หลังจากที่หยูเซียนกลับขึ้นมายังยอดเขาด้วยความมุ่งมั่นและโกรธแค้น เธอพบว่าปีศาจร้ายและหัวหน้านักพรตนอกรีตยังคงอยู่ที่นั่น สายลมหนาวเย็นพัดกระโชกแรง ทำให้เสื้อคลุมของเธอพลิ้วไหว ด้วยความตื่นเต้นและหวาดกลัวปนกัน หยูเซียนรีบชูผลึกมารสีแดงเข้มขึ้นเหนือศีรษะ แสงสีเืจากผลึกสาดส่องไปทั่วบริเวณ เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี พยายามใช้มันเพื่อผนึกปีศาจตามที่ได้ฝึกฝนมา แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผลึกยังคงนิ่งเฉย ไร้ซึ่งพลังใดๆ
หัวหน้านักพรตนอกรีตหัวเราะเยาะ เสียงหัวเราะของเขาดังก้องไปทั่วยอดเขา สีหน้าเต็มไปด้วยความสมเพชและดูถูก ดวงตาสีเหลืองอำพันของเขาเปล่งประกายวาววับด้วยความสะใจ
"เ้านี่โง่จริงๆ สินะ" เขาพูดเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มอย่างเหยียดหยาม "แทนที่จะหนีไปเงียบๆ พร้อมกับผลึกมาร เ้ากลับโผล่มาอวดมันต่อหน้าข้าอย่างนี้ ช่างไร้สมองจริงๆ"
หยูเซียนชะงัก ความหวังที่เคยลุกโชนในดวงตาของเธอมอดดับลงในพริบตา เธอเพิ่งตระหนักถึงความผิดพลาดอันใหญ่หลวงของตัวเอง ความกลัวเริ่มแล่นเข้าสู่หัวใจ ทำให้มือที่กำผลึกมารแน่นเริ่มสั่นระริก
หัวหน้านักพรตนอกรีตยิ้มเยาะ เผยให้เห็นฟันขาวแหลมคม "ตระกูลไป๋มีแต่คนโง่อย่างเ้าหรือไง? ช่างน่าสมเพชจริง ตระกูลที่เคยยิ่งใหญ่ บัดนี้เหลือเพียงเด็กน้อยไร้ความสามารถเช่นเ้า"
เขาหันไปสั่งปีศาจร้ายที่ยืนอยู่เคียงข้าง ด้วยน้ำเสียงเ็า "จับมัน! เอาผลึกมารมาให้ข้า! อย่าให้มันหนีไปได้!"
ปีศาจร้ายพุ่งเข้าใส่หยูเซียนอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าฟาด ร่างใหญ่โตสีดำทะมึนของมันทาบทับเงาของหยูเซียน มือใหญ่ของมันบีบรอบคอของหยูเซียน ยกร่างเธอขึ้นจากพื้น อีกมือหนึ่งพยายามแย่งชิงผลึกมารจากมือขวาของเธอ กรงเล็บแหลมคมของมันข่วนผิวเนื้อบอบบางของหยูเซียน ทำให้เืไหลซิบๆ
หยูเซียนพยายามดิ้นรนสุดกำลัง เท้าของเธอเตะไปมาในอากาศอย่างไร้ประโยชน์ แต่พลังของปีศาจร้ายนั้นมากมายเกินไป เธอรู้สึกถึงลมหายใจที่เริ่มขาดห้วง ความคิดของเธอสับสนวุ่นวาย โลกรอบตัวเริ่มหมุนและมืดลง
'ไม่นะ... มันจะจบลงแบบนี้ไม่ได้...' เธอคิดในใจ น้ำตาไหลรินลงมาตามแก้มที่ซีดเผือด 'เสี่ยวหู ต้าเปา เอ้อร์ทุย... ข้าขอโทษ... ข้าทำให้พวกเ้าผิดหวังเสียแล้ว'
ในยามที่ความสิ้นหวังเริ่มครอบงำจิตใจของหยูเซียน สายตาอันอ่อนล้าของเธอเหลือบไปเห็นผลึกมารที่อยู่ในมือ ราวกับเป็แสงริบหรี่แห่งความหวังท่ามกลางความมืดมิด เธอจ้องมองมันอย่างพินิจพิเคราะห์ และแล้วก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง ผลึกนี้ไม่ได้ว่างเปล่าดังที่เคยคิด หากแต่มีบางสิ่งถูกกักขังอยู่ภายใน ความรู้สึกตื่นเต้นและหวาดกลัวในเวลาเดียวกันแล่นปราดเข้าสู่หัวใจของเธอ
ความคิดอันบ้าบิ่นแวบเข้ามาในห้วงคำนึงของหยูเซียน 'ถ้าเราปล่อยปีศาจในผลึกนี้ออกมา...' เธอคิด พลางเหลือบมองใบหน้าอันน่าสะพรึงกลัวของปีศาจร้ายที่กำลังบีบรัดลำคอบอบบางของเธออยู่ 'แล้วปล่อยให้มันต่อสู้กัน อาจจะเป็โอกาสทำให้เราหนีออกจากสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ได้' ความคิดนี้ทั้งเสี่ยงและอันตราย แต่ในยามคับขัน มันอาจเป็ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่
เวลาเหลือน้อยเต็มที ไม่มีโอกาสให้ลังเลอีกต่อไป หยูเซียนสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี และตัดสินใจปลดผนึกมาร ทันใดนั้น พลังงานมหาศาลก็พุ่งทะยานออกมาจากผลึก แสงสว่างจ้าวาบขึ้นราวกับฟ้าแลบ ทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นต้องหลับตาลงด้วยความใ
เมื่อแสงจ้าค่อยๆ จางหายไป ร่างใหญ่สีดำสนิทปรากฏขึ้นตรงหน้าหยูเซียน เธอต้องกลั้นหายใจด้วยความตกตะลึง เมื่อตระหนักว่าสิ่งที่เธอปลดปล่อยออกมานั้นไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็ จ้าว หยาง อสูรหมาป่าดำผู้โด่งดังในความดุร้ายและน่าสะพรึงกลัว ชื่อของเขาเป็ที่เลื่องลือในหมู่ผู้คนทั่วทั้งแดนมาร เป็ตำนานที่ถูกเล่าขานจากปากสู่ปากด้วยความหวาดกลัว
จ้าว หยาง ยืนนิ่งชั่วขณะ ดวงตาสีเหลืองอำพันของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างช้าๆ ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์ ก่อนที่สายตาคมกริบจะหยุดลงที่ปีศาจร้ายตรงหน้า บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความตึงเครียด แม้แต่ลมหายใจก็แทบจะหยุดนิ่ง โดยไม่เอ่ยวาจาใดๆ เขาหันมาทางหยูเซียนที่ยังคงถูกปีศาจจับอยู่ ดวงตาของทั้งสองสบประสานกันชั่ววินาที และในพริบตานั้นเอง จ้าว หยาง ก็พุ่งเข้าหาปีศาจด้วยความเร็วเหนือธรรมชาติ
เสียงฟาดอันทรงพลังดังก้องไปทั่วบริเวณ เมื่อกรงเล็บอันแหลมคมของจ้าว หยาง ฟาดเข้าใส่แขนของปีศาจอย่างรุนแรง เืสีดำพุ่งกระเซ็น ปีศาจร้องด้วยความเ็ปสุดขีด ปล่อยหยูเซียนทันทีโดยไม่ทันตั้งตัว ร่างบอบบางของเธอร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว คิดว่าตนเองคงต้องกระแทกพื้นอย่างแน่นอน
แต่แล้ว ในวินาทีสุดท้าย จ้าว หยาง ก็พุ่งเข้ามารับร่างของเธอไว้ได้อย่างนุ่มนวล ราวกับขนนุ่มของเขาเป็เบาะรองรับการตกกระแทก หยูเซียนรู้สึกถึงความอบอุ่นและแข็งแกร่งของร่างกายอสูรหมาป่า เธอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของเขาด้วยความประหลาดใจ ไม่แน่ใจว่าควรรู้สึกโล่งใจหรือหวาดกลัวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า
หยูเซียนแน่นิ่งอยู่กับที่ ดวงตาคู่งามจับจ้องใบหน้าของจ้าว หยาง ด้วยความประหลาดใจ เสียงลมหายใจของเธอแ่เบา ขณะที่หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นปนประหม่า ภาพตรงหน้าช่างแตกต่างจากเื่เล่าขานที่เธอเคยได้ยินมาตลอดชีวิต จ้าว หยาง ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ อสูรโบราณที่เล่าลือกันว่าโเี้และน่าสะพรึงกลัว กลับไม่ได้มีรูปลักษณ์ดุร้ายอย่างที่คิด
ใบหน้าของเขางดงามราวกับรูปสลักหยก ดวงตาคมกริบแฝงไว้ด้วยแววอ่อนโยนอย่างประหลาด ริมฝีปากบางเฉียบโค้งขึ้นเป็รอยยิ้มบางๆ ผมสีดำสนิทยาวสลวยพลิ้วไหวตามสายลม ชุดคลุมสีเขียวเข้มประดับด้วยลวดลายัทองอร่ามตา ท่วงท่าสง่างามราวกับเทพเ้าที่เสด็จลงมาจากสรวง์
หยูเซียนรู้สึกราวกับโลกหยุดหมุน เวลาช่างผ่านไปช้าเหลือเกิน ขณะที่เธอดื่มด่ำกับภาพตรงหน้า แต่แล้วความประหลาดใจและความชื่นชมของเธอก็ต้องพังทลายลงในพริบตา
จ้าว หยาง สบตากับเธอเพียงชั่วครู่ ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะบิดเบี้ยวเป็รอยยิ้มเยาะหยัน ดวงตาคู่คมกริบฉายแววดูแคลน เขาโยนร่างบอบบางของหยูเซียนลงกับพื้นอย่างไม่ใยดี ราวกับเธอเป็เพียงตุ๊กตาผ้าไร้ค่า
"โอ๊ย!" หยูเซียนร้องครางเบาๆ ความเ็ปแล่นริ้วไปตามร่างกาย เธอพยายามลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล ฝุ่นละอองเกาะพราวไปทั่วชุดกี่เพ้าสีขาวของเธอ
"หุ่นก็งั้นๆ หน้าตาก็ไม่ได้เื่" จ้าว หยาง บ่นพึมพำ น้ำเสียงเ็าและเหยียดหยาม "เสียเวลาจริงๆ ข้ามาช่วยเด็กน้อยอย่างเ้าทำไมกัน"
หยูเซียนถึงกับผงะ ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้าที่หัวใจ เธอไม่เคยถูกใครปฏิบัติเยี่ยงนี้มาก่อน ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เธอเป็ที่รักและเทิดทูนของทุกคนในตระกูลไป๋ ไม่มีใครกล้าพูดจาหยาบคายหรือดูถูกเหยียดหยามเธอเช่นนี้ ความโกรธและความอับอายเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ แต่เธอก็พยายามระงับมันไว้ด้วยสติและความอดทน
ทันใดนั้น จ้าว หยาง ก็เริ่มอาละวาด ร่างสูงใหญ่ของเขาแผ่พลังอสูรออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว ลมกรดพัดกระโชกรุนแรง หินผาแตกร้าวเป็เสี่ยงๆ พื้นดินสั่นะเืราวกับแผ่นดินไหว พลังอันน่าเกรงขามแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าอย่างไร้ปรานี
นักพรตนอกรีตที่เคยรุมล้อมพวกเขาอยู่ต่างกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว บ้างก็วิ่งหนีเอาตัวรอด บ้างก็ถูกพลังอสูรของจ้าว หยาง บดขยี้จนร่างแหลกเหลวเป็จุณ แม้แต่พื้นดินก็แตกระแหงเป็หลุมลึก ก้อนหินและเศษดินกระเด็นกระดอนไปทั่ว ต้นไม้ใหญ่น้อยล้มระเนระนาด ภาพที่เห็นช่างน่าสยดสยองราวกับโลกกำลังแตกสลาย
"หยุดนะ!" หยูเซียนะโลั่นสุดเสียง พยายามกลบเสียงอึกทึกครึกโครมรอบตัว "เ้ากำลังทำอะไรน่ะ! หยุดเดี๋ยวนี้!"
แต่จ้าว หยาง ไม่แยแสต่อคำสั่งของเธอแม้แต่น้อย เขาหันมามองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามและดูแคลน ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน
"เด็กน้อย เ้าอย่ามาออกคำสั่งข้า" เขาพูดเสียงเย็นเยียบ ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยอำนาจ "ข้ามีอายุมากกว่าเ้าเป็พันปี เ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งข้า เ้าเป็เพียงมดปลวกตัวน้อยๆ ในสายตาข้า"
หยูเซียนกำหมัดแน่น เล็บจิกลงบนฝ่ามือจนเจ็บ ความโกรธและความอับอายทำให้ใบหน้างามแดงก่ำ "แต่เ้ากำลังทำลายทุกอย่าง! ปีศาจร้ายก็ยังอยู่ตรงนั้น! เ้าควรจะช่วยเราจัดการมัน ไม่ใช่มาอาละวาดทำลายล้างเช่นนี้!"
จ้าว หยาง หัวเราะเยาะเสียงดัง เสียงหัวเราะของเขาก้องกังวานไปทั่วบริเวณ "ปีศาจร้าย? ข้าไม่สนใจหรอก" เขาหันไปมองปีศาจร้ายที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไกล ดวงตาฉายแววท้าทาย "ถ้ามันอยากสู้ ข้าก็จะสนองให้ แต่นอกเหนือจากนั้น ข้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็พวกเ้า หรือสิ่งมีชีวิตอื่นใดในโลกนี้"
หยูเซียนรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง หัวใจของเธอบีบรัดด้วยความเ็ป เธอไม่เคยรู้สึกไร้ค่าและอับอายเช่นนี้มาก่อน ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เธอเป็ถึงคุณหนูแห่งตระกูลไป๋ ผู้มีฝีมือและได้รับการยกย่องจากทุกคน ทุกย่างก้าวของเธอมีแต่คนชื่นชมและให้เกียรติ แต่ตอนนี้เธอกลับถูกอสูรโบราณดูถูกเหยียดหยามราวกับเป็เศษธุลี
หยูเซียนรู้สึกเืขึ้นหน้า ความโกรธและความอับอายผสมปนเปกันไปหมด ใบหน้าขาวนวลของเธอแดงก่ำด้วยความเดือดดาล เส้นเืที่ขมับเต้นตุบๆ อย่างเห็นได้ชัด เธอกัดฟันกรอด เสียงฟันกระทบกันดังกรอดๆ ดวงตาคมกริบจ้องมองจ้าว หยางด้วยสายตาเกรี้ยวกราดราวกับจะกินเืกินเนื้อ
"เ้าอสูรหมาป่าบ้า!" เธอตวาดเสียงแหลม น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความโกรธจัด "ข้าเป็ถึงคุณหนูตระกูลไป๋ ผู้สืบทอดวิชาควบคุมสัตว์อสูรและอัญเชิญิญญาอันทรงพลัง ตระกูลของข้าเป็ที่เคารพนับถือทั่วทั้งแผ่นดิน เ้ากล้าดีอย่างไรมาดูถูกข้าเช่นนี้! ข้าสาบานว่าจะทำให้เ้าต้องสำนึกในความผิดของตัวเอง!"
จ้าว หยางเลิกคิ้วขึ้นสูง ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มอย่างเย้ยหยัน ท่าทางเหยียดหยามยิ่งกว่าเดิม ดวงตาสีทองวาววับด้วยประกายเ้าเล่ห์ "โอ้โห น่ากลัวจังเลย" เขาพูดเสียงเยาะ ยกมือขึ้นแกล้งทำท่าสั่น "ข้ากลัวจนขนลุกแล้ว คุณหนูผู้ทรงเกียรติ"
เขาหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงดูถูก "คุณหนูตระกูลไป๋? ฮึ! ข้าเคยเห็นลูกหมาข้างถนนน่ารักกว่าเ้าเสียอีก อย่าอวดอ้างชื่อเสียงวงศ์ตระกูลให้มากนัก มันไม่ได้ช่วยให้เ้าดูน่าเกรงขามขึ้นมาหรอกนะ"
หยูเซียนแทบจะะเิด้วยความโกรธ เธอรู้สึกเหมือนเืในกายเดือดพล่าน ความอัดอั้นตันใจทำให้น้ำตาคลอเบ้า แต่เธอกลั้นเอาไว้ ไม่ยอมให้มันไหลออกมา เธอชี้นิ้วใส่หน้าจ้าว หยาง มือสั่นเทาด้วยความโกรธจัด
"เ้า... เ้า..." เธอพูดติดอ่าง หายใจหอบถี่ด้วยความเดือดดาล "ไอ้หมาขี้เรื้อน! ไอ้อสูรป่าเถื่อน! ข้าจะสาปเ้าให้กลายเป็หมาจริงๆ เลย! ให้เ้าได้รู้ซึ้งถึงพลังของตระกูลไป๋!"
จ้าว หยางหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะของเขาดังก้องไปทั่วบริเวณ "โอ๊ย กลัวจัง แม่คุณหนูผู้ทรงเกียรติ" เขาพูดเสียงประชดประชัน ยกมือขึ้นปิดปากแกล้งทำท่าใ "ข้าขอโทษที่ทำให้เ้าโกรธนะ คงไม่ได้ทำให้เ้าร้องไห้หรอกนะ"
เขายิ้มกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคม "แต่ถ้าอยากจะสาปข้า ก็ลองดูสิ ข้าอยากรู้นักว่าเ้าจะทำได้จริงหรือไม่ หรือว่าแค่พูดเก่งเท่านั้น"
ขณะที่ทั้งสองกำลังเถียงกันอย่างเมามัน ปีศาจร้ายที่ถูกลืมไปชั่วขณะก็พุ่งเข้าโจมตีจ้าว หยางอย่างฉับพลัน มันตวัดกรงเล็บอันแหลมคมใส่หลังของเขาอย่างรุนแรง เสียงเนื้อฉีกขาดดังขึ้นพร้อมกับรอยแผลยาวที่ปรากฏบนแผ่นหลังของจ้าว หยาง
"โอ๊ย!" จ้าว หยางร้องลั่นด้วยความเ็ป เสียงร้องของเขาดังสนั่นไปทั่ว เขาหันขวับไปมองปีศาจด้วยสายตาเดือดดาล ดวงตาสีทองเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำด้วยความโกรธ "ไอ้ปีศาจเวรเอ๊ย! กล้าดียังไงมาทำให้ข้าเจ็บ! ข้าจะฉีกร่างเ้าเป็ชิ้นๆ!"
หยูเซียนกลั้นหัวเราะไม่อยู่ เธอหัวเราะลั่นจนน้ำตาไหล มือจับท้องที่ปวดเกร็งเพราะหัวเราะหนักเกินไป "ฮ่าๆๆ สมน้ำหน้า! นี่แหละกรรมตามสนอง" เธอพูดเสียงสะใจ "เ้าควรจะระวังตัวให้มากกว่านี้นะ ไอ้หมาโง่ ดูสิว่าการดูถูกผู้อื่นนำพาอะไรมาให้เ้าบ้าง"
จ้าว หยางหันขวับมาตวาดใส่หยูเซียน ดวงตาของเขาลุกวาวด้วยความโกรธ "เ้าหุบปากไปเลยนะ เด็กน้อย! ข้าจะจัดการไอ้ปีศาจนี่ให้ดู" เสียงทุ้มต่ำของเขาดังก้องไปทั่วบริเวณ ทำให้หยูเซียนสะดุ้งเฮือก
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบกายจ้าว หยางก็เปลี่ยนไป กระแสลมหมุนวนรอบตัวเขา ผมสีดำยาวสลวยปลิวไสวตามแรงลม เขาเริ่มรวบรวมพลังสายฟ้าไว้ที่ปลายนิ้ว แสงสีฟ้าสว่างจ้าเรืองรองออกมาจากฝ่ามือทั้งสองข้าง ประกายไฟฟ้าแล่นวูบวาบไปมาระหว่างนิ้วมือของเขา
จ้าว หยางหรี่ตาลง สมาธิของเขาจดจ่ออยู่ที่พลังอันน่าเกรงขามที่กำลังก่อตัวขึ้น เสียงคำรามต่ำๆ ดังออกมาจากลำคอของเขาขณะที่เขาปล่อยพลังออกมา นิ้วมือของเขาโค้งงอราวกับกรงเล็บสัตว์ร้าย ก่อนที่จะพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง สายฟ้าสีฟ้าจ้าพุ่งออกจากปลายนิ้วของเขา
และในชั่วพริบตานั้น จ้าว หยางก็พุ่งทะยานเข้าใส่ปีศาจด้วยความเร็วดั่งสายฟ้าฟาด ร่างของเขาทิ้งเส้นแสงสีฟ้าเรืองรองไว้เื้ั กรงเล็บอันแหลมคมของเขาฟาดฟันลงบนร่างของปีศาจอย่างรุนแรง ปลดปล่อยกระแสไฟฟ้าอันทรงพลัง เสียงคำรามของปีศาจดังลั่นสนั่นหวั่นไหว ความเ็ปทรมานปรากฏชัดในเสียงร้องของมัน ก่อนที่ร่างใหญ่โตของปีศาจจะค่อยๆ มอดไหม้ กลายเป็เถ้าถ่านปลิวว่อนไปตามสายลม
หยูเซียนยืนตะลึงงัน มองภาพตรงหน้าด้วยความอัศจรรย์ใจ ดวงตากลมโตของเธอเบิกกว้าง ปากอ้าค้างด้วยความตกตะลึง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจ้าว หยางจะมีพลังมหาศาลถึงเพียงนี้ หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน
จ้าว หยางค่อยๆ หันกลับมาทางหยูเซียน เส้นผมสีดำขลับของเขาปลิวไสวตามแรงลม รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าคมคายของเขา ดวงตาสีเข้มฉายแววเย้ยหยัน "เป็ไงล่ะ ประทับใจในพลังของข้าบ้างหรือยัง?" น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความภาคภูมิใจและท้าทาย
หยูเซียนรีบเชิดหน้าขึ้น พยายามสุดความสามารถที่จะซ่อนความประหลาดใจไว้ ไม่อยากให้จ้าว หยางรู้ว่าเธอรู้สึกทึ่งในพลังของเขามากแค่ไหน "ฮึ! ก็แค่นั้นแหละ" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ฟังดูไม่สนใจ แต่แก้มของเธอกลับขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย
จ้าว หยางยิ้มมุมปาก ดวงตาคู่คมเป็ประกายวาววับ เขาจ้องมองหยูเซียนอย่างพินิจพิเคราะห์ ราวกับกำลังอ่านความคิดของเธอ "แค่นั้นเหรอ?" เขาถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความท้าทาย "งั้นข้าจะทำให้เ้าประทับใจยิ่งกว่านี้"