- ตอนที่ 13 -
เซียวิมองกระบวนท่ากระบี่ตรงหน้าอย่างสนใจ ดูเหมือนจะมีตำราเกี่ยวกับกระบวนท่ากระบี่อยู่ที่ห้องลับหรือเปล่านะ ถ้าจำไม่ผิด
“ระวัง!!”
เซียวิเบี่ยงตัวหลบวิถีกระบี่ที่พุ่งเข้ามาอย่างง่ายดาย มือเรียวยกพัดขึ้นก่อนจะฟาดเข้าที่แขนอีกฝ่ายเต็มแรง แม้เขาอยากจะใส่พลังปราณลงไปด้วยก็ตามแต่ว่าจะให้หักแขนว่าที่เ้าบ่าวของน้องสาวก็ดูจะใจร้ายเกินไป ถ้าแขนขาอยู่ไม่ครบอีกฝ่ายจะดูแลน้องสาวเขาได้ยังไงกัน หึหึ เซียวิใช้พัดฟาดไปตามร่างกายอีกฝ่าย ภายนอกอาจจะดูเหมือนถูกพัดกระแทกด้วยแรงอันน้อยนิด หากแต่จริงแล้วเขาใส่พลังปราณลงไปด้วย
“อึก! หลานเซียวิ!!” ไป๋เซี่ยขบกรามแน่นก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้น เรี่ยวแรงเหือดหายร่างกายเจ็บไปทุกส่วน เขาไม่อยากจะเชื่อว่าเขาแพ้เกอที่แค่แรงเชือดไก่ยังไม่มี อ่อนแอยิ่งกว่าอิสตรี แล้วทำไม
“ท่านยังอยากจะสู้อีกหรือไม่ ข้ายังไม่ได้เหงื่อเลยขอรับ” เซียวิขยับพัดสร้างลมคลายร้อน
“เ้า!!” ไป๋เซี่ยกระอักเืออกมากองโต เขาไม่เข้าใจเพียงแค่ถูกพัดนั่นกระแทกไม่แรงนักเหตุใดร่างกายถึงได้รับาเ็มากถึงเพียงนี้ เขาแพ้แล้ว
“อย่ากังวลเลยคุณชายรอง หากท่าน้าแต่งงานกับข้าก็มีแต่ต้องชนะข้าเท่านั้น ตอนนี้ท่านพ่ายแพ้แล้ว กลับไปรักษาตัวก่อนเถิด” เซียวิเอ่ยอย่างมีไมตรี
“ตามที่ตกลงกันไว้ เราจะส่งคนมารับเวลาตกฟากของคุณหนูรอง” ผู้าุโไป๋สั่งให้คนประคองไป๋เซี่ยขึ้นจากพื้น
“เช่นนั้นพาคุณชายรองไปที่เรือนใหญ่ก่อนท่านหมอยังรักษาหงเอ่อร์อยู่” เทียนหยางยกยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นสภาพอีกฝ่ายถูกบุตรเกอของตนทุบตีจนสิ้นสภาพ
“รบกวนเ้าแล้ว” ผู้าุโไป๋มองดูเซียวิก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย บางทีเขาน่าจะให้เ้าใหญ่มาท้าประลองกับเด็กคนนี้ ถ้าได้เกอคนนี้มาเป็ผู้ให้กำเนิดหลานตระกูลเขาจะต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้
“เชิญขอรับ”
“ข้าจะกลับไปพักที่เรือนก่อนขอรับท่านพ่อ การออกแรงมากทำข้าเหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก” เซียวิหยิบผ้าเช็ดหน้าแสร้งยกขึ้นมาเช็ดไปตามใบหน้า
“เ้ากลับไปพักที่เรือนเถิดทางนี้พ่อจะดูแลเอง” เทียนหยางกล่าวจบก็เดินกลับไปที่เรือนใหญ่
เซียวิมองตามแผ่นหลังของบิดาหายลับไปกับตา ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ในที่สุดก็จัดการปัญหากวนใจเสร็จสักที
“คุณชายได้รับาเ็ตรงที่ใดหรือไม่เ้าค่ะ” เหยารีบเข้ามาดูาแเ้านายน้อยทันที
“เขาทำให้ข้าเสียเหงื่อไม่ได้ด้วยซ้ำ ในที่สุดตัวยุ่งยากก็ไปได้ซะที กลับเรือนกันก่อนข้ามีเื่จะสอบถามพวกเ้า” เซียวิเดินกลับเรือนของตนทันที
หลังจากกลับถึงเรือนเขาก็ได้จิบชาดื่มด่ำกับรสชาติของขนมยามว่างเสียที ตอนนี้สหายรักยังไม่ได้มอบภารกิจอะไรที่เป็ชิ้นเป็อันนอกจากสำนักพยัคฆ์เมฆา ไม่รู้ว่าจะมีข่าวอะไรเล็ดรอดออกมาบ้างหรือไม่ แต่เพศสภาพของเขาในตอนนี้อาจจะเป็ปัญหาในการสมัครเข้าทดสอบ ยุ่งยากใจนัก
“พวกเ้ารู้จักสำนักพยัคฆ์เมฆาหรือไม่”
“พวกเขาจะเปิดรับศิษย์ในหนึ่งเดือนที่จะถึงนี้ขอรับ ว่าแต่คุณชายสนใจสำนักพยัคฆ์เมฆาหรือขอรับ” ปินเอ่ยขึ้น
“อืม ไม่ขอปิดบังว่ามีบางสิ่งที่ข้าสนใจอยู่ที่นั่น” เซียวิยกยิ้มเล็กน้อยยามนึกถึงเป้าหมายของตัวเอง
“ข้าขอเสียมารยาทขอรับ ท่านสนใจสิ่งใดที่นั่น” ปู่เซินมองใบหน้างดงามที่ประดับด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย ถึงจะพอรู้ว่าเ้านายผู้นี้มีพลังปราณแต่สำนักพยัคฆ์เมฆาไม่ใช่ผู้ใดก็สามารถเข้าไปศึกษาได้ อีกทั้งนายของเขาไม่ได้เอ่ยถึงการศึกษาแต่เอ่ยถึงสิ่งที่สนใจบางอย่างที่นั่น
“ข้าอยากได้สัตวฺเลี้ยงสักสองสามตน แต่ข้ามิรู้ว่าทางสำนักพยัคฆ์เมฆานั้นจำกัดเพศสภาพหรือไม่ เพศพิเศษเช่นข้านั้นมีจำนวนน้อยนิดแต่ละคนทั้งบอบบางและเรี่ยวแรงน้อยกว่าสตรี นอกจากเป็ภรรยาอยู่เฝ้าเรือนแล้วคงไม่มีอย่างอื่นที่ทำได้ แต่ไม่ใช่สำหรับข้า ตัวข้านั้นโหยหาความแข็งแกร่ง ข้ามีความทะเยอทะยานเช่นบุรุษทุกคน เื่สำคัญกว่าก็คือ ข้าไม่อยากมีสามีจึงต้องแข็งแกร่งให้มากขึ้นเพื่อที่จะกดข่มบุรุษน่ารังเกียจเ่าั้” เซียวิยกยิ้มแสยะ เขานั้นแมนทั้งแท่ง! ถึงในยุคนี้จะเป็เพศพิเศษและขนาดน้องชายจะค่อนข้างนุบนิ๊บไปหน่อย แต่นั่นก็ไม่สำคัญที่สำคัญคือเขาไม่อยากเป็เมียใคร!!
“เ้านายจะไม่แต่งงานหรือขอรับ” คุนเอ่ยขึ้นด้วยความใ
“ใช่! ข้าไม่อยากเป็อนุใครและข้าก็ไม่อยากใช้สามีร่วมกับใครทั้งนั้น! เพ่ยถ้าคิดจะมีข้าเป็เมียก็ต้องมีข้าคนเดียวเท่านั้น!” เซียวิเบ้ปากเล็กน้อย ไม่หรอกไม่มีทางเกิดขึ้นจริงขนาดเ้าไป๋เซี่ยนั่นงดงามแค่ไหนเขายังไม่รู้สึกอะไรสักนิด
“ข้าคิดว่ามันเป็ความคิดที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เ้าค่ะ ถ้าหากคุณชายเจอคนไม่ดีมารังแกจะทำเช่นไรเ้าคะ คุณชายจะต้องมีคู่ครองที่คอยปกป้องคุณชายเ้าค่ะ” หลินเอ่ยแย้งทันที
“ถ้าแข็งแกร่งกว่าข้าต่อให้เป็ปีศาจหรือมารข้าก็แต่ง” เซียวิกล่าวจบก็ยกถ้วยชามาจิบท่ามกลางสายตื่นตระหนกของบ่าวสนิท เอาเถิดถ้ามีคนแข็งแกร่งกว่าสหายรักของข้า ข้าคงต้องยอมแต่งด้วยแล้วล่ะ จริงไหมสหายรัก เ้าแข็งแกร่งที่สุดแล้วพ่อนิ้วทองคำ ฮ่าฮ่า
“เอาเถิดมันคงยังไม่ใช่เวลาสองสามปีนี้หรอก เอาเป็ว่าทางสำนักจะรับเกอเช่นข้าเป็ศิษย์หรือไม่นั้นยังมิรู้ ต่อให้เข้าไม่ได้ตัวข้าก็มิได้เสียใจแต่อย่างใดก็แค่ต้องลงแรงออกตามหาสัตว์เลี้ยงด้วยตัวเองเท่านั้น” เซียวิเอนตัวลงนอนอย่างผ่อนคลาย ภารกิจไม่มีก็ขอดื่มด่ำ่เวลาผ่อนคลายนี้เอาไว้ก่อนแล้วกัน
เรือนใหญ่ในตอนนี้เกิดความวุ่นวายเมื่อท่านหมอบอกกล่าวอาการาเ็ภายในของคุณชายรองไป๋ ทั้งที่พวกเขาต่างมองเห็นเป็เพียงการทุบตีที่ไร้เรี่ยวแรงเท่านั้น
“อย่ากังวลเลยขอรับเพียงดื่มเทียบยานี้และเดินลมปราณไม่นานอาการาเ็จะหายเป็ปกติขอรับ”
“ข้าคงต้องรบกวนเ้าไปส่งข้าและไป๋เซี่ยที่ตระกูลไป๋ เราจะได้หารือเื่งานแต่งงานครั้งนี้ด้วย”
“ได้ ข้าจะไปส่งท่านด้วยตัวเองขอรับ” เทียนหยางมองร่างไป๋เซี่ยด้วยความพึงพอใจ มันสมควรได้รับสิ่งนี้ ิเอ๋อร์เป็พี่ชายที่แสนดีเสียจริงช่วยแก้แค้นแทนน้องสาวที่ถูกทุบตีอย่างน่าสงสาร
“ท่านพ่อเกิดอะไรขึ้นขอรับเหตุใดอนุลู่ถึงได้ร้องไห้โวยวายเช่นนั้น” เทียนอี้มองความวุ่นวายในเรือน
“น้องสามของเ้าเจอหงเอ๋อร์แนบชิดกับไป๋เซี่ย ดูเหมือนไป๋เซี่ยจะโกรธนางจึงทำร้ายหงเอ๋อร์ต่อหน้าพ่อ ิเอ๋อร์จึงท้าประลองเพื่อเปลี่ยนตัวเ้าสาวเนื่องจากไป๋เซี่ยหยามเกียรติของิเอ๋อร์และเพื่อรักษาชื่อเสียงหงเอ๋อร์จึงคิดสละตัวเองให้หงเอ๋อร์ออกเรือนแทน แต่ไป๋เซี่ยไม่ยินยอมิเอ๋อร์ท้าประลองจนชนะ ตอนนี้ไป๋เซี่ยกับหงเอ๋อร์ถือเป็คู่หมั้นคู่หมายกัน” เทียนหยางปรายตามองร่างไปเซี่ยที่นอนไม่ได้สติอยู่ไม่ไกลนัก
“น้องสามชนะหรือขอรับ” เทียนหลิงกล่าวพลางเหลือบมองสภาพคุณชายรองไป๋ที่ขึ้นชื่อเื่วรยุทธ์ล้ำเลิศ
“ใช่ อาจเพราะไป๋เซี่ยทำร้ายหงเอ๋อรจนเจ็บหนักิเอ๋อร์จึงทุบตีเขาจนอยู่ในสภาพนั้น” เทียนหยาง
เทียนิเอ่ยแย้งในใจทันที ไม่มีทางที่น้องสามจะแก้แค้นแทนคนที่คิดฆ่าตัวเองได้หรอก ถึงน้องสามจะไม่แสดงท่าทีออกมาแต่ตัวเขาก็พอจะจับััอารมณ์คุกรุ่นนั้นได้บางทีน้องสามอาจมีแผนการบางอย่างในใจ ระวังตัวไว้น่าจะดีกว่า
“ข้าจะไปแจ้งเื่นี้แก่ท่านแม่เองขอรับ”เทียนอี้
“อืม พ่อฝากเ้าด้วย”
เทียนอี้มองบิดาจากไปกับคนตระกูลไป๋ หัวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์นัก สองขาก้าวเท้าไปยังทิศทางตรงข้ามกับเรือนมารดา เขามุ่งไปที่เรือนท้ายจวน
“พี่ใหญ่คิดจะไปไหนขอรับ” เทียนหลิงเดินตามพี่ชายมาไม่ห่าง
“ข้าจะไปน้องชายของเราสักหน่อย ข้าที่เป็พี่ชายควรไปถามไถ่อาการาเ็ของเขา” เทียนอี้ยกยิ้มมุมปาก
“ตอนนี้น้องสามไม่เหมือนก่อนแล้ว ท่านพี่ต้องคิดให้มากขอรับ” เทียนหลิงเอ่ยเตือนพี่ชายของตน
“ข้าแค่ไปเยี่ยมเยือนน้องชายตัวเองเท่านั้น เ้าคิดว่าข้าจะไปรังแกน้องชายที่เป็เกอหรือ?” เทียนอี้เลิกสนใจน้องชายคนรองก่อนจะเร่งฝีเท้าไปท้ายจวนทันที
เทียนหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่พอใจก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าตามพี่ชายตนไป การทำให้น้องสามโกรธไม่ฉลาดเอาเสียเลย ขนาดท่านพ่อยังสู้น้องสามไม่ได้นับอะไรกับพี่ใหญ่ที่ยังเทียบบิดาไม่ได้กัน ช่างโง่งมยิ่งนัก!!
“ขออภัยขอรับตอนนี้คุณชายกำลังพักผ่อนอยู่หากไม่มีกิจสำคัญโปรดกลับไปก่อนขอรับ” ปิน
“สามหาวนัก!” เทียนอี้ซัดพลังปราณเข้าใส่ปินทันที สองขาก้าวเข้าไปในเรือนอย่างไม่เกรงใจผู้เป็เ้าของ ดวงตาคมจับจ้องร่างบอบบางของน้องชายที่นอนเหยียดยาวอย่างเสียกิริยา เหตุใดน้องชายของข้าจึงงดงามเช่นนี้? ราวกับเป็คนละคนกับน้องชายสกปรกน่ารังเกียจนั่น
“สายตาพี่ใหญ่ทำข้ารู้สึกขบขันนักขอรับ เหตุใดถึงจ้องมองน้องชายตนเองเช่นนี้เล่า” เซียวิลุกขึ้นนั่งอย่างเกียจคร้าน ขอพักผ่อนแบบสงบสักหน่อยมิได้หรือ
“เ้าได้รับาเ็หรือไม่” เทียนอี้นั่งลงเคียงข้างน้องชายของเขา สายตาคมมองสำรวจน้องชายคนนี้อย่างละเอียดไม่ว่าจะผิวพรรณหรือมารยาทล้วนแตกต่างจากเ้าชั้นต่ำนั่น
“น้องสาม” เทียนหลิง
“พี่รอง เชิญนั่งขอรับข้าเสียมารยาทแล้วเรือนข้าคับแคบไปหน่อยขอพี่ชายอย่าถือสา” เซียวิขยับออกห่างจากพี่ชายใหญ่เล็กน้อย
“ข้าสบายดีขอรับพี่ใหญ่ขอบคุณในความห่วงใยขอรับ” จะดีกว่ามากถ้าไม่มารบกวน เซียวิต่อประโยคท้ายในใจ
“ข้ารู้ข่าวจากท่านพ่อเลยรีบมาดูเ้า” เทียนอี้มองใบหน้างดงามที่ถอดแบบออกมาจากอนุเซียว
“ข้ามิเป็ไรขอรับเพียงแค่เหนื่อยเพราะใช้พลังไปมากเพียงเท่านั้น คุณชายรองไม่ได้คิดจะทำร้ายข้าให้เกิดาแเขาจึงเพลี้ยงพล้ำพ่ายแพ้แก่ข้าเท่านั้น” เซียวิหลบสายตาอย่างเอียงอาย
เ้ามนุษย์หมูน่ารังเกียจ!! ข้าอยากควักตาเ้านัก!