ครูกซ์ดึงเสื้อผ้าสองชุดที่เตรียมมาด้วยออกจากกระเป๋าเขาเดินไปที่ลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งซึ่งเป็ที่ๆอาเล็กบอกว่าเก็บต่างหูไว้เมื่อเปิดลิ้นชักก็พบกล่องกำมะหยี่สีแดงวางอยู่รอบกล่องไม่มีรอยฝุ่นบ่งบอกว่าแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดแล้วเมื่อเปิดกล่องกำมะหยี่ออกดูจึงได้เห็นต่างหูระย้ารูปหยดน้ำเรียวยาวล้อมด้วยทองคำแกะสลักรูปใบไม้พันรอบเพชรเม็ดใหญ่น้ำงามส่องประกายวาววับครูกซ์ดึงต่างหูข้างหนึ่งออกจากกล่องก่อนจ้องมองดูมันอย่างใคร่รู้เขาหยิบกำไลทองที่ได้จากอาเดียร์ออกจากกระเป๋าเสื้อแล้วลองเทียบกันดูแต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น
เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะเครื่องแป้งสั่นดังขัดจังหวะขึ้นครูกซ์หยิบโทรศัพท์กดรับ “ครูกซ์พูดครับ”
“ไปถึงแล้วใช่มั้ย”เสียงของอีกฝ่ายทักทายอย่างอารมณ์ดี “อาบอกเขาจัดห้องไว้ให้แล้วด้วยนะ”
“ขอบคุณครับอาเล็ก”
“แล้วเจอต่างหูมั้ย”
“ผมพึ่งเก็บเข้าที่เมื่อกี้”ครูกซ์มองไปทางกล่องกำมะหยี่สีแดงในลิ้นชัก “ยังไม่มีอะไรผิดปกติครับ”
“คืนนี้ถ้านอนไม่หลับก็บอกแม่บ้านให้เปิดห้องใหม่ได้นะ”
“อาเป็คนสั่งให้แม่บ้านเตรียมห้องอีกห้องไว้หรือครับ”
“ใช่สิ ได้ยินข่าวลือเื่อาถรรพ์แบบนั้นเป็ใครก็ต้องเตรียมการไว้ใช่มั้ย” ครูกซ์ไม่ตอบ ลินด์จึงถอนหายใจ“งั้นแค่นี้ก่อนนะ ถ้า้าอะไรก็บอกแม่บ้าน หรือโทรคุยกับอาก็ได้นะ”
“ยังไงก็ขอบคุณครับ”ครูกซ์กดปุ่มวางสาย
หลังจัดของเสร็จครูกซ์ก็เดินลงไปชั้นล่างเขาเปิดตู้เย็นในครัวมองหาเครื่องดื่ม เห็นมีชาเขียวแช่อยู่หลายกระป๋องจึงหยิบมากระป๋องหนึ่งก่อนเดินผ่านครัวไปยังชายทะเลด้านหลังบ้านพักตากอากาศรั้วกั้นระหว่างบ้านพักสิ้นสุดแค่ก่อนถึงชายหาดเท่านั้นครูกซ์เปลี่ยนใส่รองเท้าแตะย่ำลงบนทรายเมื่อทรายกระทบถูกเท้าให้ความรู้สึกร้อนนิดๆ วันนี้แดดดีตลอดวันโดยเฉพาะ่บ่ายแก่ๆแบบนี้เขาดื่มชาพลางมองคลื่นทะเลกระทบชายฝั่งเป็ระลอก แม้อากาศจะร้อนแต่ลมทะเลพัดมาไม่ขาดสาย
เดินเล่นซักพักครูกซ์จึงเดินไปที่สวนหน้าบ้าน เห็นคนสวนกำลังตัดแต่งต้นไม้จึงเดินเข้าไปทักทาย“สวัสดีครับคุณลุง”
“อ้าวคุณที่บอกว่าเป็หลานของคุณผู้หญิงใช่มั้ย”
“ครับ”
“เป็ยังไงบ้างเจออะไรแปลกๆบ้างหรือยัง”
“เื่แปลกที่ว่าพอจะบอกได้มั้ยครับว่าแปลกยังไง คุณอาบอกแต่มีอาถรรพ์แต่ไม่เคยเล่าให้ผมฟังซักที”
ลุงคนสวนมองซ้ายทีขวาทีก่อนจะกระซิบบอกครูกซ์ “ั้แ่ลุงมาอยู่นี่ก็เห็นมีเื่เรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะเกิดกับสาวใช้ที่พี่งมาใหม่น่ะเดี๋ยวฆ่าตัวตายบ้างล่ะ เดี๋ยวจมน้ำทะเลตายบ้างล่ะ บางทีก็ทะเลาะกันจนโดนไล่ออก”
“เกิดเื่กับเฉพาะพวกสาวใช้ที่มาใหม่หรือครับ”
“ใช่ เท่าที่ลุงเห็นนะคุณผู้หญิงก็รับสมัครเรื่อยๆแต่ไม่ค่อยมีใครกล้ามาสมัครเลย มีข่าวลือว่าได้ยินเสียงหวีดร้องของผู้หญิงดังมาจากในบ้านบ้างชายหาดบ้าง คนที่รู้เื่แทบไม่กล้าเดินผ่านด้วยซ้ำ”
“แล้วคุณลุงได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นจริงหรือเปล่าครับ”
“ลุงไม่เคยได้ยินหรอกเขาว่ามักได้ยินกันตอนเที่ยงคืนเป็ต้นไป แต่ลุงเข้านอนั้แ่สี่ทุ่มแล้ว”
ครูกซ์นิ่งคิดนิดหนึ่งก่อนจะตัดบท “งั้นผมไม่กวนลุงทำงานแล้วครับขอบคุณครับ”
ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำใกล้ค่ำแล้ว ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีดำมืดแม่บ้านจัดสำรับขึ้นโต๊ะอาหารเธอวางชามข้าวต้มกุ้งที่มีกุ้งตัวใหญ่สี่ตัวม้วนวางเรียงตรงกลางชามเครื่องเคียงเป็เนื้อปูผัดผงกะหรี่กับปลากะพงนึ่งมะนาวที่แน่นไปด้วยเนื้อครูกซ์มองดูอาหารตรงหน้าก่อนจะหยิบช้อนตักข้าวต้มมาลองชิมดูรสชาติไม่เค็มไม่จืดและมีความมันเล็กน้อย
“รสชาติดีนะครับ” เขาวางช้อนก่อนชมแม่บ้าน
“ดีจริงฉันไม่ได้เข้าครัวมาพักหนึ่งแล้วเพราะคุณผู้หญิงไม่ค่อยมาที่นี่ดีใจนะคะที่คุณว่าอร่อย”
“แบบนี้ที่นี่มีคุณแม่บ้านคนเดียวก็คงพอแล้ว”เขากล่าวนิ่งๆตามแบบที่เคยทำแต่แม่บ้านหน้าเจื่อนไป “ผมได้ยินจากอาว่าที่นี่เคยมีพวกสาวใช้อยู่ด้วยแต่เจออาถรรพ์เลยทำให้อยู่ไม่ได้กัน”
“ใช่ค่ะ เมื่อก่อนมีสาวใช้สามคนแบ่งหน้าที่กันทำงานบ้านแต่ไม่นานหนึ่งในนั้นก็ฆ่าตัวตายเห็นว่าสามีติดหนี้พนันก้อนใหญ่ทำให้ถูกเ้าหนี้ตามรังควานที่บ้านเธอเลยเครียดจัด”
“เธอฆ่าตัวตายยังไงครับ”
“ก็ะโจากหน้าต่างห้องคุณที่ชั้นสองน่ะค่ะข้างล่างมันใกล้กับประตูรั้วที่มีหนามพอดี มันเลยแทงร่างเธอทะลุเลย”
“แล้วอีกรายที่ว่าจมน้ำล่ะครับ”
“เื่นั้นอยู่ๆเธอก็หายตัวไป สองสามวันต่อมาถึงพบศพที่ริมชายฝั่งทะเลตำรวจบอกว่าเธออาจจะลงเล่นน้ำแล้วไม่ระวังเลยถูกคลื่นซัดไปกลางทะเลน่ะค่ะสาวใช้อีกคนกลัวก็เลยลาออก”
“แล้วคุณแม่บ้านไม่กลัวหรือครับ”
“โอ้ยฉันอยู่มาตั้งสิบปีแล้วไม่กลัวหรอกค่ะ พวกสาวใช้พึ่งมาอยู่กันไม่ถึงห้าปีด้วยซ้ำ”
“แล้วไม่รับคนใหม่มาแทนหรือครับ คุณแม่บ้านคนเดียวต้องรับผิดชอบทั้งหมดเลย”
“มีรับสมัครอยู่เรื่อยๆล่ะค่ะแรกๆก็มีมาสมัครกันแต่ทะเลาะกันจนต้องไล่ออกไป นี่ก็มีข่าวลือว่าได้ยินเสียงผู้หญิงหวีดร้องเสียงดังมาจากในบ้านอีกตอนนี้เลยไม่มีใครกล้ามาสมัครซักคน”
“แล้วคุณแม่บ้านเคยได้ยินเสียงที่ว่ามั้ยครับ”
“ฉันเคยได้ยินนะคะตอนทำงานเก็บกวาดบ้านจนดึกน่ะ แต่อาจจะเป็เสียงลมกลางคืนก็ได้”
“ต่อไปคงไม่มีแล้วล่ะครับอาเล็กให้ผมมาเอาต่างหูอาถรรพ์กลับไปพรุ่งนี้”
“หรือคะ”แม่บ้านกล่าวพลางมองครูกซ์อย่างแปลกใจ “แล้วคุณไม่กลัวหรือคะเห็นนอนในห้องที่เก็บต่างหูนั่นด้วย”
“ของๆตระกูลเราผมชินแล้วครับ”
ครูกซ์ทานข้าวต้มในชามจนหมดในขณะที่แม่บ้านยกน้ำเข้ามาเสริฟเขาดื่มน้ำไปแก้วหนึ่งแล้วลุกจากโต๊ะไปขึ้นบันไดเพื่อกลับไปยังห้องของตนเองทันทีที่เข้าประตูห้องเขาก็เดินไปสำรวจที่หน้าต่างฝั่งมุมซึ่งติดกับประตูรั้วด้านล่างตามที่แม่บ้านบอกเห็นเหล็กแหลมประดับประตูรั้วเรียงเป็แนวก็พอนึกภาพการตายของสาวใช้ออก
เขาถือไฟฉายเดินลงไปสำรวจที่ประตูรั้วลมทะเลพัดแรงกระทบิัเย็นวูบแต่กลับไม่เจอสิ่งใดที่ดูเหมือนเื่เหนือธรรมชาติ แม้แต่คลื่นทะเลก็ยังดูปกติไม่มีเสียงหวีดร้องหรือเงาของใครให้เห็นเลย ครูกซ์เดินกลับขึ้นไปบนห้องก่อนล้มตัวลงนอนบนเตียงพลางหยิบโน๊ตแพตขึ้นมาเลื่อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับสาวใช้ที่ตายในบ้านพักตากอากาศคงต้องรอจนถึงเที่ยงคืนค่อยลงไปสำรวจชายทะเลอีกครั้ง
เสียงหวีดร้องจากนอกหน้าต่างปลุกให้ครูกซ์ตื่นขึ้นเขาวางโน้ตแพตไว้บนโต๊ะข้างเตียงเหลือบมองนาฬิกาซึ่งบอกเวลาเที่ยงคืนครึ่งก่อนเดินไปยังหน้าต่างที่เปิดค้างไว้ลมพัดแรงจนม่านบางปลิวไสว เสียงหวีดร้องแปลกๆยังคงดังสม่ำเสมอเขาใช้ความคิดนิดหนึ่งก่อนปิดหน้าต่างคว้าไฟฉายแล้วเดินลงไปด้านหลังบ้านพักที่ติดชายทะเลทะเลยามกลางคืนดูลึกลับแต่น่าค้นหา คลื่นซัดกระทบฝั่งแล้วหายวับไปในความมืดแต่กลับไม่ได้ยินเสียงหวีดร้องเหมือนที่ได้ยินจากในห้องนอน
“คุณมาทำอะไรแถวนี้น่ะ”
เสียงคุ้นเคยทำให้ครูกซ์หันขวับไปทางต้นเสียงิญญาชายหนุ่มในชุดนอนกำลังลอยเคว้งกลางอากาศ “ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่”
“ผมหรือ” เขาชี้ไปที่ตนเอง “ผมอยู่ที่นี่ก่อนคุณจะมาซะอีก”
ครูกซ์หันมองซ้ายขวา“คุณลีอาก็อยู่ด้วยหรือ”
“เกือบใช่แต่ไม่ได้อยู่ใกล้แถวนี้หรอก” ิญญาชายหนุ่มลอยตัวลงมาบนผิวทราย “ส่วนผมอยู่ที่นี่ตลอดบางทีก็มาเดินเล่นรอบๆชายหาดในละแวกนี้น่ะ”
ครูกซ์เห็นท่าทางเขาหงอยๆต่างไปจากคราวก่อน “คุณตายในทะเลหรือ”
“บ้าหรือ” เขาตอบกลับทันควัน“ผมไม่ได้ตายโหงซักหน่อย แถมตอนนี้ไม่อยากกลับไปเห็นเธอร้องไห้ด้วย”
“หมายความว่าคุณลีอามาเยี่ยมคุณสินะครับ”
“ใช่สิ”เขาพึมพำพลางมองมาทางครูกซ์ “อย่าเปลี่ยนเื่สิครับ ผมถามว่าคุณมาทำอะไรที่นี่”
“ผมมาตามเครื่องประดับอีกชิ้นของตระกูล”
“หือ”ิญญาชายหนุ่มหันไปมองบ้านพักตากอากาศด้านข้างพวกเขา “ญาติคุณพักอยู่ที่นี่หรือ”
“อาเล็กผมเป็เ้าของที่นี่”
“แล้วคุณได้เห็นของหรือยังมีอะไรหลอนๆเกิดขึ้นบ้างมั้ย”
“ผมได้รับมาแล้วแต่ไม่มีอะไรผิดปกติ” ครูกซ์มองสำรวจรอบๆ “แม่บ้านบอกว่าสาวใช้เจออาถรรพ์จนอยู่กันไม่ได้ตอนอยู่ในห้องนอนผมได้ยินเสียงหวีดร้องแต่พอลงมาดูกลับมาเจอคุณแทน”
“ผมบอกไว้ก่อนนะว่าผมไม่ใช่ต้นเหตุเื่ผีที่เกิดบ้านนี้อย่างมากก็แค่มาแวะเที่ยวริมหาด ไม่เคยเที่ยวส่งเสียงร้องในห้องนอนใครให้หนวกหูเล่นด้วยทำแบบนั้นถึงเป็ผียังว่าเพี้ยนเลย”
“ผมก็พอจะเดาออก”เขายิ้มนิดๆ “ผมสงสัยว่าจะเป็ฝีมือคนมากกว่าผี”
“คุณรู้สาเหตุแล้วหรือเป็ฝีมือญาติคุณอีกหรือเปล่า”
ครูกซ์ส่ายหัว“อาเล็กไม่ได้พักอยู่ที่นี่นานแล้วครับ และเครื่องประดับก็ไม่ได้ตอบสนองความปรารถนาของเ้าของด้วยอาเล็กไม่เคยขอพรจากเครื่องประดับ”
“งั้นคุณก็ได้ยินเสียงร้องแค่ในห้องนอนน่ะสิ”
“ใช่ครับ คิดๆดูแล้ว ถ้าเปิดเสียงจากมือถือในห้องข้างๆห้องนอนผมก็ทำให้ได้ยินเหมือนกัน”
“แต่ผมก็เคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับบ้านหลังนี้เห็นว่ามีคนได้ยินเสียงหวีดร้องของผู้หญิงแต่ทุกครั้งที่มาเที่ยวเล่นแถวนี้ก็ไม่เห็นมีใครหรือเคยได้ยินอะไรแปลกๆเลย”
“ผมคิดว่าการทำให้คนคิดไปเองว่ามีแล้วเอาไปเล่าต่อๆกันคงทำให้เกิดข่าวลือ ยิ่งเคยมีสาวใช้ตายในบ้านถึงสองศพด้วย”
“ประมาณว่าถ้าคุณไม่เอะใจว่าเป็การจัดฉากแล้วกระต่ายตื่นตูมเที่ยวเอาไปบอกคนอื่นๆว่าได้ยินเสียงร้องเหมือนกันสุดท้ายคนอื่นก็จะพากันเอาไปพูดปากต่อปากว่ามีเสียงหวีดร้องจริงอย่างงั้นสินะ”
“ข่าวลือมีผลทำให้คนไม่กล้าเข้ามาสมัครเป็สาวใช้ที่นี่สุดท้ายที่นี่จึงเหลือแค่คุณแม่บ้านกับคุณลุงคนสวน” ครูกซ์นึกขึ้นได้รีบวิ่งกลับขึ้นไปบนห้องนอนิญญาชายหนุ่มในชุดนอนรู้สึกว่าเื่เริ่มน่าสนใจจึงตามเขาไปด้วย
ครูกซ์รีบดึงลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งแล้วดึงกล่องกำมะหยี่สีแดงออกมาเปิดดูแต่ต่างหูเพชรข้างในกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยิญญาชายหนุ่มรีบยื่นหน้าเข้ามาดูในกล่องด้วย “คุณโดนเข้าให้แล้ว ไม่ใช่ผีหรอกแต่เป็แมวขโมยน่ะ”
“ต่างหูนั่นไม่ให้พรกับคนที่ไม่ใช่เ้าของหรอกครับ”
ิญญาชายหนุ่มหันมองไปทางครูกซ์ “คุณไม่เสียดายหรือ นั่นต่างหูเพชรเชียวนะมีคนจ้องขโมยของมีค่าไปนะ”
“ผมแค่กลัวผลที่ตามมาจากการขอพรกับเครื่องประดับต้องสาปเท่านั้นครับถ้าขโมยไปแล้วคิดว่ารับมือได้จะลองดูก็ได้ครับ”
ิญญาชายหนุ่มสังเกตสีหน้าของครูกซ์อย่างละเอียดอีกครั้ง“ที่คุณมารวบรวมเครื่องประดับ มีเหตุผลพิเศษหรือเปล่า”
“ผมแค่อยากช่วยคุณพ่อเท่านั้นครับ เผื่อมีเบาะแสที่ถอนคำสาปได้”เขาตอบสีหน้านิ่ง ิญญาชายหนุ่มเลิกคิ้วยังคงติดใจสงสัยแต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามต่อ
“งั้นเราต้องหาทางเอาคืนมามั้ย”
“ไม่จำเป็ครับแต่ผมอาจจะต้องโทรลางานวันจันทร์”
“ฮะ…”ิญญาชายหนุ่มเผลอสบถ “หมายถึงต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกวันสินะ”
“ผมว่าคุณกลับไปหาคุณลีอาได้แล้วมั้งครับ”
“รู้แล้วๆ ไล่อยู่นั่นแหละฉันไปก็ได้” เขาเบ้ปากก่อนจะหายตัวไปกลางอากาศ ในขณะที่ครูกซ์เก็บกล่องกำมะหยี่เปล่ากลับลงลิ้นชักอย่างเงียบๆ
เช้าวันรุ่งขึ้นแสงแดดอ่อนๆส่องลอดผ่านม่านบางเข้ามากระทบใบหน้าของครูกซ์เขางัวเงียตื่นขึ้นมองดูนาฬิกาซึ่งบอกเวลาเจ็ดโมงเขาลุกขึ้นจะเดินไปเข้าห้องน้ำแต่เสียงโทรศัพท์สั่นดังขัดจังหวะเสียก่อนชายหนุ่มเดินช้าๆเข้ามาดูชื่อที่แสดงอยู่บนหน้าจอเห็นเป็ชื่ออาลินด์ก็เลิกคิ้วกดรับสาย
“สวัสดีครับอาเล็ก”
“เป็ไงบ้างเจอดีอะไรบ้างหรือเปล่าเมื่อคืน” เสียงอีกฝ่ายทักทายอย่างอารมณ์ดี
“ไม่มีอะไรผิดปกติครับแต่ผมอาจจะต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกหน่อย”
“ครูกซ์…”เสียงอาเล็กขาดหายไปครู่หนึ่ง “ไม่มีอะไรก็ดีแล้วที่จริงอาแอบหวังว่าจะมีเพราะอยากรู้ว่าเธอจะกลัวบ้างมั้ย”
“อาอยากเห็นผมกลัวหรือครับ”
เสียงอีกฝ่ายสูดหายใจลึก“ไม่ใช่ แต่อาอยากให้เธอเลิกยุ่งเื่คำสาปพวกนี้ซักที เธอไม่เห็นพ่อเธอหรือ”
“อาครับบางทีผมอาจจะเป็คนที่จบเื่นี้ได้คุณพ่อเคยหลุดปากบอกผมไว้ก่อนที่ท่านจะกลายเป็แบบที่เป็อยู่”
“เพราะเหตุนี้ใช่มั้ยแกถึงได้ฝังใจที่จะรวบรวมเครื่องประดับพวกนั้นนักหนา” อาเล็กเสียงแข็งขึ้น “ถ้าแกยังยึดติดอยู่กับคำพูดของคนที่เกือบจะเสียสติแกจะเป็อันตรายนะรู้มั้ย”
“ผมขออยู่ที่นี่ต่อจนถึงวันจันทร์แล้วกันครับอาเสร็จเื่แล้วผมจะรีบกลับ” ครูกซ์ตัดบทแล้วรีบกดวางสายเขาทิ้งโทรศัพท์ไว้บนเตียงแล้วเดินไปทำธุระต่อ
แม่บ้านเตรียมสำรับอาหารเช้าไว้บนโต๊ะ กลิ่นหอมของต้มยำทะเลลอยคลุ้งไปทั่วห้องอาหารเธอตักข้าวสวยใส่จานก่อนเทน้ำลงในแก้ว เครื่องเคียงเช้านี้นอกจากต้มยำแล้วก็มีหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ที่วางจัดเรียงเหมือนกลีบดอกไม้ห้าแฉก
“มาแล้วหรือคะลงมาทานได้เลยค่ะ อาหารพร้อมแล้ว” แม่บ้านกล่าวทักทายครูกซ์ในขณะที่อีกฝ่ายมองดูเธออย่างใจเย็น
“ขอบคุณครับ”ครูกซ์เลื่อนเก้าอี้ลงนั่งก่อนลองชิมน้ำซุปต้มยำ “รสชาติดีเหมือนเดิมนะครับ”
“ขอบคุณค่ะว่าแต่เมื่อคืนนอนหลับดีมั้ยคะ”
“ถ้าหมายถึงเื่แปลกๆผมยังไม่เจออะไรนะครับ” เขาแสร้งชะงักนิดหนึ่ง“เมื่อคืนมีใครไปแถวห้องผมหรือเปล่าครับ”
แม่บ้านทำท่าทางใ“ทำไมหรือคะ มีอะไรหายหรือ”
“พอดีผมได้ยินเสียงแปลกๆก็เลยไม่แน่ใจว่ามีใครไปแถวนั้นมั้ยแต่ไม่มีอะไรหายครับ”
แม่บ้านหน้าเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “อ้อ แต่เมื่อคืนดิฉันเข้านอนั้แ่สี่ทุ่มนะคะไม่น่าจะมีใครไปแถวห้องคุณหรอก”
“งั้นผมคงหูแว่วไปเองครับ”ครูกซ์กล่าวก่อนหันไปสนใจข้าวในจานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เห็นคุณผู้หญิงบอกว่าคุณอาจจะอยู่ต่ออีกวันหรือคะ”
“มีเื่ต้องตรวจสอบนิดหน่อยครับ ขอรบกวนอีกวันนะครับ”
“เข้าใจแล้วค่ะถ้ามีอะไรก็เรียกฉันได้นะคะ”
“ขอบคุณครับ”เขาตอบสั้นๆแต่แอบลอบสังเกตฝ่ายตรงข้ามอย่างเงียบๆ แม่บ้านไม่แสดงพิรุธอะไรให้เห็นเธอเพียงแต่ทำหน้าที่ของเธอต่อไปเท่านั้น
่บ่ายของวันอาทิตย์ครูกซ์ง่วนอยู่กับโน้ตแพตเพราะต้องส่งอีเมล์ถึงอาจารย์นอกที่จะมาเข้าสอนแทนเขาและขอสลับตารางสอนกัน เขานั่งอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่นเพื่อลอบสังเกตท่าทีของแม่บ้านที่กำลังทำความสะอาดอยู่ด้วยเธอเริ่มมีอาการเหม่อลอยไม่เป็อันทำงานเท่าไรแต่ครูกซ์ไม่ได้เข้าไปเรียกเธอให้รู้สึกตัว เขาเพียงแค่มองดูเงียบๆเท่านั้น
อาการของเธอหนักขึ้นเมื่อถึงเวลาอาหารค่ำครูกซ์เดินเข้ามาในห้องอาหารแต่กลับไม่เห็นแม่บ้านเข้ามาจัดสำรับเขาเดินเข้าไปในครัวว่าจะลองถามเธอดู แต่เธอกำลังบ่นพึมพำกับตัวเองจับใจความได้เพียงว่า “ต้องให้พวกมันทะเลาะกันจะได้ออกไปจากที่นี่”ในที่สุดเขาก็คิดว่าเธออาจจะถึงขีดจำกัดแล้ว ครูกซ์เดินเข้าไปแตะตัวเธอเบาๆ
“คุณแม่บ้านครับไม่เป็ไรนะ”
เธอสะดุ้งสุดตัวท่าทางลนลาน“อ้าว คุณมีอะไรหรือคะ”
“ผมจะมาถามเื่อาหารเย็นครับ”
“อาหารเย็น”เธอกล่าวเป็เชิงถามก่อนจะทำท่านึกขึ้นได้ “ฉันลืมค่ะ ขอโทษด้วยจริงๆ”
“ไม่เป็ไรครับ ผมไม่หิวหรอก”ครูกซ์เงียบไปพักหนึ่งแล้วจึงตัดสินใจพูดขึ้น “ถ้าหากรู้สึกไม่ดีก็เลิกเถอะนะครับคืนนี้ผมจะออกไปเดินแถวชายหาด จะไม่กลับไปที่ห้องจนถึงเที่ยงคืนนะครับ”
ครูกซ์ออกมาเดินเล่นแถวชายหาดราวๆสามทุ่มพลางนึกถึงข่าวเกี่ยวกับแม่บ้านที่ตายซึ่งเขาลองไปค้นดูการตายของแม่บ้านคนแรกน่าจะเป็การฆ่าตัวตายจริงๆแต่คดีถัดมานั้นข้อมูลไม่พอที่จะสรุปเขาแน่ใจว่าแม่บ้านอาจจะยั่วยุหรือเป็ต้นเหตุให้สาวใช้ที่สมัครเข้าทำงานใหม่ทะเลาะกันเพื่อให้มีคนอยู่ในบ้านน้อยที่สุดและบังเอิญว่าครูกซ์มาที่บ้านนี้ทำให้เธอต้องลงมือเร็วขึ้น เขาหวังว่าเธอจะยอมนำต่างหูไปคืนที่ลิ้นชักด้วยตนเอง