่องพวกนี้จริงหรือ?”
สือซื่อถามบุตรสาวอย่างไม่อยากจะเชื่อ นางรู้นิสัยของบุตรสาวดี แม้ว่าบุตรสาวจะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นและขี้โมโห แต่การที่บุตรสาวจะไปทำพิธีสาปแช่งด้วยมนตร์ดำเช่นนี้คงเป็นไปไม่ได้ ในแคว้นต้าเยี่ยนมีใครไม่รู้บ้างว่ามนตร์ดำเป็นสิ่งต้องห้าม หากทางการจับได้ โทษมีแต่ประหารเท่านั้น
“หมิงจู เจ้าทำมันจริงหรือ? เจ้าไม่รู้หรือว่าหากมีคนพบเข้า เจ้าจะถูกตัดสินความผิด นี่มันเป็นข้อห้ามของแคว้นเชียวนะ” สือซื่อคุกเข่าลงตรงหน้าบุตรสาว
เซี่ยหมิงจูถูกเฆี่ยนจนแทบจะสลบอยู่แล้ว นางไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะเปล่งเสียงออกมา นางทำได้เพียงส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่เป็นไร ต่อให้เป็นเจ้าที่ทำแม่ก็จะออกหน้ารับผิดแทนเจ้าเอง” สือซื่อร้องไห้ก่อนจะหันไปมองสือต้าเฉียง “หากมีอะไรเกิดขึ้นกับข้า ขอให้เจ้าดูแลหมิงจูแทนข้าด้วย”
ยังไม่ทันที่สือต้าเฉียงจะเอ่ยวาจา เจ้าหน้าที่ทางการกลุ่มใหญ่ก็เดินมาหยุดที่หน้าประตูจวนสกุลสือแล้ว
“โปรดหลีกทางให้เจ้าหน้าที่ทางการ นายอำเภอมีคำสั่งให้เรามาจับคนร้ายเพื่อไปไต่สวน” หัวหน้านักการกัวเดินเข้ามา “สือซื่อ มีคนฟ้องร้องเจ้าข้อหาพยายามฆ่า ขอให้เจ้าตามเราไปที่ที่ว่าการอำเภอเดี๋ยวนี้”
“เซี่ยหวาง...เจ้าถึงกับไปแจ้งทางการเพื่อให้มาจับข้าเชียวหรือ” สือซื่อหันไปมองอดีตสามีทั้งน้ำตา
“ไม่! ไม่ใช่ข้า” นายท่านใหญ่เซี่ยปฏิเสธ แต่เมื่อนึกขึ้นได้เขาก็เปลี่ยนท่าที “หากข้าเป็นคนไปแจ้งทางการแล้วจะทำไม ในเมื่อเจ้าไปลักพาตัวฮูหยินกับบุตรชายของข้ามา ขอแค่เจ้าคืนพวกเขามาให้ข้า ข้าก็จะไม่เอาความกับเจ้า”
หัวหน้านักการกัวหันไปมองนายท่านใหญ่เซี่ย “เจ้าคือเซี่ยหวาง นายท่านใหญ่ตระกูลเซี่ยใช่หรือไม่ ในเมื่ออยู่ที่นี่แล้ว เจ้าก็ตามเราไปที่ที่ว่าการอำเภอด้วยเสียเลย”
“ทำไมข้าต้องตามพวกเจ้าไปด้วย ข้ากับนางหย่ากันแล้ว ต่อให้นางทำความผิดร้ายแรง ข้าก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ” นายท่านใหญ่เซี่ยบอก
“แน่นอนว่าความผิดของนางย่อมไม่เกี่ยวกับเจ้า เพราะความผิดของเจ้า ข้าไม่สามารถประกาศออกมาได้หมดจริงๆ” หัวหน้านักการกัวหันไปสั่งลูกน้อง “มาพาตัวเซี่ยหวางไป!”
นายท่านใหญ่เซี่ยกับสือซื่อถูกนักการจับตัวไปที่ที่ว่าการอำเภอโดยไม่ทันตั้งตัว นายท่านผู้เฒ่าสือแทบจะล้มทั้งยืน บุตรสาวของเขาถูกฟ้องร้องข้อหาพยายามฆ่าอย่างนั้นหรือ? เป็นไปไม่ได้ แม้บุตรสาวของเขาจะมีนิสัยเด็ดเดี่ยว แต่เรื่องจะให้นางไปสังหารผู้อื่น นางไม่มีทางทำอย่างนั้น
“ต้าเฉียง เจ้าตามปู่ไปที่ที่ว่าการอำเภอเดี๋ยวนี้เลย ท่านป้าของเจ้าต้องถูกคนใส่ร้ายเป็นแน่ ต้องเป็นคนตระกูลเซี่ยที่อยากใส่ร้ายนาง” นายท่านผู้เฒ่าสือบอกกับหลานชายอย่างร้อนใจ
“แล้วน้องหมิงจูเล่าขอรับ” สือต้าเฉียงก้มลงมองเซี่ยหมิงจูที่เวลานี้ได้สลบไปเรียบร้อยแล้ว
“เช่นนั้นพานางไปที่เซี่ยไห่ถัง ปล่อยให้หมอที่นั่นรักษานางไปก่อน ที่นั่นยังมีอาจารย์กับศิษย์พี่ศิษย์น้องของเจ้าอยู่ไม่ใช่หรือ”