มิลันดาเข้าห้องส่วนตัวหลังจากทานอาหารเย็นพร้อมบิดามารดา หล่อนก้าวมายืนชิดริมหน้าต่าง เปิดมันออกยืนกอดอกหล่อนรู้ว่าข้างบ้านคงไม่เปิดมาเผชิญหน้ากันอีกแล้ว เพราะทุกวันนี้หล่อนไม่เคยเห็นหน้าเขาผ่านทางหน้าต่างบานนั้นอีกเลยพี่คมเลิกสนใจไยดี ั้แ่วันนั้น วันที่หล่อนขอร้องให้เขาไปจากชีวิต เ้าของร่างบางแหงนหน้ามองพระจันทร์ซึ่งกำลังส่องแสงสวยงามดาวระยิบระยับยามค่ำคืน อยู่ๆ น้ำตาดันไหลออกมา หล่อนไม่คิดเช่นมัน ปล่อยให้มันเป็ไปเช่นนั้น
ให้คิดให้ตายก็คงย้อนเวลากลับไปไม่ได้อีกแล้วหล่อนควรเริ่มต้นใหม่เสียที
คมฉณัฐยืนกอดอกมองคนข้างบ้านผ่านบานกระจกซึ่งไม่ได้เปิดออก เขาเห็นหล่อนกำลังแหงนหน้ามองจันทร์หรือไม่ก็ดวงดางบนท้องฟ้า แต่ทว่าใบหน้ากลับสะท้อนแสนจันทร์จนเห็นบางทอประกายน้องมิกำลังร้องไห้ เื่อะไรกันที่ทำให้มิลันดาทุกข์ใจ หรือเป็เื่ของเขาคมฉณัฐไม่อยากคิดเข้าข้างตนเอง
บางทีหล่อนอาจกำลังผิดหวังกับบางเื่และเื่นั้นคงไม่เกี่ยวกับเขาหรอก
มิลันดาเปิดประตูรั้วบ้านออกมาแต่เช้า ตลอดคืนนอนไม่หลับ ตัดสินใจโทรไหว้วานเพื่อนตัวดีมารับอย่างน้อยรมย์รวัตรก็ช่วยให้หล่อนผ่อนคลาย บางครั้งพบเจอกับความเ็ปมีเพื่อนคนนี้ที่คอยประคอง ทันทีที่รั้วเปิดออกหล่อนพบเพื่อนยืนยิ้มแฉ่งต้อนรับ
“มารับแต่เช้าเลยนะแก”
รมย์รวัตรมองหน้าเพื่อนพลางถอนใจเมื่อเห็นรอยช้ำดวงตาแดงก่ำเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
ไม่เข้าใจ...ไม่อยากเห็นเพื่อนต้องทนทุกข์ทรมานกับเื่ความรักนี้เลย
เสียงบ้านข้างๆดังขึ้น มิลันดาเหลือบมองเห็นรถของเขากำลังเคลื่อนออกมา คมฉณัฐหันมามองสองคนกำลังพูดคุยกันท่าทางสนิทสนมเหมือนเคยเมื่อคืนมิลันดาอาจร้องไห้เพราะชายคนนี้ก็เป็ได้ เขาไม่อยากรับรู้ให้เจ็บชายหนุ่มเบือนหน้าหนี
กานต์สินีรีบโบกไม้โบกมือราวกับศรีภรรยากำลังส่งสามีทำงานจังหวะหนึ่งหล่อนเหลือบมองมิลันดาแล้วขมวดคิ้วปนยิ้มมุมปาก
คนตัวเล็กกัดฟันอดทนไม่ให้ตนเองต้องหลั่งน้ำตารมย์รวัตรเลยจับมือเพื่อนแล้วดันร่างบางเข้าไปนั่งเพื่อตัดปัญหาเขาเปิดประตูนั่งเบาะคนขับแล้วหันมามองมิลันดาด้วยความเหนื่อยใจแทน
“รู้ว่าเจ็บรู้ว่าทรมานทำไมแกต้องไปมองผู้ชายคนนั้นด้วยมิ” รมย์รวัตรตำหนิ
“ฉันไม่รู้เหมือนกันมันเป็ไปเอง” หล่อนตอบเสียงเครือ ไม่ได้ตั้งใจจะมองหรือสนใจทุกอย่างมันเป็ปฏิกิริยาตอบสนองไปเอง หล่อนไม่ได้อยากเจ็บซ้ำซากหรอก
รมย์รวัตรไม่เอ่ยคำใดเพราะคิดว่ามันอาจเป็การซ้ำเติมเพื่อน ขณะรถเคลื่อนเพื่อนสาวนั่งซึมตลอดเส้นทาง
ภายในหัวสมองหล่อนประมวลทุกอย่างประติดประต่อจนเข้าใจกระจ่าง คุณกานต์สินีมาอยู่กับพี่คมแล้วเขาสองคนอยู่กินฉันท์สามีภรรรยาทั้งที่มีคนรักแล้วเหตุใดพี่คมถึงมายุ่งวุ่นวายกับหล่อนให้รู้สึกใจเต้นขึ้นมารู้แก่ใจว่าหล่อนคิดอย่างไร ดีแล้วที่ไหวตัวทันไม่เช่นนั้นอาจเจ็บปางตายมากกว่านี้
“อยากกลับไปอยู่อังกฤษอีกจังเลยวัตร”หล่อนบ่นเสียงแ่ มือกรีดน้ำตาออก
“พูดอะไรออกมามิทำไมคิดแบบนั้น ถ้าเป็แบบนี้มิคงกลับมาเมืองไทยไม่ได้แล้วพ่อกับแม่อยู่ที่นี่จะทิ้งท่านไปแค่เพราะเื่ผู้ชายเหรอ เราว่ามันไม่ใช่นะมิ”
หล่อนช้อนสายตามองเพื่อนเข้าใจคำพูดรมย์รวัตรดี คำเปรยนั้นไม่ได้เจตนาอยากไปอยู่อังกฤษจริงๆเพราะหล่อนเองไม่้าให้พี่คม หรือใครดูถูก
“แหมว่าซะแรงเชียววัตร เื่นี้รู้อยู่หรอก พูดไปอย่างนั้นแหละยังไงกับข้าวฝีมือแม่ก็อร่อยที่สุด”
“ขอโทษที่ว่าแกอย่างนั้นนะมิ”ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกว่าตนเองพูดแรงไปจริงๆ
“ไม่เห็นต้องขอโทษแกเตือนสติฉันก็ดีแล้วแหละ” หล่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ฉันเองก็มัวแต่เห็นแก่ตัวคิดแต่เื่ในอดีตตลอด เห็นทีคงต้องพยายามให้มากขึ้นอ่อนแอแบบนี้คงทำให้คนรอบข้างเป็ห่วง”
“คิดได้แบบนั้นก็ดี”
“ได้ทีเอาใหญ่เลยนะไอ้วัตร”มิลันดาส่งเสียงดุ คนถูกดุหัวเราะร่า
รถแล่นมาจอดในลานกว้างมิลันดาลงจากรถแล้วสะพายกระเป๋าได้ยินเสียงรถพยาบาลหลายคันมาจอดหน้าตึกผู้ป่วยฉุกเฉินหล่อนหันมองเพื่อนชายสีหน้าตื่นตระหนก
“ทำไมเสียงรถพยาบาลหลายคันจังวันนี้”มิลันดาถาม ขณะเร่งก้าวกับเพื่อน
“นั่นสิ”
เสียงโทรศัพท์มิลันดาและรมย์รวัตรดังพร้อมกันเ้าของเครื่องหยิบออกมาแล้วรับสาย คำบอกเล่าปลายสายทำให้สองคนหน้าเครียดทั้งคู่วางสายแล้ววิ่งไปหน้าตึกทันที
“หมอมิกับหมอวัตร เราคงต้องทำการผ่าตัดกันหลายเคส เตรียมตัวให้พร้อมเลย ผมจะประชุมกัน”หมอใหญ่สั่งทันทีที่เห็นหน้าทั้งสอง
“ครับ”“ค่ะ” ทั้งคู่รับคำ
เมื่อถึงเวลาต้องทำการผ่าตัดหญิงสาวแทบไม่มีเวลาหายใจ เมื่อชีวิตผู้ป่วยกำลังอยู่ในอันตราย หล่อนวิ่งไปมาเพื่อช่วยผ่าตัดหมอทุกคนต่างพยายามช่วยชีวิตคนไข้อย่างเต็มความสามารถ แต่ไม่สามารถช่วยได้ทุกราย เพราะอาการหนักเกินกว่าจะรักษาได้เวลาล่วงเลยจนสู่เช้าของวันใหม่ ทุกอย่างจึงเรียบร้อย
มิลันดาเอนกายพิงพนักเก้าอี้แล้วหลับตาเพราะความเหนื่อยส่วนรมย์รวัตรนอนสลบอยู่บนโซฟาในห้อง หล่อนเหนื่อยเกินกว่าจะแบกสังขารตนเองกลับบ้าน
ดาวเรืองร้อนใจเพราะไม่สามารถติดต่อบุตรสาวได้เลยหล่อนอยากไปหาที่โรงพยาบาลแต่สามีกลับบอกให้รอก่อนลูกไม่เคยขาดการติดต่อไปแบบนี้เลย หล่อนเป็ห่วง
“คุณเดินวนไปวนมาแบบนั้นผมเวียนหัวนะ”ชัยเดชบอกภรรยา เมื่อเห็นหล่อนเอาแต่ถือโทรศัพท์เดินวน
“ฉันเป็ห่วงลูกนี่คะทำไมป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย”
“ไม่เห็นต้องห่วงเลยยัยมิจะไปไหนได้ก็อยู่ที่โรงพยาบาลนั่นแหละคงมีอะไรเกิดขึ้นจนต้องเข้าเวรดึกล่ะมั้ง”
“แล้วทำไมลูกไม่โทรมาบอกกันเลยคะฉันโทรหาก็ไม่รับสาย”
“ลูกคงยุ่งเกินกว่าจะรับได้น่ะอาจมีอุบัติเหตุ หรือไม่ก็เข้าห้องผ่าตัดเลยไม่มีเวลารับ” เขาพยายามอธิบาย
“ไม่ได้หรอกค่ะคุณลูกไม่ติดต่อแบบนี้ฉันเป็ห่วงจะแย่”
“อย่าคิดมากเลยเดี๋ยวลูกก็กลับแล้ว” ชัยเดชตัดบทแล้วจัดการอาหารตรงหน้าก่อนหยิบกระเป๋าเอกสารเพื่อเดินทางไปทำงาน
ด้วยความเป็ห่วงบุตรสาวดาวเรืองตัดสินใจโทรหาคมฉณัฐทันที
“ครับคุณอามีอะไรหรือเปล่าครับ” เขาถามปลายสาย
“คมไปทำงานหรือยัง”
“อ่อยังเลยครับผมอยู่ที่บ้านกำลังเตรียมตัว”
“พอดีอามีเื่อยากให้คมช่วยน่ะ”
“อ่อครับคุณอาสักครู่นะครับเดี๋ยวผมออกไปพบคุณอาหน้าบ้าน” เขาบอกแล้ววางสาย จากนั้นจึงเปิดประตูรั้วออกมาพบ
ดาวเรืองรีบตรงเข้ามาหาสีหน้าร้อนใจ
“คุณอาอยากให้ผมช่วยอะไรครับ”
“ช่วยไปดูยัยมิให้อาหน่อยได้ไหมน้องไม่ได้กลับบ้านทั้งคืน อาเป็ห่วง”
“น้องมิไม่ได้โทรบอกคุณอาเหรอครับ”
“เปล่าเลยจ้ะอาติดต่อมิไม่ได้เลย”
คมฉณัฐหนักใจแทนถึงงานยุ่งก็น่าจะนึกถึงแม่บ้าง ทำไมหล่อนไม่โทรมาบอกแม่เสียหน่อยว่าติดธุระหรือไปเที่ยวกับหนุ่มคนไหนชายหนุ่มนึกตำหนิที่หล่อนเหลวไหลเช่นนี้
“เดี๋ยวผมแวะไปดูที่โรงพยาบาลให้นะครับ”
“ขอบคุณมากนะคม”ดาวเรืองบอกแล้วยิ้มบางๆ
“ไม่เป็ไรครับ”
ชายหนุ่มสตาร์ทรถแล้วเคลื่อนออกนอกบริเวณบ้านตลอดเส้นทางเขาค่อนข้างกังวล มิลันดาเป็อะไรหรือเปล่าถึงไม่ติดต่อมาเลยจอดรถในลานกว้างเร่งฝีเท้าเข้ามาด้านใน เห็นผู้คนมากมายยืนรอ บางคนหลับกับพื้นเมื่อคืนคงเกิดเื่ขึ้นเป็แน่ คมฉณัฐตัดสินใจสอบถามประชาสัมพันธ์เมื่อรู้ที่อยู่ของคุณหมอเลยเดินมายังห้องทำงานของมิลันดา
เขาหยุดเท้าหน้าห้องเห็นหล่อนกำลังหลับสนิทใบหน้าซีดเซียว ผมค่อนข้างยุ่ง ดูท่าเมื่อคืนหล่อนคงเหนื่อยมากเลยทีเดียวเขาไม่คิดมาก่อนว่าจะได้เห็นมิลันดาในสภาพเช่นนี้ สองเท้าก้าวเข้าใกล้แต่กลับต้องชะงักเมื่อเสียงมือถือดังขึ้น
เ้าของเครื่องสะดุ้งตื่นล้วงหยิบออกมาจากกระเป๋าเสื้อผ่าตัดเมื่อได้ความเลยวางแล้วลุกยืนจังหวะนั้นหล่อนสบตากับเขาแต่มิลันดาไม่อาจอยู่สนทนาด้วย เลยวิ่งผ่านเขาไปอย่างรวดเร็วรมย์รวัตรเองก็เช่นเดียวกันคมฉณัฐนึกขัดใจที่เห็นหล่อนมองผ่านเขาราวกับอากาศธาตุเลยก้าวตาม
เขาเห็นมิลันดาอยู่บนเตียงพยาบาลคนไข้มีเืโชกเต็มกาย รถกำลังเข็นและขณะนั้นหล่อนกำลังช่วยชีวิตผู้ป่วยเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดเต็มใบหน้า สีหน้าหล่อนดูเคร่งเครียด ทุกคนสับสนวุ่นวานเขารู้สึกเหมือนตนเองกำลังอยู่ในสถานที่แปลกใหม่
มิลันดามองผู้ป่วยหล่อนภาวนาทุกครั้งให้ทำการช่วยเหลือสำเร็จ หนึ่งชีวิตที่หล่อนช่วยได้มันมีความหมายมากมายเหลือเกินแต่อาการคนไข้หนักหนาสาหัส มิลันดาพยายามอย่างยิ่งยวด เมื่อหัวใจคนป่วยหยุดเต้น เครื่องกระตุ้นหัวใจถูกนำมาใช้หลายต่อหลายครั้งหล่อนจะยื้อชีวิตผู้ป่วยไว้ให้ได้ ด้วยการใช้ความรู้ที่มีทั้งหมดทั้งการฉีดยากระตุ้นหัวใจ หรือการผ่าเปิดช่องอกเพื่อนวดหัวใจในที่สุดความพยายามของหญิงสาวก็ประสบความสำเร็จ คนไข้หัวใจเต้นอีกครั้งหล่อนสั่งให้พยาบาลเข็นเตียงคนไข้เข้าห้องผ่าตัด หมอใหญ่จะรับ่ต่อจากหล่อนหญิงสาวยืนนิ่งพิงกำแพงทั้งที่มือและเสื้อผ้ากำลังเปื้อนเือยู่แต่หล่อนไม่มีแรงพอสำหรับก้าวไปล้างหรือทำความสะอาดเลย
คมฉณัฐเห็นภาพเบื้องหน้าแล้วหัวใจกระตุกขนาดเขาเป็ผู้ชายยังหวั่นใจกับเืจำนวนมากแต่มิลันดากลับพุ่งเป้าหมายไปยังคนไข้เพียงอย่างเดียวเขาไม่เคยเห็นน้องมิทำงานในฐานะหมอมาก่อน พอเห็นเลยรู้ว่าหล่อนทุ่มเทมากเพียงใดมันทำให้เขาเห็นอีกด้านหนึ่งของหล่อน
คนเหนื่อยพักสักครู่แล้วปลีกตัวไปล้างหน้าล้างมือรวมถึงจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย หล่อนก้าวออกมาจากห้องฉุกเฉินเพื่อมาพบเขาหล่อนรู้ดีพี่คมไม่มีทางมาหาหากไม่มีเื่สำคัญ
“มาพบฉันใช่ไหม”มิลันดาถามขณะหยุดยืนตรงหน้าเขา
“ใช่ครับคุณแม่น้องมิให้พี่มาดูว่าน้องมิเป็อะไรหรือเปล่า เห็นน้องมิไม่กลับไปนอนที่บ้าน”
“ขอโทษด้วยค่ะฉันลืมไปสนิทเลย เมื่อคืนมีอุบัติเหตุใหญ่”
หล่อนหยิบมือถือขึ้นมาติดต่อมารดาหากเขาไม่มาพบคงไม่ได้โทรหาแม่แน่เลย เพราะแทบไม่ได้ดูหน้าจอว่ามีใครติดต่อมาบ้างพอถูกโทรตามก็รับสายเพียงอย่างเดียว พูดคุยกับมารดาสักพักจึงวางสายวันนี้หล่อนเหนื่อยมากจริงๆ จนป่านนี้ยังไม่ได้ออกเวรเลยต้องคอยดูคนไข้ฉุกเฉินตลอดเวลา หมอท่านอื่นก็เหนื่อยไม่แพ้กัน
“ขอบคุณมากนะคะที่มาหาถึงโรงพยาบาลแต่คงต้องขอตัวก่อนค่ะ มีงานต้องไปทำอีก” หญิงสาวบอกแล้วยิ้มบางๆ หล่อนทำได้แค่นี้เพราะตอนนี้หล่อนกับเขาเป็แค่เพื่อนบ้านกันเท่านั้น ไม่มีอะไรนอกเหนือจากนี้
“ไม่เป็ไรครับ”เขาตอบ
มิลันดาหันหลังปลีกตัวออกมาในอกรู้สึกอึดอัด อยากพูดคุยกับเขาให้มากกว่านี้แต่เหมือนเราสองคนมีกำแพงกั้นเอาไว้ แล้วตอนนี้พี่คมเองก็มีคนรักคอยดูแลห่วงใยอยู่แล้วหล่อนไม่มีสิทธิ์สนิทสนมหรือคาดหวังอะไร จริงๆ แล้วก็ไม่เคยคาดหวังว่าเขาจะมารักตอบอยู่แล้ว การรักษาระยะห่างคือสิ่งที่ดีที่สุดมันช่วยทำให้ใจหล่อนทุเลาอาการปวดร้าวลงได้ด้วย
ดวงตาเรียวคมมองแผ่นหลังบอบบางเห็นสีหน้ามิลันดาแล้วอยากรั้งหล่อนมากอดเพื่อให้ปลอบให้หายเหนื่อยแต่ทว่าเขาไม่อาจทำได้ หล่อนรักษาระยะห่าง พูดคุยกับแค่ผิวเผินตอนนี้เขาเองก้ไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่านี้ เมื่อหล่อน้าให้เขาไปเขาก็จำต้องทำตามความ้านั้นหวังว่าสักวันหล่อนจะลืมเลือนเื่ที่เขาเคยทำผิดพลาดไว้แล้วกลับมาสนิทสนมกันเช่นเดิม