งานศพถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติใหญ่โหรูหรา
สมกับเป็ครอบครัวนักธุรกิจชื่อดังและผู้ที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
คือ ธเนศ วรโชติเมธี
ชายที่พ่อเคยเรียกว่า “เพื่อนรัก”
ดอกไม้สีขาวเรียงรายเต็มศาลา
เสียงสวดอภิธรรมดังคลออยู่เื้ั
ผู้คนแต่งกายดีเดินเข้าออกไม่ขาดสาย
ภามยืนนิ่งอยู่หน้าโลงศพดวงตาแดงช้ำ
จากการร้องไห้ตลอดทั้งคืนจนตอนนี้ไม่เหลือน้ำตาอีกแล้ว
เสียงซุบซิบดังแว่วเข้ามาเป็ระยะ
“ได้ข่าวว่าบริหารงานพลาดเอง”
“บริษัทถึงได้ล้มเร็วขนาดนี้”
“ตอนนี้คุณธเนศขึ้นเป็หุ้นส่วนใหญ่แล้วนี่”
“เห็นว่าโอนหุ้นให้เพื่อใช้หนี้”
ภามกำมือแน่นทั้งที่คนพวกนั้นไม่รู้ความจริงอะไรเลย
จังหวะนั้นเอง เสียงชัตเตอร์จากกล้องก็ดังขึ้นรัวๆ
ธเนศเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าในชุดสูทสีดำ
ก่อนดึงเด็กหนุ่มเข้าไปกอดต่อหน้านักข่าว
“ภาม...“เสียใจด้วยนะ”
น้ำเสียงอ่อนโยนราวกับผู้ใหญ่ที่กำลังปลอบเด็กกำพร้า
“ต่อไปนี้ลุงจะดูแลเราเอง
ถ้ามีอะไรเดือดร้อน มาหาลุงได้ตลอด”
เสียงแฟลชดังขึ้นไม่หยุด
นักข่าวต่างรีบเก็บภาพนักธุรกิจผู้ใจบุญตรงหน้า
ภามยืนนิ่งมีเพียงมือที่กำแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนเล็บจิกลงบนฝ่ามือ
คนที่ทำลายครอบครัวเขา
กำลังสวมบทผู้มีพระคุณต่อหน้าทุกคน
และไม่มีใครรู้ความจริงเลย
หลังจบงานศพภามขับรถออกจากวัดเพียงลำพัง
เขาไม่รู้จะไปไหน บ้านไม่มีให้กลับอีกแล้ว
สายฝนยังคงตกไม่หยุดถนนยามค่ำคืนแทบไร้ผู้คน
กระทั่งรถสีดำคันหนึ่งปรากฏขึ้นในกระจกมองหลัง
จากหนึ่งคันกลายเป็สองคันและยังตามไม่ลดละ
ภามกำพวงมาลัยแน่น หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ
เขารู้ทันทีว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย
รถพุ่งฝ่าสายฝนด้วยความเร็วสูง
ไฟหน้าด้านหลังยังไล่ประชิดเข้ามาไม่หยุดก่อนทุกอย่างจะเกิดขึ้นในพริบตา
รถเสียหลักพุ่งทะลุราวสะพานและตกลงสู่แม่น้ำเบื้องล่างน้ำเย็นจัดไหลทะลักเข้ามาในรถ
ภามพยายามดิ้นรนพยายามเปิดประตู
แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งขึ้นทุกขณะ
อากาศค่อย ๆ หมดลง ภาพสุดท้ายที่เห็น
คือผืนน้ำมืดสนิทเหนือศีรษะ ก่อนสติจะดับวูบไป
หลังจากคืนนั้นไม่มีใครพบเห็นภามอีกเลย
โลกภายนอกรับรู้เพียงว่าลูกชายของนักธุรกิจที่ล้มละลาย
ประสบอุบัติเหตุรถตกน้ำและเสียชีวิตชื่อของ “ภาม” หายไปจากโลกั้แ่นั้น