บทที่ 25 อุบายให้รับสารภาพ
ซางเฟยหว่านบอกกับคุณชายรักอิสระว่า “นายมองไม่ออกหรอก หาโอกาสให้ฉันได้เจอคนรอบ ๆ ตัวนายหน่อยสิ ยิ่งเป็ตอนที่ญาติ ๆ อยู่กันพร้อมหน้าด้วยยิ่งดี มีแต่ญาติเท่านั้นที่จะรู้วันเดือนปีเกิดและเวลาเกิดของนาย ซึ่งมีโอกาสเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตได้”
แม้ว่าซางเฟยหว่านจะสามารถมองเห็นโชคชะตากำหนดไว้บางส่วนผ่านรูปถ่ายได้ แต่คุณชายรักอิสระนั้นค่อนข้างพิเศษ เธอจึงควรไปเห็นด้วยตาตัวเองจะดีกว่า
คุณชายรักอิสระครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้นว่า “จริงสิ วันที่ 10 เดือนหน้าเป็วันเกิดพ่อฉัน ญาติ ๆ ทางบ้านฉันจะมาพร้อมหน้ากันหมด ฉันจะพาเธอไปด้วย ถ้าเจอไอ้สารเลวนั่นเมื่อไหร่ ฉันจะฆ่ามันให้ตายเลยคอยดู! แค่เธอช่วยฉันแก้ปัญหานี้ได้ จะเอาเท่าไหร่ฉันก็ให้หมด”
ซางเฟยหว่านจึงพูดว่า “เงินโดเนทที่นายให้ฉันก่อนหน้านี้ก็หลายแสนแล้ว เพียงพอสำหรับค่าดูดวงวันนี้แล้วล่ะ แต่เพื่อเป็การตอบแทน ฉันขอให้นายช่วยอะไรฉันอย่างหนึ่งหลังจากนี้ก็แล้วกัน”
คุณชายรักอิสระยังอยากจะถามต่อว่าให้ช่วยอะไร ถ้าช่วยได้ตอนนี้เขาจะช่วยเดี๋ยวนั้นเลย
ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปาก ซางเฟยหว่านก็พูดขึ้นมา “ตอนนี้นายช่วยไม่ได้ บอกไปก็เท่านั้น เอาเป็ว่าเจอกันวันที่ 10 เดือนหน้านะ”
พูดจบเธอก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินจากไป
คุณชายรักอิสระเพิ่งจะก้าวขาตามเธอไป ก็มีแฟนคลับคนหนึ่งวิ่งเข้ามาทักทายด้วยความตื่นเต้น “กรี๊ดด!! คุณชายรักอิสระใช่ไหมคะ! ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหม?”
แฟนคลับคนนั้นถือโทรศัพท์เตรียมถ่ายรูป แต่ไม่รู้ว่า เธอตื่นเต้นเกินไปหรือเปล่า เพราะมือไม้เลยเก้งก้าง โทรศัพท์จึงหลุดมือลอยเป็เส้นโค้งสวยงามกลางอากาศ ก่อนจะร่วงลงมาอย่างจังพอดีเป๊ะบนหน้าผากของคุณชายรักอิสระ…
ซางเฟยหว่านถอนหายใจอย่างเอือมระอา “ลืมเตือนนายไปเลย วันนี้นายจะมีแผลจากอุบัติเหตุเล็กน้อยนะ ถ้าไม่มีอะไรก็อย่าออกไปข้างนอกจะดีกว่า”
“... “
คุณชายรักอิสระเป็ต้องตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินอีกครั้ง
หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ ซางเฟยหว่านก็กลับไปที่ห้องพักในโรงแรมเพื่อบำเพ็ญเพียรต่อ
่นี้ ยอดผู้ติดตามของเธอก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความน่าเชื่อถือของเธอก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ซางเฟยหว่านจึงได้รับปราณิญญามากขึ้นเรื่อย ๆ
ดังนั้น เมื่อเธอมีเวลาว่าง เธอก็มักจะตั้งใจฝึกฝนอยู่เสมอ
เธอฝึกสมาธิแบบนี้อยู่ทั้งวัน จนกระทั่งเวลาสามทุ่มกว่า จึงได้กินอะไรนิดหน่อย จากนั้นก็เปิดไลฟ์สดตรงเวลา
ทันทีที่เปิดไลฟ์ สิ่งที่ชาวเน็ตถามมากที่สุดก็คือเื่ของแขกรับเชิญสองคนที่วิดีโอคอลเข้ามาเมื่อวานนี้
ผู้ใช้งาน : คุณหมอดู ฟางเสี่ยวเหมยฝันเห็นลูกสาวตัวน้อยของเธอในฝันเมื่อคืนนี้หรือเปล่า?
ผู้ใช้งาน : ฉันไม่รู้ว่าฟางเสี่ยวเหมยฝันเห็นหรือเปล่า แต่เมื่อคืนนี้ ฉันฝันเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งมาร้องไห้อยู่ตรงหน้าฉัน อ๊าาา! ฉันต้องฝันร้ายแน่ ๆ เลย…
ผู้ใช้งาน : อ๊าก คุณซางเฟยหว่านคะ เมื่อคืนฉันลองท่องบทสวดที่คุณสอน ปรากฏว่าฉันได้เจอคุณปู่จริง ๆ ด้วยค่ะ แต่ท่านตีฉัน แถมยังบอกว่าฉันไปขัดขวางการไปเกิดใหม่ของท่าน…
ผู้ใช้งาน : ฉันอยากรู้จังว่า สายน้ำดุจหัวใจได้บอกเื่จดหมายตอบรับเข้าเรียนกับแม่หรือยังนะ
ซางเฟยหว่าน สุ่มเลือกผู้ชมที่จะคุยด้วยเป็คนแรกของวันตามปกติ
หนุ่มหล่อหน้าตาแจ่มใสที่โทรเข้ามาตื่นเต้นจนเกือบร้องไห้เมื่อเห็นตัวเองปรากฏบนหน้าจอ “แม่ครับ ผมทำได้แล้ว! ผมถูกเลือกแล้ว! ผม ผมตื่นเต้นมาก!”
ซางเฟยหว่านจึงพูดว่า “หนุ่มน้อย มีอะไรจะถามล่ะ”
หนุ่มหล่อโพสท่าที่คิดว่าดูดีที่สุดหน้ากล้อง “คุณครับ ผมอยากจีบคุณ พอจะมีโอกาสไหมครับ”
ซางเฟยหว่านพูดด้วยน้ำเสียงเ็า “ไม่มีทาง ถามเสร็จแล้วอย่าลืมจ่ายเงิน”
พูดจบเธอก็ตัดสายเขาไปทันที
ผู้ใช้งาน : ฮ่า ๆ ๆ ๆ ตลกชะมัด 2,000 หยวนปลิวไปแล้ว น่าจะถามว่าเธออยู่ที่ไหนเผื่อจะได้บังเอิญเจอ
ผู้ใช้งาน : จริง ๆ ฉันก็อยากจีบเธอ ขอบคุณพี่ชายที่ช่วยถามให้ ไม่งั้นฉันคงเสีย 2,000 ไปฟรี ๆ
ซางเฟยหว่านเห็นคนอื่น ๆ เริ่มออกทะเล จึงรู้สึกว่าต้องอธิบายอะไรบ้างแล้ว “ไลฟ์นี้ สำหรับดูดวงถามโชคชะตา ไม่เกี่ยวกับเื่ส่วนตัว และตอนนี้ ฉันก็ยังไม่มีแผนจะแต่งงาน ช่วยดูไลฟ์กันอย่างมีสติด้วยนะคะ”
คำพูดของเธอค่อนข้างเ็า แต่ก็ทำให้นึกถึงเื่ราวความรักระหว่างเธอกับดาราคนนั้น ‘จางเฉิงเย่’ บางคนคิดว่าเธออาจจะยังไม่ลืมเขา
ดังนั้น หลายคนจึงอดเห็นใจเธอไม่ได้ ผู้หญิงที่ภายนอกดูสงบนิ่ง แต่ภายในอาจแหลกสลายไปแล้วก็ได้!
ถึงแม้ว่าชายหนุ่มคนก่อนหน้านี้จะสารภาพรักล้มเหลว แต่เขาก็ยังมอบของขวัญเป็วาฬโบยบินให้เธอ และบอกว่าจะคอยปกป้องเธอตลอดไป
ซางเฟยหว่านเห็นว่าใกล้ถึงเวลาแล้ว จึงกล่าวว่า “เื่ทำนายดวงชะตาขอเลื่อนไปก่อนแล้วกัน ตอนนี้ขอเชิญทุกคนมาเป็พยานในเื่นี้ดีกว่า”
หลังจากพูดจบ เธอก็เชื่อมต่อสายหาฟางเสี่ยวเหมย
เมื่อคืนนี้ แฟน ๆ หลายคนได้เห็นหน้า ฟางเสี่ยวเหมยไปแล้ว พวกเขารู้ว่าเธอคือลูกสะใภ้ของยายป่านซุน ทุกคนจึงตื่นเต้นกันยกใหญ่
ผู้ใช้งาน : ในที่สุดฉันก็ได้รู้เื่ต่อแล้ว!!!
ผู้ใช้งาน : ฟางเสี่ยวเหมย คุณฝันถึงเสี่ยวเป่าจริง ๆ หรือฝันว่าเธอยังโกรธคุณอยู่ไหม แล้วเธอได้ไปเกิดใหม่หรือยัง
ผู้ใช้งาน : เด็กคนนั้นน่าสงสารจัง ขอให้เขาไปเกิดในภพภูมิที่ดีนะ
ยังมีชาวเน็ตที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ไม่รู้เื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อวาน จึงพิมพ์ถามในช่องสนทนา มีชาวเน็ตใจดีมากมายช่วยกันตอบคำถามอย่างใจเย็น
ขณะนี้ ฟางเสี่ยวเหมยอยู่ในห้องเช่าโทรม ๆ ผนังห้องปิดปะด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ หม้อไหกะละมังวางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะ ของใช้จิปาถะกองสุมกันอย่างไม่เป็ระเบียบอยู่ใต้เตียง
ฟางเสี่ยวเหมยมองไปรอบ ๆ ห้อง จากนั้นจึงหาซอกมุมดี ๆ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือมาซ่อนไว้
ครู่ต่อมา ชายคนหนึ่งก็ผลักประตูเข้ามา
เขาเป็ชายผิวคล้ำ สวมหมวกนิรภัยแบบที่คนงานก่อสร้างนิยมใส่ เดินยิ้มร่าเข้ามาในห้อง “เสี่ยวเหมย ไหงเธอถึงมาที่นี่ได้ คิดได้แล้วเหรอ ยอมมาทำงานก่อสร้างกับฉันแล้วสินะ? แล้วเธอจะมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นทำไม?”
ฟางเสี่ยวเหมยจึงพูดเปิดประเด็นในทันที “หลัวเอ้อเฉียง บอกฉันมาตามตรง เสี่ยวเป่าตายได้ยังไง”
ชายหนุ่มตอบอย่างหงุดหงิด “เื่มันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ทำไมเธอถึงเพิ่งนึกขึ้นมาได้”
ฟางเสี่ยวเหมยจึงพูดต่อ “เมื่อคืนฉันฝันถึงเสี่ยวเป่า ลูกบอกว่าคุณแอบเอาผ้าห่มปิดหน้าลูกตอนที่ฉันหลับ คุณฆ่าลูกทั้งเป็!”
สีหน้าของหลัวเอ้อเฉียงและดูเคร่งขรึมขึ้น “เธอเพ้อเจ้ออะไร เื่ในฝันจะเอามาพูดได้ยังไง วันนั้นฉันทำงานก่อสร้างอยู่ ไม่ได้กลับหมู่บ้านเลยสักนิด! เธอเองนั่นแหละที่นอนไม่ระวัง ทำให้ลูกหายใจไม่ออกตาย ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเธอเลย เธอกล้าดียังไงมาโยนความผิดให้ฉัน”
จนถึงตอนนี้ ชายคนนี้ก็ยังปากแข็ง แถมยังพยายามโยนความผิดให้เธออีก
เมื่อมองใบหน้าที่คุ้นเคยกำลังตีหน้าใสซื่อไม่รู้เื่ราว ฟางเสี่ยวเหมยกลับรู้สึกขยะแขยงกับการใช้ชีวิตคู่ร่วมเตียงเดียวกันมา 10 กว่าปี
“คุณบอกว่าคุณไม่ได้กลับไปที่หมู่บ้าน? แต่น้าหวังบอกว่าเห็นคุณรีบร้อนไปขึ้นรถที่สถานีวันนั้น”
“สายตาหล่อนคงไม่ดี คงมองผิดไปแล้ว!”
หลัวเอ้อเฉียงยังคงปากแข็ง
ฟางเสี่ยวเหมยร้องไห้พลางพูดว่า “เอ้อเฉียง เื่มันผ่านมานานแล้ว ฉันก็ทำอะไรคุณไม่ได้หรอก ฉันแค่อยากรู้ความจริง!”
“ฉันรู้สึกผิดและโทษตัวเองมาหลายปี ทุกครั้งที่ท้องก็ต้องทนทุกข์ทรมานจากความกลัว กลัวว่าลูกที่เกิดมาจะถูกฉันทำร้ายอีก ฉันรู้สึกตลอดว่า ตัวเองดูแลเด็กคนนั้นไม่ได้ เหมือนกับว่าเธอยังอยู่ข้าง ๆ ฉัน คอยต่อว่าและเกลียดชังฉัน”
“เอ้อเฉียง บอกความจริงกับฉันเถอะนะ ให้หัวใจของฉันไม่ต้องรู้สึกผิด ไม่ต้องแบกรับความรู้สึกผิดนี้อีกต่อไป ขอแค่บอกความจริงมา ฉันสัญญาว่าจะคลอดลูกชายให้กับคุณ ตอนนี้นโยบายรัฐก็ผ่อนปรนลงแล้ว พวกเรามีลูกกี่คนก็ได้ ฉันจะมีลูกกับคุณไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีลูกชาย ตกลงไหม?”
ในที่สุด คำสัญญาที่จะให้กำเนิดลูกชายก็ทำให้ใจของเขาหวั่นไหว