ณ ทุ่งหญ้าสายรุ้ง
ขณะที่บรรยากาศโดยรอบกำลังเย็นสบายแต่ชายชราในชุดแดงกลับวิ่งราวเป็หนูติดจั่น
เขาพยายามโคจรปราณในร่างเพื่อสมานแผลแต่ก็ไม่สามารถกระทำได้ตอนนี้ชายชรากำลังกรีดร้องอย่างกับคนเสียสติ
ลูคัสที่ยืนมองอยู่ทำท่าทางครุ่นคิดเหตุการณ์นี้อยู่เหนือขอบเขตความรู้ของตัวเขาเช่นกันเพราะั้แ่ทำพันธสัญญากับดาบมาตนก็ยังไม่เคยใช้ดาบฟันถูกใครมาก่อนเมื่อเพ่งมองดูที่าแของชายตรงหน้าอย่างละเอียดเขาก็ต้องหรี่ตาลงปราณของอีกฝ่ายถูกโอนถ่ายมาสู่ดาบดำเล่มนี้อย่างช้าๆ
หลังจากนั้นดาบดำก็แบ่งถ่ายปราณบริสุทธิ์ที่ได้รับกระจายไปสู่กล้ามเนื้อทั่วร่างของเขาโดยอัตโนมัติ
"ดาบเล่มนี้ดูดพลังปราณของศัตรูมาบ่มเพาะตัวเองและผู้ใช้"ความคิดนี้ดังอยู่หัวด้วยความตื่นเต้น
"หยุดมัน" หน้าท้องของชายชรายังมีควันสีดำระเหยออกมาอย่างน่ากลัวเขาเริ่มใช้ทักษะเคลื่อนไหวถอยห่างออกไปหลายเมตรทันที
"หืม"ลูคัสรู้สึกแปลกใจเหมือนดาบไม่สามารถดูดซับปราณจากฝ่ายตรงข้ามได้อีกแล้ว
"หรือจะมีระยะการดูดกลืนอยู่ด้วย"เด็กชายตัดสินใจพุ่งเข้าหาชายชราเพื่อลดระยะห่างของพวกเขาลง แต่กลับไม่เกิดผลาแของชายคนนั้นกลายเป็าแธรรมดาไม่มีไอสีดำระเหยออกมาอย่างที่เป็ในตอนแรก
ฉัวะ! ครั้งนี้แขนขวาชายชราโดนฟัน เมื่อถูกดาบโจมตีเข้ามีไอสีดำระเหยออกจากร่างเขาอีกครั้งทำให้ชายชรารีบใช้ทักษะเคลื่อนไหวถอยห่างจากออกเด็กชายทันที
"หนึ่ง สอง สาม สี่... เจ็ดสินะ"เขานับออกมาอย่างแ่เบาตอนนี้ลูคัสรู้ขอบเขตความสามารถของดาบคร่าวๆ แล้ว
หากดาบใหญ่สร้างาแให้กับศัตรูดาบจะสามารถดูดกลืนปราณบริสุทธิ์จากตันเถียนของอีกฝ่ายมาล่อเลี้ยงตัวเองและบ่มเพาะพลังของผู้ใช้ได้ยิ่งาแมีขนาดใหญ่เท่าไหร่ก็ยิ่งดูดซับได้เร็วมากขึ้นท่านั้น และมีขอบเขตอยู่ในระยะเจ็ดเมตร
หากเป้าหมายเคลื่อนที่หลุดออกไปจากระยะนี้ดาบจะไม่สามารถดูดซับปราณได้ แม้ฝ่ายตรงข้ามจะกลับเข้ามาในระยะแล้วก็ตาม
เขาอมยิ้มอีกครั้งแค่นี้ก็ดีถมเถไม่ควรโลภมากจนเกินไป
"เ้าใช้วิชามารอะไรทำไมปราณในร่างข้าจึงถูกสูบกลืน”ชายชราเริ่มบ้าคลั่งแล้ว
“อ๊าก”หลังจากสิ้นคำเขาก็ถูกลูคัสใช้ดาบฟันขาขวาจนขาดออกไอสีดำทะลักออกจากาแอย่างบ้าคลั่ง
ครั้งนี้เด็กชายเคลื่อนที่เกาะติดชายชราอย่างเหนียวแน่นไม่ยอมให้เขาออกไปจากระยะเจ็ดเมตรได้
“ดาบเล่มนั้นกำลังสูบปราณจากข้าไปมันคือดาบมาร!" ในที่สุดร่างของเขาเริ่มแฟบลงเหมือนลูกโป่งที่โดนปล่อยลมออกจนหมด
ดาบดำไม่ได้ดูดกลืนเพียงปราณแต่ยังดูดซับโลหิตและพลังชีวิตของอีกฝ่ายมาด้วยลูคัสจึงส่งเจตจำนงเพื่อสื่อสารกับดาบว่าตน้าเพียงปราณจากฝ่ายตรงข้ามเพื่อมาบ่มเพาะพลังเท่านั้นส่วนเืเนื้อกับพลังชีวิตมอบให้ดาบทั้งหมด
ดาบเล่มสีดำสั่นไหวอย่างตื่นเต้นราวกับมันรู้สึกชอบเงื่อนไขนี้เป็อย่างมาก
หลังจากดูดซับโลหิตและพลังชีวิตตัวดาบก็เปล่งประกายเงางามยิ่งขึ้น
ต่อไปนี้สหายมีชื่อว่า"ดาบมาร" ก็แล้วกัน คล้ายดั่งดาบสามารถรับรู้ได้มันสั่นเล็กน้อยเพื่อตอบรับ
เมื่อตรวจสอบร่างกายเขาก็ทึ่งกับผลลัพธ์เป็อย่างมากการหลอมกายชั้นที่สามสำเร็จเพิ่มขึ้นจากเดิมบ่มเพาะไปสองส่วนตอนนี้กลับเพิ่มเป็สามส่วนแล้วประหยัดเวลาฝึกฝนไปเกือบสองวันเต็ม
ความจริงเขาก็ไม่เห็นด้วยกับการฆ่าคนแล้ดูดพลังมาบ่มเพาะสักเท่าไหร่แต่หากคนที่ถูกฆ่าเป็คนชั่วร้ายแล้วละก็ตนก็ยินดีจะทำมัน
"ผ่านจะสู้ต่อเลยหรือไม่"
เด็กชายไม่ตอบกลับ ตนนั่งลงการโอนย้ายปราณเริ่มขึ้นอีกครั้งก่อนฝึกหมัดปรับพลังให้เสถียร
เมื่อเวลาไหลผ่านจนครบกำหนดนักสู้อีกคนก็โผล่มาครั้งนี้เป็ผู้หญิงเธอมีรูปร่างที่เย้ายวนเป็อย่างมาก
"พ่อหนุ่มน้อยอย่าทำอะไรพี่สาวคนนี้เลยพี่สาวยอมทุกอย่าง"เธอจงใจเผยหัวไหล่ออกมาให้เด็กชายเห็น
"ได้ทุกอย่างเลยเหรอครับ" ลูคัสทำเป็เคลิ้มก่อนเก็บดาบสะพายไว้ที่หลังเพื่อเป็สัญญาณว่าเขาจะไม่ทำร้ายเธอ
"ทุกอย่าง...ตามที่น้องชาย้า"เธอเดินโยกย้ายเข้ามาหาเขาอย่างเชื่องช้า
ในขณะที่ทั้งสองยืนห่างจากกันไม่ถึงหนึ่ง่แขนแต่แล้ว ฉึก! ดรรชนีทองคำถูกส่งทะลุแสกใบหน้าแสนสวยทันที
"ทะทำ..ไม" เธอทิ้งร่างกองกับพื้นก่อนสิ้นใจในบัดดลมีดสั้นในมือขวาร่วงสู่พื้น
ความจริงเธอคนนี้เตรียมมีดสั้นเอาไว้แล้วในมือขวาและในขณะที่เธอเดินเข้ามาใกล้ขึ้นหญิงสาวก็ได้เริ่มโคจรพลังปราณอัดเข้าไปในมีดสั้นอย่างแยบยล
แต่โชคร้ายที่คู่ต่อสู้ของเธอคือเขากระบวนท่ามวยแปดทิศบรรลุถึงขั้นสัจธรรมแล้ว (สูงสุด)
ลูคัสจึงอ่อนไหวกับพลังปราณเป็อย่างมากในรัศมีห้าเมตรไม่มีอะไรสามารถปกปิดเขาได้
ดาบสีเล่มสีดำถูกปักเข้ากลางลำตัวของศพหญิงสาวเป็ไปตามคาดดาบสูบปราณโลหิตและเืเนื้อมาอย่างรวดเร็ว
“สะดวกจริงๆ”เขายิ้มมุมปาก
"ผ่านจะสู้ต่อเลยหรือไม่" เสียงประกาศยังคงดังขึ้นตามเดิม
ลูคัสก็ยังคงทำเหมือนเช่นเคยโดยใช้เวลาอย่างคุ้มค่าที่สุดเขาบ่มเพาะต่อไปอย่างใจเย็น
"ถึงเวลาที่ต้องต่อสู้แล้ว"
วิ้ง...คราวนี้คนที่ก้าวออกมาคือ
"สวัสดี...พี่ชายมีเื่จะเล่าให้ฟังอยากฟังไหม" ชายท่าทางอัธยาศัยดีเดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเขามีแขนขวาเพียงข้างเดียว
ลูคัสถึงกับผงะเมื่อเห็นร่างนั้นคนตรงหน้าคือชายนักดาบแขนเดียวจากหมู่บ้านโรส
"พี่ชายตายไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ" ลูคัสถามเพื่อความแน่ใจ
"ตาย ตายเมื่อไหร่กันเราเคยพบกันด้วยเหรอ"ชายแขนเดียวยังคงยิ้มแย้มต่อไป
“การทดสอบของที่นี่เหมาะสมกับชื่อถ้ำสังหารจริงๆ “ เด็กชายเอ่ยก่อนส่ายศีรษะออกมา
ชัดเลยว่าชายแขนเดียวตรงหน้านี้ถอดแบบออกจากความทรงจำของเขามาอย่างไม่มีจุดผิดเพี้ยน
ถ้ำแห่งนี้เลือกคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดจากความทรงจำของผู้เข้ารับการทดสอบออกมาอย่างแน่นอน
เหงื่อเริ่มผุดขึ้นกลางใบหน้าของเด็กชายโชคดีแค่ไหนที่ศัตรูตรงหน้าไม่ใช่เ้าแก่ที่ชอบแหย่นกนั่นมิเช่นนั้นเขาคงต้องวางดาบลงอย่างละมุนละม่อมแล้วตายโดยไม่ต้องขัดขืน
"หนทางในโลกช่างคับแคบเจอกันอีกครั้งก็ดีแต่ครั้งนี้พี่ชายฆ่าผมไม่ได้ง่ายๆหรอกนะ" เขากระชับดาบใหญ่ในมือขวาพร้อมกลิ่นอายปรมาจารย์เริ่มแผ่ออกจากตัวเขาลูคัสจำเป็ต้องทุ่มด้วยทุกสิ่งที่มีเพื่อกำราบคนตรงหน้า
ชายแขนเดียวที่ดูไร้พิษสงจากที่อาจารย์ใหญ่เคยบอกไว้อีกฝ่ายอยู่ขั้นไนท์ระดับสูงซึ่งมีพลังกายใกล้เคียงกับตัวเขาในขณะนี้
เมื่อเห็นท่าทีของเด็กชาย"ว้า รู้ตัวเสียแล้วเหรอแบบนี้พี่ชายก็ต้องเอาจริงน่ะสิ"
ชายแขนเดียวชักดาบออกมาพร้อมพุ่งเข้าใส่ลูคัสทันที
ทักษะดาบที่รุนแรงกำลังจะถูกส่งออกมาเด็กชายยิงดรรชนีกัมปนาทออกไปหมายตัดจังหวะอีกฝ่ายที่กำลังพุ่งเข้าใส่แต่ไม่สำเร็จเขายังคงพุ่งเข้ามาพร้อมดาบในมือที่เรืองแสงสีทอง
ดาบเล่มใหญ่และเล็มเล็กปะทะเข้าหากันพื้นหญ้าไหม้เกรียมเป็แถบ
"น้องชายเองก็แข็งแกร่งไม่เบา"หลังจบประโยคชายแขนเดียวก็เริ่มส่งทักษะดาบที่รุนแรงกว่าเดิมออกมาอีกครั้ง
ตู้มมม! เสียงะเิดังก้องไปทั่วบริเวณ
การโจมตีระลอกนี้มีความรุนแรงสูงถึง 18 ดาวทำให้เด็กทนต้านรับเอาไว้ได้อย่างเต็มกลืน
วิชาดาบของชายแขนเดียวสูงกว่าตัวลูคัสที่ใช้เพียงวิชาดาบขั้นพื้นฐานอย่างไม่ต้องสงสัย
ขณะนี้ทุกทักษะที่มีของลูคัสถูกนำมาใช้จนหมดเด็กชายลอยตัวอยู่ในอากาศในท่าก้าวชมจันทร์ก่อนทิ้งตัวเตะกลางอากาศสามครั้งต่อเนื่องแต่ก็ถูกอีกฝ่ายป้องกันไว้ได้
“ย่า”หมัดเกลียวคลื่นถูกใช้ออกมาแต่ชายแขนเดียวก็ป้องกันก่อนฟันดาบสวนกลับ
เด็กชายสวนโจมตีออกไปครั้งนี้ดรรชนีทองคำเสียบเข้าไหล่ขวาของชายแขนเดียวแต่ก็ต้องแลกด้วยดาบฟันไหล่ขวาของลูคัสเช่นกัน
ขณะนี้ทั้งสองยืนฟาดฟันกันอยู่ในระยะประชิดโดยไม่พูดอะไร
เด็กชายวาดดาบสีดำออกไปในแนวขวางแต่ชายอีกฝ่ายก็รู้ทันและะโหลบได้อย่างทันท่วงที
“ฝ่ามือเทพีร้อยกระสวย” ด้วยฝ่ามือนี้ของลูคัสที่ซัดเข้าร่างอีกฝ่ายไปไปเต็มๆ ทำให้ชายแขนเดียวลอยออกไปหลายเมตร
ลูคัสจึงยิงดรรชนีกัมปนาทออกไปกว่าสิบสายแต่อีกฝ่ายก็หลบได้จนหมด
หลังจากนั้นพวกเขาก็ปะทะกันอีกหลายกระบวนท่ากลายเป็ว่าลูคัสถูกดาบของอีกฝ่ายฟันเข้าใส่ไปหลายแผล
เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงไหลผ่านไป
ขณะนี้เพลงหมัดอันแสนเชื่องช้าถูกปล่อยออกไปปะทะเข้ากับร่างของชายแขนเดียวอย่างจังแต่เขาเพียงกระอักเืเท่านั้นพลังโจมตีของลูคัสมีอยู่ 15 ดาวซึ่งไม่พอจะฆ่าเขาในการโจมตีเดียว
ดาบของชายแขนเดียวฟันเข้าที่น่องขวาของเขา
ลูคัสรู้สึกหนักใจทุกครั้งที่เขาโจมตีใส่อีกฝ่ายก็มักจะโจมตีคืนกลับมาได้เสมอ
ในที่สุดดาบสีดำเล่มใหญ่ก็ฟันถูกบริเวณ่เอวของชายแขนเดียวจนได้แต่รอยยิ้มของเด็กชายก็ต้องสลายไป
ไม่มีผลลัพธ์อะไรเกิดขึ้นดาบมารไม่สามารถดูดกลืนปราณจากร่างจากอีกฝ่ายได้ชัดเจนว่าร่างนี้เกิดจากเวทมนตร์จึงไม่มีพลังชีวิตหรือปราณให้ดาบดูดซับ
ความคิดในหัวของเด็กชายแล่นเร็วจี๋เขาจำเป็ต้องตรึงอีกฝ่ายไว้ให้ได้
"พี่ชายเรามาวัดกันในการโจมตีครั้งนี้เลยดีไหม"เด็กชายเก็บดาบก่อนยืนในท่าสบายๆ
"ได้สิวัดกันไปเลยก็ดี" ชายแขนเดียวตอบรับด้วยรอยยิ้ม
หลังจากนั้นปราณในร่างของชายแขนเดียวปะทุออกมาอย่างดุร้ายเขากำลังจะทำตามคำขอโดยปลดปล่อยการโจมตีที่แกร่งที่สุดออกมา
ลูคัสรู้สึกตกตะลึงตอนที่ชายแขนเดียวผู้นี้ไล่ล่าเขาในป่าตนยังไม่เคยพบเห็นการรวมปราณระดับนี้มาก่อนชัดเลยว่าสำหรับตัวเขาในตอนนั้นชายแขนเดียวคงไม่ต้องเอาจริงแต่อย่างใด
ผ่านไปหลายอึดใจทั้งสองทะยานร่างเข้าหากันดาบในมือขวาของชายแขนเดียวเสียบทะลุชายโครงขวาของเขาส่วนดรรชนีทองคำของลูคัสก็โจมตีไปยังบริเวณขาด้านขวา ของอีกฝ่ายเช่นกัน
ตอนนี้เืทะลักออกมาจากชายโครงของลูคัสราวกับกับเขื่อนแตก
เมื่อได้โอกาสบาทาคชสารถูกใช้ออกเมื่อฝุ่นจางลงหลุมใหญ่ปรากฏสู่สายตา
เด็กชายยืนนิ่งอยู่ในหลุมกว้างร่างของชายแขนเดียวหายไปชัดเจนว่าการต่อสู้ในครั้งนี้เขาเป็ผู้ชนะ
"ลาก่อนพี่ชาย” เขาพูดด้วยรอยยิ้ม
"ยินดีด้วยเ้าผ่านการทดสอบหากเลือกกลับออกไปทันทีหมู่ตึกที่นักเรียนอยู่จะได้รับสองหมื่นคะแนนหากเลือกสู้ต่ออีกครั้งแล้วชนะผู้เข้ารับการทดสอบจะได้ทักษะดาบระดับสูงเป็สิ่งตอบแทนโปรดตัดสินใจภายในสิบวินาที เก้า แปด เจ็ด..."
"เลือกทดสอบ" ลูคัสรู้แจ้งถึงจุดประสงค์ของถ้ำสังหารอีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยให้ผู้เข้าทดสอบมีเวลาพักฟื้นพลัง
หลังสิ้นคำกล่าว
เด็กผู้ชายผมดำในชุดผ้าฝ้ายก้าวออกมาอย่างเชื่องช้า
"สวัสดีลูคัส"
.