เนี่ยแหละของที่ได้มาง่ายๆ เราก็มักจะมองข้ามมันและสนใจมันอย่างทิ้งๆ ขว้างๆ แม้มูลค่าของมันจะถูกประเมินไว้สูงถึง 50 ถึง 60 ล้านบูลนี่ก็ตาม
เซี่ยซีหานดึง 'จารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม' ออกจากหนังสือมิติเก็บของ
แผ่นศิลาที่หนาเล็กน้อยรอบด้านรายล้อมไปด้วยอักษรเวทมนตร์ปรากฏ 'ตระหนักรู้มันเลยและกัน มันไม่น่ามีปัญหาอะไร พี่ชายฉีเยี่ยนเคยตระหนักรู้ภายในมันมาก่อนแล้ว'
!วึง
ความรู้สึกที่คุ้นเคย เซี่ยซีหานรู้สึกเหมือนภาพตัด จากโลกที่ตัวเองอยู่ เซี่ยซีหานคล้ายเข้าไปปรากฏที่โลกอันมืดมิด จากนั้นอีกครู่ร่องรอยภาษาเวทมนตร์โบราณก็ปรากฏเป็นแท่งเสาเรียงยาวมากมาย เศษชิ้นส่วนมากมายที่ลอยละล่องอยู่ในห้วงสำนึกของเซี่ยซีหาน
"นี่คือภายในจารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามงั้นเหรอ ดูเหมือนการสร้างมันจะไม่ง่ายจริงๆ มันดูจะมีรายละเอียดมากมาย แต่ไอ้สิ่งเหล่านี้คืออะไรกัน" เซี่ยซีหานลอยตัวก่อนจะเอามือไปแตะที่แท่งเสาที่เต็มไปด้วยอักษรเวทมนตร์โบราณ ภาพการหลอมวัตถุบางอย่างปรากฏตรงหน้าเขาอย่างละเอียด
-[การสร้างเกราะรบเทพยุทธ์ - ส่วนไหล่ - วัสดุที่ใช้ ]-
มวลข้อมูลทะลักเข้าหัวของเซี่ยซีหานไม่หยุด ถ้าหากเซี่ยซีหานไม่ถูกขยายองค์ปัญญามาก่อน การรับข้อมูลของการหลอมสร้างเกราะรบเทพยุทธ์ แค่เพียงส่วนไหล่เพียงอย่างเดียวก็อาจจะฆ่าเซี่ยซีหานได้ โดยที่เซี่ยซีหานไม่รู้ โดยทั่วไปเหล่าผู้วิเศษอาณาจักรสัมผัส หากพวกเขาจะเข้ามาตระหนักรู้จารึกที่บันทึกความรู้อันยิ่งใหญ่เช่นนี้ไว้ พวกเขาจะสร้างวงเวทย์และแบ่งส่วนในการซึมซับมวลความรู้เพียงทีละเล็กละน้อยแยกส่วนกัน
แต่ด้วยความที่เซี่ยซีหานไม่รู้ และเคยเห็นฉีเยี่ยนผู้เดินบนสองวิถีทั้งผู้วิเศษและนักรบ ทำการตระหนักรู้จารึกนี้แบบสบายสบาย เขาจึงเลือกที่จะเรียนแบบ
ซึ่งที่ฉีเยี่ยนทำง่ายๆ นั้น ความจริงมันไม่ง่ายเลย โดยที่เซี่ยซีหานไม่รู้ ฉีเยี่ยนคือผู้ที่อยู่ห่างอีกก้าวของการเป็น 'ปราชญ์' ในโลกของผู้วิเศษ
และอยู่ห่างอีกก้าวเดียวในการเป็น 'ปรมาจารย์ยุทธ์' ในเส้นทางแห่งนักรบ หรือก็คือผู้ฝึกปราณถึงขอบเขตเสาแห่งสวรรค์และปฐพี
ดังนั้น สภาวะจิตใจของฉีเยี่ยน ต้องพูดตรงๆ มันแข็งแกร่งไม่น้อยกว่า 'ปราชญ์' และ 'ปรมาจารย์ยุทธ์' เลย
แต่เซี่ยซีหานเล่า ตอนนี้เมื่อเขาเทียบกับฉีเยี่ยน แม้จิตแห่งราชันของเซี่ยซีหานจะอยู่ในระดับ 1 กับอีก 99.95% แล้ว แต่... มันก็ยังแทบจะไม่เพียงพอ ในการแบกรับข้อมูลของเกราะรบเทพยุทธ์ส่วนไหล่เพียงส่วนเดียว
"บัดซบ! มวลความรู้นี้มัน" ร่างแห่งจิตสำนึกของเซี่ยซีหานคล้ายจะแตกร้าว " หนอย! นี่ก็แค่จารึกมวลความรู้โง่ๆ สายหนึ่ง คิดว่าข้าจะแบกรับมันไม่ไหวเหรอ เอ่อ งั้นก็มาลองกันดู..." สองมือร่างแห่งจิตสำนึกของเซี่ยซีหานจับศีรษะตัวเองแน่น รอบศีรษะแสงแห่งความรู้ที่ร้อยเรียงกันในรูปอักษรเวทมนตร์โบราณ มันหมุนวนและหลั่งไหลทะลักเข้าสู่ศีรษะเซี่ยซีหานไม่หยุด
เซี่ยซีหานอดทนกับมัน ใบหน้าของเขาปรากฏความกระหายอันบ้าคลั่ง ซึ่งเกิดจากความรู้สึกของการต่อสู้กับความเจ็บปวดอันลึกล้ำ
แต่ในความเจ็บปวดเจียนตายนี้ของจิตสำนึกนี้ อยู่ๆ เสียงระบบของเซี่ยซีหานก็ดังต่อเนื่อง
- [จิตแห่งราชันถูกยกระดับ] -
- [จิตแห่งราชัน ระดับ 2: 00.01%] -
- [ทักษะวงจรเวทย์ ระดับ 3 : 89.88% ] -
- [ทักษะวงจรเวทย์ถูกยกระดับ] -
- [ทักษะวงจรเวทย์ ระดับ 4 : 00.01% ] -
- [ทักษะวงจรเวทย์ ระดับ 4 : 19.41% ] -
- [ทักษะวงจรเวทย์ ระดับ 4 : 59.92% ] -
- [ทักษะวงจรเวทย์ ระดับ 4 : 99.92% ] -
- [ทักษะวงจรเวทย์ถูกยกระดับ] -
- [ทักษะวงจรเวทย์ ระดับ 5 : 00.01% ] -
- [ทักษะวงจรเวทย์ ระดับ 5 : 12.22% ] -
...
- [ทักษะวงจรเวทย์ ระดับ 5 : 99.95% ] -
- [ทักษะวงจรเวทย์ถูกยกระดับ] -
- [ทักษะวงจรเวทย์ ระดับ 6 : 1.02% ] -
...
- [ทักษะช่างหลอม ระดับ 6 : 10.99% ] -
- [ทักษะช่างหลอม ระดับ 6 : 25.95% ] -
...
- [ทักษะช่างหลอม ระดับ 6 : 99.95% ] -
- [ทักษะช่างหลอมถูกยกระดับ] -
- [ทักษะช่างหลอม ระดับ 7 : 7.05% ] -
...
- [ทักษะนักเล่นแร่แปรธาตุ ระดับ 5 : 0.41% ] -
- [ทักษะนักเล่นแร่แปรธาตุ ระดับ 5 : 10.41% ] -
...
- [ทักษะนักเล่นแร่แปรธาตุ ระดับ 5 : 89.41% ] -
ครู่หนึ่งร่างของเซี่ยซีหานเปล่งแสงสว่างจ้า ห้วงจิตรู้สึกได้ถึงการเติบโตอย่างยิ่งใหญ่ มันเป็นการก้าวกระโดดอย่างยิ่งยวด มวลความรู้ที่เหมือนอัดกันอยู่ในแก้วเล็กๆ ทำให้ร่างจิตสำนึกของเซี่ยซีหาน คล้ายอยู่ใกล้สภาวะระเบิดแตกได้ตลอดเวลา
แต่ตอนนี้เซี่ยซีหารับรู้ได้ว่า ห้วงสำนึกของตัวเองคล้ายการเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ มวลความรู้การสร้างเกราะรบเทพยุทธ์ส่วนเล็กๆ ไม่อาจจะทำร้ายเขาได้อีกต่อไป
"คิกคิก นี่สิพระเอกแห่งยุคสมัย บิดาคือพระเอกแห่งยุคสมัย กร๊ากๆๆๆ" เซี่ยซีหานหัวเราะไม่หยุด เขาเกือบตาย แต่สุดท้ายกับได้รับบางอย่างที่ไม่คาดคิด การเติบโตอันก้าวกระโดด
"วันนี้พอแค่นี้ก่อน ไม่น่าเชื่อบิดาเกือบตายแล้วจริงๆ ใครว่าความรู้ไม่ทำให้คนตาย บิดาเกือบตายเพราะความรู้อัดเข้าหัว" เซี่ยซีหานดึงจิตสำนึกออกจากจารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม
...
ในห้องพักอันใหญ่โต เซี่ยซีหานถอนหายใจดัง ก่อนจะพูดออกมาว่า ข้าเกือบตายแล้วจริงๆ ซ้ำอีกครั้ง ร่างจริงของเซี่ยซีหานตอนนี้ ทั่วร่างมีเหงื่อไหลซึม ดูท่าร่างจริงและร่างวิญญาณแห่งจิตสำนึกจะมีความสัมพันธ์ ตอนนี้เซี่ยซีหานรู้สึกว่า ตัวเองอ่อนแอถึงขีดสุด เขาเดินไปที่เก้าอี้และนั่งเอนหลัง
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ดีใจ และพบว่าโลกใบนี้อัศจรรย์กว่าที่คิด
"นี่แค่เกราะส่วนไหล่เพียงอย่างเดียว มันยังสร้างยากสร้างเย็นแบบนี้และมีความซับซ้อนมากเหลือเกิน แต่มันก็สมควร ไม่คิดเลยว่าโลกใบนี้จะมีชุดเกราะที่อัศจรรย์แบบนี้ ในห้วงสำนึกบิดารับรู้ได้เลยว่า สิ่งนี้ยอดเยี่ยมไม่ต่างจากไอ้หนุ่มเกราะเหล็กไอรอนแมนในโลกเก่าของบิดาเลย ชุดเกราะแห่งเทพที่สามารถต่อต้านคำสาปและบรรจุพลังวิเศษไว้ภายในได้ พลังอำนาจของมันเพียงพอที่จะเปลี่ยนคนธรรมดาที่สวมเกราะนี้ให้เป็นเทพนักรบกันทุกคน นี่สิโลกแห่งผู้วิเศษ"
"นอกจากนั้นผลพลอยได้ของบิดายังมากกว่าที่คิด ตอนนี้ทักษะช่างหลอมของบิดาเป็นระดับ 7, ทักษะวงจรเวทย์เป็นระดับ 6, ส่วนทักษะนักเล่นแร่แปรธาตุ แม้จะไม่ถูกยกระดับเป็นระดับหก แต่การพัฒนาของมันก็ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้ขาข้างหนึ่งของบิดาก้าวไปอยู่หน้าประตูของนักเล่นแร่แปรธาตุระดับหกแล้ว คิกคิกคิก หากไอ้แก่เคอซวนรู้เรื่องนี้เข้าต้องตกใจแน่ๆ กลับบ้านเมื่อไหร่ข้าจะต้องยกระดับทักษะนักเล่นแร่แปรธาตุให้เป็นระดับหกให้ได้ การช่วยพ่อเจียตัวต้องเป็นเรื่องสำคัญลำดับที่หนึ่ง "
"เอ่อแต่... จริงๆ ข้าไม่ต้องรอกลับถึงบ้านก็ได้ พอคิดดูดีๆ แค่การตระหนักรู้การสร้างเกราะรบเทพยุทธ์ส่วนไหล่ ทักษะและความรู้ของข้ายังถูกยกระดับขนาดนี้ และถ้าข้ากลับเข้าไปตระหนักรู้ส่วนอื่นๆ ของมันอีกล่ะ กร๊ากๆ แบบนี้ไม่ใช่ว่าบิดาจะได้ยกระดับทักษะนักเล่นแร่แปรธาตุง่ายๆ โดยไม่ต้องทำห่าอะไรงั้นเหรอ"
แต่ความสุขของเซี่ยซีหานก็อยู่ช่วงสั้นๆ เมื่อเขาพบว่าความคิดของเขานั้นง่ายเกินไป เมื่อครู่ตัวเขาเกือบตายไปแล้วนะ
และถ้าตัวเซี่ยซีหานเข้าไปตระหนักรู้แบบมั่วๆ แล้วเจอสึนามิความรู้เล่นงานแบบนั้นอีกล่ะ
แผ่นหลังเซี่ยซีหานเหงื่อไหลซึม ตัวเขาเกือบตายเสียแล้ว
"ข้าคิดอะไรง่ายเกินไป ข้าต้องระมัดระวังกว่านี้ ก่อนจะเข้าไปตระหนักรู้จารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามอีกครั้ง ข้าต้องเตรียมตัวอย่างดีที่สุด"
...
ท้องฟ้ากว้างไกล
นกโครงกระดูกตัวใหญ่ที่มีไฟสีเขียวอาบร่าง มันกระพือปีกโบยบินอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
หุ่นกระบอกตัวหนึ่งแขนขากอดโครงกระดูกซีกเล็กๆ ชิ้นหนึ่งของนกโครงกระดูกตัวนี้แน่น พร้อมร่างสั่นสะท้านพับพับไม่หยุด มันส่งเสียตะโกนเป็นระยะระยะว่า "นายท่าน ท่านบินเร็วเกินไปแล้ว เสียวจูกำลังจะถูกลมพัดทิ้งไปแล้ว นายท่านช่วยเสียวจูด้วย นายท่านช่วยเสียวจูด้วย"
แต่ไม่มีใครส่งเสียงตอบรับมันเลย
ฉีเยี่ยนนั่งอยู่ส่วนหัวของนกโครงกระดูกตัวใหญ่ยักษ์ที่บินด้วยความเร็ว ขาข้างหนึ่งวางพาด อีกข้างหนึ่งตั้งชันเข่ามือเท้า มือถือจารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามชิ้นหนึ่งหมุนที่นิ้วเล่น มันดูสบายๆ คล้ายกับว่า นกโครงกระดูกยักษ์ที่บินเร็วเกินความเร็วเสียงตัวนี้ ไม่ได้สร้างปัญหาให้ตัวเขาแม้แต่น้อย รอบตัวฉีเยี่ยนไม่มีคลื่นลมใดๆ แตะสัมผัสตัวเขาได้แม้แต่น้อย ปราณพลังอันยิ่งใหญ่ของตัวเขาแหวกสายลมที่เข้าปะทะได้อย่างง่ายๆ
ไม่ไกลกันกัวเฉินยืนอยู่
"คุณชายที่ท่านมอบจารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามให้เจ้าเด็กเซี่ยซีหานชิ้นหนึ่งนั่น ข้าคิดว่าท่านลืมพูดบางอย่างไป..."
"...อะไร?"
"การตระหนักรู้จารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม อันเป็นมวลความรู้อันยิ่งใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ท่านควรสอนเจ้าเด็กนั่นถึงการใช้วงเวทย์ชนิดพิเศษ ในการค่อยๆ ดึงเศษความรู้ออกมา หากเจ้าเด็กนั้นเกิดทำการตระหนักรู้จารึกนั่นโดยตรงแบบท่าน ข้าคิดว่าเขาคงหมดโอกาสเจอท่านอีก"
อยู่ๆ ฉีเยี่ยนก็รู้สึกอะไรแปลกๆ ปกติเขาเป็นคนที่รอบคอบ เรื่องการบอกให้ผู้เยาว์รู้ถึงอันตรายของจารึกยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม ควรเป็นสิ่งที่เขาไม่ควรพลาดหรือลืมที่จะแนะนำ
แต่ฉีเยี่ยนกับรู้สึกว่า เขามองข้ามมันไปโดยสิ้นเชิง จนตัวเขาได้ยินกัวเฉินพูดเตือน
ฉีเยี่ยนอยู่ๆ ก็หัวเราะ