“เ้าชายแห่งความมืดเป็องค์รัชทายาทแห่งบารามอส ผู้ที่เชื่อว่ามีพลังเทียบเท่าท่านจ้าวเอวิเดส สามารถร่ายเวทย์มนต์ได้ดังใจนึก อีกทั้งเพลงดาบที่ยอดเยี่ยม มีชื่อเสียงทั้งทางเวทย์และทางดาบ แต่ยังไม่เคยมีใครเคยเห็นองค์ชายมาก่อน นอกจากเดมอสแล้ว ถ้าทรงเสด็จมายังเอเดน มักจะสวนหน้ากากปิดบังใบหน้าเสมอ” คำอธิบายจากใครไม่ได้ โร เซวาเรส ขอทานผู้รอบรู้ ทำให้ทุกคนพยักหน้าตาม แต่ทำให้สองพี่น้องเกรเดเวลต้องหันไปมองคนพูดอย่างพิจารณา
“อย่างที่นายพูด โร แต่อีกอย่างที่นายไม่รู้ก็คือ เ้าพี่เป็เ้าแผนการที่มีความสามารถในเชิงกลยุทธ์มากกว่าในเชิงต่อสู้”
“เก่งขนาดนั้นเชียว น่าเสียดายที่นายนั่นไม่อยู่ที่นี่” ว่าแล้วแองจี้ก็ขยับไม้ขยับมือ หัวขโมยถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็พอทำให้น้องสาวที่นั่งตรงข้ามสังเกตเห็น หันไปยิ้มรู้ทันส่งให้
“ถ้าพูดถึงเ้าชาย เฟริน นายก็เข้าขั้นเหมือนกันน่ะ”
คำเกริ่นของโร เรียกคิ้วขมวดจากทุกคน
“อีตาหมอนี้เนี่ยน่ะ บู๊ก็ไม่ได้ เวทย์ก็ไม่เป็ ถึงหมากรุกจะเก่งจริงก็เหอะ” คำสบประมาด จากปากสาวน้อยคู่ปรับ ทำให้เฟรินแยกเขี้ยวขวับทันที ก่อนมวยจะก่อขึ้น คาลิน่าก็ขยับยิ้มนิด ๆ
“หายตัวได้ดังสายลม ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจาง ๆ และใบหน้าคมคายใต้แสงจันทร์” คาลิน่าแตะที่บ่าชายหนุ่มที่ยิ้มรับเบา ๆ ก่อนส่ายหัวอย่างอ่อนใจ “เ้าชายหัวขโมย”
เสียงหัวเราะเบา ๆ เฟรินขมวดคิ้วเล็กน้อยสักพักก็หัวเราตามบ้าง ก่อนจะลุกขึ้นบิดี้เี เฟลิโอน่าพยักหน้าให้อย่างเข้าใจ เสียงระฆังยอดปราสาทก็ดังขึ้น เหล่าทโมนที่กระจัดกระจายเข้าไปในป่าก็ทยอยกันกลับมารวมกลุ่มที่หน้าปราสาทเช่นเดิม
เหล่าทโมนถูกสั่งให้ล้างถัง ผ่าฟืน ขนน้ำอีกหลายต่อหลายรอบ จนอดสงสัยไม่ได้ว่าไอ้เ้าเพื่อนตัวดีจะหลอกใช้พวกเขารึป่าว ยิ่งนานมันยิ่งรวมด่านหลบหินให้พวกเขาเข้าไปด้วย ยิ่งพักหลัง ๆ เ้าหญิงผู้คุมอีกคนกลับมาใช้พวกเขาเป็เป้าฝึกความแม่นยำร่วมเข้าไปด้วยอีก ยิ่งเข้าไปแล้วใหญ่ ทำให้เหล่าทโมนจำการฝึกเหล่านี้ไปอีกนาน
พวกเขาต้องเข้าโปรแกรมการฝึกกันสี่วันติด เช้าตรู่ก็ออกวิ่งตามทางที่หัวขโมยพานำ ทดสอบด่านต่าง ๆ ที่หัวขโมยพาทัวร์เช่นเดิม ตกเย็นก็เจอกระจกเงาทมิฬส่งตรงจากเดมอส โดยเ้าหญิงแดนปีศาจจนต้องเหนื่อยหอบแทบลากเื หัวถึงหมอนก็หลับเป็ตาย
วันนี้ก็เป็วันสุดท้ายของการฝึก ตามที่เฟรินผู้นำการฝึกเล่าให้ฟังก็คือมิตินี้เป็มิติคู่ขนานกับโลกที่อยู่ หนึ่งวันข้างนอกเท่ากับที่นี่ห้าวัน ทำให้เหมาะแก่การฝึกที่สุด
“ฉัน้าให้แต่ละตำแหน่งจับคู่กับปะฝีมือ คาโล ทดสอบกับฉัน มาทิลด้ากับ เฟริน” เฟลิโอน่าอธิบายพร้อมไปช่วยเฟรินกางวงเวทย์ (เฟรินวางเวทย์เอาไว้ เฟลิโอน่าร่าย)
การทดสอบตำแหน่งเบี้ย พวกทโมนรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของตนเองได้อย่างชัดเจนจนน่าทึ่ง ทั้งความเร็วและความแรง จังหวะและท่วงท่า แม้แต่พวกมาทิลด้ายังอดชื่นชมโปรแกรมการฝึกที่หัวขโมยออกแบบไม่ได้
ตำแหน่งเรือ เจคสามารถชนะโคลว์ได้ในวินาทีสุดท้ายก่อนจะล้มตามลงไป ตำแหน่งม้า ครี้ดชนะเดทได้อย่างยอดเยี่ยม บิชอบเป็ความชนะของเ้าหญิงแดนนักรบที่ชนะแม่มดสาวได้อย่างเยือกเย็น
การปะทะที่น่าสนใจที่สุด การปะทะระหว่างหัวหน้าชั้นปีชายหญิงทั้งสอง คนนึงก็เป็เ้าชายแดนนักรบผู้แสนเยือกเย็น ส่วนอีกคนเป็ถึงธิดาแห่งความมืด ผู้มีพลังเวทย์น่าเกรงขาม
ร่างสูงของเ้าชายแดนนักรบก้าวไปยืนรออย่างสง่าบนลานกว้าง เฟลิโอน่ากระซิบบางอย่างกับ เฟรินสักพักใหญ่ก่อนจะก้าวไปยืนประชันหน้ากับชายหนุ่ม
“ไม่นึกว่าจะต้องเจอกับนายเร็วขนาดนี้ คาโล”
ร่างบางเอ่ยบทสนทนายิ้ม ๆ เรียก คฑาประจำตัวเข้ามือ คาโลไม่ตอบใด ๆ เพียงมองใบหน้าหญิงสาวนิ่ง ๆ ก่อนเรียก คฑาเข้ามือเช่นเดียวกัน
“วีกัสย่า”
ฝูงหมาป่าน้ำแข็งเขี้ยวยาวกระหายเื พุ่งกระโจนออกไปตามคำสั่งผู้เป็นายด้วยความรวดเร็ว ชั่ววินาทีที่เหล่าหมาป่าจะได้ขย้ำเนื้อบาง ๆ ของเป้าหมายก็แปรสภาพกลายเป็ไอ หมอกควันของไอเย็นกระจายตรงหน้าหญิงสาว
“การแปรธาตุ เวทย์คาโลคือน้ำแข็ง คือสายธาตุน้ำที่ถูกความเย็นก่อตัวขึ้น ส่วนเฟลิโอน่าตามคุณสมบัติของธาตุคือความมืด หากแปรธาตุความมืดเป็การกัดกร่อนก็จะเป็อย่างที่เห็น” โรวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใจเย็น
การแปรธาตุสำคัญที่การวิเคราะห์และตัดสินใจ ตัดสินใจเร็ว ร่ายเวทย์ด้วยจิตด้วยความนิ่ง ฝีมือของเฟริน เขาก็พอจะได้เห็นลาง ๆ ว่าน่ากลัว แต่กับเธอคนนี้ รับรู้ถึงความเด็ดขาดได้อย่างชัดเจน สองพี่น้องเกรเดเวล...ทายาทปีศาจเดมอส
เสียงร่ายมนต์จากปากบางดังขึ้นเบา ๆ คล้ายบทเพลง ท้องฟ้าที่เคยสว่างแจ่มใสพลันมืดครึ้มแปรปรวน ก้อนเมฆเคลื่อนตัวเป็กลุ่มก้อนทมิฬอย่างรวดเร็ว ฟ้าส่งเสียงร้องคำรามอย่างน่ากลัว พายุพัดโหมกระหน่ำแทบทรงตัวไม่อยู่ด้วยฤทธิ์เดชของเมจิคปริ๊นเซสแดนเดมอส
ร่างสูงขมวดคิ้วเล็กน้อย ปราดมองหญิงสาวตรงหน้าดุ ๆ คฑาประจำตระกูลปักสวบบนลานกว้าง เวทย์ถูกร่ายอย่างช้า ๆ จากพ่อมดปีศาจแห่งคาโนวาล
พายุที่พัดอยู่ค่อย ๆ หมุนย้อนกลับจนสงบลงในที่สุด พร้อมกับบรรยากาศเย็นเยือกที่เข้ามาแทนที่ เกล็ดหิมะค่อย ๆ โปรยปราย ยิ่งผสมกับไอทมิฬของหญิงสาว ยิ่งที่ให้บรรยากาศทั้งมือทั้งหนาวสะท้าน แก้วน้ำชาในมือหัวขโมยตกลงพื้นแตกเป็สองซีก มนต์สะกดของสองจอมเวทย์แตกสนิท เฟลิโอน่าลอบถอนหายใจ พร้อมถอนมนต์ของตนกลับเป็ปกติ
“พลังเวทย์แข็งแกร่ง การตัดสินใจเด็ดขาด แต่ใจอ่อนไปนิด ขืนอยู่ในสนาม นายอาจโดนรุกฆาต”
เฟลิโอน่าวิเคราะห์เวทย์ของคาโลพร้อมกับเดินลงจากลานกว้าง คาโลมองหญิงสาวอย่างไม่เข้าใจ แต่พอหางตาหันไปเห็นพี่ชายของหญิงสาวกำลังส่งสายตาดุใส่ จึงพอเข้าใจเื่ราวต่าง ๆ ทันที จึงยอมถอนเวทย์ออกเสียโดยดี
เหล่าทโมนทำท่าจะโวยแทนแต่ในเมื่อเ้าชายเ้าของคดีไม่ว่าอะไร จึงยอมเลิกรา ถึงแม้ว่าศึกของเ้าชาย เ้าหญิงจะค้างคาใจอยู่ก็ตามที แต่คู่ต่อไปก็น่าสนใจอยู่ไม่แพ้กัน
หัวขโมยปะทะเ้าหญิง อเมซอน
เฟรินประทะมาทิลด้า
เฟลิโอน่าเดินไปตรวจอาการของหัวขโมยและกระชับบางอย่างก่อนขึ้นสนาม ซึ่งใช้เวลานานพอสมควรกว่าเ้าตัวดีจะยอมทานยาบำรุงที่เ้าหล่อนชงให้ เดือดร้อนถึงนางพยาบาลรักษาพระองค์ต้องไปถวายการรักษาให้กับคนไข้แทน
มาทิลด้ามองร่างสูงสมส่วนของเพื่อนหัวขโมยที่มีดีเกินกว่าที่เ้าตัวอวดอ้างเอาไว้ แม้หลายต่อหลายครั้งที่คนตรงหน้าฉากประกายออกมา ก็มักจะโดนความกระล่อนกลบจนมิดกลับเข้าไปทุกที จนไม่ได้เห็นฝีไม้ลายมือจริง ๆ จัง ๆ ของชายหนุ่มสักครั้ง
“เว้ย อย่าทำหน้าน่ากลัวงั้นซี...มาทิลด้า เย็น ๆ ไว้ เย็นๆ”
เฟรินเอ่ยกลั้วหัวเราะ ค้อมหัวให้หญิงสาวเล็กน้อยตามมารยาทพร้อมเรียกดาบเรียวยาวประจำตัวเข้ามือ
“ถ้าไม่เอาจริง คงดึงความสามารถที่แท้จริงของนายออกมาไม่ได้ รับมือ”
ไม่ทันสิ้นเสียง ดาบหนาก็พุ่งสวบเข้าหาชายหนุ่มตรงหน้าหมายเอาชีวิต เฟรินสะดุ้งเฮือก ถอนหายใจเบา ๆ ปลงตกกับชีวิต ไอ้รายการสู้กับผู้หญิงเนี่ย ไม่ว่าเมื่อไรก็ไม่เคยชินเลย ให้ตายเหอะ
เฟรินแตะเท้าเบา ๆ เอี้ยวตัวหลบออกไปให้พ้นทางดาบ
“อย่าเอาแต่เล่น รับมือ”
มาทิลด้าเอ่ยอย่างจริงจังเมื่อหัวขโมยมัวแต่หลบไปหลบมาอย่างกับลิง เฟรินยิ้มกว้างรับคำท้า แตะเท้าเบา ๆ หลบคมคาบพุ่งปราดเข้าประชิดตัวหญิงสาวคว้าหมับเข้าอ้อมกอด เรียกความชะงักจากสาวเ้า และเสียงผิวปากจากผู้ชม
“สู้กับสาวงามเนี่ย... ปวดใจชะมัด”
มาทิลด้าถีบตัวกลับหลังหันมาฟาดเต็มแรงใส่ผู้อุกอาจ แรงดาบทำให้ผู้ตั้งรับถึงกับทรุดเข่าลงกับพื้นสนาม เบ้หน้า
มาทิลด้าพุ่งตัวเข้าไปใหม่หายจะฟาดซ้ำ แต่ชายหนุ่มกลับตีลังกาม้วนกลับหลังหลบคมดาบได้เฉียดฉิว
“นายมันก็แค่คนขี้ขลาด ใช้ข้ออ้างปิดบังความอ่อนแอ”
คำสบประมาณแปรเปลี่ยนสายตาขี้เล่นซุกซนให้คุกกรุ่นขึ้นเล็กน้อยพอให้เห็นแค่หญิงสาวตรงหน้า แต่ไอทมิฬที่แผ่ออกมาจาง ๆ ไม่อาจพ้นสายตาเหล่าจอมเวทย์ทั้งหลายที่ยืนดูอยู่ได้
“แล้วนายก็เอาจริงได้สักที”
“แล้วเธอจะต้องเสียใจ มาที่”
กระแสดาบถูกเปลี่ยนทิศอย่างที่ทำให้เืของผู้ชมพลุกพล่านเต้นร่าอยากะโเข้าร่วมการต่อสู้ การรุกการรับเป็ไปตามทำนองเพลงที่ชายหนุ่มร่ายรำด้วยความเพลิดเพลินราวกับกำลังคุมวงดนตรี ขนาดใหญ่ทั้งวงไว้ในกำมือ บุกหนักราวโหมโรง รับพลิ้วไหวดังดนตรีคลาสสิก
ร้ายอย่างที่หมอนั่นพูดไว้ไม่มีผิด
ความรู้สึกกลัววิ่งสู่มาทิลด้าอย่างไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตของเธอ เรี่ยวแรงเริ่มอ่อนล้า เธอถูกหัวขโมยตรงหน้าพาไปตามกระแสดาบของเขา ราวกับว่าพวกเธอกำลังเต้นรำด้วยกันและฝ่ายชายเป็ผู้นำ เพลงดาบสุดท้ายมาเยือน มือหมาฉุดร่างบางเข้าชิดอกแกร่ง ดาบบางปัดดาบหน้าในมือหญิงสาวทิ้งอย่างง่ายดาบ ส่วนดาบในมือเขากำลังพาดคอของเธออย่างสมบูรณ์ ไม่มีข้อขัดแย้ง
เสียงปรบมือดังเกรี้ยวกราว เรียกสติของมาทิลด้ากลับมา เฟรินคายอ้อมแขนออกโค้งรับเสียงตบมือหน้าบาน มาทิลด้าถอนหายใจเฮือกลงไปสมทบกับเหล่าเพื่อนสาว
“มีฝีมือนี่หว่า วันหน้าต้องลองปะดาบด้วยสักยกสองยก”
ว่าจบมือกร้านของนักรบตาเดียวก็ตบลงบนไหล่ของเพื่อนหนุ่ม ก่อนร่างนั้นจะล้มลงตามแรงมืออย่างว่าง่าย โชคยังดีที่ คิลกับครี้ดอยู่ใกล้พอจะคว้าไว้ได้ทัน
ร่างหนาสลบแน่นิ่งไร้สติ หน้าซีดเซียว ลมหายใจติด ๆ ขัด ๆ ตัวร้อนจี๋จนน่าเป็ห่วง มิติบิดเบือนกลับ ลานฝึกกลายเป็ห้องนั่งเล่นชั้นปีเช่นเดิม
“พา เฟรินกลับห้อง”
สุรเสียงเคร่งเร่งให้หนุ่ม ๆ ปฏิบัติตามคำสั่งทันที
................................................................................................