หลังจากนั่งคุยกันอยู่นาน พวกพริมาถึงได้รู้จักชื่อของสามหนุ่มสามมุม คนแรกเจ้าของบ้านที่อยู่ถัดไปจากโฮมสเตย์นั้นชื่อจักรินทร์หรือแจ๊คเขาอายุ 20 ปี กำลังจะจบปวส.สามหนุ่มเป็นเพื่อนเรียนที่เดียวกัน...ที่หลังๆนอกจากเป็นเพื่อนเรียนแล้วยังเป็นเพื่อนกินเหล้าด้วย แจ๊คคนที่ดูรวมๆแล้วจะหน้าตาดีกว่าเพื่อน แต่คนหน้าตาดีเมื่อคืนอกหัก และที่เมาโหวกเหวกโวยวายเมื่อคืนนั้นก็ไม่ใช่นิสัยเขา( อันนี้เจ้าตัวบอก) แต่เพราะโดนแฟนสาวบอกเลิกเมื่อวาน...เขาถึงต้องย้อมใจและเพื่อนรักของเขาสองคนก็ไม่เคยทิ้งเขาไปไหน (อันนี้เพื่อนเขาเป็นคนบอก)
“เมื่อคืนไอ้แจ๊คมันอกหักครับ”พริมาได้ยินแจ๊คเรียกเขาว่าไอ้แดง แดงเป็นหนุ่มผิวเข้มติดอวบเล็กน้อย...บางทีสองหนุ่มที่เหลือก็เรียกเขาว่าดำ จนพริมาต้องฟังอยู่หลายรอบถึงจับใจความได้ว่าความจริงแล้วเขาชื่อแดง
“ช่ายพวกเราก็เลยต้องพาเพื่อนไปปลอบใจ” คนนี้นพคุณจำแม่นเขาชื่อเม่น...หมอนี่ชอบแอบมองพริมาหงุดหงิด!
“ปกติเรากินที่บ้านครับ”แจ๊คบอกว่าพวกเพื่อนๆ เขาจะชอบมารวมตัวกันที่บ้าน ยิ่งถ้าวันศุกร์ พวกนี้จะต้องมานอนที่บ้านเขาเป็นประจำเมื่อก่อนแม่เขาก็บ่นอยู่บ่อยๆ แต่เพราะพอเช้าพวกนี้ช่วยที่บ้านเขาทำงาน หลังๆถ้าพวกเพื่อนเขาไม่มา แม่เสียอีกที่โทรไปตาม
“เห็นแมนๆ เถื่อนๆ แบบนี้ พวกนี้ทำขนมเก่งนะ” แจ๊คชี้ไปที่เพื่อน สองคนของเขา เขาเล่าว่าที่บ้านเขาทำขนมไทยส่งที่ตลาดน้ำ ทั้งทองหยิบทองหยอด ฝอยทอง และขนมหม้อแกง
“ไอ้พวกนี้ช่วยทำจนคล่อง นี่ก็กลัวอยู่ว่ามันจะขโมยสูตรแล้วไปขายแข่ง”
“ว้าว! ลูกแก้วก็ชอบทำขนมค่ะแต่ตระกูลทองนี่ยังไม่เคยลองสักที” พริมา ดูสนใจ นพคุณคิดในใจ...ไอ้พวกนี้ช่างบังเอิญมีงานอดิเรกตรงกับความชอบของสาวน้อยที่นั่งอยู่ข้างตัวเขาพอดีอะไรมันจะบังเอิญแบบนี้
“ไปดูได้ไหมพี่?” คเชนทร์เป็นคนถาม...ไอ้หน้าหมามันจะมาสนใจอะไรกะอีแค่ทำขนม...และเหมือนไอ้หน้าหมาจะเห็นสายตานพคุณเขาหันมายักคิ้วให้ตามสไตล์
“จะไปถ่ายรูป” คเชนทร์ตอบคำถามในใจของนพคุณได้หยั่งกะมีหูทิพย์
“ไปสิ เดี๋ยวพาไปถ่ายรูปแล้วเอาไปลงโฆษณาให้ด้วยนะ เผื่อร้านแม่จะดัง” แจ๊คขันอาสา
“กลับมาก่อนเที่ยงนะเดี๋ยวเราไปแวะสวนยายขวัญกันก่อนกลับ” ภารดีหันมาบอก...หล่อนกำลังคุยไลน์กับใครบางคน นพคุณเดาว่าน่าจะเป็นสาวิช พวกเด็กๆ เดินตามสามหนุ่มไป…บ้านแจ๊คเป็นบ้านไม้สองชั้นหน้าบ้านค่อนข้างรก แต่ที่รกเพราะของเยอะ ไม่ใช่รกขยะหรือว่าสกปรกอะไร
“รกหน่อยนะของมันเยอะไม่มีที่เก็บ” เหมือนเจ้าของบ้านจะรู้ความคิดแขก หนุ่มหน้าตี๋ที่ชื่อเม่นนำทางพาพริมาและยามาไปทางหลังบ้าน ที่แม่ของแจ๊คกำลังง่วนอยู่กับการทำขนมตระกูลทอง
“ทางนี้เลยครับสาวๆ” หนุ่มตี๋กุลีกุจอ จนใครบางคนที่เดินรั้งท้าย อดหมั่นไส้ไม่ได้
“พี่เขาน่ารักดีเนอะ” คเชนทร์หันมาบอกนพคุณแล้วเดินอมยิ้มตามสาวๆไป
“น่ารักบ้าน่ารักบออะไรวะ” นพคุณพึมพำเบาๆ อย่างขัดใจ ตอนนี้แม่ของแจ๊คกำลังทำขนมทองหยอด พริมาตรงเข้าไปนั่งข้างๆ หล่อน ยกมือไหว้คุณป้าแล้วชะโงกหน้ามองอย่างตั้งใจป้าเย็นใจเป็นผู้หญิงตัวอ้วนใหญ่ เสียงดังตอนแรกหล่อนแปลกใจที่ลูกชายพาคนแปลกหน้าเข้าบ้านเพราะแขกหน้าตาไม่คุ้นเลยสักคน จะว่าคนแถวนี้ก็ไม่น่าจะใช่
“เพื่อนไอ้แจ๊คหน้าตาอุบาทว์ ไม่เห็นมีดีสักคน” ป้าเย็นใจบอก ผู้มาเยือนเสียงดัง
“อ้าว!” สองหนุ่มร้องพร้อมกันแต่ไม่มีใครถือสาอะไร...สงสัยจะโดนด่าบ่อย พริมาได้ลองทำขนม และดูหล่อนจะสนุกเป็นพิเศษ
“พวกตระกูลทองนี่ลูกแก้วเข้าใจได้นะคะแต่หม้อแกงนี่มันจะดู ผ่าเหล่าผ่ากอไปหน่อยไหมคะคุณป้ามันไม่เข้าพวกยังไงก็ไม่รู้” เด็กสาวสงสัยเพราะขนมทองหยอดที่หล่อนกำลังลองทำดูสีสวยน่ากิน แต่หม้อแกงนั้น ถ้าเปรียบเป็นสาวก็ดูจะกร้านดำกรำแดดไปหน่อยไม่สวยเหมือนสาวๆ ทองหยิบ ทองหยอด หรือฝอยทอง...เหมือนมาจากคนละที่
“พวกทองๆพวกนี้น่ะมันใช้ไข่แดงไงหนู คราวนี้ไข่ขาวก็เหลือเต็มไปหมด จะเอาไปทำอะไรได้ล่ะทิ้งก็เสียของ ก็มีขนมหม้อแกงนี่แหละที่มันใช้ไข่ขาวเยอะ” ป้าเย็นใจตอบเสียงดัง พวกที่ยืนฟังอยู่ได้แต่พยักหน้าหงึกๆเข้าใจ
“อ๋อ! แบบนี้นี่เองถึงจะสวยสู้สาวๆ ตระกูลทองไม่ได้แต่ก็แซ่บได้ใจนะคะ” ยามาออกความเห็น เด็กๆ นั่งดูคุณป้าทำขนมกันอย่างสนุกสนานป้าก็ดูจะ มีน้ำใจ ถึงจะยุ่งยังไงก็ยังหันมาตอบคำถามแขกของลูกชายอย่างใจเย็น พริมาซื้อขนมกลับไปฝากเพื่อนๆที่โรงเรียนหลายอย่าง ป้าจะให้ฟรีแต่หล่อนบอกว่าไม่ได้ขอให้ลดราคาให้แทนเจ้าของบ้านถึงยอม
“ถ้าลูกแก้วมาเที่ยวแถวนี้อีกจะแวะมาหานะคะ”ป้าเย็นใจดูจะถูกใจสาวน้อยเป็นพิเศษ เพราะหล่อนหน้าตาแปลกกว่าเด็กแถวๆนี้ และพูดจาเรียบร้อยน่ารัก
“แถวนี้มีแต่พวกทะโมนทั้งนั้นแหละ น่ารักเรียบร้อยแบบนี้ไม่มีหรอก” ป้าเย็นใจหัวเราะเสียงดังนินทาเด็กแถวบ้านให้แขกฟัง
“ในกลุ่มก็มีนะครับทะโมน”คเชนทร์ขยิบตาไปทางยามา...และไม่พลาดเขาโดนถองไปทีหนึ่ง
“อ้าวไอ้เจมส์ตื่นแล้วเหรอมึง จะเที่ยงอยู่แล้วน้ำก็ไม่อาบ ไม่อายแขกบ้างเหรอ?” ป้าเย็นใจหันไปด่าลูกชายคนเล็กโชว์แขก เด็กชายเห็นมีสาวๆอยู่ในบ้านก็ยิ้มเขิน เขามายืนแอบพี่ชายแอบมองพริมากับยามาสลับกัน
“ชอบคนไหนล่ะ?” คเชนทร์แซวถาม เจอแซวแบบนี้เด็กชายยิ่งอายม้วน
“ไอ้นี่มันเจ้าชู้เหมือนแม่มันเลือกไม่ถูกหรอก…ชอบหมด” แจ๊คพี่ชายเป็นคนตอบ
“อ้าว! ไอ้นี่เดี๋ยวมึงโดน” ป้าเย็นใจหันไปด่าลูกชายคนโตแทน พวกเขาอยู่ช่วยป้า ทำขนมอีกพักใหญ่ลูกชายคนเล็กของป้าหยิบการบ้านมานั่งทำแก้เขิน แต่สายตาเด็กชายคอยแต่แอบมองสาวๆพริมาหันไปยิ้ม หล่อนเดินไปนั่งข้างๆเด็กชาย
“อยู่ป. ไหนแล้วครับ?”พริมาชวนคุย เด็กชายมองยิ้มๆ กลับมา
“ป.1” เจมส์ตอบยิ้มๆ ยามาเดินตามมาสมทบ...เด็กนี่น่ารักดีแฮะ
“ทำการบ้านเหรอครับ?ให้พี่ช่วยสอนไหมครับ?” พริมาอาสาและเด็กชายพยักหน้าคเชนทร์เดินถ่ายรูปขนมต่างๆ อย่างตั้งใจ ส่วนยามานั้น นั่งลงตรงข้าม ดูพริมาสอนเด็กชายอย่างสนใจนพคุณได้ยินแล้ว เขาขยับตัวมาใกล้ๆ เพื่อให้ได้ยินชัดๆ
“ถ้านักเรียนมีส้มอยู่ห้าผลมีเพื่อนมาขอส้มไปสามผล นักเรียนจะเหลือส้มอยู่กี่ผล?” เจมส์อ่านโจทย์การบ้านคณิตศาสตร์ที่เขากำลังทำให้ พริมาฟังพออ่านจบเด็กชายเงยหน้าขึ้นมองพี่สาวคนสวยอย่างสงสัยว่าจะตอบอย่างไรดี
“อืม...เด็กป.1 เรียนยากขนาดนี้แล้วเหรอ?” พริมาพึมพำ
“เจมส์ชอบกินส้ม...”เด็กชายยิ้มบอก เมื่อเห็นหน้าพี่สาวที่ตอนนี้กำลังทำหน้ายุ่งเพราะคิดหนัก
“พี่ก็ชอบค่ะ”พริมายิ้มตอบ...การบ้านของเจมส์ยากจังเด็กสาวคิดในใจ
“เพื่อนขี้หวงไม่เคยแบ่งขนมเจมส์กินเลยเจมส์ไม่อยากให้อ่ะ”
“นั่นสิ! ขอไปตั้งสามผล เหลือไว้กินเองแค่สอง”พริมาทำหน้าสงสารเจมส์ถ้าเจมส์ให้ส้มเพื่อนแสดงว่าเขาใจดีมากเพราะเขาให้ส้มเพื่อนมากกว่าเก็บไว้กินเองเสียอีก
“งั้นเจมส์ไม่ให้ได้ไหมครับ?”เด็กชายขอความเห็น
“แต่ถ้าไม่ให้เลยเราก็จะดูใจร้ายแล้วครูก็จะว่าเราขี้หวงรึเปล่า?” พริมาเป็นกังวลหล่อนไม่อยากสอนให้เจมส์กลายเป็นเด็กขี้หวง
“งั้นเจมส์แบ่งให้เพื่อนลูกหนึ่งนะครับเก็บไว้เองสี่ลูก...สี่ลูกเจมส์ จะเอามาแบ่งให้แม่กับพี่แจ๊คคนละลูก”เด็กชายยิ้มภูมิใจที่เขาแก้ปัญหาได้
“งั้นสุดท้ายแล้วเจมส์จะเหลือส้มกินเองกี่ผลคะไหนบอกพี่สิ?”
“มีอยู่ห้า” เด็กชายทำมือตาม
“ให้เพื่อนแค่หนึ่ง...เหลือสี่ให้แม่หนึ่งพี่แจ๊คหนึ่ง...เหลือสองลูกครับ!”
“ถูกต้องค่ะ! เขียนตอบไปเลยว่าสองผล”พริมายิ้มกับความสำเร็จที่หล่อนกับเจมส์ช่วยกันแก้ปัญหาโจทย์เลขที่แสนยากได้ยามาตาเหลือก แม้คำตอบจะถูก แต่วิธีคิดมันไม่ใช่เลย ให้ตายสิ! หล่อนชะโงกมาดู ดีเท่าไหร่ที่โจทย์ไม่ได้บอกให้แสดงวิธีทำหรือหาที่มาที่ไปแค่ให้เขียนคำตอบเฉยๆ ข้อนี้ได้คะแนนไปเพราะโชคช่วยแท้ๆแต่หล่อนยังไม่อยากขัด...โอกาส เราต้องให้โอกาส! ลองดูอีกสักข้อสองข้อค่อยตัดสิน
“มีไก่เจ็ดตัวอยู่ในเล้าขายไก่ไปสามตัว เหลือไก่ในเล้ากี่ตัว” พริมาห่อปาก หล่อนเลี้ยงไก่และไม่มีทางเด็ดขาดที่หล่อนจะขายไก่กิน
“เจมส์ยังไม่เคยเลี้ยงไก่เลย”เด็กชายนึกถึงโจทย์การบ้านคณิตศาสตร์ที่บอกว่ามีไก่และมีเล้า
“พี่มีค่ะมันน่ารักมากเลย และฟังภาษาคนรู้เรื่องด้วย” พริมาเล่าถึงไก่แจ้นพคุณของหล่อนพร้อมเอารูปในมือถือให้เด็กชายดู...พูดแล้วก็คิดถึงไก่แจ้ของหล่อนเหลือเกิน
“น่ารักจัง...งั้นเจมส์ไม่ขายดีกว่าเก็บไว้หมดนี่แหละ”พริมาพยักหน้าเห็นด้วย...เจมส์ช่างเป็นเด็กที่จิตใจดีจริงๆ
“งั้นคำตอบก็เหลือเจ็ดตัวใช่ไหมครับ?”เด็กชายถามตาใส
“ใช่ค่ะเหลือครบเจ็ดตัวเลย...ใครจะไปขายลงเน๊อะ”พริมาพยักหน้า การบ้านข้อนี้หล่อนไม่ชอบใจเลย ถ้าหล่อนมีไก่อีก...นพคุณเจ็ดตัว! หล่อนต้องมีความสุขมากแน่ๆคเชนทร์ที่ตอนนี้ถ่ายรูปจนหนำใจเดินมาสมทบ เขานั่งลงข้างเด็กชาย...ที่อีกข้างคือพริมาและฝั่งตรงข้ามคือยามาส่วนนพคุณ...เขายืนฟังอยู่นานแล้วแต่ผู้มาใหม่นั้นมาไม่ทันสองข้อแรก เขาวางกล้องในมือลงและร่วมฟังพริมาแก้โจทย์เลขข้อที่สาม
“ขอเงินแม่มาสามบาทขอยายสองบาท ขอพี่ห้าบาท รวมแล้วมีเงินทั้งหมดกี่บาท” เจมส์อ่านโจทย์
“โห...น้องเจมส์เอายังไงดี สมัยนี้ของแพงซะด้วยได้เงินมาสิบบาท จะพอไหมนะ?”นพคุณเลิกคิ้ว...พริมาคิดคำตอบให้เสร็จสรรพ แต่หล่อนไม่รู้หรือว่านั่นคือคำตอบ!?
“สิบบาทไม่พอหรอกเจมส์ขอแม่ทีละยี่สิบ ยายก็ตายไปแล้ว...ส่วนพี่แจ๊คก็ไม่ให้หรอกบางทีพี่แจ๊คก็มาเอาตังค์เจมส์ไปด้วย” เด็กชายฟ้องว่าพี่ชายแย่งเงินเขา
“เฮ้ย! ไอ้เจมส์...ข้าไม่เคยเอาตังค์เอ็งนะเฟ้ย! แถมบางทีข้าก็ให้ตังค์เอ็งกินหนมด้วย อย่ามาใส่ร้าย”แจ๊คที่อยู่แถวนั้นได้ยินพอดี เจมส์แค่ยักไหล่ เขาไม่อยากเถียงกับพี่ชาย เพราะเถียงด้วยทีไรหัวทิ่มทุกที
“งั้นเจมส์ตอบยี่สิบบาทนะครับเจมส์จะขอเงินแม่ยี่สิบบาท” เด็กชายหมายมั่น และดูท่าว่าเขาจะไปขอเงินแม่มาจริงๆ
“แล้วแต่น้องเจมส์เลยจ๊ะอ่ะ! พี่ให้อีกยี่สิบ”พริมาล้วงเงินในกระเป๋าสตางค์ส่งให้เด็กชายเด็กชายยิ้มร่ายกมือไหว้หล่อนแล้วรีบรับเงินเก็บเข้ากระเป๋ากางเกงตัวเองอย่างไว เขาลบคำตอบแล้วเขียนใหม่
“สี่สิบแหน่ะพี่!ขอเงินมาได้ตั้งสี่สิบบาท” เขาหันมาบอกพริมาอย่างสดใส เด็กชายยิ้มดีใจ...วันนี้เขามีเงินไปกินขนมตั้งหลายบาทพริมากับเจมส์นั่งทำการบ้านกันไปจนเสร็จ ยามาต้องใช้ความอดทนอย่างสูงเพราะหล่อนคันปาก แต่ใจก็อยากดูจนจบ คเชนทร์เอามือปิดปากไม่มองพริมาเลย ตลอดเวลาเขาหันไปทางอื่นแต่หูฟังอยู่ตลอดเขามองไม่ได้ไม่งั้นหลุดแน่ๆ ส่วนนพคุณ...วันนี้เขาทำให้ยามาแปลกใจเพราะไอ้ขี้เก๊กกำลังยิ้ม...ยิ้มแบบเห็นลักยิ้มชัดเจน เขายิ้มอย่างเปิดเผยกล้องไอ้เชนก็ปิดอยู่...หยิบมาถ่ายเก็บไว้จะทันไหมนะ?
“เสร็จแล้ว!!!”เสียงเด็กชายตะโกนดังลั่นบ้านอย่างดีใจ จนป้าเย็นใจต้องหยุดทำขนมหันมามองว่าลูกชายคนเล็กตะโกนเสียงดังดีใจเรื่องอะไรส่วนสามหนุ่มสามมุมตอนนี้กำลังเอาขนมใส่ถุง...พวกนั้นไม่ได้มาร่วมวงสอนการบ้านด้วยเสียดายจัง...ถ้าไอ้หน้าตี๋มาเห็นว่าสาวน้อยแสนสวยที่มันชอบแอบมองนั้นสวยแต่...นพคุณยังยิ้มไม่หยุดเมื่อคิดถึงตรงนี้
“นี่มันผิดผิด ผิด! อ้อ! ถูกข้อเดียว”ยามาเอาการบ้านมาตรวจ พริมากับน้องเจมส์มองยามาเหมือนหล่อนเป็นเด็กเกเรตัวร้ายที่เข้ามาแย่งของเล่นและขนมไปจากมือพวกเขา
“มันจะผิดได้ยังไง?”พริมายังเถียง หล่อนไม่เข้าใจ การบ้านทุกข้อหล่อนอธิบายได้หมดไม่มีทางผิดแน่นอน
“ลูกแก้ว...โจทย์นี้มันเป็นเชาว์ไม่ได้ถามความเห็นแค่ต้องตีความออกมาให้ถูกสิว่าที่ถามน่ะบวกหรือลบในแต่ละข้อน่ะมันมีแค่บวกหรือลบเท่านั้น ไม่ได้ถามความเห็น ว่าจะให้หรือไม่ให้ได้หรือไม่ได้ทุกอย่างต้องได้หรือไม่ได้ตามโจทย์เป๊ะไม่ใช่ตามใจเรา” ยามาพยายามอธิบายยืดยาว และหล่อนเห็นด้วยหางตา...ไอ้นพคุณกำลังหัวเราะ
“ถูกข้อเดียวเองเหรอ?”พริมาครางเสียงแผ่ว หล่อนรู้สึกผิดที่สอนการบ้านน้องเจมส์ผิดเกือบทุกข้อ
“ข้อเดียว...และบังเอิญด้วยส่วนวิธีคิดน่ะผิดหมดเลย” ยามายืนยันหนักแน่น หล่อนไม่อยากให้เพื่อนหลงผิด
“ถ้าพี่เป็นครู...พี่ให้คะแนนเต็มเลยเพราะลูกแก้วมีความคิดสร้างสรรค์ฮ่าๆ” คเชนทร์พยายามปลอบพริมาอย่างเต็มที่และตอนนี้เขาต้องกลั้นขำอย่างเต็มที่ด้วยเหมือนกัน เอาเข้าจริงหลายข้อพริมาตอบถูก...แต่หล่อนคิดมากไปจนคำตอบที่ได้ออกมานั้นผิดอย่างที่เห็น เจมส์ที่ตอนนี้มีสีหน้าผิดหวังอย่างที่สุดเขาเชื่อพริมาและคิดว่าการบ้านที่ทำนั้นถูกแล้ว แต่มันถูกแค่ข้อเดียว!ดีนะที่พี่คนสวยอีกคนช่วยตรวจให้ไม่อย่างนั้นถ้าเขาเอาการบ้านนี่ส่งครูที่โรงเรียนต้องโดนครูว่าแน่ๆ
“มาพี่สอนเอง”ยามาขันอาสา และหล่อนเริ่มต้นสอนเจมส์ใหม่ตั้งแต่ข้อแรก พริมานั่งฟังอย่างตั้งใจ บางข้อหล่อนพยักหน้าและพึมพาเบาๆว่าหล่อนรู้อยู่แล้ว...ยามาสอนการบ้านให้เจมส์ใหม่และเด็กชายดูจะเข้าใจได้ดีทีเดียวจังหวะนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือในมือพริมาดังขึ้น...ปรากฏหน้าจอเป็นรูปภารดี
“ค่ะแม่...อ่อค่ะไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” พริมาหันมาบอกว่าภารดีกับ คุณนพรักษ์กำลังจะเช็คเอาท์ ให้ทุกคนรีบกลับไปเก็บของ พวกหล่อนเลยไปลาป้าเย็นใจและสามหนุ่ม รวมถึงลูกศิษย์คนใหม่ของยามา(คนเก่าของพริมา) สามหนุ่มและเด็กชายเดินมาส่งพวกเขาถึงโฮมสเตย์(ที่บ้านห่างกันสามหลัง) พวกเขาช่วยกันขนขนมที่พวกพริมาซื้อไว้เป็นของฝากและขนมที่ป้าเย็นใจแถมอีกถุงใหญ่มาส่งให้ และยังมีน้ำใจช่วยขนไปไว้ที่ท้ายรถอีกด้วย ภารดีควักเงินหนึ่งร้อยบาทให้น้องเจมส์เด็กชายยกมือไหว้ยิ้มชอบใจ
“ตกลงเลือกได้ยังว่าชอบคนไหน?”คเชนทร์ยังแซวเด็กชายอยู่ เรียกเสียงหัวเราะจากพี่ๆที่ขำท่าทางเขินอายม้วนของเขาได้ดีทีเดียว
“คนนี้” เด็กชายชี้ไปที่ยามาทุกคนแปลกใจเพราะตอนแรกเขาไปยืนแอบดูพริมาด้วยท่าทางเขินอายอยู่ตั้งนาน ไหงมาเปลี่ยนใจเอาตอนสุดท้ายอยู่ๆ ก็มาเปลี่ยนตัวนางเอกแบบนี้...คนดูงงตามไม่ทัน
“อ้าว! ไอ้เจมส์ ทำไมเปลี่ยนใจวะ?” พี่ชายถาม...น้องชายเขานี่มันเจ้าชู้จริงๆ
“เจมส์ชอบผู้หญิงสวยและฉลาด...ไม่เอาผู้หญิงสวยแต่โง่”เด็กชายพูดจบก็หัวเราะร่าวิ่งกลับบ้าน พริมาเผลอทำปากยื่น...ตอนนี้หล่อนอยากเอาเงินยี่สิบบาทคืน...เอาคืนมาเลย คนอื่นได้ยินเด็กชายพูดก็ขำกันยกใหญ่ ยามาเหลือบไปมองไอ้ขี้เก๊ก...นพคุณแจกยิ้มอีกแล้ว...เขายิ้มอย่างเปิดเผยและไม่คิดจะปิดบังยามาเห็นหมอนั่นเดินยิ้มไปตลอดทาง จนขึ้นไปนั่งบนรถนั่นแหละ