น้องชายสองคนพยักหน้าเห็นพ้องต้องกันทันที
พี่ใหญ่อายุยี่สิบเจ็ดแล้วยังไม่ได้แต่งงาน
พี่ใหญ่เอาแต่คิดถึงเถาเถาแต่พวกเขาสามพี่น้องไม่ชอบเธอเลยสักคน
เถาเถาไปเซี่ยงไฮ้โดยไม่แม้แต่ทิ้งที่อยู่ไว้ให้พี่ใหญ่เห็นชัดว่าอยากจะเลิกกับพี่ใหญ่
แต่อีกฝ่ายก็ไม่อยากเป็นคนเลวเลยไม่เขียนจดหมายบอกตรง ๆ และปล่อยให้พี่ใหญ่ค้างคาใจแบบนี้
ไม่ว่าเรื่องอะไรพี่ใหญ่ก็มองออกทะลุปรุโปร่ง มีเพียงความรักเท่านั้นที่มองไม่ชัด ปล่อยวางไม่ได้
ตอนนี้มีสวี่ฮุ่ยปรากฏตัวขึ้นคนเขาทั้งสวย ทั้งนิสัยดี เรียนเก่ง ที่สำคัญคือคุณย่าชอบ พวกเขาเองก็ชอบ
งั้นก็ต้องร่วมมือร่วมใจกันหาวิธีจับคู่สวี่ฮุ่ยกับพี่ใหญ่
ลู่ฉี่เหวินแนะนำ“พวกเรามอบของขวัญวันเกิดให้สวี่ฮุ่ยในนามพี่ใหญ่เถอะพอสวี่ฮุ่ยได้รับของขวัญวันเกิด เธอต้องดีใจมากแน่ ๆ แล้วก็จะหวั่นไหวกับพี่ใหญ่”
ลู่ฉี่เหวินกับลู่ฉี่อู่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน“ความคิดนี้ไม่เลว”
สามพี่น้องปรึกษากันอยู่หลายนาทีก็ตกลงได้ว่าต้องซื้อเค้กวันเกิดให้แน่ ๆ แล้วหนึ่งอย่างส่วนของขวัญวันเกิดก็จะซื้อเป็นกำไลเงินวงหนาหนัก ๆ ไปให้
จริง ๆแล้ว ลู่ฉี่อู่ตั้งใจจะซื้อกำไลทองให้เพราะเงินเก็บของพวกเขาทั้งสามคนซื้อกำไลทองวงหนึ่งได้สบาย ๆ อยู่แล้ว
แต่ลู่ฉี่โหย่วบอกว่าถ้าเริ่มต้นด้วยการให้กำไลทอง เกรงว่าสวี่ฮุ่ยจะตกใจกลัวจนหนีไปเสียก่อนกำไลเงินจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น
อีกอย่างสมัยนี้คู่รักที่ตกลงปลงใจกันก็มักจะนิยมให้เครื่องประดับเงินกัน
เอาเป็นว่าใครอายุมากกว่าก็ฟังคนนั้นน้องชายสองคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย
ถึงจะทำท่าทางเหมือนจะออกเงินซื้อของขวัญให้แทนพี่ชายแต่ยังไงก็ต้องไปทวงคืนจากพี่ชายทีหลังอยู่ดี
พวกเขามาด้วยมอเตอร์ไซค์เลยขี่มอเตอร์ไซค์ไปซื้อของขวัญที่ตัวอำเภอ
เถ้าแก่เนี้ยตักไข่ลวกน้ำเชื่อมสองถ้วยมาให้สวี่ฮุ่ยกับจ้าวชิงชิงเพื่อฉลองวันเกิดให้สวี่ฮุ่ย
จ้าวชิงชิงกินไข่ลวกน้ำเชื่อมอย่างมีความสุขแล้วพูดกับสวี่ฮุ่ยว่า “อานิสงส์จากเธอทำให้ฉันได้กินไข่ลวกน้ำเชื่อมด้วย”
ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยฉลองวันเกิด ไม่เคยได้กินไข่ลวกน้ำเชื่อมในวันเกิดเลยสักครั้ง
สวี่ฮุ่ยยิ้ม“ต่อไปฉันจะจัดวันเกิดให้เธอทุกปีเอง”
แล้วกำชับเธอว่าเดี๋ยวเพื่อนร่วมชั้นมาแล้วอย่าพูดถึงเรื่องที่เธอเกิดวันนี้เพื่อนจะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อของขวัญวันเกิดให้เธอ
จ้าวชิงชิงพยักหน้ารับคำ
เพื่อนรักทั้งสองเพิ่งกินไข่ลวกน้ำเชื่อมเสร็จก็มีเพื่อนร่วมชั้นหลายคนโผล่หน้ามาแอบมองที่ร้านอาหาร
พอเห็นสวี่ฮุ่ยนั่งอยู่ในร้านถึงเดินเข้ามา พลางยิ้มแล้วพูดกับสวี่ฮุ่ยว่า “เธอมาเร็วจัง!”
สวี่ฮุ่ยมองเข็มนาฬิกาแขวนบนผนัง“ไม่เร็วนะ นี่ก็จะเที่ยงแล้ว”
เพื่อนร่วมชั้นเหล่านั้นพอมาถึงก็มอบของขวัญวันเกิดให้สวี่ฮุ่ยคนละชิ้นทุกคนต่างอวยพรวันเกิดให้สวี่ฮุ่ย
สวี่ฮุ่ยรับของขวัญด้วยความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
ตัวเธอจัดการไม่ดีเองแหละทำไมต้องนัดเลี้ยงฉลองในวันเกิดด้วยนะ?
เธอคิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นแค่คนไม่มีตัวตนในห้องเรียนคงไม่มีใครรู้วันเกิดของเธอ
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเพื่อนๆ จะรู้…
ไม่นานนักอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นที่ได้รับเชิญก็ทยอยมาทีละคน ๆ และมอบของขวัญให้เธอกันหมด
เพื่อน ๆส่วนใหญ่มักจะให้ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างปากกา สมุดโน้ต และผ้าเช็ดหน้า
ส่วนของอาจารย์จะให้เป็นซองแดงโดยตรงและบอกสวี่ฮุ่ยว่าหลังจากมหาลัยเปิดเทอมแล้วต้องการอะไรก็ซื้อเอา
ด้วยไมตรีจิตที่ยากจะปฏิเสธสวี่ฮุ่ยจึงต้องรับไว้
มอเตอร์ไซค์แล่นเร็วตอนนี้สามพี่น้องสกุลลู่ก็ซื้อเค้กขนาดไม่เล็กกับของขวัญวันเกิดกลับมาแล้ว
เมื่อเห็นภาพตรงหน้าสามพี่น้องก็รู้สึกว่าพวกเขาทำถูกแล้วจริง ๆ
มีคนมากมายมอบของขวัญวันเกิดให้สวี่ฮุ่ยถ้าพี่ชายไม่ได้ให้ของขวัญวันเกิด ก็อย่าหวังว่าจะจีบเธอติด!
ลู่ฉี่โหย่วถือกล่องเครื่องประดับที่มีห่อกำไลเงินเดินเข้ามาแล้วตะโกนทันทีที่เดินเข้าประตูมา “สหายสวี่ฮุ่ยพี่ชายให้พวกเราเอาเค้กวันเกิดกับของขวัญวันเกิดมาให้เธอ!”
เสียงตะโกนของลู่ฉี่โหย่วดึงดูดสายตาของทุกคนมาที่พวกเขา
มีนักเรียนหญิงหลายคนเห็นสามพี่น้องบ้านสกุลลู่หน้าตาหล่อเหลาก็หน้าแดงโดยไม่รู้ตัว
สวี่ฮุ่ยตกใจจนลุกขึ้นยืน
เธอมองสามพี่น้องสกุลลู่อย่างเหลือเชื่อรู้สึกเหมือนตัวเองฝันไป
ลู่ฉี่เสียนให้ของขวัญวันเกิดเธอ?เป็นไปไม่ได้…
แต่ในบ้านสกุลลู่ก็มีแค่เขาที่น่าจะรู้วันเกิดของเธอ
คราวก่อนเธอเกือบโดนปล้นทรัพย์และล่วงละเมิดทางเพศ ตอนที่ให้ปากคำเธอต้องกรอกวันเดือนปีเกิดตามระเบียบการ ลู่ฉี่เสียนเคยเห็นบันทึกปากคำนั้น
ขอแค่ลู่ฉี่เสียนใส่ใจก็จะจำวันเกิดของเธอได้
ส่วนคนอื่นๆ ในบ้านสกุลลู่ เธอไม่เคยพูดถึงวันเกิดของตัวเองกับใครเลย ไม่มีทางที่พวกเขาจะรู้
หรือว่าตอนที่ลู่ฉี่เสียนดูบันทึกปากคำเขาใส่ใจจริง ๆ ?
สวี่ฮุ่ยตื่นเต้นจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
จนลู่ฉี่เหวินกับลู่ฉี่อู่วางเค้กลงบนโต๊ะของสวี่ฮุ่ยสวี่ฮุ่ยถึงได้รู้สึกตัว รีบกล่าวขอบคุณด้วยใบหน้าแดงก่ำ
ลู่ฉี่โหย่ววางกล่องเครื่องประดับไว้ตรงหน้าสวี่ฮุ่ย“เปิดดูสิว่าชอบไหม?”
สวี่ฮุ่ยเปิดกล่องเครื่องประดับข้างในเป็นกำไลเงินเปล่งประกายแวววาว
แม้ว่ารูปทรงจะไม่ได้สวยงามเป็นพิเศษแต่น้ำหนักไม่เบาเลย
นักเรียนหญิงหลายคนน้ำลายหกด้วยความอิจฉาพวกเธอก็อยากได้กำไลเงินเหมือนกัน
นักเรียนชายหลายคนที่แอบชอบสวี่ฮุ่ยเก็บของขวัญวันเกิดที่เตรียมไว้ให้สวี่ฮุ่ยใส่กระเป๋าเงียบ ๆ
ในยุคนี้เครื่องประดับเงินมักจะเป็นของแทนใจระหว่างหนุ่มสาว
เมื่อได้รับของขวัญวันเกิดสุดพิเศษแบบนี้ใบหน้าของสวี่ฮุ่ยก็แดงเรื่อขึ้นมาทันที
เธอปิดกล่องเครื่องประดับส่งคืนให้ลู่ฉี่โหย่ว “ฉันรับสิ่งนี้ไว้ไม่ได้ค่ะ”
ลู่ฉี่โหย่วพูดอย่างจริงจัง“รับได้หรือไม่ได้ เธอไปคุยกับพี่ชายฉันเองพวกเรามีหน้าที่แค่ส่งของเท่านั้น”
สิ้นเสียงเขาก็พาน้องชายทั้งสองออกจากร้าน ขึ้นมอเตอร์ไซค์ขับหนีไป
สวี่ฮุ่ยจึงต้องเก็บกล่องเครื่องประดับที่มีห่อกำไลนั้นไว้
บนโต๊ะอาหารมีเพื่อนร่วมชั้นถามสวี่ฮุ่ยว่าจะไปเรียนที่เมืองเอกมณฑลวันไหนพวกเขาจะได้ไปส่งเธอ
สวี่ฮุ่ยยิ้ม“ก็แค่ไปเรียนที่เมืองเอกมณฑลเอง ไม่ได้ไปเรียนที่เมืองหลวงซะหน่อยไม่ต้องไปส่งหรอก อีกอย่าง ฉันยังไม่ได้รับใบตอบรับเข้าเรียนเลย”
อาจารย์ใหญ่โจวสงสัย“อะไรนะ? ยังไม่ได้รับใบตอบรับเข้าเรียนเป็นไปไม่ได้ฉันได้ยินนักเรียนจากโรงเรียนอื่นที่สอบติดมหาวิทยาลัยบอกว่าพวกเขาได้รับใบตอบรับกันหมดแล้ว”
“เธอกลับไปถามที่บ้านดูว่ามีใครรับใบตอบรับเข้าเรียนแทนเธอหรือเปล่าถ้ามีแต่ไม่ได้ให้เธอ เธอต้องบอกฉันนะ”
สวี่ฮุ่ยพยักหน้ารับคำ
…
สวี่ฮุ่ยเดาไม่ผิดกู่ซิ่วพาสวี่เยว่กลับบ้านเดิมเพื่อฉลองวันเกิดให้ลูกสาวสุดที่รักตั้งแต่เช้าและจะขอยืมเงินพ่อแม่สี่พันหยวนมาใช้แก้ขัดด้วย
สวี่ฮุ่ยไม่ยอมให้พวกเขายืมเงินเด็ดขาดสวี่ต้าซานกับกู่ซิ่วปรึกษากันไปปรึกษากันมา สุดท้ายก็ต้องไปยืมเงินพ่อตาแม่ยาย
พวกเขากลัวไม่กล้าไม่คืนเงินกับของขวัญให้คุณนายลู่
แม่ลูกเดินเข้าไปในเขตบ้านพักครูก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนทันที
หลายคนทักทายกู่ซิ่วด้วยรอยยิ้มถามเธอว่าพาสวี่เยว่กลับบ้านเดิมมาฉลองวันเกิดใช่ไหม
ขณะที่ถามทุกคนมองสวี่เยว่ด้วยสายตาแปลกๆ และเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
กู่ซิ่วฝืนยิ้มตอบ
เธอรู้อยู่แล้วว่าคนพวกนี้กำลังดูถูกอะไรก็เรื่องลูกสาวคนเล็กยืมมือคนอื่นทำร้ายสวี่ฮุ่ยจนเป็นข่าวใหญ่โตไงล่ะ?
แล้วไง?มันเกี่ยวอะไรกับคนพวกนี้!
สองแม่ลูกแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เดินไปทางบ้านสกุลกู่ ได้ยินเสียงซุบซิบนินทาของเพื่อนบ้านมาจากด้านหลัง
“ลูกสาวนิสัยเสียขนาดนี้กู่ซิ่วยังเห็นเป็นแก้วตาดวงใจ แต่งตัวให้ซะสวย สมองคงมีปัญหาแล้วมั้ง”
“ถ้าฉันเลี้ยงลูกสาวที่ใจคอโหดเหี้ยมแบบนี้ฉันไล่ออกจากบ้านไปนานแล้วไม่ฉลองวันเกิดให้หรอก!”
กู่ซิ่วกับลูกสาวได้ยินก็แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน
เมื่อก่อนยังไม่ทันเดินเข้าประตูบ้านสกุลกู่สวี่เยว่ก็จะออดอ้อนเรียกคุณตาคุณยาย เสียงหวานเลี่ยนสุด ๆ
แต่วันนี้สวี่เยว่ไม่กล้าทำแบบนั้น
ตั้งแต่คุณตาคุณยายรู้เรื่องเธอยืมมือคนอื่นทำร้ายคนจากหนังสือพิมพ์ในระหว่างที่เธอรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล พวกเขาไม่เพียงไม่มาเยี่ยมเธอหลังจากนั้นก็ไม่เคยโทรหาเธอด้วย
แสดงว่ายังโกรธเธออยู่เธอจะกล้ากระตุกหนวดเสือได้ยังไง?
กู่ซิ่วได้แต่ตะโกนว่า“พ่อ แม่ หนูกับเยว่เยว่มาเยี่ยมค่ะ” พูดจบก็เดินเข้าไปในบ้าน
ปกติวันนี้ของทุกๆ ปี บ้านสกุลกู่จะตกแต่งห้องนั่งเล่น เพื่อให้สวี่เยว่เชิญเพื่อน ๆมาร่วมฉลองวันเกิดที่บ้านได้สะดวก
แต่วันนี้นอกจากห้องนั่งเล่นบ้านสกุลกู่ไม่ได้ตกแต่งแล้ว กลับยังเงียบเหงามีเพียงคุณตากู่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟา