ทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 59 การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างกะทันหัน

             

            ผ้าป่านเนื้อสัมผัสไม่ดีเท่าผ้าฝ้ายสัมผัสของมันไม่สบายมือเท่าไรนัก

            เมื่อเทียบกับผ้าฝ้ายและผ้าป่านในยุคสมัยใหม่แล้วคุณภาพและเนื้อสัมผัสของผ้ายุคนี้แย่กว่ามาก

            "ผ้าป่านราคาฉื่อละห้าอีแปะราคาย่อมเยากว่า" คนขายผ้ามองดูสีหน้าของหลินกู๋หยู่แล้วตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            แม้ว่าจะราคาฉื่อละห้าอีแปะแต่เนื้อสัมผัสนั้นไม่ดีจริงๆเสื้อผ้าที่นางใส่อยู่เสมอคือผ้าฝ้ายที่นางได้ตอนแต่งงานเข้ามาจากนั้นนางไม่สวมเสื้อผ้าเก่าๆ ที่นางเคยใส่อีกเลย

            ซื้อผ้าขนาดสิบฉื่อให้ฉือหางโดยคิดว่าจะต้องยัดขนห่านลงไปแน่นอนว่าจะต้องเผื่อผ้ามากกว่าที่เขาเคยใช้อย่างแน่นอน

            นางดึงผ้าขนาดสิบห้าฉื่อสำหรับตัวเองเป็นผ้าสีเขียวใบหญ้าและสีฟ้าอ่อนจากนั้นเลือกผ้าสีน้ำเงินไพลินและสีเขียวอ่อนสำหรับโต้ซา

            จากนั้นเลือกผ้าฝ้ายสีขาวโดยคิดว่าจะใส่ไว้ในเสื้อเพื่อเป็นผ้าซับใน รวมแล้วยาวได้สี่สิบห้าฉื่อ

            ฉือหางจ้องมองที่หลินกู๋หยู่อย่างตกตะลึงเขาเห็นคนขายผ้าช่วยนางตัดผ้าด้วยรอยยิ้ม สิ่งเหล่านี้ต้องใช้เงินจำนวนมากกระมัง

            "ทั้งหมดเท่าไรหรือ?" หลินกู๋หยู่ดูเสี่ยวเอ้อพับผ้าทั้งหมด "เราซื้อจำนวนมากลดราคาให้เล็กน้อยเถอะ"

            ผู้ขายผ้าชำเลืองมองไปที่ผ้าตรงหน้าหลินกู๋หยู่หยิบลูกคิดที่ด้านข้างขึ้นมาเคาะสองสามครั้ง จากนั้นเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยรอยยิ้ม"ทั้งหมดนี้แปดร้อยแปดสิบอีแปะ เอาล่ะ ลดให้เหลือแปดร้อยห้าสิบอีแปะ”

            หลินกู๋หยู่คิดคำนวณเขาลดให้สามสิบอีแปะ เทียบเท่ากับผ้าฝ้ายสามฉื่อนางจึงขอให้เขาผ้าจัดผ้าให้เรียบร้อย หยิบถุงเงินออกมาจากกระเป๋าหยิบเงินออกมาหนึ่งตำลึงส่งให้คนขาย เมื่อได้รับเงินทอนก็เดินจากไปพร้อมกับฉือหาง

            เสื้อผ้าทั้งตัวของฉือหางใช้ผ้าราวสิบเจ็ดหรือสิบแปดฉื่อจะต้องใช้ผ้าฝ้ายบุด้านใน ซ้ำต้องยัดขนห่านเข้าไป หลังจากคำนวณดูแล้วเสื้อผ้าทั้งตัวจะต้องใช้ทั้งหมดสิบเจ็ดหรือสิบแปดฉื่อ

            หลินกู๋หยู่ยังซื้อผ้าป่านอีกเล็กน้อยใส่ผ้าเหล่านี้เข้าไว้ด้วยกัน สิ่งเหล่านี้ไม่หนักมากดังนั้นนางจึงแบกมันไว้บนหลัง

            เมื่อเห็นท่าทีที่มีความสุขของหลินกู๋หยู่ฉือหางก็อดไม่ได้ที่จะเม้มปาก แล้วเดินตามนางกลับบ้าน

            แค่นางมีความสุข จะอย่างไรก็ดีทั้งนั้น

            เมื่อทั้งสามคนกลับถึงบ้านหลินกู๋หยู่รีบเก็บผ้าเหล่านี้ทั้งหมดผ้าที่ครอบครัวของนางนำมาให้เมื่อนางแต่งงานเข้ามายังเหลืออยู่บ้างโชคดีที่เป็นผ้าฝ้ายทั้งหมด ซึ่งสามารถทำเป็นชุดนอนได้

            หลังรับประทานอาหารเย็นหลินกู๋หยู่หยิบชุดของโต้ซาที่นางเย็บไว้ก่อนหน้าพลางคิดเกี่ยวกับการตัดผ้า

            นางถือกรรไกรไว้ในมือนางต้องการจะลงมือตัดผ้า แต่นางไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร

            ภายในบ้านจุดตะเกียงน้ำมันหลินกู๋หยู่นำเอาเสื้อกันหนาวหนาๆ ของฉือหางออกมานางเตรียมจะซักเสื้อผ้าเหล่านี้ทั้งหมด

            “พรุ่งนี้เช้าเจ้ายังต้องไปโรงหมออย่าทำงานหักโหมจนเกินไป รีบไปนอนเถอะ” ฉือหางหยิบเสื้อกันหนาวจากมือของหลินกู๋หยู่เสื้อผ้าเหล่านี้เขาสวมใส่มาตลอดช่วงฤดูหนาวความจริงแล้วเขาไม่เคยซักมันมาก่อนจึงมีกลิ่นเหม็น

            “ซักเสร็จแล้วพรุ่งนี้เช้าจะได้ตากแดดพอเรากลับมาผ้าก็จะแห้ง ข้าจะได้ตัดเสื้อผ้าตามเค้าโครงเช่นนี้ได้จะยัดขนห่านให้ด้วย” หลินกู๋หยู่สัมผัสเสื้อกันหนาวของฉือหางพลางขมวดคิ้วเล็กน้อยนางสัมผัสได้ว่าเป็นผ้าเนื้อหนา แต่ทำไมมันแข็งถึงเพียงนี้?

            ฉือหางไม่สามารถรั้งหลินกู๋หยู่ไว้ได้มือข้างหนึ่งถือกิ่งไม้และอีกข้างหนึ่งถือมีดสั้น เขาเริ่มเหลาลูกธนู

            หลินกู๋หยู่ตัดร่องเสื้อผ้าของฉือหางออกอย่างระมัดระวังการซักเสื้อผ้าประเภทนี้ ซักผ้าด้านนอกเท่านั้นก็เพียงพอแล้วและผ้าฝ้ายด้านในตากให้แห้งก็สามารถสวมใส่ได้แล้ว

            เมื่อตัดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายออกสีหน้าของนางไม่น่ามองในทันที

            ด้านในไม่มีอะไรอื่นนอกจากสำลีและหญ้าแห้งกองหนึ่ง

            หลินกู๋หยู่โยนสิ่งเหล่านั้นลงบนพื้นเงียบๆด้วยความขยะแขยง

            ไม่ต้องพูดถึงเสื้อผ้าที่มีกลิ่นเหม็นลอยฟุ้งยิ่งไปกว่านั้นด้านในยังเต็มไปด้วยสิ่งเหล่านี้อีก

            ฉือหางได้ยินหลินกู๋หยู่ขว้างสิ่งเหล่านั้นเขาเงยหน้าขึ้นมอง เห็นนางหยิบของด้านในทั้งหมดออกมา จึงพูดเสียงเบาว่า"ข้าไปซักผ้าให้"

            “ข้าทำเองได้” ในที่สุดหลินกู๋หยู่ก็หยิบสิ่งที่อยู่ด้านในเสื้อกันหนาวทั้งหมดออกมานางหันไปมองฉือหาง “เจ้ามีเสื้อผ้าอื่นอีกหรือไม่?”

            ฉือหางส่ายศีรษะเบาๆ “ไม่มีแล้ว”

            หลินกู๋หยู่ไม่เข้าใจว่าทำไมนางถึงโกรธมากถึงเพียงนี้ชายที่อยู่ข้างหน้านางกลับไม่แสดงสีหน้าใดๆ เมื่อเขาเห็นสิ่งที่อยู่ในเสื้อกันหนาว

            "เจ้าทำงานของเจ้าเถอะข้าจะไปซักผ้าให้" หลินกู๋หยู่พูดพลางเดินไปที่ข้างเตา เทน้ำลงในถังไม้ใส่เสื้อผ้าลงในอ่างและเริ่มซักผ้า

            ฉือหางลุกขึ้นและหยิบไม้กวาดข้างตัวเขากวาดหญ้าแห้งเหล่านั้นโดยไม่เอ่ยวาจาใด เสื้อกันหนาวตัวนี้เป็นเสื้อที่แม่แท้ๆของโต้ซาทำให้เขา

            ในช่วงสองสามวันหลังจากนั้นฉือหางไปส่งหลินกู๋หยู่และโต้ซาไปที่โรงหมอในตอนเช้าส่วนตนเองไปที่ภูเขาพร้อมกับคันธนูและลูกธนูเพียงลำพัง

            เมื่อยามอาทิตย์อัสดงหลังจากจัดการเหยื่อในมือเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็ไปรับหลินกู๋หยู่ที่โรงหมอ

            เนื่องจากการจ่ายภาษีประชากรเป็นเหตุให้ผู้คนทั้งหมู่บ้านดูไร้ชีวิตชีวานอกจากการทำงานในไร่นาแล้ว ผู้คนจำนวนมากยังไปที่ภูเขาเพื่อเก็บผักป่า

            อากาศเริ่มเย็นลงแล้วพื้นดินปกคลุมไปด้วยใบไม้ร่วงสีเหลืองทอง

            เมื่อหลินกู๋หยู่ตื่นขึ้นในตอนเช้านางรู้สึกหนาวมาก นางหนาวสั่นอย่างทนไม่ได้ นางรีบสวมเสื้อผ้าอีกชั้นหนึ่งแล้วสวมเสื้อกั๊กให้โต้ซา

            ฉือหางก็ใส่เสื้อผ้าเพิ่มด้วยเช่นกันเมื่อมองไปที่เสื้อผ้าที่หลินกู๋หยู่สวมให้โต้ซาเขาก็อดไม่ได้ที่จะสัมผัสเสื้อของตนเอง

            ตอนเขาสัมผัสกับเสื้อตัวนี้ในวันที่อากาศปกติเขาไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก แต่ตอนนี้เมื่อเขาเอามือเข้าไปใต้ผ้าฉือหางรู้สึกอบอุ่นมาก

            "เสื้อกันหนาวตัวนี้ดีจริงๆ"ฉือหางอดไม่ได้ที่จะพูดกับหลินกู๋หยู่ที่กำลังทำอาหารเช้า

            "ใช่มันอุ่นมาก" หลินกู๋หยู่กล่าว เมื่อนึกถึงขนเป็ดและขนห่านที่มีหลายสิบจินนางก็ทอดถอนหายใจ "เดิมทีคิดว่าจะซื้อเก็บให้มากกว่านี้ไม่คิดว่าสุดท้ายก็มีเพียงเท่านี้"

            หลังจากทานอาหารเช้าในขณะที่ฉือหางกำลังจะส่งหลินกู๋หยู่และโต้ซาเข้าไปในเมือง จู่ๆก็เห็นเด็กชายตัวเล็กๆ จูงเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งยืนอยู่ที่ประตูเด็กทั้งสองแบกถุงย่ามคนละหนึ่งใบ

            “พี่หญิง?” เด็กน้อยก้าวไปข้างหน้า มอบสัมภาระของเขาให้หลินกู๋หยู่ “ขนห่าน”

            หลินกู๋หยู่เอื้อมมือไปหยิบถุงสัมภาระจากมือของเด็กชายคนนั้นจากนั้นเข้าไปในห้องหยิบตาชั่งออกมา

            "ห้าจินยี่สิบห้าอีแปะ" ทันทีที่หลินกู๋หยู่พูดจบก็เห็นเด็กชายตัวเล็กๆถอดกระเป๋าสัมภาระออกจากเด็กหญิงตัวเล็กที่อยู่ข้างหลังเขายื่นให้หลินกู๋หยู่

            "ยังมีอีก"

            หลินกู๋หยู่หยิบมันขึ้นมาดูด้านในเต็มไปด้วยขนห่าน "สามจิน สิบห้าอีแปะ"

            "รวมเป็นสี่สิบอีแปะ"ขณะที่หลินกู๋หยู่พูด นางก็แกะถุงเงินที่เอวออก หยิบสี่สิบอีแปะยื่นให้เด็กน้อย

            “ขอบคุณ” เด็กน้อยตอบอย่างมีความสุข จับมือน้องสาวแล้ววิ่งหนีไป

            ที่จริงขนห่านเหล่านั้นรวมกันได้เพียงหกจินเท่านั้นสาเหตุที่หลินกู๋หยู่พูดมากกว่าความจริง นั่นเพราะเห็นแก่เด็กสองคนนั้นพวกเขาสองคนก็ลำบากนัก

            ในโรงหมอไม่มีอะไรให้ทำลู่จื่อยู่เห็นว่ามีผู้ป่วยไม่มากนักหลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วเขาจึงแบ่งงานให้พวกเขาหมอสี่คนแบ่งเป็นสองคนต่อหนึ่งกลุ่ม หนึ่งกลุ่มทำงานสิบห้าวันอีกหนึ่งกลุ่มสามารถพักผ่อนที่บ้านได้

            แต่ค่าจ้างจะยังคงได้รับหนึ่งตำลึงเช่นเดิม

            เนื่องจากก่อนหน้านี้มีจำนวนผู้ป่วยมากเกินไปโรงหมอจึงจ่ายเงินเดือนให้กับทุกคนเป็นเงินจำนวนสองตำลึง

            หลินกู๋หยู่ถูกจัดให้ทำงานครึ่งแรกของเดือนหลังจากผ่านไปสิบห้าวัน นางก็สามารถอยู่พักผ่อนที่บ้านได้แล้ว

            เมื่อหลินกู๋หยู่มีเวลาว่างนางฝึกคัดลายมือด้วยพู่กันจุ่มน้ำบนโต๊ะ นางเรียนรู้เร็วมากตราบใดที่นางไม่เขียนเร็ว ลายมือของนางยังพอให้คนอื่นดูได้

            “ท่านแม่” โต้ซาลากหลินกู๋หยู่ไปที่สวนหลังบ้าน เขาร้องอย่างตื่นเต้น “ข้ารู้จักยาเยอะมาก”

            ริมฝีปากของหลินกู๋หยู่โค้งขึ้นช้าๆจากนั้นนางก็เดินตามโต้ซาไปที่สวนหลังบ้าน "เจ้ารู้มากแค่ไหนแล้ว?"

            "แปะเจียก"โต้ซาชี้ไปที่ยาสมุนไพรที่ตากอยู่ จากนั้นชี้ไปที่ยาที่ตากอยู่อีกด้านหนึ่ง"เหลียนเฉียว เมล็ดป๋ายเหอ[1] สายน้ำผึ้งและอบเชย!"

            เสี่ยวซื่อซึ่งดูแลโต้ซามาเป็นอย่างดีโดยตลอดกล่าวด้วยรอยยิ้ม"หมอหลิน โต้ซาเรียนรู้ได้เร็วมาก ไม่ว่าจะให้ดูอะไรเขาก็จะจำทุกอย่างได้"

            “น่าเสียดายที่โต้ซายังเด็กเกินไป” หลินกู๋หยู่อดไม่ได้ที่จะทอดถอนหายใจ “ไม่เช่นนั้นข้าจะส่งเขาไปเรียนที่สำนักศึกษา”

            ตอนนี้โต้ซาอายุหนึ่งปีกว่าแล้วจึงค่อนข้างเป็นไปได้ที่จะจำชื่อวัตถุดิบยาบางส่วน

            หลินกู๋หยู่สัมผัสมือของโต้ซาอย่างใส่ใจเมื่อสัมผัสได้ว่าฝ่ามือของเขายังคงอุ่นจึงดึงมือออก"เจ้ารู้หรือไม่ว่าที่สำนักศึกษา รับเด็กที่อายุน้อยที่สุดเท่าใด?"

            “ห้าปี” เสี่ยวซื่อพูดด้วยรอยยิ้ม เอื้อมมือไปแตะโต้ซา “อีกสองปี ท่านสามารถส่งเขาไปที่นั่นได้”

            ในยุคปัจจุบันเด็กจำนวนมากถูกส่งตรงไปยังโรงเรียนอนุบาล เมื่ออายุได้หนึ่งหรือสองปี

            ในความเป็นจริงมันไม่เป็นความจริงที่จะส่งโต้ซาไปเรียนได้เพียงแต่นางคิดว่า ถ้าเขาไปสำนักศึกษาเขาอาจจะสามารถเรียนรู้อะไรได้บ้างไม่มากก็น้อย

            แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้

            ในตอนเย็นฉือหางร่างเต็มไปด้วยฝุ่นยืนตระหง่านอยู่ที่ประตู เห็นหลินกู๋หยู่พาโต้ซาออกมา"กลับกันเถอะ"

            ขณะที่เขาพูดนั้นฉือหางก็ย่อตัวลงและอุ้มโต้ซาขึ้น จากนั้นหันศีรษะไปมองหลินกู๋หยู่ "วันนี้อากาศเย็นขึ้นมากรู้สึกเหมือนว่าปีนี้จะหนาวเร็วเป็นพิเศษ"

            เมื่อได้ยินสิ่งที่ฉือหางพูดหลินกู๋หยู่ก็ผงะเล็กน้อยราวกับว่าในความทรงจำของร่างเดิมไม่ได้อากาศหนาวเร็วถึงเพียงนั้น"ปีที่แล้วเริ่มหนาวตั้งแต่เมื่อไรหรือ?"

            "นี่เพิ่งต้นเดือนสิบ"ฉือหางขมวดคิ้วเล็กน้อย "แต่ปีนี้อากาศหนาวกว่าปีที่แล้วมากสองวันมานี้ที่ข้าขึ้นไปบนภูเขา ข้าเห็นสัตว์น้อยมาก"

            ปีนี้อากาศหนาวมากเมื่อคิดถึงเรื่องนี้หลินกู๋หยู่อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นอย่างฉับพลันนางเงยหน้าขึ้นมองฉือหาง "วันที่ข้าไม่ต้องมาที่โรงหมอเราควรจะเตรียมฟืนเพิ่มไหม?"

            “อืม” ฉือหางพยักหน้าเห็นด้วย คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า “หลายวันนี้ ข้าก็เก็บกลับมาบ้างแล้ว”

            หลินกู๋หยู่พยักหน้าก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างผิดหวัง เดิมทีนางต้องการทำเสื้อกันหนาวขนเป็ดขนห่านขายในฤดูหนาวนี้แต่นางซื้อขนเป็ดและขนห่านมาได้ไม่มากนัก

            "ดูเหมือนว่าจะต้องตุนอาหารไว้ที่บ้านเพิ่มแล้วเราจะได้ไม่ต้องออกไปข้างนอกในช่วงฤดูหนาว "หลินกู๋หยู่อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจในสมัยโบราณที่ไม่มีเครื่องทำความร้อน นางไม่รู้ว่าตนเองจะสามารถปรับตัวได้หรือไม่?

            ทว่าเมื่อมองไปที่โต้ซาหลินกู๋หยู่เงยหน้ามองฉือหางด้วยรอยยิ้ม "ในช่วงหน้าหนาวข้าจะสอนลูกอ่านหนังสือที่บ้าน"

            ฉือหางชะงักนิ่งไปชั่วคราวเขามองหลินกู๋หยู่ด้วยแววตาซับซ้อน

            …………………………………………………………………………………

            [1] เมล็ดป๋ายเหอหมายถึง เมล็ดดอกลิลลี่

             

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592