จากนั้น วันที่สองอันเป็วันเริ่มต้นการสอนจริง ๆ ก็มาถึง ซึ่งเคียร่าที่ได้รับตารางสอนแบบจัดเต็มมาก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์กับดนตรีเวทที่ตัวเองต้องสอนนั้นมีสอนเฉพาะปีหนึ่ง โดยชั้นปีอื่น ๆ ไม่มีเรียนวิชานี้แล้ว เพราะประวัติศาสตร์เวทมนตร์เป็พื้นฐานที่สอนให้รู้จักจุดเริ่มต้นของเวทมนตร์และหลักการใช้เวทเท่านั้น ส่วนวิชาดนตรีเวทเป็แค่วิชาเสริมที่สอนให้ควบคุมปริมาณการใช้เวทให้เป็
จริง ๆ แล้วสองวิชานี้นับเป็พื้นฐานสำคัญในการใช้เวทมนตร์ด้วยซ้ำ เพราะหากใช้เวทมนตร์โดยไม่รู้หลักการใช้ ไม่รู้จักควบคุมพลังในตอนใช้ และใช้เวทมนตร์เกินขีดจำกัด นอกจากจะเป็อันตรายต่อตนเองแล้วยังเป็อันตรายต่อคนรอบข้างอีกด้วย
นั่นจึงทำเคียร่าสงสัยั้แ่ตอนที่ได้ยินเื่วิชาที่ต้องมาสอน เพราะเท่ากับว่าเ้าดาลน์นั่นฝากอนาคตของพวกนักเรียนปีหนึ่งให้เขาหมดเลยนะ
ด้วยความเห็นเป็เื่สนุกเคียร่าเลยไม่ได้คัดค้าน แต่มันแปลกจริง ๆ ที่อีกฝ่ายรับเขาเข้าทำงานโดยไม่มีการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดหรือทดสอบความสามารถในการทำงาน มีเพียงเอกสารที่ให้กรอกข้อมูลทั่วไป ซึ่งต่อให้ได้ชื่อว่า 'ลูกสาวเพื่อน' หรืออยู่ในตระกูล 'คัสตาน่า' ก็ตามที มันจะมักง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?
แต่เื่นี้ก็ไว้ค่อยคิดทีหลังแล้วกัน เพราะเขากำลังเสียดายที่ไม่ได้เล่นสนุก...เอ้ย สอนชั้นปีอื่น ๆ ด้วย แต่แม้จะรู้สึกหดหู่แค่ไหนสองเท้าก็ยังก้าวตรงไปห้องสอนในคาบแรก
วันนี้เขาพกเฉพาะแผ่นตารางสอน ส่วนแผนที่ก็ขยำทิ้งลงตะกร้าไปอย่างไม่ไยดี ซึ่งตารางสอนวันนี้ก็…
“...”
พอเห็นรายวิชาเต็มตารางแน่นเอี๊ยดั้แ่แปดโมงครึ่งถึงสี่โมงเย็น เคียร่าเบ้หน้าพลางมองดู่เวลาในการสอน สอนวันละสี่คาบ ครั้งละ 1 ชั่วโมงครึ่ง แถมั้แ่จันทร์ถึงอาทิตย์ก็ไม่มีวันหยุดให้เลยด้วย
จริงอยู่ที่โรงเรียนนี้เป็โรงเรียนประจำ แต่อย่างนี้ไม่เกินไปรึไงฟะ!
ไม่คิดจะให้หยุดพักผ่อนกันเลยใช่มั้ยฮะ เ้าบ้าดาลน์!
…
ขณะเดียวกันนั้น คนที่กำลังแช่อ่างพร้อมจิบไวน์อย่างสบายอารมณ์ก็ได้จามขึ้นอย่างแรง
…
เอาเถอะ ตอนนี้ถึงเวลาสอนคาบแรกแล้ว เคียร่าตัดสินใจวางเื่วันหยุดไว้ก่อน เขาก้มมองตารางสอนอีกครั้ง
ประวัติสอง ดนตรีสอง ่เช้านี้สอนห้อง 1 สองคาบติดเลยงั้นเหรอ หืม...
...ท่าจะสนุก
"สวัสดีจ้า ทุกคน" เคียร่าเปิดประตูเข้าไปแล้วกล่าวทักทายอย่างร่าเริง ซึ่งทันทีที่ได้ยินเสียงของเคียร่า ห้องที่เคยมีเสียงพูดคุยตอนแรกก็พลันเงียบกริบ
"อะไรกัน จะไม่กล่าวทักทายอาจารย์กันหน่อยเหรอ ไม่น่ารักเลยน้า" เคียร่าพูดพร้อมทำท่าทางหดหู่ก่อนชี้นิ้วไปยังนักเรียนที่นั่งหน้าสุด ซึ่งเด็กหนุ่มที่ถูกชี้ก็สะดุ้งโหยง ชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแล้วทำหน้าเหมือนจะถามว่า 'ผมเหรอ?'
"ใช่จ้ะ บอกทั้งชั้นให้ทำความเคารพหน่อยสิจ๊ะ"
"เอ่อ...ลุกขึ้น ทักทายอาจารย์"
"ไม่ใช่จ้ะ ต้องพูดว่า 'ทุกคนในห้องยืนขึ้น ทำความเคารพอาจารย์คาเรีย' ต่างหาก เอ้าพูดใหม่สิจ๊ะ" เคียร่าพูดด้วยสีหน้านิ่ง ๆ แต่ภายในกลั้นขำแทบไม่ไหว
นักเรียนที่เขาใช้ให้บอกชั้นคือคนที่ใช้ขวานเมื่อวาน เท่าที่ดูมือสองข้างนั่นคงแค่พันผ้าไว้เฉย ๆ แผลตามตัวก็หายสนิท แถมนักเรียนที่โดนลูกหลงเกือบเกรียมเมื่อวานก็อยู่ครบแสดงว่าหน่วยพยาบาลของที่นี่คงพอใช้ได้
แต่ที่เขาขำคือไอ้คนที่ใช้เวทในระดับพอดูได้แถมน่าจะแสบซ่าบ้าบิ่นไม่ใช่น้อย ดูจากที่ไม่สนอาการาเ็ฝืนใช้เวทอัญเชิญนั่น แต่ตอนนี้กลับทำท่าอึกอักเหมือนคนทำตัวไม่ถูกกับอีแค่บอกชั้น มันน่าฮามั้ยล่ะนั่น
เด็กหนุ่มเมื่อได้รับบทพูดก็พูดตามสคริปต์ด้วยเสียงที่ดังขึ้น
"ทุกคนในห้องยืนขึ้น ทำความเคารพอาจารย์คาเรีย" สิ้นเสียงก็บังเกิดความเงียบ
ซึ่งเคียร่าเห็นอย่างนั้นก็ขมวดคิ้วไม่พอใจ
"ปกตินักเรียนทุกคนไม่ทำความเคารพอาจารย์ที่มาสอนให้ความรู้กับตัวเองเหรอจ๊ะ?" คำถามของเคียร่าพลันทำให้บรรยากาศเกิดความตึงเครียด
ปัง!
"ฉันไม่ยอมรับหรอกนะ อายุเธอก็ไม่ได้ห่างกับพวกฉันมากมายอะไร แถมฝีมือก็ไม่เคยเห็น มีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้พวกเราก้มหัวทำความเคารพกัน? อย่ามาซ่าให้มันมากนัก!"
เคียร่าหันไปมองต้นเสียงทันที ซึ่งมองแค่แวบเดียวก็จำได้
ไอ้หนูแป๊ปเหล็กนี่เอง
"นาย...ที่เมื่อวานคิดปล่อยสายฟ้าไปช็อตปลาธาตุสายฟ้าสินะ มีปัญหาอะไร? ก็บอกแล้วไงว่าถ้าเมื่อวานชนะลาซันย่าของฉันได้ก็ไม่มีปัญหา แต่เมื่อทำไม่ได้ก็ควรเชื่อฟังฉันอย่างไร้ข้อกังขาเหมือนกัน" เคียร่าพูดพลางกอดอกมองคู่สนทนาที่ทำตัวเป็ผู้กล้า ทุบโต๊ะแล้วลุกขึ้นมาตะเบ็งเสียงเถียงแข่งกับเขา
"ไม่รู้เว้ย! กะ...ก็เมื่อวานเธอขี้โกงนี่ เล่นเอาสัตว์เวทมาสู้แทนนี่หว่า!" ผู้กล้าได้รับฉายา 'ไอ้หนูแป๊ปเหล็ก' ทำหน้าเหมือนโดนจี้ใจดำแต่ก็ยังคงเถียงสู้
"คนที่ดีแต่พูด เอาแต่พึ่งพาสัตว์เวทอย่าคิดมาสั่งสอนพวกฉัน!"
เคียร่าได้ยินประโยคนี้ก็นิ่งไปนาน ก่อนจะเริ่มหัวเราะด้วยน้ำเสียงเย็นะเื
"...สัตว์เวท? ฮะฮะ อย่าพูดให้ขำหน่อยเลยน่า เห็น ๆ กันอยู่ว่าลาซันย่าของฉันเป็แค่ปิรันย่าธรรมดา เป็แค่ปลาประดับที่ขายในตลาดมืดด้วยราคาที่ถูกแสนถูก ราคาจริง ๆ แค่ 50 เหรียญ ถ้าไม่บวกค่าอาหารค่าโน่นค่านี่เข้าไปไม่มีทางถึง200เหรียญด้วยซ้ำ ที่มีธาตุสายฟ้าขึ้นมาก็ด้วยเวทของฉันทั้งนั้นเฟ้ย อย่าเอาไปเทียบกับสัตว์อสูรมนตราที่มีเวทมนตร์ติดตัวมาั้แ่แรกสิฟะ!"
ยิ่งพูดเสียงยิ่งดังขึ้น ซึ่งหากมอมเมอร์มาเห็นคงต้องรีบเข้ามาห้ามโดยด่วน เพราะอาการนี้ของเคียร่าเรียกว่า 'อาการสติแตก' ที่ถ้าไม่ห้ามั้แ่เนิ่น ๆ มีหวัง...เละ!
แต่เนื่องจากตอนนี้ไม่มีมอมเมอร์คอยห้าม คนสติแตกเลยเริ่มจะอาละวาด
"บอกว่าฉันดีแต่พูด ดีแต่พึ่งพาสัตว์เวทสินะ ได้! ฉันจะโชว์เวทเจ๋ง ๆ ที่พวกกระจอกอย่างนายไม่มีทางทำได้ให้ดู!"
"Change Field...ทุ่งร้าง" แสงสว่างสีเหลืองเรืองรองพลันแผ่ขยายออกไปครอบคลุมทั้งห้อง
…
ขณะเดียวกันทางด้านมอมเมอร์
"...สังหรณ์ไม่ดีอีกแล้ว หวังว่าหมอนั่นคงไม่ก่อเื่อีกนะ" ชายชราซึ่งใกล้วัยเกษียณและกำลังนั่งจิบชาตอนเช้าอยู่ในห้องหนังสือตัวเองพลันพึมพำขึ้นเบา ๆ อย่างนึกกังวล
แค่เมื่อวานเขาก็แทบไม่รู้จะเอาหน้าไปมุดไว้ตรงไหน ยังดีที่เ้าดาลน์ไม่ว่าอะไรเพียงแค่พูดแซวเล่นอย่างขำ ๆ
'หึ ๆ เื่นั้นช่างมันเถอะ ยังไงซะที่นั่นก็กางเขตแดนกักพลังไว้ทำให้ความเสียหายไม่ได้ลุกลามมาข้างนอก อีกอย่างเด็กพวกนั้นก็ชอบซัดกันเละเป็ประจำอยู่แล้วเลยไม่มีปัญหา ถึงาเ็หนักหน่อยก็ส่งให้ลูกศิษย์เ้าแทซจัดการรักษาไปก็หมดเื่แล้ว ไม่จำเป็ต้องห่วงอะไร'
'แต่ว่าก็ว่าเถอะนะ เล่นก่อเื่ั้แ่วันแรกนี่...รู้สึกเหมือนใครบางคนที่เรารู้จักเลยเนอะ'
'ทั้งที่หน้าตาเหมือนนายแท้ ๆ แต่นิสัยนี่... ฉันจะไม่แปลกใจสักนิด ถ้านายบอกว่าเด็กนั่นเป็ลูกของหมอนั่น'
คำแซวที่ปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะอย่างไม่จริงจังที่มอมเมอร์ได้แต่ยิ้มรับแกน ๆ เพราะเขาคงพูดออกไปไม่ได้ว่า คาเรีย คัสตาน่า ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็ลูกสาวที่ถอดแบบหน้าตาเขาไปนั้น...รากเหง้าข้างในมันคือเคียร่า!
"หวังว่านายคงไม่ก่อเื่อีกนะ" คำพูดแ่ที่ราวกับภาวนา มอมเมอร์รู้สึกตัวว่าคิดผิดจริงๆที่ยอมให้อีกฝ่ายใช้หน้าตาของตัวเองและเซ็นยอมรับในฐานะผู้ปกครอง
เพราะงานนี้เกิดเื่อะไรขึ้นมา...ก็ลงที่หัวเขาเต็ม ๆ !