ผ่านไปอีกหลายวัน นอกจากแทะต้นไม้ที่ทำให้ผมรู้สึกตัวและใช้เป็รังนอนแล้ว ผมก็มีงานอดิเรกเพิ่มขึ้นหนึ่งอย่าง เนื่องจากอยู่ในสภาพเป็สัตว์น้ำใต้ทะเลมันจึงไม่มีเื่อะไรให้ทำนอกจากกินๆ นอนๆ เมื่อหลายวันก่อนตอนที่ใจนรีบร้อนทำรัง พออารมณ์กลับมาอยู่ในสภาวะปรกติก็เริ่มรู้สึกว่าการสร้างรังเล็กๆ นี้ของตัวเองมันก็ไม่เลวอยู่เหมือนกัน
เพราะแบบนั้นงานอดิเรกที่ว่าก็คือการตกแต่งสร้างรังอันแสนอบอุ่นสุขสบายนี้ของผมนั่นเอง เนื่องจากผมสร้างรังด้วยความรีบร้อนทำให้สภาพรังของผมค่อนข้างไม่เป็ระเบียบและมีจุดผิดพลาดมากมาย
อย่างแรกคือมันเด่นเกินไป…
ตอนแรกผมคิดว่ารังของผมเนียนพอที่นักล่าจะมองไม่เห็น ทว่าพอมายืนห่างๆ ดูแล้วมันกลับเด่นเกินไป อันที่จริงมันก็เนียนได้อยู่ หากว่ารอบด้านไม่ได้เป็พื้นทรายว่างเปล่าละก็นะ พอมีกองอะไรก็ไม่รู้นูนๆ ใต้กิ่งไม้ใบไม้มันก็ดูเด่นและแตกแยกขึ้นมาทันที
อย่างที่สองคือรังนี้เป็ทางตัน เข้าทางไหนออกทางนั้น
ถึงผมจะไม่รู้ว่าทำไมถึงคิดว่ามันไม่ดี ทั้งๆ ที่สัตว์ทั่วไปก็น่าจะทำรังแบบมีทางเข้าออกเดียว แถมตัวผมและรังของผมก็เล็กเกินกว่าที่สิ่งมีชีวิตอื่นจะพุ่งตามเข้ามาในรังของผมได้ ทว่าสมองส่วนเหตุและผลก็ระลึกและสั่งการณ์ให้เปลี่ยนมันหาก้าความปลอดภัยมากกว่านี้
อืม… มันไม่ใช่ว่ามีทางเข้าออกหลายทาง เท่ากับมีทางให้ศัตรูเข้ามาได้เยอะขึ้นหรอกหรือ?
เอาเป็ว่าผมจะค่อยๆ คิดเื่นี้ก็แล้วกัน ตัวผมเล็กและว่ายน้ำได้ค่อนข้างเร็ว เด้งตัวทีหนึ่งก็หายวับไปแล้ว ดังนั้นเื่นี้ยังไม่เป็ปัญหาใหญ่ เด้งหนีออกไปก็สิ้นเื่
อย่างที่สามคือรังของผมค่อนข้างจะคับแคบ
มันพอดีตัวจนเกินไป ถึงตัวของผมจะนุ่มนิ่มเป็เจลลี่จนมุดผ่านที่ไหนก็ได้โดยง่าย ทว่าหากวันหนึ่งผมตัวใหญ่ขึ้นจนยัดตัวเองไม่เข้าจะทำอย่างไร? หากถูกอะไรไล่ตาม ผมคงโดนกัดขาดครึ่งตรงส่วนที่โผล่พ้นเกินออกมารัง
ข้อนี้เป็เื่ใหญ่ที่ต้องแก้ไขโดยด่วน!
อย่างที่สี่คือผมต้องพ่นทรายซ้ำบ่อยๆ เพื่อให้มันเนียนไปกับพื้นทรายข้างๆ (ถึงแม้มันจะนูนขึ้นมาเป็ก้อนจนเด่นมากก็เถอะ แต่ผมก็ว่าว่าอย่างน้อยๆ ทรายมันก็ช่วยให้ก้อนหินที่วางเป็รูปทรงชัดเจนจนชี้ชัดว่ามีสัตว์มาทำรังดูเนียนปกปิดได้บ้างล่ะ!)
มันทำให้ผมต้องสละเวลาในการกินเ้าต้นไม้มาดูแลรังง่อยๆ ที่สร้างเพราะความตื่นตระหนก่สั้นๆ ของผม
ผมอยากจะทำรังแบบที่เสร็จแล้วเสร็จเลยไม่ต้องสร้างใหม่หลายรอบ หากต้องเติมแต่งก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด และดูโดดเด่นแบบจืดจางไม่เป็ที่สังเกต ไม่ใช่เป็ปลาเรืองแสงใต้ท้องทะเลมืดๆ แบบนี้
อย่างที่ห้าคือรังนี้ค่อนข้างจะ...ไร้ประโยชน์
พูดตรงๆ คือสถานที่ที่อาศัยอยู่ดูเหมือนจะมีผมเป็สัตว์นักล่าที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารเพียงตัวเดียว พูดง่ายๆ ก็คือไม่มีศัตรูทางธรรมชาติของผมแวะเวียนมาแถวนี้เลยสักตัว อธิบายแบบง่ายสุดๆ แบบลูกสัตว์พึ่งคลอดยังเข้าใจคือไม่มีสิ่งมีชีวิตตัวไหนสนใจจะแดกผม!
อ่า… ผมดีใจจนตื่นเต้นเกินไปหน่อยที่ชีวิตน้อยๆ ของผมจะยังไม่ถูกตัดจบง่ายๆ ในเร็วๆ นี้
เพราะแบบนั้นผมถึงได้บอกว่าตอนนี้รังของผมมันไร้ประโยชน์อย่างไรล่ะ! ในเมื่อไม่มีสัตว์นักล่า รังที่ใช้ซ่อนตัวจะซ่อนตัวผมได้ดีแค่ไหนก็ไร้ความหมาย
ทว่าหากมีสถานที่ที่ใช้ซ่อนตัวได้ไว้เผื่อไว้ก่อนก็ดีเหมือนกัน อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นในท้องทะเลอันกว้างใหญ่ สถานที่ที่ผมอยู่มันไม่ได้มีอาณาเขตหรือเขตแดนกั้นไว้ชัดเจน ไม่รู้ว่าสัตว์นักล่าที่กินผมเป็อาหารจะลอยเข้ามาแถวนี้เมื่อไหร่
ผมไม่รู้ว่าสิ่งมีชีวิตที่ว่านั่นจะมีตัวตนอยู่หรือไม่ ทว่าระแวงระวังตัวไว้ก่อนก็ดีกว่าไปนอนเสียใจอยู่ในท้องของเ้าสัตว์ในอนาคตตัวนั้น
ดังนั้นถึงตอนนี้รังของผมจะยังไร้ประโยชน์ ทว่ามันก็อาจจะมีประโยชน์ในอนาคตข้างหน้า ส่วนประโยชน์ของมันในตอนนี้ก็คงจะมีแค่ช่วยแก้เบื่อในยามที่ผมนึกครึ้มอยากขยับตัวออกกำลังกายต่อเติมหรือปรับปรุงรังแรกของตัวเอง
อันดับแรกของการปรับปรุงรังครั้งใหญ่คือการกลิ้งเอาหินจากที่อื่นมากองสุมรวมรอบๆ รัง ทำของที่คล้ายรังเก๊ปลอมๆ โดยเว้นระยะห่างไปทั่วๆ จนรังของผมไม่ดูโดดเดี่ยวและโดดเด่น ถึงจะทำให้พื้นรอบๆ ที่เคยสะอาดสะอ้านกลายเป็รกรุงรังไม่สวยงามเหมือนก่อน แต่มันก็ช่วยไม่ได้ เพราะผมก็ต้องเลือกให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของชีวิตน้อยๆ นี้ของตัวเองก่อน
รู้สึกผิดเหมือนกันนะที่มีความคิดแบบนี้ สนแต่ความสะดวกสบายของตัวเองมากกว่าผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำเห็นแก่ตัวอยากมีชีวิตรอด ทว่าโลกของสัตว์ก็เป็โลกที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่มีสิทธิ์รอดอยู่ก่อนแล้ว เป็การคัดสรรโดยธรรมชาติ มีวัฏจักรในตัวของพวกมันเอง
ผมที่เลือกทำตามสัญชาตญาณ ก็คงจะเหมือนๆ สิ่งมีชีวิตอื่นที่ใช้สัญชาตญาณของตัวเองเอาตัวรอด เพื่อที่จะมีชีวิต… เติบโต… สร้างชีวิตใหม่เพื่อสานต่อวงจรชีวิต คงความเป็ระบบนิเวศของที่ต่างๆ ไว้ไม่ให้ขาดตอนพังทลาย
แต่ก็เพราะแบบนั้นผมถึงได้กังวลและรู้สึกผิดกับการกระทำเห็นแก่ตัวในครั้งนี้ ด้วยเกรงว่าจะไปทำลายระบบนิเวศของพื้นที่ทะเลส่วนนี้จนสิ่งๆ ต่างถูกกระทบ
ผมไม่รู้ว่าการกระทำนี้จะส่งผลกระทบไปในทิศทางไหน การตื่นรู้ของผมจะสร้างความเสียหายหรือไม่ ทว่าจะดีหรือแย่ผมก็รู้สึกไม่ชอบใจทั้งนั้น เพราะหากมันส่งผลกระทบที่ดีออกมา ก็เท่ากับมีที่ไหนสักที่ที่ได้รับผลกระทบในทิศทางที่แย่
มันเป็ความสมดุลของธรรมชาติ... ที่จะปรับสมดุลด้วยตัวของมันเอง
ถึงกระนั้นรังง่อยๆ ของผมก็คง(น่าจะ)ไม่มีความสามารถมากพอที่จะไปสั่นะเืลือลั่นถึงใครอย่างยิ่งใหญ่ได้ และเพราะความคิดพวกนี้ที่จู่ๆ ก็ไหลเข้ามา ทำให้ผมเดาเอาว่าชาติที่แล้วผมจะต้องเป็พวกรักโลก ชอบคิดมากเป็แน่ มิฉะนั้นก็คงไม่คิดเื่พวกนี้ให้วุ่นวายจนรู้สึกผิด
ลึกๆ แล้วผมรู้… มันก็แค่คำอ้างเอ่ยปลอบใจตนเองเท่านั้น
รังเก๊ของผมเริ่มที่จะมีกุ้งหอยปูปลามุดเข้าไปใช้ประโยชน์ เพียงพริบตาเดียวที่ผมทิ้งร้างก็มีสิ่งมีชีวิตอื่นเข้าไปอยู่ก่อนคนสร้างเสียแล้ว
แต่ก็ช่างปะไร ผมไม่สามารถแยกร่างเข้าไปอยู่ได้ครบทุกรังเสียหน่อย ตอนนี้ก็ปล่อยให้พวกเขาอยู่อาศัยไปก่อน จะอย่างไรพื้นที่แห่งนี้ผมก็ยังไม่เห็นผู้ล่าหรือสิ่งมีชีวิตที่จะมาทำลายความสงบสุขของผม ดังนั้นมันก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของพื้นที่ทะเลส่วนนี้สักเท่าไหร่
รังหลักของผมยังคงเป็รังแรกที่ผมสร้าง อยู่ชิดติดกับเ้าต้นไม้อาหารหลักั้แ่ที่ผมรู้สึกตัวมีสติ ผมขยายรังของผมให้ด้านหลังกว้างออกไปอีก ขุดทรายด้านในออกมาให้ลึกเอียงเข้าไปข้างใต้ ทำเป็รูถ้ำลึกลงไปแล้วค่อยเอียงขึ้นไปบนพื้นทราย ทำทางออกเล็กๆ ด้านหลังโดยจะถูกปิดด้วยหินขรุขระยาวๆ ก้อนหนึ่ง ซึ่งหินก้อนนั้นผมสามารถใช้แรงดันเพียงนิดเดียวก็หลุดออก ใช้เป็ทางหนีทีไล่เผื่อฉุกเฉิน
-----------------
เื้ัการถ่ายทำ
-----------------
น้องทากทะเล : (ทำรัง ทำรัง แล้วก็ทำรัง)
ปลา ปู กุ้ง แถวนั้น : (ว่ายเข้าไปยึดที่)
น้องทากทะเล : แงๆๆๆ เค้าโดนขโมยรัง!
คนแต่ง : โอ๋ๆ นะลูก ให้พวกเขามาอยู่ก็ดีแล้ว คิดซะว่าเลี้ยงพวกเขาไว้เป็อาหารก็ได้
น้องทากทะเล : งั้นก็ต้องบำรุงให้มีสารอาหารครบถ้วน ถึงเวลาขึ้นเตาย่างจะได้เนื้อเด้งๆ หวานๆ