ตอนที่ 19 – คลื่นที่ไม่มีวันดับ
หลังจากเหตุการณ์ในบ้านไวโอลิน
ทุกอย่างเหมือนสงบ...
แต่เมฆารู้ดีว่าความเงียบ มักซ่อน “เสียง” ที่อันตรายที่สุด
เขานั่งอยู่ในห้องทำงานกลางคืน
เครื่องคอมพิวเตอร์ส่องแสงสีฟ้าจาง ๆ สะท้อนบนหน้ากระจก
จิตรากับวรุฒนั่งเฝ้าเครื่องสแกนความถี่เสียงที่กำลังวัดคลื่นในรัศมี 5 กิโลเมตร
“พี่เมฆา...ค่าแรงดันเสียงตรงนี้มันไม่ตกเลยนะคะ เหมือนมีใครเปิดเครื่องอยู่ตลอดเวลา”
“ไม่ใช่แค่คนเดียวหรอก” เมฆาตอบ “แต่เป็นคนหลายคน...ที่เคยได้ยินเพลงนั้น”
วรุฒเบิกตาโต “หมายความว่า...ตอนนี้พวกนั้นกำลังกลายเป็นลำโพง?”
“พูดให้ถูกคือ...สมองของพวกเขากลายเป็นตัวขยายคลื่นสะท้อน”
“โอ้โห...แบบนี้ไม่ใช่แค่ผีเข้าสิงแล้วพี่ มันเป็น ผีบรอดแคสต์ เลยนะครับ!”
เมฆาเลิกคิ้ว “ถ้าผีบรอดแคสต์จริง ๆ ก็คงต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ให้ใครสักคน”
เสียงเตือนจากเครื่องสแกนดัง ปี๊บ!
จุดสีแดงกระพริบขึ้นที่หน้าจอ — โรงเรียนสอนดนตรีร้างย่านเก่าริมน้ำ
เมฆาลุกขึ้นทันที “ที่นั่น...คือจุดกำเนิดใหม่ของคลื่นนี้”
“พี่...” จิตราพูดช้า ๆ “อย่าบอกนะว่าพวกเราต้องเข้าไปตอนกลางคืนอีกแล้ว?”
“กลางวันเสียงมันสะท้อนไม่ดี” เมฆาตอบหน้าตาเฉย
“พี่...นี่พี่ตั้งใจจะหลอนเราหรือเปล่าคะ?”
“เปล่า พี่ตั้งใจจะหาความจริง”
วรุฒพึมพำ “ความจริงนี่มันชอบอยู่ในที่มืด ๆ เหรอครับ ผมขอให้ความกลัวอยู่บ้านได้ไหม”
“ไม่ได้” เมฆาพูดพลางหยิบอุปกรณ์ “เพราะถ้านายไม่ไป ความกลัวจะอยู่กับนายที่บ้านแทน”
“อันนี้ฟังดูน่ากลัวกว่าอีกพี่...”
คืนนั้น
ทั้งสามคนมาถึงหน้าโรงเรียนสอนดนตรีร้าง
ป้ายไม้ผุพังเขียนว่า “โรงเรียนสอนดนตรีกมลวรรณ”
พื้นเต็มไปด้วยเศษเครื่องดนตรีแตกหัก — เปียโนเก่า กลองแตก และสายไวโอลินขาดกระจาย
จิตรายกกล้องขึ้นถ่าย “บรรยากาศดีมากค่ะ เหมาะกับการไม่กลับบ้านอย่างยิ่ง”
วรุฒเดินตามหลังพี่เมฆาไปติด ๆ พร้อมถือเกลือกับน้ำมนต์
เมฆาหันมาถาม “นั่นของใคร?”
“ของยายข้างบ้านครับ บอกให้ใช้กันผี”
“แล้วนายเชื่อเหรอ?”
“ไม่เชื่อครับ...แต่ถือไว้แล้วรู้สึกมีเพื่อน”
ภายในโรงเรียนเงียบกริบ
เสียงเดียวที่ได้ยินคือเสียงฝีเท้าทั้งสาม และเสียงบางอย่าง...
เหมือนมีใครดีดสายกีตาร์จากห้องเรียนด้านใน
เมฆาก้าวเข้าไปใกล้ แล้วเปิดประตูเบา ๆ
ในห้องเรียนมีเครื่องดนตรีหลายชิ้นวางเรียงราย
และตรงกลาง — มีเด็กหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่หลังเปียโน
เธอสวมชุดนักเรียนสีขาวเก่า ผมยาวปิดหน้า
มือค่อย ๆ วางบนแป้นเปียโน แล้วกดโน้ตช้า ๆ ทีละตัว
จิตรากลั้นหายใจ “พะ...พี่...เด็กนั่นเห็นเราไหมคะ?”
“ถ้าเห็น...” เมฆาตอบ “คงจะไม่เล่นต่อแบบนั้นหรอก”
เด็กหญิงกดโน้ตสุดท้าย
และเปียโนทั้งตัวก็สั่นเหมือนมีเสียงสะท้อนจากในผนัง
ทันใดนั้น เครื่องดนตรีทุกชิ้นในห้องเริ่มส่งเสียงพร้อมกัน
เสียงกลอง กีตาร์ ไวโอลิน เปียโน ประสานกันเป็นท่วงทำนองเดียวกับเพลงที่ฆ่าคนในคดีแรก!
วรุฒตกใจโยนน้ำมนต์ใส่กลางห้อง “เผื่อไว้ก่อนครับพี่!”
แต่แทนที่เสียงจะหยุด กลับดังหนักขึ้น
เหมือนเครื่องดนตรีโกรธที่ถูกขัดจังหวะ
เมฆาเดินไปกลางห้อง
หยิบเครื่องบันทึกเสียงขึ้นมาแล้วพูดเสียงนิ่ง
“อย่าใช้เสียงเป็นอาวุธอีกเลย...มันไม่คืนคนที่เธอรักหรอก”
เด็กหญิงค่อย ๆ หันหน้ามาช้า ๆ
แววตาเธอสะท้อนเงาเหมือนแผ่นกระจกที่แตกละเอียด
“พ่อสอนให้หนูเล่น... หนูแค่เล่นให้พ่อฟัง”
เสียงเปียโนเงียบลง
ทุกอย่างหยุดนิ่ง
เครื่องดนตรีทั้งหมดกลับกลายเป็นเถ้าฝุ่น ละลายไปในอากาศเหมือนละอองเสียงที่จางหาย
จิตรานิ่งไป “พี่...นั่นคืออะไรคะ?”
“จิตของเด็กที่ยังไม่อยากหยุดเล่น” เมฆาตอบ
“แต่ตอนนี้...เธอได้พักแล้ว”
วรุฒถอนหายใจ “พี่ครับ ผมขอพักด้วยคน ผมขอไปฟังหมอลำแทนได้ไหม เพลงผีมันกดดันเกินไป”
เมฆาหัวเราะ “ได้สิ แต่ระวังเจอหมอลำคลื่นต่ำ 19Hz ล่ะ”
จบตอนที่ 19 – คลื่นที่ไม่มีวันดับ
Next ตอนที่ 20 – เมืองที่ได้ยินเสียงเดียวกัน
เมื่อคลื่นสะท้อนเริ่มกระจายออกไปทั่วเมือง ผู้คนหลายคนเริ่ม “ได้ยินเสียงเด็กเล่นเปียโนในหัว” เมฆาต้องหาทางหยุดมัน ก่อนที่ทั้งเมืองจะกลายเป็นวงออร์เคสตราผี...