ตอนที่14
เลอดาวบีบแตรรถเสียงดังลั่น!
กลุ่มคนนับสิบที่ยืนเกาะกลุ่มกันอยู่หน้าบริษัทเครื่องสำอางของหล่อนแตกฮือไปคนละทิศละทางเพราะเสียงแตรรถยนต์ที่บีบไล่นั้นเป็นแค่สัญญาณนำทางก่อนที่รถของหล่อนจะแล่นเร็วปรื๋อฝ่าผู้คนพวกนั้นเข้าไปจอดพื้นที่ด้านในเมื่อลงจากรถก็รีบตามมาสมทบกับปานสีซึ่งยืนหน้าเขียวหน้าแดงเท้าสะเอวสองข้างพูดเสียงดังฉอดๆแข่งกับกลุ่มคนเหล่านั้นอยู่เป็นนานสองนานทันทีที่ปานสีเห็นหล่อนก็รีบร่ายให้ฟังอย่างกระชับ
“ถ้าพี่ดาวมาช้ากว่านี้ ปานคงอกแตกตายแน่ๆดูสิฮ้าว่าในมือคนพวกนี้ถืออะไรไม่รู้ทำไมถึงได้แห่กันมาอออย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยนะฮ้า”
เมื่อตวัดตามองจึงเห็นข้อความด่าทอ หยาบคายหมิ่นหยามอยู่บนแผ่นกระดาษที่คนกลุ่มนั้นต่างถืออยู่ในมือแล้วชูขึ้นพร้อมกับเสียงเซ็งแซ่ประหนึ่งกำลังมีการประท้วงเพื่อปลุกระดมถ้อยความในกระดาษแต่ละแผ่นล้วนทิ่มแทงใจหล่อนยิ่งนัก
‘เมียน้อย’
เมียน้อยอย่างนั้นหรอกหรือ...หล่อนอ่านทวนแต่ละคำด้วยเสียงเบาทว่าแฝงความดุดัน
ทำไมมันช่างพ้องกับป้ายไวนิลหน้าประตูรั้วที่บ้านจึงมั่นใจได้ว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญคงเป็นการสร้างกระแสโจมตีหวังทำลายภาพลักษณ์ของเครื่องสำอางรวมถึงภาพพจน์ในเรื่องส่วนตัวให้เสียหายซึ่งคิดได้ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังคงจะต้องเป็นบุคคลเดียวกันฝีมือลอบกัดแบบนี้จะเป็นใครเล่า
ยังไม่ทันได้ซักให้มากความเสียงก่นด่าจากกลุ่มคนข้างหน้าที่เงียบไปพักหนึ่งก็ดังขึ้นอีกครั้ง“หน้าด้าน...สันดานพวกเมียน้อยมันก็อย่างนี้แหละว่าไหม”
“ผู้หญิงคนนี้น่ะเหรอ ที่คิดจะแย่งผู้ชายของคนอื่น”
เลอดาวหันขวับไปมองผู้พูด ตวัดสายตาคมกริบนิ่งเสียจนพวกปากเปราะต้องหลบหน้าไปเอง...แต่ไม่วายหันไปขมุบขมิบนินทาหล่อนลับหลัง
“ท่าทางจะร้ายไม่ใช่เล่นทำเรื่องน่าเกลียดแล้วยังจะมีหน้ามาทำท่าข่มคนอื่นด้วยสายตาอีก”
“เห็นตอนแม่นั่นมองมาไหม เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อเลยเชียว”
คราวนี้เลอดาวจึงไม่ใช้การปรามทางสายตาแต่ลั่นวาจาด้วยเสียงดังอันทรงพลังน่ากริ่งเกรง“ถ้าพวกคุณยังคิดจะก่อกวนฉันด้วยวิธีสกปรก แล้วก็พูดเหน็บแนมให้ฉันเสียหายล่ะก็เตรียมตัวไปเสียค่าปรับกันได้เลย แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ”
เพียงครู่เดียวยามหนุ่มก็เข้ามาถาม “แจ้งความไปแล้วนะครับคุณเลอดาวอีกสักพักเจ้าหน้าที่ตำรวจคงจะมา”
หล่อนพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้แล้วหันไปมองปานสีแวบหนึ่งเพื่อขอความเห็น “ปานว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”
“ต้องเป็นอีแก่หนังเหี่ยวใกล้ร่วงใกล้ลงโลงนั่นชัวร์ฮ่ะ...มันคงจะจองเวรพี่ดาวไม่เลิกราแน่ๆ”
หล่อนก็คิดเช่นนั้น...แล้วความคิดดูเหมือนจะเป็นจริงเมื่อรถยนต์สีแดงสดคันยาวแล่นเข้ามาจอดเทียบริมบาทวิถีไม่ห่างกันนักปรากฏร่างของผู้หญิงคนหนึ่งสวมเสื้อเกาะอกตัดเย็บเข้าชุดกับกางเกงขายาวด้วยผ้าชีฟองลายวงกลมดวงใหญ่สีดำบนผ้าสีขาวเนื้อเบาพลิ้วแว่นกันแดดสีดำทรงโตขับเน้นใบหน้าเฉี่ยวที่แต่งจนจัดให้เด่นยิ่งขึ้นรอยยิ้มของหล่อนผู้นั้นเหยียดหยันด้วยมาดของผู้มาเยือนที่ไม่เป็นมิตร
หล่อนจำได้แม่นมั่นว่าแขกไม่ได้รับเชิญที่กำลังก้าวเท้าเข้ามานั้นเป็นใครนี่ถือเป็นการเผชิญหน้ากันอีกครั้งหลังจากวิวาทะกันไปไม่กี่วันก่อนหน้า
หล่อนผู้นั้นเดินหน้าเชิดหยิ่งถึงไม่ได้แสดงตัวด้วยคำพูดว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่อกวนแต่ทุกย่างก้าวก็แสดงออกชัดเจนว่ามีบทบาทสำคัญเพราะกลุ่มคนที่ยืนชูป้ายต่างลดเสียงด่าทอจนเบาลงไปชั่วพริบตาแล้วต่างพุ่งเป้ามองมายังหล่อนด้วยสายตาเหยียดเย้ยสลับกับผู้หญิงคนนั้นด้วยความชื่นชม
กระทั่งเพลงพิณมาหยุดยืนปะทะซึ่งหน้า
“ทั้งหมดเป็นฝีมือเธอกับคุณใกล้รุ่งใช่ไหม!”
เพลงพิณถอดแว่นกันแดดทรงโตออกจากวงหน้าแล้วยักคิ้วเรียวโก่งอย่างยียวน ดวงตาเป็นประกายท้าทาย เฉกเดียวกับริมฝีปากเคลือบสีแดงสดคว่ำเหยียด
“ถ้าไม่มีหลักฐาน ก็อย่ามาใส่ความพล่อยๆนะ”
“ถ้าแกกับอีแก่นั่นไม่ได้ทำ แล้วมันจะเป็นใคร”ปานสีแทรกกลางป้องด้วยความหมั่นไส้
เพลงพิณจึงเบนหน้าไปมองคู่กรณีอีกคน “ฉันไม่ใช่พวกสู่รู้นี่ยะ จะได้รู้ว่าไอ้อีหน้าไหนมันไปทำเลวทรามไว้ที่ไหนบ้าง”
ปานสีฉุนเฉียวที่โดนตอกกลับ เงื้อแขนสูงหมายจะเข้าไปตบปากอีกฝ่ายแต่เลอดาวไวกว่าจึงกางแขนกันเอาไว้ไม่ให้คนสนิททำผลีผลาม
“อย่าเลยปาน เสียแรงมือเปล่า”
“ชิ!ทำเป็นหัวสูง...ถ้าแน่จริงแกสองคนก็เชิญดาหน้าเข้ามาตบเลยสิฉันก็มีมือมีเท้าเท่าๆกับพวกแกนั่นแหละ อย่าคิดว่าฉันมาคนเดียวแล้วจะไม่สู้นะ”
เพลงพิณลอยหน้าลอยตาท้าทาย คงคิดว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่ามีสายตานับสิบคู่เป็นพยาน...ทำให้เลอดาวต้องอดกลั้นมากกว่าปกติยังคิดไม่ตกว่าควรจะโต้ตอบด้วยวิธีไหนถึงจะสาสมกับการที่หล่อนถูกกระทำด้วยวิธีการเหมือนหมาลอบกัดของอีกฝ่าย
แล้วหล่อนก็คิดว่าใช้วิธียั่วโมโหน่าจะสนุกกว่า
“แล้วเธอมาที่นี่ทำไมไม่ทราบถ้าคิดจะมาตามผัวล่ะก็...คงต้องแล่นตามจนเหนื่อยหน่อยนะเพราะว่าผู้ชายเขาไม่อยู่กับที่ให้เธอตามจับได้ง่ายๆหรอกส่วนเขาจะอยู่กับฉันหรือเปล่าของแบบนี้คงไม่ต้องเที่ยวไปป่าวประกาศให้ชาวบ้านเขารับรู้หรอกมั้ง”
เพลงพิณตาวาว เมื่อถูกกระตุ้นด้วยการแหย่
“หยาบคาย! ฉันกับพี่ก้าวเป็นว่าที่คู่หมั้น ไม่ใช่คู่นอนแบบแกแล้วพูดแบบนี้ก็แปลว่าแกยอมรับใช่ไหมที่คิดจะจับพี่ก้าวจริงจัง...นี่คงจะเอาเขาไปนอนกกกอดจนเคยตัวสินะถึงได้พูดคำว่าผัวอย่างไม่อายปาก”
เลอดาวหัวเราะอย่างสาแก่ใจที่ความคิดยั่วโมโหนั้นเริ่มบรรลุผล
“เธอนี่มันช่างขี้หงุดหงิดง่ายจังนะคราวหลังเวลาเถียงกับใครก็อย่าลืมพกกระจกเอาไว้ส่องบ้างล่ะรู้ไหมว่าเวลาเธอเหยียดปากแบบนั้น มันช่างน่าเกลียดเสียจริง เพราะท่าทางแบบนี้แหละถึงไม่มีเสน่ห์จะมัดใจผู้ชายให้อยู่หมัดผู้ชายเขาถึงได้ส่ายหน้าคอยจะวิ่งหนีอยู่ตลอดเวลา”
เพียงแค่นี้เพลงพิณก็เต้นเร่าๆ มือสองข้างกำแน่น
“ฉันจะสวยหรือไม่สวย มันก็ไม่ได้หนักหัวใครย่ะ! ว่าแต่แกเถอะ...อย่าทระนงตัวเองว่าสวยหน่อยเลยอายุก็เยอะกว่าพี่ก้าวตั้งหลายปี ผ่านผู้ชายมาก็ไม่รู้ตั้งกี่คนเคยนับบ้างรึเปล่ายะ ว่าผ่านผู้ชายมาตั้งเท่าไหร่หรือว่ามันเป็นเรื่องชินชาเสียแล้วฉันจะบอกให้เอาบุญนะว่าผู้หญิงอย่างแกที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วตั้งหลายครั้งไม่มีผู้ชายที่ไหนเขาอยากจะยกย่องเชิดชูเอาไว้ทำเมียออกนอกหน้าหรอกอย่างเก่งก็แค่รู้จักกันชั่วครั้งชั่วคราว พอเบื่อเมื่อไหร่ก็คงจะถูกเขี่ยทิ้งพึงสังวรเอาไว้บ้างนะว่าพี่ก้าวเขาไม่ได้คิดจะจริงจังกับแกหรอกย่ะ”
เลอดาวพยายามยิ่งยวดที่จะระงับโทสะไม่ให้โต้ตอบแต่ดูเหมือนคำพูดของเพลงพิณจะเหมือนเกลือไปทาที่ปากแผลในอดีตซึ่งไม่มีวันหายไปเสียทีแล้วดูเหมือนว่าเพลงพิณจะได้ใจ กระทืบซ้ำด้วยคำพูดอย่างต่อเนื่อง
“หล่อนนี่มันก็ขี้หงุดหงิดไม่แพ้ฉันเหมือนกันนะพูดนิดพูดหน่อยก็เหมือนจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่...ยังไงก็อย่าลืมเอากระจกส่องตัวเองบ้างล่ะไม่ใช่แค่หน้าตาน่าเกลียดอย่างเดียว แต่ยังดูแก่อีกต่างหาก...อุ้ย! โกรธเหรอ หรือว่าอายยะ...วันนี้ฉันแค่มาเตือนเท่านั้นนะทีหลังหล่อนจะได้รู้จักยับยั้งชั่งใจบ้าง จะได้ไม่ต้องตกเป็นขี้ปากสังคมไม่อย่างนั้นหล่อนก็คงต้องกาหน้าผากด้วยคำว่าเมียน้อยไปจนวันตายนั่นแหละ”
จังหวะนั้นแม่บ้านซึ่งกำลังทำความสะอาดอยู่บริเวณหน้าทางเข้าบริษัทเห็นคนกำลังมุงกลุ่มใหญ่จึงถือไม้ถูพื้นกับถังใส่น้ำที่ใช้แล้วเกินกว่าครึ่งถังมาสอดส่องตามประสาคนช่างสอดรู้ปานสีเห็นเข้าก็กวักมือเรียก พอแม่บ้านเดินมาถึง ปานสีก็คว้าไม้ถูพื้นจากแม่บ้านชูขึ้นทำท่าเหมือนจะขับไล่
“กลับไปเลยย่ะ มาทางไหนก็กลับไปทางนั้น ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน”
ปานสีแค่เกือบจะหมดความอดทน...ทว่าเลอดาวนั่นปะไรหล่อนถึงขีดจำกัดไปครู่ใหญ่แล้วจึงหันไปกระชากถังใส่น้ำสกปรกสีดำปี๋จากมือแม่บ้านจนน้ำข้างในกระฉอกไปมาแล้วก็ทำบางสิ่งที่ทุกคนต่างตาค้างไปตามกัน
เลอดาวสาดน้ำในถังโครมใหญ่ไปที่เพลงพิณ!
“เธอมันสกปรกไปทั้งตัวแล้วก็ความคิดมันก็เหมาะที่จะเอาน้ำโสโครกไว้รดตัวนั่นแหละ!”
//////////////////////////////////////