หัวใจของอาวุธเริ่มมีรอยร้าวและรอยร้าวนั้นกำลังถูกเติมเต็มด้วยกลิ่นอายที่เธอไม่ควรจะจดจำ
รินยืนนิ่งอยู่บนกิ่งก้านหนาทึบของต้นสนซีดาร์โบราณที่แผ่กิ่งก้านสาขาข้ามผ่านโขดหินผาชันสายลมพัดหอบเอาความชื้นและละอองน้ำจากน้ำตกพรีไนท์ที่ตั้งอยู่ชายขอบหมู่บ้านพฤกษาโชยเข้าปะทะใบหน้ารอยแผลเป็สีเงินยาวที่แก้มซ้ายของเธอััได้ถึงไอเย็นของละอองน้ำป่า
นี่คือการตัดสินใจที่เสี่ยงอันตรายที่สุดในชีวิตนักฆ่าของเธอรินจงใจขยับแคมป์ลับและตำแหน่งเฝ้าสังเกตการณ์เข้ามาใกล้กับแนวเขตแดนเวทมนตร์ของหมู่บ้านพฤกษามากขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะแตะแนวเขตตรวจจับมนตราพฤกษาศิลาหากทหารยามชาวบ้านหรือค่ายกลเวทมนตร์จับพลังงานดินดิบชื้นในตัวเธอได้สัญญาณเตือนภัยจะดังระงับทั่วหุบเขาทันที
แต่รินไม่อาจห้ามตัวเองได้สายตาของเธอผ่านกล้องส่องทางไกลยังคงจับจ้องไปที่ลานหินกว้างเบื้องล่างน้ำตกที่ซึ่งเอวากำลังก้มตัวล้างสมุนไพรเวทมนตร์อยู่ในแอ่งน้ำใสสีเขียวมรกต
ทันใดนั้น ทิศทางลมพลันเปลี่ยนสายลมป่าพัดกรรโชกหอบเอาอากาศจากลานน้ำตกด้านล่างขึ้นสู่เรือนยอดไม้สูงที่รินหมอบซุ่มอยู่กลิ่นอายเฉพาะตัวของเอวาลอยละล่องมาปะทะโสตประสาทััของรินอย่างจัง
มันไม่ใช่กลิ่นเครื่องหอมสังเคราะห์หรือกลิ่นน้ำปรุงดอกไม้ของพวกชนชั้นสูงในเมืองใหญ่แต่มันคือกลิ่นอายธรรมชาติอันบริสุทธิ์สะอาดสะอ้าน—กลิ่นหอมละมุนอ่อนโยนของดอกพรีไนท์ป่าที่ผสานเข้ากับกลิ่นไอฝนฉ่ำเย็นหลังพายุฤดูร้อนโหมกระหน่ำกลิ่นอายนั้นช่างสะอาด ปลอดภัย และแฝงไปด้วยพลังเยียวยาอย่างประหลาด
ในวินาทีที่รินสูดดมกลิ่นอายนั้นเข้าไปลึกในปอดกระแสพลังงานเวทมนตร์อัญมณีดำแฝงเร้นในกายของเธอที่มักจะปะทุเดือดพล่านร้อนรุ่มดุจไฟป่า และสร้างความเ็ปแปลบตามแนวกระดูกทุกครั้งที่เธอโคจรพลังกลับพลันสงบนิ่งลงช้า ๆ ความร้อนรุ่มเบาบางลง ร่างกายที่เคยเกร็งแน่นเตรียมพร้อมสู้รบตลอดเวลาผ่อนคลายลงความเหนื่อยล้าสะสมและจิตใจป่าเถื่อนที่ถูกหล่อหลอมในค่ายฝึกนรกถูกปลอบประโลมจนเยือกเย็นลงอย่างไม่น่าเชื่อ
รินหลับตาลงชั่วขณะซบหน้าผากเข้ากับเปลือกไม้ซีดาร์ชื้นปล่อยให้กลิ่นอายของเอวาเยียวยาาแในจิติญญาอันแตกสลายของเธอเงียบ ๆ
---
ฟืดฟัด...
เสียงสูดลมหายใจเข้าลึกดังมาจากข้างกายรินลืมตาขึ้นมองเ้าหยกทันที แมวั์ลิงก์ป่า Sylvan Lynxบัดนี้เบิกตากลมหูตั้งชี้พู่ขนสีดำสั่นไหวอย่างตื่นเต้นดวงตาสีเขียวมรกตของมันจ้องมองลงไปที่ร่างของเอวาเบื้องล่างลายริ้วสีเขียวพรีไนท์ตามเส้นขนของมันเรืองแสงจาง ๆสอดรับกับกลิ่นอายธรรมชาติที่คุ้นเคยเ้าหยกส่งเสียงร้องครางแ่เบาในลำคอด้วยความดีใจมันจำกลิ่นของหญิงสาวที่เคยช่วยชีวิตและร้องไห้กอดมันยามเปียกฝนในอดีตได้ทันที
ทันใดนั้นเ้าหยกขยับอุ้งเท้าหนาเตรียมจะปีนป่ายกิ่งไม้ลงไปด้านล่างมุ่งหน้าสู่ลานน้ำตกที่เอวายืนอยู่เพียงลำพัง
รินเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกหัวใจเต้นสะดุด "เ้าหยก! หยุดนะ!"เธอส่งเสียงกระซิบสั่งการที่ข้างหูมันอย่างเข้มงวด
ทว่าเ้าหยกที่ปกติจะเชื่อฟังกลับไม่สนใจคำสั่งมันย่อตัวเตรียมะโลงสู่โขดหินเบื้องล่าง รินไม่มีทางเลือกอื่นเธอดีดตัวพุ่งเข้าใส่ร่างมหึมาของแมวั์ทันที สองมือคว้าเข้าที่หนังคอหนานุ่มของมันไว้แน่น บีบกำเกร็งเพื่อตรึงร่างหนักอึ้งของมันไว้ไม่ให้กระโจนลงไป
เกิดการยื้อยุดฉุดกระชากอย่างเงียบเชียบทว่าตึงเครียดขึ้นบนกิ่งไม้ใหญ่รินต้องใช้พละกำลังกล้ามเนื้อทั้งหมดกดร่างของเ้าหยกไว้กับกิ่งสนซีดาร์ใบหน้าของเธอแนบชิดกับขนหนาของมัน หอบหายใจแ่เบาข้างใบหูตั้งของสัตว์คู่ใจ
"ไม่ได้... เ้าหยก...ห้ามลงไปเด็ดขาด" รินกระซิบเสียงสั่นเทาแต่อัดแน่นด้วยความจริงจัง"พวกเราเป็เงา เป็ผู้บุกรุก หากคนในหมู่บ้านเห็นแก... แนวเขตป้องกันจะทำงานและพวกยามจะจับแกไปทำลาย แกเข้าใจไหม?"
เ้าหยกชะงักงันแววตาสีเขียวมรกตของมันฉายแววขัดใจและตัดพ้อ มันหันมามองรินครางหงิงแ่เบาราวกับจะประท้วงว่าทำไมต้องหลบซ่อนจากคนที่เคยยื่นความอบอุ่นให้พวกเธอรินถอนหายใจยาว ค่อย ๆปล่อยมือจากคอเสื้อหนาของมันแล้วดึงร่างมหึมาของมันเข้ามากอดซุกไว้แนบอก ลูบหัวปลอบโยนเบาๆ
"ฉันรู้...ฉันก็อยากลงไปเหมือนกัน" รินพึมพำแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน"แต่ฉันทำไม่ได้... ฉันเป็เพียงแค่อาวุธสังหารของสภามืดเท่านั้น"
---
จากจุดซุ่มซ่อนบนยอดไม้ทั้งคู่ยังคงจับจ้องมองเอวาด้านล่างต่อไป
เอวายังคงก้มล้างรากสมุนไพรในแอ่งน้ำมรกตละอองน้ำกระเซ็นเปียกชุ่มชายกระโปรงผ้าฝ้ายสีขาวของเธอจนแนบเนื้อปอยผมสีทองลู่ตามแนวแก้มอมชมพูธรรมชาติเธอฮัมทำนองเพลงป่าแสนหวานประสานเสียงเสียงน้ำตกกระทบหินดังกังวานใส
ทันใดนั้น เอวาชะงักมือลงเธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกระโปรงสีขาวหยิบเอาเชือกถักข้อมือสีเทาหม่นของรินที่เก็บได้เมื่อวานออกมาดู
รินกลั้นลมหายใจนิ่งสนิทจ้องมองภาพนั้นตาไม่กะพริบ
เอวาหมุนเศษเชือกถักในมือช้า ๆปลายนิ้วเรียวสวยลูบไล้ปมถักพิเศษนั้นอย่างแ่เบาทะนุถนอม จากนั้น...หญิงสาวตัดสินใจยกเชือกถักเส้นนั้นขึ้นทาบกับริมฝีปากอุ่นของตนเองเบา ๆก่อนจะนำมันมาพันรอบข้อมือซ้ายของเธอ มัดสลักปมไว้อย่างแ่าแนบเนื้อขาวเนียน
หัวใจของรินพลันกระตุกวูบอย่างแรงความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วแผ่นอกจนเธอแทบจะหลุดครางออกมารอยััของเอวาที่มีต่อเชือกถักเส้นเก่าเปรียบเสมือนการโอบอุ้มจิติญญาอันสกปรกเปื้อนเืของเธอไว้ด้วยความเมตตาปราศจากความรังเกียจเดียดฉันท์
เอวาเงยหน้าขึ้นมองกวาดสายตาไปตามแนวป่าทึบและเรือนยอดไม้สูงชันราวกับสัญชาตญาณของเธอััได้ถึงสายตาของใครบางคนที่คอยเฝ้ามองอยู่ดวงตาสีเขียวพรีไนท์คู่นั้นกวาดผ่านกิ่งไม้ที่รินซ่อนตัวอยู่พอดีเอวาเม้มริมฝีปากพึมพำแ่เบา
"คุณอยู่ที่ไหนคะ...คนที่ช่วยชีวิตฉันไว้"
ลมพัดกรรโชกหอบเอาถ้อยคำหวานแ่เบานั้นลอยข้ามผ่านกิ่งไม้ขึ้นมาถึงหูของรินรินหลับตาลงแน่น บีบกำหมัดขวากับหัวเข่าจนข้อนิ้วขาวซีดความขัดแย้งในใจปะทุขึ้นถึงขีดสุด
แผนผังคาถาอาคมและพิกัดเสาหลักทั้งสามจุดอยู่ในมือของเธอแล้วมาสเตอร์ซีลอนและกัปตันคาร์ลอสกำลังรอกองทัพเข้าทำลายล้างหมู่บ้านแห่งนี้หากรินส่งข้อมูลนี้ไป... น้ำตกสีมรกตแห่งนี้จะชุ่มด้วยเืสีแดงสดและเอวาผู้เป็แสงสว่างดวงเดียวของเธอจะถูกขจัดทำลายล้างจนดับสูญ
‘ฉันไม่อาจทรยศสภามืดได้...แต่ฉันก็ไม่มีวันยอมให้เอวาตายเด็ดขาด’
---
เมฆฝนสีทมิฬก้อนโตเริ่มเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมยอดเขาเหมันต์และยอดเขาทั้งสามเสียงอัสนีบาตฟ้าร้องครืนครั่นดังก้องสะท้อนเทือกเขาลมพายุพัดกิ่งไม้พฤกษาโอนเอนรุนแรง สัญญาณเตือนภัยพายุตามธรรมชาติกำลังมาถึง
เอวารีบเก็บสมุนไพรใส่ตะกร้าสานสะพายขึ้นบ่าและหันหลังวิ่งกลับเข้าสู่เขตประตูหมู่บ้านอย่างรวดเร็วก่อนที่ฝนจะเทกระหน่ำลงมา
รินและเ้าหยกดีดตัวกลับสู่โพรงไม้ใหญ่อย่างเงียบกริบยามเมื่อพายุฝนเริ่มเทกระหน่ำชะล้างผืนป่ารินนั่งกอดเข่าพิงผนังไม้ในเงามืด ฟังเสียงสายฝนสาดกระทบใบไม้ด้านนอกในหัวของเธอมีเพียงกลิ่นอายดอกพรีไนท์และไอฝนสะอาดจากตัวเอวาที่ยังคงกรุ่นติดอยู่ในความทรงจำ
เธอลูบข้อมือซ้ายที่เคยสวมเชือกถักเส้นเก่ารู้สึกได้ถึงรอยแยกของเส้นทางชีวิตที่กำลังจะมาถึง ฤดูหนาวใกล้เข้ามาแล้วและกองทัพสภามืดจะเคลื่อนพลบุกจู่โจมทำาในไม่ช้ารินรู้ดีว่าเวลาของเธอกำลังจะหมดลงและเธอต้องเลือกเส้นทางเดินชีวิตที่ไม่มีทางหันหลังกลับอีกต่อไป