ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านใจกลางเมือง มีร้านค้ามากมายให้ผู้คนได้เลือกจับจ่ายใช้สอย ชายหนุ่มเพื่อนสนิทสองคนที่มีความสูงไล่เลี่ยพอกัน กำลังเดินเข้าร้านนั้น เดินออกร้านนี้อย่างเพลิดเพลิน วรินทรกับกรนันท์เป็เพื่อนสนิทกันั้แ่ตอนประถมด้วยความที่เมื่อก่อนบ้านอยู่ใกล้กันเลยทำให้สนิทกันไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด พอโตมา่เข้ามหาวิทยาลัย ครอบครัวของวรินทรก็ย้ายออกมาซื้อบ้านอยู่อีกที่ ซึ่งก็คือที่ปัจจุบันที่เขาอยู่ แต่เขาและกรนันท์ก็ยังคงติดต่อกันเป็ประจำแม้จะแยกย้ายกันไปทำตามความฝันของแต่ละคน เดินกันมาสักพักกรนันท์ก็ชวนเขาแวะเข้าช็อปเสื้อผ้าร้านประจำ ต่างคนต่างก็ช่วยเลือกเสื้อผ้าให้กันอย่างสนุกสนาน
"เราขอไปดูโซนนั้นก่อนนะ ไวน์ไปด้วยกันมั้ย" กรนันท์กล่าวชวนเพื่อนสนิท
"เดี๋ยวเราขอดูตรงนี้ก่อน แล้วเดี๋ยวตามไป" วรินทรตอบกลับ พร้อมกับเลือกจับดูเสื้อผ้าที่ตนเองสนใจ
"โอเค แล้วตามมานะ"
พอเลือกดูเสื้อผ้าที่ตนเองสนใจได้สักพักก็เลือกมาได้หนึ่งตัว เป็เสื้อเชิ้ตคอปก แขนสั้น สีชมพูอ่อน เสร็จแล้วก็เดินไปหาเพื่อนสนิทที่อยู่อีกโซน ระหว่างทางที่กำลังเดินไปหาเพื่อนสนิทนั้น วรินทรก็ได้ไปเห็นกระเป๋าสตางค์สีดำตกอยู่mujบนพื้น เขาคิดว่าน่าจะราคาแพงพอสมควร ดูได้จากสัญลักษณ์แบรนด์ที่มุมขวาล่างของกระเป๋า วรินทรเดินเข้าไปจะหยิบกระเป๋าสตางค์แบรนด์ดัง เพื่อที่จะนำไปให้ทางประชาสัมพันธ์ของห้างสรรพสินค้าประกาศตามหาเ้าของ ในขณะที่มือเรียวสวยกำลังจะหยิบกระเป๋าใบนั้น ก็มีมือแกร่งเข้ามาหยิบตัดหน้าไปซะก่อน มือเล็กชะงักค้าง ดวงตาคู่งามมองตามมือหนาที่เห็นเส้นเือย่างชัดเจนของชายหนุ่มร่างสูงสง่า เงยหน้าขึ้นมองสบเข้ากับั์ตาสีนิลทรงเสน่ห์ที่ชวนให้น่าหลงใหลคู่นั้น จมูกโด่งที่รับกับใบหน้านิ่ง เขาเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ผู้ชายคนนี้หล่อมาก วรินทรคิดในใจ
"จะทำอะไร" ผู้ชายร่างสูงกล่าวขึ้น
"คะ ครับ อะไรนะครับ" วรินทรหลุดจาภวังค์
"ฉันถามว่าจะทำอะไร หยิบกระเป๋าไปทำไม ขโมยหรอ" ผู้ชายคนนั้นกล่าวหาเขา
"ไม่ใช่สักหน่อย! ผมก็แค่เห็นมันตกอยู่ก็เลยจะเก็บไปให้ทางห้างประกาศหาเ้าของก็แค่นั้นเอง" วรินทรตอบกลับชายตรงหน้า ผู้ชายร่างสูงคนนั้นไม่ได้ตอบกลับอะไรเขามาอีก เพียงแค่ยืนมองเขาด้วยสายตานิ่งที่ตัวเขาเองก็คาดเดาไม่ถูกว่าคนตรงหน้ากำลังคิดอะไรอยู่
"มีอะไรหรือเปล่า" ชายหนุ่มหน้าสวยเดินเข้าถามผู้ชายคนตรงหน้าเขา
"ไม่มีอะไร เจอคนจะขโมยกระเป๋า" เขาพูดออกมาสีหน้าเรียบนิ่ง
"นี่! ก็ผมบอกแล้วว่าไม่ได้ขโมย อย่ามากล่าวหากันได้มั้ยครับ" วรินทรรีบตอบกลับทันที เขาไม่ใช่ขโมยสักหน่อย มากล่าวหาเขาได้อย่างไรกัน
"เกิดอะไรขึ้นไวน์" เพื่อนสนิทอย่างกรนันท์รีบเดินเข้ามาเขา คงเพราะเห็นเขายืนอยู่กับคนแปลกหน้าสองคน
"....."
"เอ่อ ถ้าอย่างนั้นต้องขอโทษแทนด้วยนะครับ น่าจะเป็เื่เข้าใจผิดกัน ขอโทษนะครับ" ผู้ชายหน้าสวยคนนั้นกล่าวคำขอโทษออกมา พร้อมกับดึงแขนผู้ชายร่างสูงหน้านิ่งคนนั้นแล้วเดินออกจากร้านไป
"ปล่อยได้แล้ว" ภาคินเอ่ยกับเพื่อนสนิทตัวเล็กของเขา ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับแดนเทพ
"เป็อะไรของคินอะ ปกติไม่เห็นจะยุ่งกับใคร แล้วนี่ไปยุ่งกับผู้ชายหน้าหวานคนนั้นทำไม" นภัสกร ชายหนุ่มหน้าสวยถาม
"เปล่านี่ ก็เขาจะเอากระเป๋าเราไป" ภาคินตอบหน้านิ่ง
"แหน่ะ เรารู้นะ" เพื่อนตัวเล็กของเขาเอ่ยตอบ พร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม
"รู้อะไร"
"ไม่บอกหรอก" พูดจบก็ทำหน้าทะเล้นใส่เพื่อนสนิทของตัวเอง
"เฮ้อ รีบไปซื้อของที่นาย้าได้แล้วภัส เดี๋ยวต้องไปที่อื่นต่ออีก" ภาคินเอ่ยถอนหายใจอย่างไม่จริงจังนัก เพื่อนตัวเล็กของเขาที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเมื่อวาน วันนี้ก็คะยั้นคะยอชวนให้เขาพามาซื้อของซะแล้ว แดนเทพก็ไม่ว่างคนรับจบก็คือเขาในวันนี้
BingBing SuSu
เมนูน้ำแข็งไสเกล็ดหิมะราดด้วยน้ำเชื่อมรสผลไม้ โรยหน้าด้วยสตรอเบอรี่สีแดงสดตั้งอยู่ตรงกลางโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมขนาดไม่ใหญ่มาก เพื่อนสนิททั้งสองคนนั่งตักทานกันอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมทั้งสลับกันพูดคุยแลกเปลี่ยนเื่ราวต่างๆ ของกันและกัน วรินทรก็ได้เล่าเหตุการณ์ที่เจอในช็อปเสื้อผ้าให้เพื่อนสนิทฟัง
"แต่ว่าหน้าเขาคุ้นมากเลยอะ ใช่คุณภาคินหรือเปล่านะไวน์" กรนันท์เอ่ยถามเพื่อนสนิทอย่างนึกสงสัย
"คุณภาคินไหนอะ เราไม่รู้จัก" ตอบกลับเพื่อนสนิทไปโดยที่เขาก็ไม่รู้จักจริงๆ
"ก็คุณภาคิน คณาเดช ที่รวยๆ CEO สุดหล่อที่เขาพูดๆ กันอะ ตัวจริงนี่หล่อสุดๆ ไปเลย"
"เขาหล่อแต่เขานิสัยไม่ดีอะ" วรินทรเบะปากบอกกับเพื่อนสนิท
"เอาน่า ไหนๆ เขาก็ขอโทษเรามาแล้ว" กรนันท์ปลอบเพื่อน
"เขาขอโทษเราที่ไหนกัน แฟนเขาต่างหากที่ขอโทษเรา"
"หืม ทำไมเสียงกร่อยจัง อย่าบอกนะว่าแอบชอบเขาอะ แบบจังหวะตกหลุมรัก ปิ๊งๆๆ งี้" กรนันท์เอ่ยแซวเพื่อนสนิท
"บ้า! เขามีแฟนแล้วนะกร ไม่ได้ชอบสักหน่อย ไม่อยากเจอด้วย" เขาตอบกลับเพื่อนสนิทออกไป
แต่มันก็จริงอย่างที่เพื่อนเขาว่า เขาตกหลุมรักคนนั้นเพียงแค่สบตา แต่แล้วยังไงล่ะ ก็เจอกันแค่ครั้งนี้ใช่ว่าต่อไปจะเจอกันอีก พลางใช้ช้อนด้ามยาวตักเนื้อบิงซูเข้าปาก พลันสายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับสายตาคู่คมคู่นั้น ที่นั่งโต๊ะห่างจากเขาไปสี่โต๊ะ วรินทรรีบหลบสายตาพร้อมกับนั่งตักบิงซูเข้าปากอย่างเงียบๆ
"นึกยังไงถึงชวนเข้าร้านบิงซูเนี่ย คินบ้าไปแล้ว ช่วยด้วย" นภัสกรเอ่ยปากถามเพื่อน
"เปลี่ยนบรรยากาศไง หรือภัสไม่ชอบ" ปากก็พูดตอบเพื่อน แต่สายตาก็มองไปที่โต๊ะห่างออกไป
"ชอบสิ แต่แปลกไปหมด แล้วนี่คินจะกินอันไหนอะ เอาอันนี้มั้ย" เปิดดูเมนู พร้อมกับเอ่ยปากถามเพื่อนสนิท เมื่อไม่ได้รับเสียงตอบรับจากเพื่อนร่างสูง นภัสกรก็เงยหน้าจากเมนูขึ้นมามองว่าเพื่อนของเขาทำอะไรอยู่ ก็พบว่าสายตาเพื่อนของเขามองไปที่โต๊ะด้านหน้าที่ห่างออกไปสี่โต๊ะ เขาจึงลองหันหลังไปดูบ้าง
"รู้แล้วว่าทำไมถึงชวนเข้าร้านนี้" นภัสกรเตรียมพร้อมที่จะแซวเพื่อนหน้าหล่อของเขา
"อะไร" ภาคินละสายตาจากวรินทร แล้วหันมามองเพื่อนตัวเล็กของตนเอง
"ก็คินไง เห็นคนนั้นอยู่ในร้านนี้ก็เลยชวนเราเข้ามาถูกมะ สนใจเขาล่ะสิ ฮั่นแน่" นภัสกรเอ่ยแซว พร้อมกับชี้นิ้วท่าทางน่ารักใส่เพื่อนตัวโต
"ไม่ใช่สักหน่อย รีบๆ เลือกเมนู จะได้รีบกินรีบเสร็จ" ภาคินตัดบทสนทนาเพื่อให้เพื่อนตัวเล็กหยุดแซวเขา
ท่าทางที่เพื่อนตัวเล็กแซวภาคินเมื่อสักครู่ ถ้าไม่ได้ฟังบทสนทนา คนนอกก็อาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็คู่รักที่พูดคุยหยอกล้อกันทั่วไป เหมือนที่วรินทรมองแล้วเข้าใจว่าแบบนั้น
เช้าวันต่อมา เ้าของร้านคาเฟ่อย่างวรินทรก็ได้เข้ามาเปิดร้านตามปกติ ตลอด่สายไปจนถึง่เที่ยงลูกค้าเข้ามาที่ร้านอย่างไม่ขาดสาย แต่พอพ้น่บ่ายโมงไปแล้วลูกค้าเริ่มน้อยลง ทั้งเขาและพนักงานต่างก็ได้มีเวลาให้นั่งพัก
~~ กรุ๊งกริ๊ง กรุ๊งกริ๊ง ~~
เสียงกระดิ่งที่ประตูดังขึ้น พร้อมกับชายหนุ่มหน้าสวยคนที่เขาเจอที่ห้างเมื่อวาน เดินเข้ามาที่หน้าเค้าท์เตอร์ เตรียมพร้อมที่จะสั่งเมนู
"สวัสดีครับ เอาลาเต้ โอ๊ะ คุณ! ที่เราเจอกันที่ห้างเมื่อวานใช่มั้ยครับ"
"อ่า ใช่ครับ รับอะไรดีครับ" เขายิ้มตอบกลับไป
"เอาลาเต้ปั่น 1 แก้ว กับบราวนี่ชิ้นนี้ กลับบ้านครับ"
"ได้ครับ เดี๋ยวเชิญนั่งรอที่โต๊ะได้เลยครับ ไวน์ทำเสร็จแล้วจะเอาไปให้ครับ" วรินทรเอ่ยบอก พร้อมกับรับออเดอร์และคิดเงินอย่างคล่องแคล่ว
"ลาเต้ปั่น กับบราวนี่ได้แล้วครับ" วรินทรนำเครื่องดื่มและเบเกอรี่มาให้นภัสกร
"ขอบคุณครับ นี่ร้านคุณหรือครับ ภัสชอบมากเลย ร้านน่ารักมาก" นภัสกรบอกกับเ้าของร้าน พลางหยิบลาเต้ปั่นขึ้นมาดูด
"ลาเต้ปั่นก็อร่อยมาก! เดี๋ยววันหลังภัสต้องชวนแฟนมาบ้างแล้ว รายนั้นเขาชอบลาเต้เหมือนภัสเลย" พูดจบก็หันมายิ้มกว้างให้เ้าของร้านอย่างเป็มิตร
"ขอบคุณนะครับ ถ้างั้นไวน์ขอตัวก่อนนะครับ" พูดจบวรินทรก็เดินไปยืนที่หน้าเค้าเตอร์แคชเชียร์เหมือนเดิม