ฉีซิ่วหยวนยกนาฬิกาขึ้นมาดูอยู่หลายครั้งพอมองดูตัวเข็มนาฬิกาที่ซ่อนอยู่ด้านใน ดูเหมือนว่าจะออกแนว Slow Fashion เมื่อเขายกนาฬิกาขึ้นมาดูเวลาอีกที ในที่สุดมือถือก็ของเขาดังขึ้นเขารีบกดรับสายโดยไม่นึกลังเลเสียด้วยซ้ำ เสียงนิ่งแต่มั่นคงของเสี่ยวหลี่ดังมาจากปลายสาย
“อาจารย์ฉีเหรอครับ?ผมเสี่ยวหลี่”
“เสี่ยวหลี่ นี่มันเกิด...”
“อาจารย์ฉีไม่ต้องห่วงผมส่งคนคอยตามเสี่ยวหยางแล้ว ตอนนี้เขากับซูซูอยู่ด้วยกัน พวกเขาทั้งสองปลอดภัยดีครับ”
ฉีซิ่วหยวนถอนหายใจอย่างโล่งอก
“แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน?”
“ขอสายหลินจื่อหน่อยครับเดี๋ยวผมจะให้เขาพาคุณมาที่นี่เอง”
ฉีซิ่วหยวนกวาดตามองเหล่าสมาชิกแก๊งค์ระดับล่างสามคนที่ล้อมรอบตัวเขาเอาไว้ก่อนจะยกมือถือขึ้นแล้วถามว่า
“คนไหนคือหลินจื่อ?”
ผู้ชายท่าทางบึกบึนแข็งแรงคนหนึ่งก้าวเท้าออกมารับมือถือไป
“พี่หลี่”
สักพักก็เอ่ยขึ้นมาอีกว่า
“เข้าใจแล้วครับ”
จากนั้นเขาก็ส่งมือถือคืนให้ฉีซิ่วหยวนอย่างนอบน้อม
“พี่หยวน ช่วยตามผมมาด้วยครับ”
ใช้เวลากว่า 5 วินาทีฉีซิ่วหยวนถึงเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น
--------------------------------------------------------
เสี่ยวหยางกับฉีซูซูถูกเสี่ยวหลี่สกัดเอาไว้ได้ในโรงแรมเล็กๆแถวสถานีรถไฟ พวกเขาตั้งใจจะขึ้นรถไฟเพื่อหนีไปจังหวัดใกล้ๆให้เร็วที่สุดแต่กลับกลายเป็ว่าถูกขัดขวางเสียก่อน พวกเขาซื้อตั๋วรถไฟไว้เดินทางสำหรับตอนเย็นเอาไว้แล้วแต่พอถึงเวลากลับไม่กล้าออกไปเตร็ดเตร่ตามถนนข้างนอก ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นอีกจึงจำเป็ต้องเลือกพักอยู่โรงแรมแถวๆนั้นไปก่อน ในขณะที่คนทั้งสองกำลังวาดฝันถึงอนาคตอันสวยหรูร่วมกันอยู่นั้นพลันก็มีเสียงเคาะประตูดังลั่น แน่นอนว่าเป็เสี่ยวหลี่นั่นเอง
ทันทีที่ประตูถูกกระแทกเปิดเสี่ยวหลี่ยังไม่ทันได้มีโอกาสเอ่ยคำใดออกมา เสี่ยวหยางก็พุ่งตัวเข้ามาหมายจะต่อยเขาเสียก่อนแต่กว่าที่เสี่ยวหยางจะทันถึงตัวคนเป็พี่ชาย เหล่าลูกสมุนก็พุ่งเข้ามาขวางแล้วจับตัวเขาไว้แทนทันทีที่ได้เผชิญหน้ากัน ในห้องก็เต็มไปด้วยเสียงเอะอะโวยวายเสียงดังน่าหวาดกลัวฉีซูซูทำได้เพียงแค่ร้องไห้โฮออกมาเท่านั้น
เสี่ยวหยางยังคงเอาแต่ดิ้นรนต่อสู้และะโโหวกเหวกดังลั่น
“ทำไมแกไม่ปล่อยฉันไป? ถ้าแกไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับโลกอาชญากรรมฉันจะมาถึงจุดนี้แล้วเลือกวิธีแบบนี้ได้ยังไง? ทำไมฉันต้องมีพี่ชายแบบแกด้วย? ฉันไม่น่าเกิดมาเป็น้องแกเลย!”
เสี่ยวหลี่หน้าซีดเผือดในขณะที่หันไปมองคนที่จับเสี่ยวหยางเอาไว้
“ปล่อยเขา”
เมื่อเสี่ยวหยางถูกปล่อยตัวเขาก็พุ่งตัวเข้ามาใส่คนเป็พี่ทันที แต่เสี่ยวหลี่ก็ยังใจเย็น จเตะสกัดขาอีกฝ่ายจนล้มฟุบลงไปกองกับพื้นได้อย่างง่ายดายในตอนนั้นฉีซิ่วหยวนเดินทางมาถึงโรงแรมพอดี เขาจึงทันได้เห็นเืของเสี่ยวหยางหยดลงบนพื้นเต็มสองตา
เสี่ยวหลี่กำคอเสื้อเสี่ยวหยางแน่นแล้วเอ่ยว่า
“นี่คือบทเรียนสำหรับแกในฐานะคนที่แกไม่ควรเนรคุณใส่ ถ้าฉันไม่เข้าไปพัวพันกับโลกอาชญากรรมล่ะก็ไอ้เหี้ยอย่างแกคงได้ตายอยู่ในท่อระบายน้ำไปตั้งนานแล้วคิดว่าตัวเองจะยังมีชีวิตอยู่จนได้ไปเรียนต่อเมืองนอก จนทำให้คนสารเลวอย่างแกได้ออกมาล่าสาวแบบนี้มั้ยล่ะ?!”
เสี่ยวหยางยังระดมถีบขาใส่อีกฝ่ายถึงแม้ว่าตัวเองจะไอโขลกจนตัวโยนไปหมดแล้วก็ตามความหยิ่งยโสและความรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์นั้นไม่มีทางลดลงเลยแม้สักน้อย
“ไอ้สารเลวเอ๊ย! แกตั้งใจทำของแกต่างหาก ฉันไม่เคยบอกแกให้ทำสักหน่อย! เสี่ยวหลี่ จะบอกให้นะ ฉันยอมตายในท่อระบายน้ำดีกว่าให้ใช้เงินสกปรกของแก!”
“ไม่ยักกะเห็นว่าแกจะเรียกร้องอะไรตอนใช้เงินพวกนั้นเลยนี่!”
เสี่ยวหลี่ตะคอกใส่ในขณะที่ชกท้องเสี่ยวหยางเต็มแรงแรงชกทำให้ร่างกายเสี่ยวหยางเ็ปอย่างรุนแรง ก่อนที่เขาจะถ่มน้ำลายออกมา
“ตีฉันสิ! ถ้าแกทำได้ ก็ตีให้ตายไปเลย ตลอดทั้งชีวิตของฉันอย่านึกว่าจะได้ยินคำดีๆจากปากฉันอีกเลย”
ทันใดนั้นเปลวเพลิงสีแดงก็ผุดพรายขึ้นในดวงตาของเสี่ยวหลี่ความกรุ่นโกรธแผดเผาไปทั้งหน้าทั้งหัวของเขาจนทำให้อยากจะต่อยอีกฝ่ายให้หนักขึ้นอีกเหล่าลูกสมุนที่ต่างก็รู้จักเสี่ยวหลี่เป็อย่างดี สามารถบอกได้เลยว่าสายตาของเขาตอนนี้สามารถฆ่าคนได้ห่างไกลจากคำว่าดีเป็โยชน์ พวกเขาจึงต่างกรูกันเข้าไปกันตัวเขาไว้แล้วพากันดึงให้ถอยห่างจากเสี่ยวหยางกันเป็การใหญ่หนึ่งในนั้นยังหวังดีช่วยพูดให้ใจเย็นๆกันก่อน
“พี่หลี่อย่าโกรธเลยครับพี่หยางยังเด็ก ที่พูดจาแบบนั้นเพราะว่าโมโหเท่านั้นเอง”
“ใครเป็พี่หยางของพวกแกกัน?”
เสี่ยวหยางนอนอยู่บนพื้นพลันะโขึ้นมา
“เสี่ยวหลี่ แกคิดว่าตัวเองแน่มากเพราะมีลูกน้องพวกนี้สินะสักวันนึง แกจะต้องตายเพราะพวกมันนั่นแหละ!”
จบประโยคนั้น สีหน้าของเหล่าผู้ใต้บัญชาการก็เปลี่ยนไปบนใบหน้าของเสี่ยวหลี่ไม่หลงเหลือความโกรธแค้นอีกต่อไป มีเพียงแค่รอยยิ้มน้อยๆเข้ามาแทนที่ เขาผลักลูกสมุนให้พ้นทางก่อนจะเดินเข้าไปหาเสี่ยวหยาง แล้วโน้มตัวลงไปพูดกับเขา
“เสี่ยวหยาง ถ้านายไม่อยากยอมรับพี่ชายคนนี้แล้วล่ะก็ไม่เป็ไร ปล่อยมือจากกันไปซะ ต่อแต่นี้จะไม่มีอะไรหลงเหลือระหว่างเราสองคนฉันจะทำเป็ว่าเคยเลี้ยงหมาจรจัดมาก็แล้วกัน”
เสี่ยวหยางโกรธจัด ถ่มเืในปากใส่หน้าเขา
“ไม่ได้ผลหรอกคิดว่าฉันจะกลัวเหรอ? แกกล้าขู่ฉันเหรอ? จะตัดนิ้วเลยมั้ย? ฆ่าฉันไปเลยดีกว่า! ที่แม่ต้องมาตายก็ไม่ใช่เพราะแกรึไง? ตอนนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะแกแม่ก็คงจะไม่...”
เสี่ยวหลี่เตะเขาอีกครั้งทำให้ยิ่งกระอักเื เขาจ้องมองเสี่ยวหยางที่นอนสั่นเทิ้มจากความเ็ปบนพื้นด้วยความเคืองโกรธกำปั้นกำแน่นในขณะที่หายใจเข้าออกรัวเร็วไม่มีลูกน้องคนไหนกล้าเอ่ยขัดขึ้นมาแม้สักคำเดียวฉีซูซูยืนเงียบอยู่ข้างๆด้วยความหวาดกลัว ไม่มีน้ำตาไหลรินในขณะที่จ้องมองภาพตรงหน้าท่ามกลางความเงียบ ฉีซิ่วหยวนก็ได้สติก่อน เขาจึงเดินช้าๆเข้าไปหาฉีซูซู
เพียงแค่ได้ยินเสียงเดินของฉีซิ่วหยวนเสี่ยวหลี่ก็หันหน้ามามองเขา หลังจากปล่อยให้ใจสงบลงก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้าของเขาทันที
“อาจารย์ฉีกับฉีซูซูไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้วนะครับ”
เขาถอนหายใจหนักๆแล้วเว้นระยะคำพูดทุกประโยคราวกับให้ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ได้ยินกันชัดเจนท้วนหน้าอีกทั้งเป็การย้ำเตือนตัวเองไปด้วย
“เพราะจากนี้ไป ผม เสี่ยวหลี่ถือว่าไม่มีน้องชายอีกต่อไป”
ทุกถ้อยคำชัดเจนและตรงไปตรงมาเมื่อจบประโยคนั้น เสี่ยวหลี่กับลูกน้องก็พากันเดินทางจากไปทันทีเหลือทิ้งไว้แค่เพียงความงุนงงสับสนเื้ัเท่านั้น ฉีซิ่วหยวนรีบโทรหา 112หลังจากรอให้รถพยาบาลมารับตัวเสี่ยวหยางไป เขาก็รีบเข้ามาดูแลฉีซูซูก่อนจะพาเธอกลับบ้านไปด้วยกัน
เมื่อกลับมาถึงบ้านเขาก็เพิ่งจะนึกได้ว่ามีข้อความในมือถือที่ยังไม่ได้อ่านตั้งมากมายข้อความทั้งหมดนั้นถูกส่งมาจากผู้อำนวยการและเพื่อนร่วมงานของเขาซึ่งเป็เบอร์โทรศัพท์ที่คุ้นเคยกันดีแต่ที่น่าใก็คือยังมีข้อความที่ส่งมาจากนักเรียนที่ต่างก็พากันสงสัยเื่ที่เขาหายตัวไปตั้งครึ่งค่อนวันด้วยเด็กพวกนั้นอยากรู้ว่าเขาจะกลับเข้าสอนในภาคบ่ายหรือไม่ด้วย ฉีซิ่วหยวนจึงรีบโทรไปขอโทษผู้อำนวยการและขออนุญาตลาต่ออีก1-2 วัน พอได้ยินสียงร้อนรนและหมดเรี่ยวหมดแรงของเขาผู้อำนวยการใหญ่ก็ไม่ถือโทษโกรธเคืองเขาแล้ว และถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเขา 2-3ประโยคก่อนจะวางสายไป
ฉีซูซูเจอเื่วุ่นวายอย่างไม่หยุดหย่อนตลอดทั้งวันการที่ได้รับประสบการณ์กับการหลอกลวงและเื่น่ากลัวมานั้นทำให้สภาพจิตใจของเธอเหมือนถูกทุบตีจนหมดสิ้นเรี่ยวแรง ระหว่าง่มื้อค่ำเธอจึงทานข้าวไปเพียงนิดหน่อย ก่อนจะบอกเขาว่ารู้สึกไม่ค่อยสบาย พอตกดึกเธอก็จับไข้จนได้ ฉีซิ่วหยวนทำได้แค่ป้อนยาเธอแล้วพยายามพาเธอมาพักผ่อนที่ห้อง เธอกลับเอาแต่จับมือเขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อยแทน
มืออันสั่นเทิ้มของฉีซูซูพยายามคล้องแขนพี่ชายเอาไว้แน่นขณะที่เอาแต่พึมพำในคอไปมา
“หยางน่ากลัวเหลือเกิน”
“พี่หลี่ช่างน่ากลัว”
ตามมาด้วยเสียงร้องไห้โฮเธอดิ้นกระสับกระส่ายจนถึงเที่ยงคืนก่อนจะยอมหลับใหลไปในที่สุด ฉีซิ่วหยวนค่อยอุ้มน้องสาวกลับเข้าห้องของเธอแล้วออกมาเดินวนไปวนมาที่ห้องนั่งเล่นอยู่ตั้งหลายรอบ เกิดอยากบุหรี่ขึ้นมาแต่ก็ไม่สามารถหาบุหรี่มาตอบสนองความอยากอย่างกะทันหันของตัวเองได้สักมวนเขาจึงต้องยอมแพ้และหย่อนตัวลงนั่งตรงโซฟาขยับซ้ายทีขวาทีด้วยความครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวันนี้
เสี่ยวหลี่กับเสี่ยวหยางเป็พี่น้องที่มีความสัมพันธ์ไม่ค่อยดีต่อกันหรือแค่รวมหัวกันเล่นละครกันแน่นะ?
ถ้าทั้งหมดนั้นเป็ละครจริงๆล่ะก็งั้นสคริปต์ของสองพี่น้องนั่นก็คงจะไร้หัวใจเกินไปแล้วล่ะ แต่ถ้ามันไม่ใช่ละครพวกเขาสองพี่น้องจะมาตัดขาดความสัมพันธ์ตลอดหลายปีแบบนี้ได้ยังไงกัน?ไม่ว่าจะเป็การแสดงหรือไม่ แต่คราวนี้ก็มีการหลั่งเืเกิดขึ้นแล้ว ต่อไปถ้ามีคนในแวดวงการงานของพวกเขารู้ว่าพวกเขาตัดขาดความสัมพันธ์กันแล้ว หมายความว่าธุรกิจของเสี่ยวหลี่ต่อไปนี้จะไม่มีมีส่วนเกี่ยวข้องกับเสี่ยวหยางอีกแล้วงั้นเหรอ?
ถ้าเช่นนั้นหากซูซูยืนกรานจะอยู่กับเสี่ยวหยางล่ะ ตัวเขาเองจะไม่ตอบตกลงได้เหรอ?ความคิดเหล่านี้ว่ายวนอยู่ในหัวของเขาอย่างต่อเนื่องจนฉีซิ่วหยวนล้มพับแล้วหลับไปบนโซฟานั่นแหละ
เมื่อเวลาผ่านพ้นไปเขาก็ฝันถึง่เวลาที่เสี่ยวหลี่หันกลับมามองหน้าเขาเพราะเสียงฝีเท้าของเขาที่ดังขึ้นอย่างแ่เบาในห้องสายตาของเขาเฉียบคมราวกับมีดตอนที่จับจ้องมองมาเหมือนกับเจตนาที่จะจ้วงแทงสร้างาแหลายรอยบนตัวเขาความโกรธแค้นและความเ็ปในสายตาคู่นั้น ทำให้เขาอยากจะเลี่ยงหลบมันอีกครั้งแต่จนแล้วจนรอดก็ทำได้แค่มองกลับไป แล้วสบสายตาคู่นั้นเข้าจังๆ
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
เพราะความขี้สงสารเป็ทุนเดิม ทำให้ฉีซิ่วหยวนจำต้องไปโรงพยาบาลเป็ครั้งแรกเพื่อเยี่ยมเยือนเสี่ยวหยางพร้อมกับผลไม้ถุงใหญ่ในมือเสี่ยวหยางบอกว่านอกจากซี่โครงหักแล้ว าแต่างๆนั้นดูเหมือนว่าจะฟื้นตัวได้ค่อนข้างรวดเร็วขึ้นบ้างแล้วฉีซิ่วหยวนไม่ได้เอ่ยอะไรถึงซูซูเลยสักนิดและดูเหมือนว่าเสี่ยวหยางเองก็ไม่ได้อยากจะพูดถึงด้วยเช่นกันเพราะพวกเขาสองคนไม่ค่อยจะสนิทกันนัก ต่างฝ่ายต่างก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกันอีกจึงทำได้แค่มองหน้ากันและกันอย่างท้อใจ ครู่เดียว ฉีซิ่วหยวนก็จำเป็ต้องขอตัวลาตอนที่เขาหันกลับมาเพื่อบอกลาอีกฝ่าย เขาเห็นว่าในห้องพักคนไข้ที่มีผู้ป่วยเพียงแค่4 เตียงนั้น เตียงของเสี่ยวหยางมันช่างดูเยือกเย็นไร้ชีวิตชีวา...และโดดเดี่ยวเหลือเกิน
ฉีซูซูนอนอยู่บนเตียงมาหลายวันก่อนที่เธอจะลุกขึ้นมาได้การได้ก้าวผ่านประสบการณ์อันเลวร้ายในคราวนี้ทำให้เธอดูเหมือนจะมีกำลังใจมากกว่าเคย หลังจากเรียนจบมากว่าครึ่งปีเธอก็เอาแต่ว่างงานอยู่บ้านมาถึงตอนนี้ที่เธอเริ่มจะมองหางานที่เหมาะสมให้กับตัวเองบ้างแล้วไม่ใช่แค่การโพสต์เรซูเม่ทางออนไลน์เท่านั้นแต่เป็การออกจากบ้านเพื่อไปหาสัมภาษณ์งานเองเสียด้วยซ้ำ วันนึงเธอกลับบ้านมาด้วยรอยยิ้มสดใสเต็มใบหน้าบอกว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ยินดีให้เธอเข้าฝึกงานที่นั่นได้เธอจะได้ทำงานในฐานะพนักงานขายอสังหริมทรัพย์ตัวจริงในตอนนั้นฉีซิ่วหยวนคิดกับตัวเองว่า ‘มันเหมือนเธอจะบอกว่าเธอกำลังจะไปสร้างปัญหาให้ถ้าได้ขายอสังหาริมทรัพย์เลยแฮะ’
ใครจะไปคาดคิดว่าั้แ่ฉีซูซูเริ่มออกไปทำงานจิติญญาของเธอก็เปล่งประกายราวกับปาฏิหาริย์ทุกวันเธอจะกระหายอยากในการออกไปทำงานด้วยพลังใจอันเปี่ยมล้นอยู่เสมอวันหนึ่งใน่วันหยุด ฉีซิ่วหยวนไปหาน้องสาวถึงที่ทำงาน เขาเห็นน้องสาวของเขากำลังพูดคุยยิ้มแย้มกับเพื่อนร่วมงานอายุรุ่นราวคราวเดียวกันอย่างไม่เคยได้พบได้เจอมาก่อนเขาไม่ได้เข้าไปหาเธอ แต่กลับขับรถกลับบ้านอย่างมีความสุขแทน
ครั้งหนึ่งฉีซิ่วหยวนถามฉีซูซูว่าก่อนหน้านี้ยังได้ติดต่อกับเสี่ยวหยางอยู่หรือไม่ในวันนั้น น้องสาวผู้ไม่เคยโกหกพี่ชายของเธอมาก่อนเกิดลังเลขึ้นมาเป็ครั้งแรกก่อนจะตอบว่า ‘ไม่’ ออกมา ในสายตาของเธอแปลกไปคำตอบที่หลุกออดมาจากปากเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายไปหมดไม่แตกต่างจากการแปะกระดาษไว้บนหน้าผากว่า ‘ฉันโกหก’เลยสักนิด
ฉีซิ่วหยวนไม่ได้เสนใจความสำคัญของมันอีกแล้วก่อนหน้านี้เขาเข้มงวดเกินไป รุนแรงเกินไปจนเป็เหตุให้น้องสาวของเขาเกิดปฏิกิริยาต่อต้านอย่างรุนแรงฉับพลันขึ้นมาและตัวเขาเองก็ยังคงนึกกลัวว่าจะเกิดเื่ที่ไม่ดีบางอย่างขึ้นมาอีก ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เธอกลับบ้านมาทานข้าวครบสามมื้อ มันก็เป็เื่ที่ดีแล้ว
ดีอะไรอย่างนี้งานของเขาก็กลับมาเข้าที่เข้าทางได้อย่างรวดเร็วดังนั้นฉีซิ่วหยวนถึงอดจะนึกขึ้นมาไม่ได้ว่าชีวิตที่ค่อยเป็ค่อยไปของเขามันกำลังจะสงบสุขลงแล้วในขณะที่วันเวลาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วเขาก็ไม่มีเหตุผลใดอีกที่จะต้องมานั่งนึกถึงหัวหน้าแก๊งค์ที่เคยพบกันแค่เพียงสองครั้งคนนั้นหรอกนะ
--------------------------------------------------------
เ้าของลิขสิทธิ์นิยายต้นฉบับ:Bai Shan Hei Shui
แปลภาษาอังกฤษ:Saehan01
แปลภาษาไทย : HOON