พลังทมิฬที่ขยายออกของ ั อนธการ ถูกซึมซับเข้าร่างของจิ๋นเม่ยหลง ความรู้สึกเมื่อได้รับพลังอันมหาศาลของ ั อนธการ เข้ามาในร่างพลันปรากฏว่าไม่รู้สึกถึงความเ็ปร่างกายแต่อย่างใด เขารู้สึกแค่ว่า สุขสบายอย่างถึงที่สุด
เวลาร่วงเลยผ่านไปหลายวัน จิ๋นเม่ยหลง ก็ตั้งสมาธิรับพลังของ ั อนธการ อย่างแน่วแน่ไม่มีอาการวอกแวกแต่อย่างใด ั อนธการ ที่จ้องมอง จิ๋นเม่ยหลง รับพลังของตน หลายวันมานี่ทั้งสองไม่ได้เปิดปากคุยกันแม้แต่คำเดียว จิ๋นเม่ยหลง เองก็นั่งหลับตาอย่างนิ่งเฉย เมื่อความเงียบงันราวกับป่าช้าปรากฏจิตใจของ ั อนธการ ก็พลางรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย
"อ่ะแฮ่มๆ จะ..เ้าเด็กน้อยตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง" เสียงท่าทางเขินอายของ ั อนธการ ดังขึ้น จิ๋นเม่ยหลง ที่นั่งหลังตาก็พลันค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้น "ฮิฮิ อะไรกันท่านัที่แสนยิ่งใหญ่ท่าทางเช่นนี้มันหมายความอย่างไร?" จิ๋นเม่ยหลง แค่นเสียงหยอกล้อเล่นคราวนึงนี่เป็ครั้งแรกที่เห็นั อนธการ ทำท่าทางเช่นนี้ "ชิไอ้เด็กบ้านี่ นับวันมันยิ่งอาจหาญขึ้นทุกวัน" เสียงในหัวของ ั อนธการ ปั่นป่วนคิดอยากจะทุบมันเข้าสักที
จิ๋เม่ยหลงเห็นั อนธการ แน่นิ่งไปก็เปิดปากพูดออกมาอีกครา "ท่านไม่ต้องห่วงร่างกายของข้าปกติดีไม่รู้สึกถึงอาการแปลกๆแต่อย่างใดขอให้ท่านอย่าเป็กังวล" ั อนธการ ยังคงถ่ายทอดพลังให้กับจิ๋นเม่ยหลง อยู่ตลอดถ้าหากยังคงราบรื่นเช่นนี้ คงต้องย่นระยะเวลาได้เป็ปีๆอย่างแน่นอน
"ตอนนี้เ้าตัดสินใจตั้งชื่อให้กับกระบี่คู่ของเ้าได้หรือยัง?" ั อนธการ เอ่ยปากถามจิ๋นเม่ยหลงอีกครั้ง "กระบี่ที่ท่านใช้เกล็ดของท่านกับพลังทั้งหมดในการหล่อหลอมมันขึ้นมาและเกล็ดของัหิมะกับน้ำตาัหิมะเจ็ดหยด? ข้าจนความคิดจริงๆ" จิ๋นเม่ยหลง ส่ายหัวขึ้นทีนึงความคิดที่จะตั้งชื่อกระบี่นี้นั้นนับว่ายากเย็นอย่างที่สุด
"ัหิมะ? ฮ่าฮ่าฮ่า เป็ข้าคนเดียวนั้นแหละที่เรียกนางเช่นนั้นถ้าเป็พวกมนุษย์เช่นพวกเ้าคงจะเรียกนางว่า ัศักดิ์สิทธิ์" เสียงั อนธการ ดังขึ้นทีหนึ่ง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยจับจ้องมายังร่างของจิ๋นเม่ยหลง จิ๋นเม่ยหลง เองก็เงยหน้าจ้องไปที่ ั อนธการ เช่นเดียวกัน
"นาง...อิสตรี?...ัหิมะ..ัศักดิ์สิทธิ์?" เสียงของจิ๋นเม่ยหลงดังขึ้นในหัวใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็สับสนมึนงงเล็กน้อย ในหัวของจิ๋นเม่ยหลง ตอนนี้นั้นมีคำถามมากมาย "นาง? ัศักดิ์สิทธิ์ นางเป็อิสตรีงั้นรึท่าน" จิ๋นเม่ยหลง เอ่ยปากถาม
"ใช่นางเป็อิสตรี" ั อนธการ สูดลมหายใจเข้าทีหนึ่ง
"ท่านเล่าต่อสิ่" จิ๋นเม่ยหลง คะยั้นคะยออยากฟังเื่ราวของั อนธการ
"ก็ได้.. เมื่อหมื่นปีก่อนตัวข้าที่อยู่ในจุดสูงสุดของห้วงพลัง ข้าที่หลงไปกับอำนาจของพลังตนเอง สังหารผู้คนไปมากมายไม่ว่าจะเป็สัตว์เทพชั้นสูงเฉกเช่นเดียวกับข้าหรืุ์ธรรมดา บาปอันมหันต์ที่ข้าได้ก่อขึ้นนั้นยากที่จะได้รับการให้อภัย ผู้คนต่างหวาดกลัวในตัวข้าอำนาจและขุมพลังอันมหาศาล"
"ตลอดหมื่นปีที่แล้วมีผู้คนมากมายที่คิดจะสังหารข้ากลับถูกข้าสังหารจนสิ้น! ข้าที่วันๆใช้แต่พลังของตนเองสร้างความหวาดกลัวไปทั่ว ข้าเดินทางไปทุกดินแดนที่สามารถไปได้แพร่ขยายอำนาจของข้าปกครองพวกมันด้วยความหวาดกลัวทุกๆวันข้าหลงระเริงไปกับอำนาจ จนมาวันหนึ่งข้าก็พบกับนาง ครั้งแรกที่พบนางนั้นทำให้จิตใจของข้าที่มั่นคงไม่สั่นคลอนมาตลอดหมื่นปีนั้นต้องสั่นไหว ข้าที่ปกครองเหล่ามนุษย์หรือสัตว์เทพตนอื่นด้วยอำนาจพลังอันมากล้นของข้า แต่กับนาง.. พวกมันกลับเทิดทูนเคารพนางดั่งเทพเ้า!!"
"ในใจข้าก็แอบอิจฉาริษยานางอยู่บ้าง ความสูงส่งของนางที่ข้าพบเจอในวันนั้นยังครงตรึงอยู่ในใจของข้า การต่อสู้ของข้ากับนางในครานั้นสร้างความเสียหายใหญ่หลวง ดาวน้อยใหญ่มากมายล้วนถูกทำลาย ผู้คนหลายล้านที่ข้าปกครองต่างพากันหันคมดาบเข้าใส่ข้า แม้ข้าจะถือครองพลังอันมหาศาลแต่ยังซะข้าก็ตัวคนเดียว แม้จะใช้พลังออกทั้งหมดก็ไม่อาจต้านทานพวกมันได้แค่นางข้าก็ต้องใช้พลังออกเกือบเก้าส่วน"
"การต่อสู้ผ่านไปแน่นอนข้าคือผู้ที่พ่ายแพ้ หลังจากการต่อสู้นั้นข้าก็หนีหายไปยังที่ห่างไกลสภาพของข้าในตอนนั้นนับว่าย่ำแย่มากข้าใช้เวลาหลายวันรักษาตัวเองแต่ก็ไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นางที่ออกตามหาข้า เป็นางที่ช่วยรักษาอาการาเ็ของข้า นางบอกกล่าวต่อข้าว่าพลังที่มากล้นหากคิดจะปกครองคนอื่นสมควรใช้เพื่อปกป้องมิใช่เพื่อข่มเหงรังแก ในวันนั้นเองตัวข้าก็พลันได้สตินางพาข้ากลับไปหาผู้คนที่เคยปกครองข้าพยายามใช้พลังของข้าในทางที่ดีขึ้นข้าปกป้องพวกมันจากอันตรายน้อยใหญ่มากมายข้าสร้างดินแดนของพวกมันกลับคืนมาข้าหวังจะใช้พลังทั้งหมดสร้างกฏเกณฑ์ขึ้นมาใหม่ แต่ไหนเลยมันจะเกิดผลในเมื่อพวกมันจดจำข้าที่บ้าคลั่งในครั้งนั้นได้ดี"
"ในเมื่อเป็เช่นนี้ข้าก็เกิดสติหลุดขึ้นมา อาละวาดไปทั่วแม้นางจะพยายามหยุดข้าก็ไม่สามารถที่จะทำได้คราวนี้เป็ข้าที่เป็ฝ่ายได้ชัยข้าทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าข้าทำร้ายนางาเ็สาหัส สังหารผู้คนไปมากในครั้งนั้น หลังจากอาละวาดเสร็จสติของข้าค่อยๆกลับคืนมาทีละนิดข้ามองไปรอบๆตัวเองเมื่อเห็นสิ่งที่ข้าได้ทำลงไปแล้วจิตใจของข้านั้นเริ่มที่จะสั่นไหวยิ่งกว่าพายุ นี่เป็ครั้งแรกที่ข้ารู้สึกเช่นนี้ข้าเคลื่อนกายเข้าไปหานางสิ่งที่ข้าเห็นนั้นสภาพร่างกายจของนางนั้นนับว่าไม่น่าดูเลยทีเดียว นางไม้แม้จะปริปากแต่เพียงนิดนางมองข้าด้วยสายตาที่เศร้าหมองยิ่ง"
"นางมอบน้ำตาของนางกับเกล็ดเล็กน้อยให้กับข้า หลังจากข้ารับของจากนางข้าก็หนีหน้านางทันทีข้าหลบหนีผ่านม่านข้ามมิติมาจนพบเจอกับถ้ำแห่งนี้เวลาก็น่าจะร่วงเลยมาได้ซักหมื่นปีแล้วละมั้ง" หลังจากพูดจบ ั อนธการ ก็หลับตาลงไปนาน
"ระ..เื่ราวของท่านนี่ช่างนับว่าเหนือการตคาดเดาของข้าไปเยอะพอดูเลย แต่ท่านไม่ต้องห่วงเมื่อใดที่ข้ารับพลังจากท่านได้แล้วข้าจะสานต่อเจตนารมณ์ของท่านให้เอง" จิ๋นเม่ยหลง พูดออกมาพร้อมกับทำสีหน้ายิ้มแย้มไร้เดียงสา ั อนธการ ค่อยๆลืมตาขึ้น "เห้อ..เด็กหนอเด็ก" ั อนธการ ถอดถอนหายใจขึ้นทีนึง..
*****************************************************************
ขอโทษนะครับที่ลงช้าไปหลายวันเลย พอดีป่วย หลังจากนี้นะพยายามลงให้ได้วันละ 1-2 ตอนตามเดิมนะครับ