ฉันเดินเข้ามาในห้องนอนใหญ่สกินแคร์สำหรับผู้ชายจากแบรนด์นอกเรียงรายอยู่หน้าตู้กระจกแต่งตัว ชั้นรองเท้าผ้าใบรุ่นหายากและราคาแพงั้แ่หลักหลายหมื่นไปจนถึงหลักหลายล้าน วางโชว์สวยงามสะอาดตา
‘นี่มันคนรึกิ้งกือเนี้ยเยอะกว่ารองเท้าฉันที่เป็ผู้หญิงอีก’
ฉันส่ายหัวในความฟุ้งเฟ้อของเ้าตัวหันมองด้านนอก กระจกระเบียงที่ต่อสูงชนเพดาน สระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่อย่างกับเอาไว้แข่งมาราธอน มองเห็นวิวยอดตึกทั่วทั้งเมืองกรุง
หลังทำธุระส่วนตัวเสร็จด้วยความครุกลุ่นจากการแพ้เกมส์ ฉันทิ้งตัวลงนอนบนเตียงของเขาอย่างวิสาสะความนุ่มของเตียง ผสมกลิ่นของเขาคละคลุ้งไปทั่วทั้งปอด
“เฮ้อ…..”
ฉันถอนหายใจออกมาพลางนึกถึงเื่ที่ทะเลาะกับพ่อ จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของชีวิตที่มีพ่อชี้ทางให้เดินตามสั่งอยู่เสมอ ไม่มีว่าเื่เล็กเท่ามดหรือเื่ใหญ่แค่ไหน ฉันก็ไม่มีสิทธิ์มีเสียงที่จะตัดสินใจเองแม้กระทั่งเื่ผู้ชายที่พ่ออยากให้คบหา
‘ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าจุดประสงค์พ่อที่พาฉันไปพบท่านทูตฝรั่งเศสและลูกชายของเขา คืออะไร’
แกร้ก
“ก็ว่าทำไมไปนาน หนีมานอนหรอ”เขาแง้มประตูมาถาม
“เปล่า คิดไรไปเรื่อยน่ะ”
ตุ้บ
ภามม์ทิ้งตัวลงนอนข้างๆ ฉัน เหม่อมองเพดานในจุดเดียวกัน
“อย่าไปคิดเยอะพรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว”
“หึ พูดง่ายจังเป็ลูกชายที่ดีจริงๆ สินะ”
“ดีตรงไหน”
“ไม่รู้สิ ฉันเป็ลูกสาวเลยโดนคาดหวังทุกอย่าง ทั้งสีหน้า ท่าทาง มารยาท การพูดจา ความสามารถ การแต่งตัวแม้กระทั่งการคบเพื่อนหรือผู้ชายสักคน”
“....”
“นายดูไม่เครียดกับอะไรดีใช้ชีวิตอิสระ อยากทำอะไรก็ทำ อยากไปไหนก็ไป จะคบใคร เอาใคร ป๊านายก็ไม่เคยว่า”
“หึ ใครบอกเธอว่าฉันไม่เครียด”
“....”
“เื่บางเื่แสดงออกไปตรงๆ ก็ไม่ดีหรอก ทำไปแล้วมันไม่มีประโยชน์ฉันเลยไม่ทำดีกว่า”
“ลองยกตัวอย่างเื่ที่นายเครียดให้ฉันฟังหน่อย”
“สาวๆ ส่งภาพจิ๋มมายั่วแล้วฉันไม่รู้จะไปหาใครก่อนดี…”
“ฉันกลับละนะ เสนียดหู”ฉันดันตัวลุกจากเตียง เพื่อหนีเขา
พรึ้บ
“ฉันล้อเล่นน่าาา”
เขาดึงแขนฉันไว้กระชากเบาๆ ให้นั่งลงบนเตียง ฉันมองเขาด้วยสายตารังเกียจสุดฤทธิ์ก่อนจะล้มตัวนอนมองเพดานอีกครั้ง
“สรุปชีวิตนายนี่เครียดแค่เื่นี้รึไง”
“เื่อื่นก็มีเยอะแยะทะเลาะกับป๊าก็บ่อยอยู่”
“……”
“เพราะเครียดถึงต้องปลดปล่อยแบบนี้นี่เป็วิธีเดียวที่ฉันจะลืมโลกที่ป๊าสร้างขึ้นได้”
“โลกที่ป๊านายสร้างขึ้นหรอ”
“อืมเธอก็รู้ว่าฉันเป็ลูกชายคนเดียว … ฉันต้องแบกรับความคาดหวัง แรงกดดัน และข้อตำหนิจากคนรอบข้างทุกอย่าง”
“……..”
“คนที่อยากให้ฉันได้ดีก็มีคนที่อยากให้ฉันล้มก็เยอะ นั่นยิ่งทำให้ฉันถูกหลอมให้เป็เหล็กที่ห้ามบิด ห้ามงอห้ามมีจุดอ่อน”
“…….”
“ฉันถูกสอนั้แ่เด็ก ว่าต้องเก่งกว่าคนอื่นต้องฉลาดกว่าคนอื่น ต้องเข้มแข็งกว่าคนอื่น ถ้าคนอื่นพยายามแล้วฉันต้องพยายามให้มากยิ่งกว่า”
“........”
“…อย่ายอมอยู่ใต้เท้าใครเด็ดขาด”
คำพูดของเขาหลั่งไหลดั่งสายน้ำเฉกเช่นว่านี่คือความในใจที่กำลังระบายออกมาให้ฉันได้รับรู้ แววตาที่จรดเพียงเพดานห้องน้ำเสียงเย็นเรียบ แต่ฟังดูอึดอัดและทรมาน
ฉันกลายเป็ผู้ฟังที่ดีไร้การปลอบโยน โต้ตอบ หรือเห็นใจเพราะเื่ราวของเขามันทำให้ภาพในอดีตของฉันผุดขึ้นมาอย่างกับเป็เื่เดียวกัน
“สำหรับฉัน...การมีเซ็กส์มันช่วยให้ลืมปัญหาไปชั่วขณะ ไม่ต้องคาดหวังอะไร แค่ทำให้ตัวเองถึงจุดสุดยอด หลับสบายโดยไม่ต้องพึ่งยา”
“ยาอะไร”
“อ่าาาเมื่อก่อนฉันกินยานอนหลับทุกคืนน่ะ จนมาเข้าเื่พวกนี้ เลยเลิกได้”
พอได้ฟังมุมชีวิตของเขาเื่ของฉันก็ดูเล็กลงไปเลย ด้วยเพราะเราเป็ลูกคนเดียวเหมือนกัน ความรู้สึกอึดอัดและกดดันที่ต้องแบกรับความคาดหวังทุกอย่างนั้นฉันเข้าใจมันดี
“เซ็กส์สำหรับนายมันดีขนาดนั้นเลยหรอ”
“อืม สำหรับฉันมันดี”
“ระวังสักวันจะมีคนท้องโย้มาหาเถอะ”
“ไม่มีวันหรอก ฉันป้องกันดีไม่เคยสดกับใคร”
“หึ....”
ฉันส่ายหน้าให้กับความมั่นอกมั่นใจของเขา แล้วหันมองเ้าตัว เช่นเดียวกับที่เ้าตัวหันมองฉันพอดีสายตาสบสายตา ใบหน้าเราห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ ปะทะผิวของกันและกัน
‘เรานอนใกล้กันขนาดนี้เลยหรอ’
“เธอเป็ผู้หญิงคนแรก ที่ฉันเปิดเผยที่อยู่จริงๆให้เลยนะ”
“เชื่อก็โง่แล้วภามม์”
“พูดจริงโว้ย”
“…..”
“ฉันไม่พาสาวขึ้นคอนโดเพราะถ้าเลิกกันไป แม่งจะมาราวีถึงถิ่น”
“งั้นปกติพาไปไหน”
“พ่อฉันมีโรงแรมทั่วประเทศแค่ในกรุงเทพก็สิบกว่าที่แล้ว เธอจะให้ฉันไปไหนล่ะ”
“ไม่รู้สิ นายอาจจะชอบบรรยากาศนอกสถานที่มั้ง”
“อันนั้นของมันแน่นอนอยู่แล้วครับคุณหนู”
“....หึ”
เขาพลิกตัวหันนอนตะแคงข้างเท้าศรีษะ พลางจ้องมองฉันด้วยสายตามันวาว อย่างกับหมาป่าเ้าเล่ห์ที่เห็นลูกแกะมุมปากเขายกยิ้มขึ้นช้าๆปลายลิ้นสีชมพูฉ่ำวาวนั้นลิ้มเลียบนผิวปากบ่งบอกถึงสิ่งที่อยู่ในใจ