เคล็ดคชสารวิญญาณมังกร

    เล่มที่ 2 บทที่ 35 ขอตัวถังเหล่ย

             “ใต้เท้า โปรดแก้แค้นให้ชิงเอ๋อร์ด้วย!”

            ในโถงหลักตระกูลตงฟาง ตงฟางป้าเทียนกำลังขอร้องเฮยฉานฉู่เรื่องตงฟางอวิ๋นชิงที่ถูกถังเหล่ยสังหาร ตอนนี้เขามีเป้าหมายเพียงอย่างเดียว ก็คือการกวาดล้างตระกูลถัง

            เฮยฉานฉู่ก็คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ตงฟางอวิ๋นชิงคือศิษย์ที่เขาสั่งสอนมากับมือ ยิ่งความสำเร็จในอนาคตที่ไม่น้อยไปกว่าศิษย์คนโตของเขาด้วย

            แต่ตอนนี้ตงฟางอวิ๋นชิงกลับต้องมาตายด้วยฝีมือของถังเหล่ย เฮยฉานฉู่โมโหมาก เขาไม่ได้โกรธที่ตงฟางอวิ๋นชิงตาย แต่เขาโกรธที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจกับตงฟางอวิ๋นชิงไปมาก แต่ยังไม่ทันได้รับผลตอบแทน กลับถูกถังเหล่ยสังหารเสียแล้ว

            ตระกูลถังต้องชดใช้บัญชีแค้นนี้!

             “วางใจเถอะ เจ้าไปเรียกรวมพลองครักษ์ตระกูลตงฟางมา คืนนี้เราจะไปโจมตีจวนตระกูลถังกัน!”

            เฮยฉานฉู่นัดกับเยียนหลิงซานไว้แล้ว ไม่ว่าในงานแข่งขันวันนี้ถังเหล่ยจะชนะหรือไม่ คืนนี้ล้วนต้องกวาดล้างตระกูลถัง

            อยู่ๆ คนสนิทของตงฟางป้าเทียนเดินเข้ามากระซิบข้างหูของตงฟางป้าเทียนหลายประโยค

             “ใต้เท้า ตระกูลหวังส่งข่าวมาว่า พวกเขาไม่คิดจะเข้าร่วมการเคลื่อนไหวครั้งนี้แล้ว เพราะพวกเขาตรวจสอบพบว่าชายหนุ่มชุดดำที่สังหารศิษย์ตระกูลหวังคือคนของเรา”

            นี่คือข่าวที่ตงฟางป้าเทียนไม่อยากได้ยินอย่างยิ่ง ถึงแม้หลายปีมานี้พลังของตระกูลถังจะตกต่ำลงมาก แต่ถึงอย่างไรตระกูลถังก็เคยเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดของเมืองอวิ๋นหลิว คิดจะกำจัดตระกูลถังยังต้องการผู้ช่วยอีกมาก

             “ไม่เป็นไร หลังจากกำจัดตระกูลถังแล้ว ตระกูลหวังก็หนีไม่พ้น!”

            เฮยฉานฉู่กล่าวอย่างเย็นชา

            ตระกูลซินยินดีเข้าร่วมการเคลื่อนไหวในคืนนี้ ถึงอย่างไรถังเหล่ยก็สังหารศิษย์ตระกูลซิน ‘ซินเย่ว’ บนลานประลอง ตอนนี้ผู้นำตระกูลซินอยากฉีกถังเหล่ยเป็นหมื่นๆ ชิ้นเช่นกัน

            จากนั้นองครักษ์ทั้งตระกูลตงฟางก็เริ่มเตรียมตัว เฮยฉานฉู่พาศิษย์คนโตเฮยเซียจื่อออกจากตระกูลตงฟาง

            งานแข่งขันหวู่เต้าเพิ่งจบลง ทั้งเมืองอวิ๋นหลิวจึงยังอยู่ในความคึกคัก ทุกคนล้วนพูดคุยถึงเรื่องผู้ชนะอันดับหนึ่งในงาน ถังเหล่ยไม่เพียงแข็งแกร่ง ทั้งยังกำจัดศิษย์ของตระกูลอื่นได้อีกด้วย เกรงว่าตระกูลตงฟางกับตระกูลซินคงไม่ยอมแน่

            ขณะที่เฮยฉานฉู่กับเฮยเซียจื่อกำลังเดินเข้าไปในตรอกซอยมืดแห่งหนึ่งในเมืองอวิ๋นหลิว ด้านหน้าปรากฏเงาคนเลือนรางกำลังรอพวกเขาอยู่

             “เฮยฉานฉู่ ศิษย์พวกนั้นของเจ้าไร้ค่าจริงๆ แค่ถังเหล่ยก็จัดการไม่ได้”

            คนในเงามืดเดินหน้าออกมาสองก้าว ปรากฏเป็นใบหน้าของเยียนหลิงซาน

             “เยียนหลิงซาน อย่าคิดว่าข้าไม่อยู่ที่งาน แล้วจะไม่รู้สถานการณ์บนลานประลอง ทั้งที่เจ้าจบการแข่งขันก่อนได้ แต่กลับปล่อยให้ศิษย์ของข้าถูกสังหาร!”

            น้ำเสียงของเฮยฉานฉู่แฝงไปด้วยความโกรธ

            ตอนนั้นตงฟางอวิ๋นชิงขอยอมแพ้แล้ว ถ้าเยียนหลิงซานออกมาประกาศจบการแข่งขัน อย่างน้อยเขาอาจยังรักษาชีวิตเอาไว้ได้

            แต่เยียนหลิงซานที่กำลังชมเรื่องสนุกอยู่ในตอนนั้นจะหยุดการแข่งขันไปทำไม? หากศิษย์ของเฮยฉานฉู่ตายไปแล้วเกี่ยวอะไรกับเขา?

             “คืนนี้ข้าจัดงานเลี้ยงที่จวนเจ้าเมือง และเชิญถังเหล่ยกับถังจงเวยมาแล้ว สมบัติของตระกูลถังเป็นของเจ้า ถังเหล่ยเป็นของข้า แบ่งแบบนี้ดีหรือไม่? ข้าถอยให้หลายก้าวแล้วนะ ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากได้แค่สมบัติหรอกหรือ? ถ้าเช่นนั้นสมบัติก็ให้เจ้าแล้วกัน!”

            เยียนหลิงซานกล่าวด้วยรอยยิ้มกว้าง เพียงแต่เป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวนัก

             “เจ้าต้องการวิญญาณยุทธ์ระดับนภาของถังเหล่ยรึ!”

            เฮยฉานฉู่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ เยียนหลิงซานเป็นใครกัน? เขาจะยอมเสียเปรียบได้เยี่ยงไร?

            ในเมื่ออีกฝ่ายยอมยกสมบัติให้ แสดงว่าเยียนหลิงซานเห็นสิ่งอื่นมีค่ามากกว่า นั่นคือวิญญาณยุทธ์ในร่างถังเหล่ย

            เยียนหลิงซานไม่เชื่อว่าสมบัติตระกูลถังจะสามารถเลี้ยงวิญญาณยุทธ์ของถังเหล่ยที่อายุสิบกว่าปีไปถึงระดับนภาได้ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสมบัติตระกูลถัง เช่นนั้นวิญญาณยุทธ์ระดับนภาของถังเหล่ยจะต้องมีตั้งแต่กำเนิดแน่ 

            เพราะเหตุนี้เยียนหลิงซานจึงยกสมบัติให้เฮยฉานฉู่

             “เฮยฉานฉู่ ถ้าข้าเป็นเจ้า ข้าจะรู้จักความพอดี เจ้าอย่าลืมว่าเจ้าเป็นคนร้ายของจักรวรรดินะ”

            ในน้ำเสียงของเยียนหลิงซานแฝงไปด้วยแววข่มขู่อย่างไม่ปิดบัง

            เฮยฉานฉู่คือคนร้ายประกาศจับ แต่เยียนหลิงซานคือทูตของจักรวรรดิ ความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่ต่างอะไรกับแมวไล่จับหนู

             “เจ้า...”

            เฮยเซียจื่อคิดจะพูดแทนอาจารย์ แต่กลับถูกเฮยฉานฉู่ขวางเอาไว้ก่อน

             “ตกลง ข้าขอเพียงถังจงเวยกับถังเหล่ยไม่ออกจากจวนเจ้าเมือง เรื่องอื่นๆ มอบให้ท่านจัดการ”

            เยียนหลิงซานเป็นเพียงยอดยุทธ์ขั้นที่หนึ่งเท่านั้น พูดถึงพลังเขาไม่ใช่คู่มือของเฮยฉานฉู่แน่ แต่สถานะของเยียนหลิงซานพิเศษ อีกทั้งเขายังมีพี่ชายอีกสองคน

             “ดีมาก ถึงเวลาข้าจะได้รายงานกับเบื้องบนได้”

            หลังจากเยียนหลิงซานกล่าวจบก็หัวเราะลั่น จากนั้นเดินจากไปหายไปในความมืด

             “อาจารย์ เยียนหลิงซานคนนี้โอหังเกินไป ทำไมพวกเราไม่ฆ่าเขาเสียเลย!?”

            เฮยเซียจื่อที่รับความคับข้องใจนี้ไม่ได้ กล่าวออกมา

            เขาเป็นถึงผู้ทรงยุทธ์ขั้นที่เก้า หากร่วมมือกับเฮยฉานฉู่ คงสังหารเยียนหลิงซานได้ไม่ยาก

             “ห้ามทำอะไรเยียนหลิงซาน ถ้าสังหารเขา เจ้ากับข้าจะตายภายในหนึ่งปี”

            เฮยฉานฉู่กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

             “เป้าหมายของเขาคือถังเหล่ย แต่วิญญาณยุทธ์ระดับนภาในร่างของถังจงเวยก็มีประโยชน์กับพวกเราเช่นกัน คืนนี้เจ้าไปซ่อนตัวอยู่นอกจวนเจ้าเมือง ถ้ามีโอกาสก็จับถังจงเวยมา เยียนหลิงซานคงไม่ขัดขวางเจ้า”

            แค่เฮยฉานฉู่คนเดียวก็จัดการกับตระกูลถังตอนกลางคืนได้แล้ว

            จริงๆ ไม่จำเป็นต้องให้เฮยฉานฉู่ลงมือด้วยซ้ำ แค่ตระกูลตงฟางกับตระกูลซินก็เพียงพอจะกวาดล้างตระกูลถังแล้ว เฮยฉานฉู่แค่จะเข้าไปหาสมบัติในตระกูลถัง

            เวลาไหลผ่านไปเรื่อยๆ เมืองอวิ๋นหลิวภายนอกดูเงียบสงบ ทว่าเหล่าตระกูลใหญ่ล้วนเตรียมการลับๆ

            ถังจงเวยให้ศิษย์ตระกูลถังกับองครักษ์เริ่มเตรียมตัวแล้ว พวกเขากำลังรอคอยให้ยามราตรีมาถึง

            ในจวนเจ้าเมือง เยว่มู่จือกำลังจัดเตรียมงานเลี้ยงด้วยสีหน้าเขียวคล้ำ ยามนี้เขาคิดเพียงอยากให้เยียนหลิงซานรีบจากๆ ไป แต่เยียนหลิงซานกลับมาจัดงานเลี้ยงให้ตระกูลถังเสียอย่างนั้น

            ไม่รู้ว่าเยียนหลิงซานคิดจะทำอะไรกันแน่

            ส่วนหลินอวี่ก็กำลังโน้มน้าวเยว่มู่จืออยู่ด้านข้าง งานแข่งขันหวู่เต้าผ่านไปแล้ว ทางที่ดีอย่าไปล่วงเกินเยียนหลิงซานจะดีกว่า

            เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน ม่านราตรีค่อยๆ เข้าปกคลุม

            ไฟในเมืองอวิ๋นหลิวยังคงสว่าง บนถนนยังมีคนเดินกันขวักไขว่ นับว่าคึกคักไม่น้อย

            แต่สี่ตระกูลใหญ่ล้วนปิดประตูแน่น พวกเขาเตรียมพร้อมรับมืออย่างเคร่งครัดราวกับจะเผชิญหน้ากับศัตรูได้ทุกเวลา

            ในตระกูลถัง อวิ๋นเมิ่งลอบวางค่ายกลเอาไว้หมดแล้ว รอเพียงเฮยฉานฉู่มาเยือน

            ในขณะที่ถังเหล่ยกับถังจงเวยก็เตรียมพร้อมแล้วเช่นกัน หลินเนี่ยนอยู่ด้านหลังถังเหล่ย นางต้องแต่งตัวเป็นสาวใช้ของเขา

            แม้หลินเนี่ยนจะสวมชุดสีม่วงทั้งตัว ก็ยังปิดบังความสง่าของนางไม่ได้

             “แม่นางหลินเนี่ยน คืนนี้ข้าต้องพึ่งเจ้าแล้ว!”

            ถังจงเวยประสานมือคำนับไปทางหลินเนี่ยน

             “จะลงมือหรือไม่ต้องดูอารมณ์ของข้าก่อน ข้าไม่อยากเป็นสาวใช้ของเขา!”

            หลินเนี่ยนเค้นเสียงเย็น

            ถังเหล่ยกลอกตาอย่างไม่สบอารมณ์ เขาคร้านสนใจนางแล้ว จึงออกจากประตูของตระกูลถังไป

            หลังจากถังเหล่ยกับถังจงเวยออกไป ตระกูลตงฟางกับตระกูลซินก็ได้รับรายงานทันที การแสดงในคืนนี้ถือว่าเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ

            ใครจะยิ้มได้ในท้ายที่สุด คงต้องรอให้ถึงรุ่งเช้าเท่านั้น…

    คล้ายกับเรื่องเคล็ดคชสารวิญญาณมังกร ที่คุณอ่าน