ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่233 ความเดือดดาลขององค์ชายใหญ่ 1

   เยว่ชิงเซียน เมื่อนางเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มไม่มีความทุกข์ร้อนแต่อย่างใด ตัวนางถึงกับหนังตากระตุกเล็กๆ หากนางไม่ได้ทุบตีเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า ตัวนางคงไม่หายเดือดดาลเป็นแน่ นางกำหัวใจแห่งห้วงมิติ ไว้ในกำมือจนแน่น มืออีกข้างที่ถือกระบี่หยกสั่นไหวน้อยๆ ก่อนนางจะระเบิดปราณพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาด้วยความเดือดดาล



อี้เฉินที่เห็น เยว่ชิงเซียนเดือดดาลบ้าคลั่ง เขาถึงกับส่ายหัว มองใบหน้าของนาง ที่คล้ายกับเยว่ฉานเป็นอย่างมาก อย่างไม่วางตา แต่นิสัยของนางนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว "เจ้าคิดจะฆ่า ตัวข้าจริงๆ งั้นหรือ"



เยว่ชิงเซียน นางไม่แม้จะสนใจคำพูดของอี้เฉิน นางวาดกระบี่ในมือเป็นวงกลมด้านหน้าตัวนางทันที ปลายกระบี่ขีดเขียนกลางอากาศ สร้างวงแหวนศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่ขึ้นมา ก่อนนางจะชี้ปลายกระบี่ไปที่อี้เฉิน


"เจ้าจง ตายเสีย"



   ทันใดวงแหวนที่นางวาดขึ้นมาก็ปรากฏ ร่างหงส์ทองขนาดใหญ่ พุ่งเข้าโจมตี อี้เฉินอย่างฉับพลัน อี้เฉินที่เห็นถึงกับเบิกตากว้างไม่คิดว่านางจะมีวิถี ของสัตว์อสูรด้วย อี้เฉินในยามนี้เขาไม่อาจ ดูถูกดูแคลนในพลังของนางได้อีกต่อไป เขาปล่อยหมัดที่อัดแน่นไปด้วยปราณพลัง สร้างมังกรสีเลือดต่อยออกไปด้านหน้าอย่างแรง หมายมั่นคิดลบล้างการโจมตีของนางทิ้งเสีย



เสียง "ตู้ม"ดังก้อง จนภายในห้องโถงใหญ่สั่นไหวไม่หยุด ทั้งสองวัดพลังกันอยู่2-3ลมหายใจ ก่อนที่หงส์ทองจะง้างกรงเล็บฟาดฟันมังกรที่อี้เฉินสร้าง จนมันร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างของมังกรถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ก่อนนางจะชี้กระบี่มาที่อี้เฉินอีกครั้ง ใบกระบี่สั่นไหวไม่หยุด หงส์เพลิงไม่รอช้ามันกางปีกออกกว้างพุ่งเข้าโจมตีใส่ที่ตัวของอี้เฉินต่อในทันที



อี้เฉินถึงกับตกตะลึงในพลังของนางไม่คิดนางจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ หากเขาไม่สร้างเกาะปราณพลังขึ้นมาป้องกันกายาในตอนท้ายไว้ ตัวเขาได้บาดเจ็บหนักเป็นแน่ อี้เฉินในยามนี้เขาถอยหลังไปหลายสิบก้าว ที่ปากเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีแดงฉาน



แต่ทันใดที่อี้เฉิน ละสายตาจากนาง ตัวนางก็มาโผล่ด้านข้างของเขาอย่างฉับพลัน ก่อนนางจะง้างกำปั้นต่อยใส่ไปที่ใบหน้าของเขา เสียง"ตูม"ดังก้อง



อี้เฉินกลิ้งกระเด็นกระดอนไปหลายสิบก้าว อาภรณ์ยับยู่ยี่ไม่มีชิ้นดี ช่วงแก้มบวมช้ำ ขึ้นมาในทันใด พ่นเลือดออกมาคำใหญ่

"เจ้า เจ้า เจ้า คิดจะฆ่า ตัวข้าจริงๆ งั้นหรือ"



   ตัวอี้เฉินที่เตรียมจะยันร่างขึ้นมายืนอีกครั้ง ตัวเขาก็ถูกนางยกกระบี่ในมือ มาจ่อที่คอหอยของเขา อย่างฉับพลัน
เยว่ชิงเซียน นางเอ่ยพูดขึ้นมาด้วยความดูถูกดูแคลน "ข้าก็นึกว่าเจ้าจะเก่งกาจกว่านี้เสียอีก สุดท้ายเจ้าก็ทำได้แค่นี้" แต่เมื่อนางคิดจะลงมือฆ่าสังหารเด็กหนุ่ม ตัวนางกลับรู้สึกลังเลใจ



แต่ในทันใด ภายในวังวิหารก็มีกลุ่มคน อีกกลุ่มหนึ่งที่ผ่านการทดสอบเข้ามา ภายในวังวิหารแห่งนี้ได้สำเร็จ



เยว่ชิงเซียน ตัวนางที่สัมผัสได้ว่า มีกลุ่มคนผ่านการทดสอบเข้ามาภายในวังวิหาร ตัวนางไม่รอช้าสร้างผ้าปิดหน้าขึ้นมาสวมใส่ไว้ในทันที แต่ในมือของนางยังไม่ลดกระบี่จากคอหอยของอี้เฉินแต่อย่างใด นางมองออกไปในทิศทางที่กำลังจะมีคนย่างกรายมาเยือน



   องค์ชายใหญ่ เทียนตี้ สุยจี พวกเขาทั้งสามที่จับสังเกตได้ เมื่อเห็นเยว่ชิงเซียน นางหายตัวไป ราวกับไม่มีตัวตนอยู่ภายในพื้นที่ปิดกั้น มันจึงทำให้พวกเขาเริ่มเอะใจ ว่าภายในพื้นที่ปิดกั้น ที่พวกเขาอยู่ ต้องมีความลับบางอย่างอยู่อย่างแน่นอน เมื่อพวกเขารู้ความลับของพื้นที่ปิดกั้น มันจึงทำให้พวกเขาผ่านการทดสอบเข้ามาภายในวังวิหารแห่งนี้ได้



....แต่เมื่อพวกเขาทั้ง3คน เห็นภายในกำมือของเยว่ชิงเซียน มีหัวใจแห่งห้วงมิติอยู่ พวกเขาต่างพากันแสดงความยินดีไปที่นาง โดยไม่คิดสนใจเด็กหนุ่มที่นั่งชันเข่าข้างหนึ่งอยู่กับพื้น ใบหน้าบวมช้ำ แต่อย่างใด



   พวกเขายกมือคำนับไปที่ เยว่ชิงเซียน "ขอแสดงความยินดีกับสตรีศักดิ์สิทธิ์ เยว่ชิงเซียน ด้วยเหมือนว่าพวกข้าจะมาช้าเกินไป ช่างน่าเสียดายจริงๆ" แต่ใบหน้าพวกเขาไม่มีท่าทีเสียใจแม้แต่น้อย ขัดกับคำพูดของพวกเขาเป็นอย่างมาก คิดเอาอกเอาใจหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้า อย่างไม่มีใครยอมใคร



เทียนตี้ ยกยิ้มอ่อนหวาน "ช่างน่าเสียดายจริงๆ ไม่คิดของล้ำค่าเช่นนี้จะอยู่ในมือของแม่นางไปแล้ว"



เมื่อ เยว่ชิงเซียน ได้ยินนางกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง "ก่อนชักกระบี่หยกกลับมา ทุกท่าน ข้าต้องขออภัยด้วย ที่ตัดหน้าทุกท่านในที่นี้"



องค์ชายใหญ่ส่ายหัว "เยว่ชิงเซียน ท่านอย่าได้ถ่อมตัวไป ทั้งความฉลาดหลักแหลม และ ใบหน้าที่งดงามของท่าน ยากที่จะหาใครเทียบเทียนได้ภายในดินแดนสวรรค์"



"องค์ชายใหญ่ท่านเอ่ยชม ตัวข้าเกินไปแล้ว ข้าไม่อาจรับมันได้"



   แม้แต่อี้เฉินที่ได้ยินคำพูดของพวกเขา ตัวเขาถึงกับส่ายหัว ไม่คิดคนพวกนี้ จะมาประจบ เอาอกเอาใจ ตัวนางมากขนาดนี้ พวกเขาทั้งสามคน ต่างพากันเกี้ยวพาราสีนาง จนตัวอี้เฉินยังเริ่มรู้สึกรำคาญ คิดจะออกไปจากที่แห่งนี้โดยเร็ว ไม่เช่นนั้นคงได้เกิดปัญหาอีกแน่



ทันทีที่อี้เฉินกำลังจะก้าวเดินออกไปจากพื้นที่แห่งนี้

อยู่ๆ เสียงหนึ่งก็เอ่ยขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ "เจ้าจะไปไหน ข้ายังสู้กับเจ้าไม่รู้แพ้ รู้ชนะเลย" ก่อนนางจะพุ่งเข้ามาจับข้อมือของอี้เฉินไว้แน่น



อี้เฉินที่เห็นว่านางคิดจะฉุดรั้งตัวเขาไว้ ตัวเขาถึงกับหน้ามืดทะมึนในทันที พยายามแกะนิ้วมือเรียวเล็กของนาง ออกจากข้อมือของเขาในทันใด แล้วคำนับไปที่นางด้วยความไม่เต็มใจ"แต่ข้าว่าผลแพ้ชนะมันออกมาแล้วนะ ข้าในยามนี้ยังไม่ใช่คู่มือของท่าน"



   เยว่ชิงเซียน นางยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมา นางรู้ดี ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าคงไม่อยากคำนับตัวนางสักเท่าใดนัก นางจึงคิดจะขยี้ให้เด็กหนุ่มต้องอยู่อย่างอัปยศอดสู "เจ้าอย่าได้ถ่อมตัวไป ถึงกับรับการโจมตีเพียงเล็กน้อยของข้า ได้หลายครั้งหลายคราว ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจสำหรับเจ้าแล้ว"


ก่อนนางจะแสยะยิ้มเย้ยหยันออกมา ให้ตัวของอี้เฉิน ตัวอี้เฉินรู้ได้ในทันที นางผู้นี้แอบหลอกด่า ตัวเขามาพร้อมกับคำพูดที่ดูอ่อนหวาน




   เมื่อพวกเขาทั้ง3คนเห็น เยว่ชิงเซียน สนทนากับเด็กหนุ่มในเชิงเสียดสี พวกเขาทั้ง3ต่างพากันอิจฉา ไม่เคยเห็นนางในมุมนี้มาก่อนแม้แต่น้อย แต่เมื่อ องค์ชายใหญ่เห็นผ้าขาวบางๆ ของนางมีรอยยิ้มแต่งแต้มขึ้นมา ก็ทำให้ตัวเขาเดือดดาลขึ้นมาในทันที คิดอยากจะทดสอบพลังของเด็กหนุ่มผมขาวขึ้นมาในทันใด แต่หากเขาทำเช่นนั้นก็เท่ากับกลั่นแกล้งคนดินแดนเบื้องล่าง จะกลายเป็นที่พูดคุย ของผู้คนบางกลุ่มก็เป็นได้



.....ไม่นาน คนอื่นๆ ที่อยู่ภายในพื้นที่ปิดกั้นเองก็ เริ่มเข้ามาภายในวังวิหารมากขึ้นเรื่อยๆ จนรอบๆ เต็มไปด้วยบรรยากาศที่อึมครึม



   เมื่อองค์หญิงเมิ่งอี้ เยี่ยฉุน เทียนซิน เยี่ยฉิน เห็นใบหน้าของอี้เฉิน พวกเขาไม่รอช้า เข้ามารวมกลุ่มพูดคุยกับอี้เฉินในทันที เมิ่งอี้นางถึงกับปาดน้ำตาที่หางตาออก ยกมือลูบคลำใบหน้าบวมช้ำของอี้เฉินด้วยความกลัว กลัวว่าอี้เฉินจะตายจากนางไปอีกครั้ง

"ข้าก็นึกว่าเจ้าตายไปแล้วเสียอีก เหตุใดไม่บอกไม่กล่าวพวกข้าบ้าง"



เยี่ยฉินเอ่ยสมทบขึ้นมาในทันที "ใช่ๆ ข้าก็นึกว่าเจ้า ไปเฝ้า ยมบาลแล้วเสียอีก ...คืนกระบี่ของข้ามาซะ เจ้านี่นะ ไว้ใจไม่ได้เลย"



อี้เฉินขำแห้งๆ ออกมา"ยมบาลยังไม่รีบรับตัวข้าในยามนี้หรอก" ก่อนที่เขาจะหยิบกระบี่ของเยี่ยฉินออกมา แล้วคืนมันให้กับนาง




   เทียนซินเอ่ยพูดออกมาในทันที คำถามนี้แม้แต่คนของโลกเบื้องบนยังอยากรู้ พวกเขาต่างรู้ดีเด็กหนุ่มเข้ามาภายในวังวิหารแห่งนี้เป็นคนแรก "เจ้าได้อะไร กลับมาหรือไม่"



อี้เฉินตอแหลขึ้นมาในทันใด "ข้าไม่ได้อะไร มีเพียงหัวใจแห่งห้วงมิติ เท่านั้นที่อยู่ภายในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งมันอยู่ในการครอบครองของแม่นางท่านนั้น"



   เยว่ชิงเซียน นางได้ยินถึงกับหน้ามืดทะมึน "เจ้า เจ้า" นางกำหมัดจนแน่น แต่นางก็ไม่มั่นใจที่อี้เฉินดูดซับเข้าไป มันใช่หัวใจแห่งปราณจิตหรือไม่ นางเห็นเพียงปราณจิตที่แพร่กระจายออกมาจากร่างของเด็กหนุ่ม ที่มากกว่าปกติทั่วไป ไม่มีข้อพิสูจน์อะไรแม้แต่น้อย ว่ามันคือหัวใจแห่งปราณจิต



องค์ชายใหญ่ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ คิดใช้แผนนี้ ทดสอบพลังของเด็กหนุ่มดูเสียเลย ว่าจะมีค่าพอให้พวกเขาใส่ใจหรือไม่"เจ้าอย่าพูดโม้ ไปหน่อยเลย หากพวกข้าไม่ได้คำตอบที่ดีกว่านี้ ทั้งเพื่อนของเจ้าและตัวเจ้า จะไม่มีใครได้ออกไปจากที่นี่ตัวเป็นๆ แน่"



คนอื่นๆ เองก็เห็นด้วยกับความคิดขององค์ชายใหญ่ พวกเขาเสียเวลาไปกับดินแดนต่ำต้อยแห่งนี้ไม่น้อยไม่คิดกลับไปมือเปล่าแน่ พวกเขาแพร่จิตสังหารมาที่กลุ่มของพวกอี้เฉินอย่างไม่ลดละ ดวงตาฉายแววบ้าคลั่งขึ้นมาในทันใด หากพวกอี้เฉินคิดขัดขืนเมื่อใด คงถูกพวกเขาฆ่าเป็นแน่



อี้เฉินได้ยินเขาถึงกับหน้ามืดทะมึนในทันที ไม่คิดคนผู้นี้ จะข่มขู่ตัวเขาซึ่งๆ หน้าเช่นนี้

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน