Chapter II เริ่มหลบหนี
ระบบสุ่มกาชา หลังโลกาวินาศ Chapter I [End]เสียงกรีดร้องท่ามกลางความวุ่นวายดังก้องไปทั่วอาคาร ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่พวกติดเชื้อบ้าคลั่งเต็มไปหมด ภายในโรงเรียนแห่งนี้จึงไม่ต่างอะไรจากสถานที่แพร่เชื้อชั้นดีเลย สีหน้าที่หวาดกลัวของผู้คนที่พยายามดิ้นรนหนีจากเปลวเพลิงเชื้อร้ายนั้นสะท้อนความสิ้นหวัง พวกเขาพยายามหนีไปทุกทิศทาง แต่ก็หนีไม่พ้น เพราะมีเชื้อร้ายที่ว่าเต็มไปหมด ไม่ว่าจะมาในรูปแบบสัตว์ หรืุ์ด้วยกันก็ตาม
แต่ในหมู่ฝูงชนที่ตื่นตระหนก ก็มีคนอีกไม่น้อยที่ลุกขึ้นสู้เพื่อเอาชีวิตรอดเช่นกัน ว่ากันว่าในสถานการณ์แบบนี้จะแสดงธาตุแท้ของคนออกมาอย่างที่สุด... และผมก็ได้เห็นมันแล้ว คนบางกลุ่มพอจนมุมก็จะใช้คนอื่นเป็เหยื่อล่อเพื่อให้ตัวเองหนีรอด แม้ว่าคนคนนั้นจะเป็เพื่อนสนิทหรือคนรักก็ตาม มนุษย์ก็แบบนี้แหละ เข้าหากันด้วยเปลือกนอกเพื่อผลประโยชน์
“ปล่อยฉันไว้ที่นี้เถอะรุ่นพี่”
ผม ซีน และตอนนี้กำลังหนีตายจากพวกตัวแพร่เชื้อ—หรือจะเรียกให้ง่ายก็คือ ซอมบี้—นั่นแหละ นี่คือ ไอรีน รุ่นน้องที่ขาได้รับาเ็จากมีดปักจนเดินไม่ไหว ผมจึงรีบบอกให้เธอขี่หลังของผมไว้ ร่างกายที่แข็งแรงจากการทำงานหนักตลอดมาถูกใช้เพื่อปกป้องคนอื่นเป็ครั้งแรก และเราพยายามออกจากโรงเรียนไปด้วยกัน
15 นาที ก่อนหน้านี้... ที่จุดจอดรถบัส
หลังจากฝ่าดงซอมบี้มาถึง ผมได้มาถึงที่จอดรถบัสของโรงเรียนแล้ว ผู้คนส่วนหนึ่งก็ได้มาที่นี่เช่นกัน ทุกคนคงคิดว่าการนั่งรถหนีออกจากโรงเรียนคือทางรอดเดียว ในขณะที่ผมกำลังต่อแถวขึ้นรถอยู่นั้น เสียงที่คุ้นเคยและนุ่มนวลก็ดังขึ้นข้างหลังผม ทำให้ผมต้องหันกลับไปมอง
“ฉันว่าแล้วต้องเป็รุ่นพี่ คุณก็รอดมาได้สินะคะ”
ใช่แล้ว... ใครจะไปลืมเสียงที่เป็เอกลักษณ์และอ่อนโยนแบบนี้ได้! ผมตอบกลับไปด้วยคำสั้น ๆ “อื้ม” นั่นคือเสียงของ ไอรีน ขอบคุณพระแม่กาชาอะไรสักอย่างที่ทำให้คนจิตใจดีและน่ารักแบบนี้ยังรอดมาได้
แต่ความโล่งใจก็อยู่ได้ไม่นาน...
ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงโวยวายจากคนที่อยู่ข้างหลังไอรีน “ไอ้เวร!! ผู้หญิงคนนี้มันมีรอยแผลสด ๆ ที่ถูกผ้าพันแผลพันไว้อยู่ด้วย!!”
เสียงนั้นเหมือนจุดชนวนให้ความหวาดกลัวะเิขึ้นทันที “ไอ้ปีศาจ! ไอ้ผีติดเชื้อเอ๊ย! ไปให้พ้น! ใครก็ได้ฆ่ามันที!” ทุกคนเริ่มตื่นใและหวาดกลัวไอรีน พวกเขาหนีออกห่างเธอแล้วไล่เธอ พร้อมกับหาของปาใส่เธออย่างบ้าคลั่ง พวกเขาสติแตกจนไม่ฟังเหตุผลเลยว่าแผลนั่นได้มาจากไหน
“หยุดเดี๋ยวนะ! ดูแผลของเธอดี ๆ นั่นมันแผลถูกของมีคม! ไม่ใช่รอยกัดของพวกติดเชื้อ! พวกแกสิตัวติดเชื้อ... ติดเชื้อความหวาดระแวงจนไม่ฟังเหตุผล!” ผมะโอย่างเหลืออด แม้จะรู้ว่าสู้ฝูงชนไม่ได้ ผมรีบตัดสินใจ “เราหนีกันเถอะ!”
ผมคว้ามือที่บอบบางของไอรีนที่พยายามยกแขนกันของที่ถูกปาใส่ แล้วรีบวิ่งหนีออกจากความบ้าคลั่งนั้นมาอย่างรวดเร็ว พอพ้นจากที่นั่น ผมก็หยุดและรีบถามอาการเธอด้วยความเป็ห่วง แม้ปากเธอจะบอกว่าไม่เป็อะไร แต่มือของเธอที่ผมจับอยู่นั้นกลับสั่นอยู่ตลอดเวลา
ผมไม่รู้ว่าผีบ้าอะไรสิงผมอยู่ แต่ผมเอามืออีกข้างไปลูบหัวเธอเบา ๆ แล้วพูดเพื่อปลอบเธอ
“ไม่เป็ไรแล้ว ๆ เธอไม่ต้องกลัวไปนะ ไม่มีใครว่าเธอแล้ว ไอพวกนั้นต่างหากไอพวกผีติดเชื้อดูสิ สติแตกอย่างกับพวกที่ติดเชื้อจริง ๆ เลย ฮ่า ๆๆ”
“ฮ่า ๆ รุ่นพี่นี่ตลกจังเลยนะ ขอบคุณนะคะที่เชื่อสิ่งที่ฉันพูด” แววตาที่เต็มไปด้วยความซึ้งใจของเธอทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นในใจ นี่คือสิ่งที่ผมไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน
ย้อนกลับมาปัจจุบัน... การเดินทางในป่า
ในระหว่างที่เดินไปด้วย ขณะไอรีนขี่หลังผมอยู่ ผมสะพายกระเป๋าไว้ข้างหน้าเพื่อให้ไอรีนขี่หลังได้ง่าย ๆ ร่างกายที่แข็งแรงก็จริง แต่การเดินป่าต่อเนื่องหลายชั่วโมงก็เริ่มทำให้รู้สึกอ่อนล้า กระเป๋าของเราทั้งคู่ไม่ได้หนักมาก เพราะทิ้งหนังสือเรียนไปหมดแล้ว ในกระเป๋าของผมมีแค่ขนมช็อกโกแลตแท่งที่บังเอิญเจอในห้องเรียน ส่วนกระเป๋าของไอรีนมีไอแพดกับขวดน้ำดื่มพลาสติกที่น้ำเหลือไม่ถึงครึ่งขวด
เราออกมาจากโรงเรียนทางประตูหลังที่ปิดปรับปรุงซึ่งเชื่อมกับป่า ผมจึงเดินเข้าป่าไปกับไอรีนอยู่เป็ชั่วโมง โชคยังดีที่ [GPS ในมือถือของผมยังใช้ได้อยู่!] ผมจึงใช้มันนำทางเพื่อหาทางออกจากป่า และตามหาคนที่พอจะช่วยรักษาแผลของไอรีนได้
ระหว่างทาง ผมก็ได้ [Survival Points (SP)] จากระบบสุ่มกาชาเรื่อย ๆ ภารกิจที่มันบอกให้ทำมีแต่เื่แปลก ๆ และไร้สาระ เช่น: เดินให้ครบ 1 กิโลเมตร, ชวนไอรีนคุยระหว่างทาง, หาลำธารให้เจอ... ผมต้องทำตัวมึน ๆ ไปเรื่อย เพื่อให้ได้แต้มมาสุ่มกาชา
ขณะเดินทางไปตามทางที่เริ่มมืดลง ไอรีน ที่อยู่บนหลังผมก็ได้เล่าเื่ที่มาของาแตรงขาว่า เป็ฝีมือของ เพื่อนสนิทที่สุด ที่พยายามจะแทงเธอเพราะแค้นเื่แฟน...
น้ำเสียงของไอรีนไม่ได้หวาดกลัวซอมบี้ แต่กลับสั่นเครือด้วยความเ็ปจากการถูกทรยศ “...เธอบอกว่า ฉัน ไปยั่วแฟนเธอ... ทั้งที่ ฉัน ไม่ได้ทำอะไรเลย... แล้วเธอก็คว้ามีดออกมา...”
ผมฟังอย่างเงียบ ๆ แฟน? ความรัก? หึงหวง? สิ่งเหล่านี้มันเป็ยังไง มันเป็เื่ไกลตัวฉันมาก เกินกว่าที่คนที่ต้องทำงานหัวหมุนและหลบหนี้สินอย่างฉันจะเข้าใจได้ แต่ถึงจะมึนเื่ความรัก... ฉันเข้าใจความรู้สึกถูกหักหลังเป็อย่างดี
"เฮ้ ไอรีน..." ผมเอ่ยขึ้นเสียงเบา "ฟังนะ... ฉัน ไม่รู้หรอกว่าไอ้เื่แฟน ๆ หรือหึงหวงมันคืออะไร แต่การถูกคนที่ไว้ใจที่สุดหักหลัง... ถูกแทงข้างหลังแบบนี้ ฉันเข้าใจดีว่ามันเ็ปแค่ไหน"
ผมหยุดเดินชั่วครู่ จัดไอรีนให้นั่งสบายขึ้นบนหลัง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างที่ไม่เคยมีใครได้ยิน "ไอ้คนพวกนั้น... พวกที่ทำร้ายเรา เพราะความอิจฉาริษยา หรือ เพราะความโง่ของมันเอง... พวกมันก็แค่ห่วยแตก ไม่ต้องไปเก็บเื่ของคนห่วย ๆ มาทำให้ตัวเองเ็ป"
ไอรีนซบหน้าลงกับหลังผม เธอไม่ได้ร้องไห้ แต่ผมรู้สึกได้ถึงแรงเกาะที่แน่นขึ้น... เธอค่อนข้างช็อกกับสิ่งที่เพื่อนสนิทของเธอทำกับเธอมาก การปลอบใจด้วยเหตุผลที่ง่ายและจริงใจของผม อาจจะเป็สิ่งเดียวที่ช่วยเธอจากาแทางใจในตอนนี้ได้
หลังจากเดินอยู่นาน... [ภารกิจ] ก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าผมอีกครั้ง!
[ภารกิจหลัก] หาที่ตั้งแค้มป์นอน
[ระยะเวลา] 2 ชั่วโมง
[บทลงโทษ] ได้รับความเ็ปเหมือนโดนมีดพันเล่มฟันเป็เวลา 5 นาที
[ประเภทของรางวัล] อุปกรณ์สำหรับการนอนป่า
ผมบอกไอรีนว่าเราควรหาที่พักกันคืนนี้ “ไอรีน! ฉัน ว่าตอนนี้ก็ 6 โมงเย็นแล้ว การเดินต่อไปคงจะลำบากถ้าเดินทางกันตอนกลางคืน! พักเอาแรงกันดีกว่า!” ผมจงใจปิดบังเื่ระบบบ้าบอนี่ไว้ เพราะไม่อยากให้เธอกังวลกับสิ่งที่มองไม่เห็น
ไอรีนพยักหน้าทันที แววตาของเธอไม่ได้กังวล แต่เต็มไปด้วย ค.ว.ย. …เอิ่มม ผมหมายถึงการคิด วิเคราะห์ แยกแยะน่ะนะ…
“ฉันเห็นด้วยค่ะ ถ้าตามปกติแล้ว การหยุดเดินทางเมื่อเริ่มมืดเป็สิ่งที่ดีแล้วค่ะรุ่นพี่ แถมรุ่นพี่ก็แบกฉันมาตั้งนานแล้วคงจะล้ามากๆด้วย ” เธอกล่าวอย่างมีเหตุผลโดยไม่ต้องสงสัยในคำพูดของผม
จากนั้นไม่นาน เราก็แวะพักข้างทางสักครู่เพื่อพักฟื้นและเตรียมหาสถานที่ที่พอจะนอนได้ ผมตั้งใจจะใช้พลังใหม่ให้เป็ประโยชน์
ผมปล่อยไอรีนลงจากหลังอย่างเบามือ แล้วเพ่งสมาธิไปที่ความสามารถที่เพิ่งได้มา [Evill Sense] ที่ระยะ 10 เมตร ระบบเริ่มทำงานทันที! คลื่นพลังงานด้านลบ—ความหิวโหยและความแค้นของซอมบี้—ที่เคยส่งเสียงกรี๊ดในหัวผมเมื่ออยู่ในโรงเรียน ตอนนี้กลับเงียบสนิท นั่นเป็สัญญาณที่ดี
ผมใช้ Evill Sense สแกนบริเวณโดยรอบอย่างละเอียดเพื่อความปลอดภัย จนกระทั่งตรวจพบคลื่นสีฟ้าอ่อน ที่มุมหนึ่งของหน้าผา มันไม่ใช่คลื่นอันตรายถึงชีวิต แต่เป็ "ความรู้สึกอับชื้นและถูกทิ้งร้าง" ซึ่งบ่งบอกถึงที่พักที่ว่างเปล่า
ผมจึงเดินนำไปตามคลื่นนั้น จนกระทั่งเจอ ถ้ำเล็ก ๆ ที่มีปากทางแคบและไม่ลึกมากนัก เหมาะเป็ที่พักพิงชั่วคราวสำหรับคืนนี้
“ที่นี่แหละไอรีน” ผมชี้เข้าไปในถ้ำ “ดูปลอดภัยดี ไม่น่าจะมีใครอยู่”
ไอรีนเหล่มองตามทางที่ผมชี้ไป “ทำเลดีค่ะรุ่นพี่ ปากถ้ำแคบทำให้ป้องกันง่าย และอยู่ไกลจากแหล่งน้ำ ทำให้พวกมันไม่น่าจะมารวมตัวกันแถวนี้”