เมียแนะนำให้เดินทางทวนลำธารขึ้นต่อไป เธอเองก็ไม่แน่ใจว่าหมู่บ้านของลูคัสอยู่ตรงส่วนไหน แต่หากเดินตามเส้นทางนี้ต่อไปเรื่อยๆจะต้องเข้าใกล้หมู่บ้านขึ้นอย่างแน่นอน
ผ่านไป10วันหลังจากทั้งสองเดินทางออกจากหมู่บ้านของเมีย ระหว่างทางที่เดินทางทั้งสองได้พบสัตว์อสูรตัวเล็กๆ ซึ่งไม่ค่อยเป็อันตราย ทั้งสองจึงเดินทางโดยปลอดภัยเรื่อยมา
ทั้งสองเดินทางต่อสักพักก็พบโขดหินใหญ่เหมาะที่จะเป็จุดพัก จึงตกลงหยุดการเดินทางตรงนี้กันก่อน เสบียงที่เมียให้มาก็ลดลงไปกว่าครึ่ง อันที่จริงแล้วลูคัสกับบิลลี่ไม่ได้กังวลเื่อาหารสักเท่าไร เพราะอันที่จริงแล้ว ลูคัสสามารถใช้ความสามารถเร่งพวกพืชผักผลไม้ได้ แต่ที่พวกเขากังวลคือ พวกผลไม้กินบ่อยๆมันก็เบื่อและไม่อร่อย
ระหว่างทางที่บิลลี่และลูคัสเดินทางผ่านมา หากพบเจอต้นไม้ที่หักหรือต้นไม้ไม่สมบูรณ์ ลูคัสก็จะลงมือใช้พลังช่วยทันที ส่วนบิลลี่เองก็ใช้ความสามารถแทบจะตลอดเวลาเพราะต้องแบกสัมภาระไว้ตลอด มีเพียงตอนนอนเท่านั้นที่จะกลับร่างเด็ก
จนทั้งคู่ได้ค้นพบว่าหากใช้ความสามารถบ่อยๆ จะทำให้เกิดความชำนาญทำให้สามารถรีดเค้นความสามารถออกมาได้ดีขึ้น ตัวอย่างเล่นบิลลี่ในตอนนี้สามารถเค้นพลังออกมาแทบจะถึงขีดสุด
ก่อนหน้านี้ความสามารถของบิลลี่ออกจะธรรมดา เขาสามารถเพิ่มหรือลดมัดกล้ามเนื้อของตนได้เพียงแค่นั้น แต่ตอนนี้หลังจากฝึกใช้ความสามารถทุกๆวันกล้ามเนื้อของบิลลี่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงพัฒนาขึ้น
บิลลี่ในตอนเพิ่มมัดกล้ามเนื้อแล้วจะมีพละกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศา สามารถยกก้อนหินที่มีน้ำหนักมากถึง500กิโลกรัมได้อย่างสบายๆ ส่วนลูคัสก็พัฒนาขึ้นเช่นกัน เขาสามารถใช้ความสามารถได้บ่อยขึ้นจากเดิมที่ใช้ได้แค่วันละ2ครั้ง ตอนนี้ลูคัสใช้ได้มากถึงวันละ6ครั้งเลย
ทั้งสองหยุดพักไม่นานก็ได้ออกเดินทางอีกครั้ง เดินทางจากจุดเดิมมาประมาณ2ชั่วโมง ด้านหน้าทั้งสองก็พบชายคนนึงนอนสลบอยู่ รอบๆตัวของชายคนนั้นมีเืสีแดงสดกระจายอยู่รอบตัว ลูคัสเห็นดังนั้นก็กำลังจะพุ่งตัวเพื่อเข้าไปช่วย แต่ก่อนที่ลูคัสจะได้ก้าวขาออกไป บิลลี่ก็ได้คว้าแขนของลูคัสเพื่อห้ามเอาไว้
“เดี๋ยวก่อนสิลูคัส ใจเย็นๆก่อน ไม่แน่อาจเป็กับดัก”
“นายคิดมากไปแล้วนะบิล เร็วเข้ารีบไปช่วยเค้าเร็ว”
บิลลี่ปล่อยมือออก ลูคัสก็รีบพุ่งตัวออกวิ่งไปหาชายคนนั้นทันที บิลลี่ก็วิ่งตามหลังมาติดๆ ทั้งคู่หยุดตรงร่างของชายปริศนา ลูคัสก็นำนิ้วมือไปกดตรวจจุดชีพจรตรงข้อมือ
“เขายังไม่ตายบิล ต้องรีบห้ามเืก่อน”
ยังไม่ได้ลงมือทำอะไร มีกลุ่มชายนิรนามจำนวนกว่า10คนปรากฎขึ้น ล้อมพวกเขาไว้ ขณะนั้นเองชายที่เืท่วมตัวก็ได้ลุกขึ้น ทำท่าปัดตัวและจัดชุดให้เข้าที่
ลูคัสเห็นดังนั้นก็เข้าใจทันที “พวกเราถูกหลอก”ลูคัสคิดโทษตัวเองที่ไม่ฟังคำเตือนของบิลลี่ที่ห้ามเขาเอาไว้ ก่อนที่ลูคัสจะจมไปกับความคิดที่โทษตัวเอง บิลลี่ที่เห็นเช่นนั้นก็ยกมือขึ้นจับไปที่ไหล่ของลูคัสพร้อมกับส่ายหน้าเชิงบอกว่า ไม่เป็ไร
“หัวหน้า จริงๆไม่จำเป็ต้องให้ข้ามาเป็เหยื่อล่อเ้าพวกเด็กสองคนนี้เลยนะ เหม็นเืสัตว์อสูรจะตายอยู่แล้วเนี่ย”
“แกอย่าบ่นไปหน่อยเลย เ้าสามคนก่อนหน้านี้เป็ยังไงละ ดีที่หัวหน้าวางแผนไว้อย่างดี ไม่งั้นพวกเราได้ไปยมโลกกันหมดแล้ว”
“พวกแกทั้งสองจงฟัง บอกชื่อ และความสามารถของพวกแกออกมา และห้ามโกหกเด็ดขาด หากพวกแกมีความสามารถที่เป็ประโยนช์ พวกเราจะไว้ชีวิตและให้มารับใช้เรา”
ลูคัสและบิลลี่ได้ยินเช่นนั้นก็เกิดความกลัว อันที่จริงแล้วทั้งลูคัสและบิลลี่ก็มีอายุเพียง14 เท่านั้น ทั้งสองจึงบอกความจริงออกไปทั้งหมด ชายที่เป็หัวหน้ากลุ่มนี้ได้ฟังก็ทำท่าครุ่นคิดครู่นึง
“ค้นตัวพวกมันและนำตัวเ้าเด็กที่ชื่อบิลลี่กลับไป ส่วนอีกคนฆ่าทิ้งที่นี่ซะ”
เมื่อลูคัสได้ยินดังนั้นก็เกิดความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามา ทั้งกลัว เสียใจ ใ มึนงง บิลลี่เห็นเพื่อนเกิดอาการเช่นนั้น เขาก็เพิ่มมัดกล้ามเนื้อขึ้นมา บิลลี่ตัดสินใจที่จะสู้เพื่อปกป้องลูคัส เพื่อนเพียงคนเดียวของเขา
“หากมันขัดขืน ไม่ให้ความร่วมมือก็ฆ่าทิ้งไปซะ เก็บแค่ของมีค่ากลับไป”หัวหน้าของกลุ่มชายฉกรรจ์กล่าวขึ้น
*ฉึก*เสียงเหล็กแหลมเสียบเข้ากับกล้ามเนื้อตรงบริเวณไหล่ของบิลลี่ เกิดเป็แผลลึก ทั้งลูคัสและบิลลี่ไม่ทันได้ตั้งตัว ไม่เห็นแม้ก็กระทั้งอาวุธที่โจมตีมา บิลลี่ทรุดตัวลงที่พื้น รีบหันมองไปรอบๆแต่ก็ไม่พบสิ่งใด จะเห็นก็เพียงแค่กลุ่มโจรที่ล้อมพวกเขาอยู่
“ฮะฮ่าาๆๆๆๆๆ เฮ้ จู๊ด แกจะเล่นกับเหยื่อคนเดียวไม่ได้นะเว้ย”
เสียงของชายฉกรรจ์คนหนึ่งในกลุ่มพูด ก็ปรากฎร่างของชายคนกำลังค่อยๆชัดขึ้นๆจากที่โปร่งใส ไม่นานก็ปรากฎจนชัด ชายคนนั้นมือขวาถือดาบมือเดียวไว้ เป็ดาบเล่มเดียวที่ใช้แทงบิลลี่
“ความสามารถล่องหนนี่มันสะดวกจริงๆนะว่าไหม ถ้าข้ามีความสามารถนี้จะแอบไปดูสาวๆอาบน้ำทุกวันเลย ฮ่าๆๆๆๆ”
“งั้นตรงนี้ให้จู๊ดจัดการแล้วกัน รีบๆทำให้เสร็จแล้วรีบตามมาล่ะ”
สิ้นเสียงกลุ่มโจรนี้ก็ค่อยๆเดินจากไปทิ้งไว้เพียงโจรที่ชื่อจู๊ดไว้ บิลลี่เตรียมตัวที่จะต่อสู้กับจู๊ด เพียงพริบตาจู๊ดก็หายไปอีกครั้ง ฉึก ฉึก ฉึก เสียงดาบแทงลงบนตัวบิลลี่ถี่ขึ้นเรื่อยๆๆ
สภาพบิลลี่ตอนนี้มีเืท่วมตัวตามร่างกายเต็มไปด้วยาแ ส่วนลูคัสก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ความสามารถของเขาไม่สามารถช่วยอะไรเพื่อนของเขาหรือตัวเขาได้แม้แต่น้อย
ในตอนนี้ลูคัสได้ตระหนักถึงความไร้ค่า ความอ่อนแอของตัวเองหากเขาฟังบิลลี่สักหน่อยเหตุการณ์อาจจะไม่เป็แบบนี้ก็ได้ เขาทั้งเจ็บใจและโมโหตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย บิลลี่เห็นว่ากลุ่มโจรได้จากไปไกลแล้วก็รีบเคลื่อนตัวมาหาลูคัส ใช้แขนข้างหนึ่งอุ้มลูคัสขึ้นและรีบวิ่งหนีจากจู๊ดให้ไกลที่สุด
เมื่อจู๊ดเห็นก็รู้ว่าได้เสียท่าบิลลี่แล้ว ตอนแรกบิลลี่คิดจะสู้จนตายกันไปข้างหนึ่ง แต่หลังจากที่จู๊ดโผล่มาและชายอีกคนกล่าวว่า “ให้คนชื่อจู๊ดจัดการ” บิลลี่ก็จงใจหลบเลี่ยงจุดตายเพื่อรอโอกาสพาลูคัสหนี
โจรจู๊ดเห็นบิลลี่วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ตอนแรกก็หัวเสียอย่างมาก สักพักก็ตั้งสติได้ว่า เ้าเด็กสองคนนั้นคงหนีไปได้ไม่ไกลถึงหนีไปได้แต่อีกคนก็าเ็หนักส่วนอีกคนก็ไร้ประโยชน์ ปล่อยไปก็ตายอยู่ดี คิดได้แบบนั้น โจรจู๊ดก็เดินกลับหลังตามพรรคพวกไป
บิลลี่พาลูคัสหนีมาได้ระยะนึงก็คิดว่าน่าจะหนีพ้นแล้ว จึงหยุดพักที่ถ้ำแห่งนึงที่พบเข้าโดยบังเอิญ บิลลี่มีอาการเสียเืเป็อย่างมาก ตอนนี้เขารู้สึกว่ากำลังจะหมดสติ ไม่นานนักบิลลี่ก็หมดสติไป
ลูคัสก็เข้าไปดูอาการของบิลลี่ ในตอนนี้เองในส่วนลึกของลูคัสมีความรู้สึกแรงกล้าไม่อยากให้บิลลี่ตาย เขาอยากให้บิลลี่กลับมาเป็ปกติ
มือขวาของเขาที่ััตัวบิลลี่ก็ได้มีแสงสีเขียวอ่อนๆออกมา มือที่ได้ัักับบิลลี่ค่อยๆรักษาอาการาเ็ของเพื่อนคนสำคัญให้ดีขึ้นๆเรื่อยๆตามลำดับ ก่อนที่ลูคัสจะพบการเปลี่ยนแปลงของบิลลี่และตนเอง ตัวลูคัสเองก็หมดสติไปเสียก่อน
เวลาล่วงผ่านไปจนถึงค่ำคืนมาเยือน บิลลี่ก็ค่อยๆรู้สึกตัว เขาค่อยๆใช้แขนทั้งสองดันร่างอันเหนื่อยล้าลุกขึ้นนั่งลงตรงบริเวณหินก้อนหนึ่ง พร้อมกับสอดส่ายสายตาไปหาร่างของลูคัส
บิลลี่ร้องเรียกลูคัสอยู่สองสามครั้ง ลูคัสก็รู้สึกตัวพร้อมม่านตาที่ค่อยๆเปิดขึ้น รีบดันตัวเองลุกขึ้นนั่งพร้อมกับกล่าวตอบรับเสียงเรียกของบิลลี่
เนื่องจากอาการเหนื่อยล้าที่ต้องวิ่งหลบหนีจากกลุ่มโจรมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งคู่ใช้เวลาในการนึกถึงความทรงจำสักพัก ไม่นานนักบิลลี่ก็เพิ่งสังเกตตนเองว่าบาดรอยแผลที่ถูกแทงตามร่างกายได้หายไปหมดแล้ว
“ลูคัส แผลหายหมดแล้ว ทำไมถึงเป็แบบนี้ล่ะ”
ลูคัสได้ยินบิลลี่ถามเช่นนั้นก็ไม่รู้จะอธิบายให้ฟังยังไง ตัวลูคัสเองก็ยังงงๆไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกัน จึงไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน จึงบอกกับบิลลี่ไปว่าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“อาจจะเป็ผลของความสามารถของนายรึป่าวบิล” ลูคัสกล่าวถามกลับด้วยสายตาที่กะพริบปนด้วยสีหน้างุนงง
“ฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ความสามารถของฉันจะสามารถทำเช่นนี้ได้จริงๆเหรอ”
บิลลี่กับลูคัสพูดคุยถึงเื่อาการาเ็ของบิลลี่สักพักท้องของทั้งคู่ก็แผดเสียง “กร๊อด ”ออกมาพร้อมกันเนื่องด้วยจากอาการหิว สองคู่หู่ก็รีบเร่งหาเสบียงเพื่อจะมากินประทังความหิว มองหาถุงสัมภาระรอบๆตัวก็ไม่พบ พลันก็นึกขึ้นได้ว่าตอนที่โดนปล้นได้วางถุงสัมภาระไว้ที่พื้นก่อนที่จะหลบหนีออกมา
ทั้งคู่หันมามองตากันปริบๆ อาหาร อุปกรณ์ต่างๆที่เมียหามาให้หายไปจนหมด ลูคัสปลดถุงเล็กๆจากข้างๆเอวของตนเปิดปากถุงออก มือขวาค่อยๆล้วงลงไปในถุง ควานหาสิ่งของสักแปปก็นำมือออกมา
ปรากฏเมล็ดพันธุ์จำนวน4-5เมล็ด ลูคัสรีบนำลงพื้นดินพร้อมกับเร่งความสามารถของตนส่งไปยังพื้นดินที่กลบเมล็ดลงไป ไม่นานนักทั้งสองก็ได้ผลไม้ลูกใหญ่เปลือกสีเขียวด้านในมีสีแดงฉ่ำไปด้วยน้ำ ไม่รีรอด้วยความหิว ทั้งคู่ลงมือจัดการผลไม้จนเกลี้ยง หลังจากที่กินอิ่มแล้ว ทั้งคู่ก็นอนหลับพักไปอีกครั้ง