เกิดใหม่มาเป็นแพทย์สาวชาวนาผู้ร่ำรวย (ด้วยตัวเอง) [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 71 หมอกกลางป่า

            แม้ซ่งอวี้จะทำธุรกิจสมุนไพรแปรรูปกับร้านยาถงอันมาโดยตลอดแต่บางครั้งเมื่อมีเวลานางก็จะขึ้นไปเก็บสมุนไพรบนหุบเขา

            สุขภาพร่างกายของโจวจื้อหย่วนต่างจากคนอื่นเขามีปัญหาที่พื้นฐานของร่างกายไม่อาจฝืนใช้ยาเหล่านั้นได้ แม้แต่ในร้านยาถงอันก็ไม่มีสมุนไพรทั้งหมดที่ต้องการดังนั้นเมื่อจำเป็นต้องใช้นางจึงทำได้เพียงขึ้นไปเก็บบนหุบเขาลึกด้วยตัวเอง

            อาฝูเห็นซ่งอวี้ให้ความสำคัญกับสุขภาพของโจวจื้อหย่วนนางรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก ทำงานด้วยความขยันขันแข็งยิ่งกว่าเดิม หวังเพียงว่าจะได้ตอบแทนเล็กๆน้อยๆ

            วันนี้ซ่งอวี้ขึ้นเขาอีกครั้งอาฝูรีบเตรียมอาหารให้ซ่งอวี้พกไปกินบนเขา ทั้งยังกำชับเสี่ยวหมานก่อนออกไปว่าต้องปกป้องซ่งอวี้ให้ดี

            โชคดีที่ในหมู่บ้านเสี่ยวหนิวมีเพียงซ่งอวี้เท่านั้นที่มีสาวใช้สองคนคนในหมู่บ้านไม่รู้ว่าเจ้านายในตระกูลใหญ่เหล่านั้นเป็นเช่นไรจึงไม่ได้พูดจาเหลวไหล

            "พี่อาฝูวางใจให้ข้าดูแลคุณหนูเถอะเจ้าค่ะข้าจะปกป้องคุณหนูอย่างดี!” เสี่ยวหมานให้คำสัญญากับอาฝูคล้ายกำลังรับคำสั่งบางอย่างจากเทพเซียนอย่างไรอย่างนั้น

            ซ่งอวี้อดไม่ได้ที่จะเม้มปากมองดูสีหน้าของเสี่ยวหมานที่ไม่เคร่งเครียดแม้แต่น้อยจิตใจของนางคล้ายถูกแสงแดดอุ่นๆ ส่องกระทบ

            ทั้งสองเดินไปตามเส้นทางเดิมที่เคยมาเมื่อคราวก่อนเข้าไปในส่วนลึกของหุบเขา แต่ว่าหลังจากเข้าไปแล้วพวกนางก็เลี้ยวไปอีกทางหนึ่งเดินมุ่งหน้าไปอีกทิศ

            เมื่อคราวก่อนตอนขึ้นมาบนหุบเขาซ่งอวี้ก็พอจะรู้แล้วว่าสภาพแวดล้อมที่นั่นไม่เหมาะแก่การเติบโตของสมุนไพรที่นางต้องการ ไม่ต้องไปหาก็รู้ว่าที่นั่นไม่มีสมุนไพรที่นางต้องการแน่นอน ดังนั้นนางจึงวางแผนใหม่ มุ่งหน้าไปอีกทางหนึ่งบางทีอาจจะเก็บสมุนไพรได้มากขึ้น

            เป็นไปตามที่ซ่งอวี้คิดทางด้านนี้นางเจอสมุนไพรหลายตัว ถือว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่สูญเปล่า

            ทว่าน่าเสียดายที่อากาศไม่ดีตอนที่ซ่งอวี้กำลังจะพาเสี่ยวหมานกลับลงมา จู่ๆ ก็มีหมอกปกคลุมไปทั่วทั้งป่า

            แม้ตอนแรกจะเป็นเพียงหมอกบางๆเลือนราง นางเข้าใจว่านี่เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในป่าเท่านั้น ทว่าเมื่อหมอกค่อยๆหนาขึ้นจนไม่อาจมองเห็นภาพตรงหน้าที่ห่างไปอีกสิบเมตรได้ ซ่งอวี้ถึงตระหนักถึงความอันตรายของเรื่องนี้

            หากที่นี่เป็นเพียงทางเข้าป่าบางทีนางอาจจะอาศัยความจำแล้วเดินออกไปได้ ขอเพียงระมัดระวังเล็กน้อยก็พอแล้วแต่จุดที่นางอยู่ในตอนนี้คือป่าลึก แม้แต่ตอนที่อากาศดีมีแดดจ้าก็ต้องใช้เวลานานถึงครึ่งชั่วยามกว่าจะออกไปได้ แล้วนับประสาอะไรกับตอนที่มีหมอกปกคลุมเช่นนี้

            หากหลงทางในป่าลึกเช่นนั้นแม้ใกล้ตายก็ไม่อาจเดินออกไปได้

            "คุณหนูเจ้าคะมีหมอกปกคลุมป่าเช่นนี้ พวกเราจะกลับไปอย่างไรเจ้าคะ"

            เสี่ยวหมานเกิดในครอบครัวยากไร้นางย่อมรู้ว่าในป่าลึกมีหมอกปกคลุมกะทันหันเป็นเรื่องธรรมดาแต่นางไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี

            ซ่งอวี้เงียบไปครู่หนึ่งมองหมอกรอบๆ ที่หนาขึ้นเรื่อยๆ เดิมทียังมองเห็นในรัศมีสิบเมตร แต่ตอนนี้แม้กระทั่งรัศมีห้าเมตรก็มองไม่เห็นแล้ว

            "หากพวกเราดึงดันที่จะลงจากหุบเขามีความเป็นไปได้ที่จะติดอยู่ที่นี่ จริงด้วย เมื่อครู่พวกเราเห็นบ้านหลังหนึ่งไม่ใช่หรือ? ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ พวกเราทำได้เพียงเข้าไปซ่อนตัวในบ้านหลังนั้นรอหมอกจางหายก็ไม่สายเกินไปที่จะลงจากหุบเขา"

            แน่นอนว่าซ่งอวี้ก็อยากลงจากหุบเขาแต่นางก็ทำได้เพียงเลือกที่จะหยุดนิ่งแล้วดูการเปลี่ยนแปลง

            โชคดี บ้านที่พวกนางเห็นอยู่ใกล้กับที่นี่มากห่างไปประมาณสามร้อยเมตรเท่านั้น ซ่งอวี้หวนนึกถึงทางที่เดินผ่านมาเมื่อครู่แล้วเดินมุ่งหน้าไป

            เสี่ยวหมานสะพายตะกร้าแล้วเดินตามไป

            เหตุเพราะเวลานี้หมอกยังคงหนาขึ้นเรื่อยๆซ่งอวี้กลัวเหลือเกินว่าตนจะเดินไปผิดทางด้วยเหตุนี้หลังจากเดินไปไม่กี่ก้าวนางจะหยุดลงแล้วจำทาง ระยะทางสามร้อยเมตรทั้งสองเดินๆ หยุดๆ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วยาม

            ซ่งอวี้เช็ดเหงื่อบนหน้าผากมองบ้านที่เห็นจางๆ ภายใต้การปกคลุมของหมอกหนา โอดครวญในใจว่าไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ

            "ถึงแล้วที่นี่แหละ เจ้าเก็บกวาดเสียหน่อย หากหมอกไม่จางลงไม่แน่คืนนี้พวกเราอาจจะต้องค้างแรมที่นี่" ซ่งอวี้สั่ง

            หลังจากเสี่ยวหมานเรียนรู้จากอาฝูนางทำงานบ้านได้ดียิ่งนัก ถลกแขนเสื้อขึ้นอยากจะเก็บกวาด แต่ว่าเมื่อมองไปรอบๆบ้านแล้วนางก็หยุดชะงัก

            "คุณหนูคล้าย คล้ายมีคนอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้เจ้าค่ะ"

            มีคนอาศัย? ซ่งอวี้เดินผ่านเสี่ยวหมานเห็นมีคนก่อไฟในบ้าน ข้างๆ เห็นสัตว์ที่ถูกล่าโยนทิ้งไว้เพียงแค่มองก็รู้แล้วว่ามีคนอาศัยอยู่ที่นี่

            "ไม่เป็นไรนี่เป็นบ้านที่ในอดีตนายพรานสร้างเอาไว้ให้ตนพักผ่อน ทุกคนที่ขึ้นเขาสามารถมาพักที่นี่ได้ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ พื้นที่ตรงกลางมีคนอยู่แล้ว เช่นนั้นพวกเราไปอยู่ข้างๆเถอะ"

            ซ่งอวี้ไม่รู้ว่าคนที่มาก่อนพวกนางเป็นใครแต่นางไม่อยากข้องแวะกับผู้ใด นางชี้ไปที่มุมหนึ่งแล้วเดินไปวางของทั้งหมดไว้ตรงนั้น

            จุดประสงค์หลักในวันนี้คือขึ้นมาเก็บสมุนไพรแต่ก่อนหน้านี้ตอนขึ้นหุบเขานางก็ได้วางกับดักไว้หลายอันวันนี้ตอนเดินผ่านนางรวดดูแล้ว กับดักส่วนมากว่างเปล่าแต่ก็มีกับดับสองอันที่มีสัตว์มาติดกับ นางได้กระต่ายและไก่ป่ามาอย่างละหนึ่งตัว

            "เสี่ยวหมานมานี่ จัดการกระต่ายและไก่ป่านี้ให้เรียบร้อย ประเดี๋ยวพวกเราเอามาย่างกัน"

            เสี่ยวหมานเดินมาหาซ่งอวี้ด้วยความดีใจมองกระต่ายอ้วนท้วมและไก่ป่าที่ตัวสั่นเทา แววตาของนางทอประกาย ทว่าท่ามกลางความปรารถนานั้นก็มีความขัดแย้งเล็กน้อย "เช่นนี้ไม่ดีกระมังเจ้าคะ พวกเราเอากลับเรือน ไปกินพร้อมกับพี่อาฝูดีหรือไม่เจ้าคะ?"

            แม้นางจะชอบกินเป็นชีวิตจิตใจแต่พี่อาฝูใจดีกับนางยิ่งนัก นางจะแอบกินของอร่อยตามลำพังได้อย่างไร? นี่ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง!

            ซ่งอวี้กลั้นหัวเราะทั้งที่ตนเองน้ำลายสอมองไก่ป่าตาไม่กะพริบแต่กลับพูดไม่ตรงกับใจ ช่างลำบากเสี่ยวหมานแล้วจริงๆ

            "กินเถอะสัตว์ป่าเหล่านี้บาดเจ็บแล้ว หากวันนี้พวกเราไม่กิน เอากลับไปก็จะไม่สดใหม่แล้วอีกอย่างเจ้าอยากจะให้ข้าทนหิวหรือ?"

            เสี่ยวหมานถูกโน้มน้าวอย่างง่ายดายจัดการสัตว์ป่าทั้งสองตัวอย่างอารมณ์ดี

            ดีเหลือเกิน วันนี้มีเนื้อสัตว์ให้กินด้วย!

            หลังจากเสี่ยวหมานเดินออกไปสายตาของซ่งอวี้ก็จับจ้องไปยังกองไฟที่อยู่ตรงกลางบ้าน

            ไม่รู้ว่าคนที่มาก่อนพวกนางเป็นใครกันแน่? ไฟยังจุดอยู่สัตว์ป่าที่ล่ามาได้ก็ยังไม่ได้จัดการ น่าจะไม่ได้ไปไหนไกลไม่รู้ว่าจะเข้าหาง่ายหรือไม่

            เพราะถึงอย่างไรทุกคนก็หลบหมอกหนาด้วยกันที่นี่ต้องค้างอ้างแรมภายใต้ชายคาเดียวกัน หากอีกฝ่ายเป็นคนเผด็จการไม่ฟังเหตุผลเช่นนั้นคงแย่ยิ่งนัก

            เสี่ยวหมานชินกับการฆ่าสัตว์แล้วนางใช้เวลาไม่นานก็จัดการทุกอย่างเสร็จ ถอนขนกระต่ายจนหมด ทางด้านซ่งอวี้ก็ก่อไฟเสร็จแล้ว

            เปลวไฟท่ามกลางหมอกหนาในหุบเขาส่องสว่างได้ไม่ไกลนัก กลับกลายเป็นเสียงคำรามของสัตว์ป่าเพิ่มความรู้สึกอันตรายให้กับคนหลบภัย

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นแพทย์สาวชาวนาผู้ร่ำรวย (ด้วยตัวเอง) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185