“ว่าแต่ป้าจูลี่ไปไหน” เซนถามขึ้นตอนที่กวาดสายตาไปรอบๆห้องครัวเพื่อมองหาหญิงวัยกลางคนผมแดงซึ่งเป็เ้าของบ้านเธอถูกเขาสะกดจิตั้แ่ครั้งแรกที่พบกัน...ป้าจูลี่เลยคิดว่าเขาและฮันนาห์คือหลานของเธอที่ย้ายมาจากต่างเมือง
“ออกไปเก็บสมุนไพรในป่าค่ะ ป้าจูลี่บอกให้ข้ากับท่านพี่ทานอาหารเย็นกันก่อนเลย”ฮันนาห์เอ่ยตอบก่อนจะตักสตูว์ใส่ถ้วยแล้วยกไปวางที่โต๊ะทานอาหารตัวเล็ก
“มาทานสิคะท่านพี่” เธอเรียกเซนที่ยืนนิ่งเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างเขาถึงได้หยุดชะงักแล้วหันมายิ้มให้เธอ
“อื้ม”
“มีอะไรรึเปล่าคะ คิ้วขมวดเชียว” ฮันนาห์ถามขึ้นหลังจากที่เธอและเซนทานอาหารเย็นไปได้สักพักเธอคงไม่ถามหรอกถ้าเ้าพี่คนหล่อของเธอไม่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดจนแทบจะผูกโบว์ได้แบบนี้หรือว่าสตูเนื้อที่เธอทำมันจะไม่อร่อยกันนะ
“รสชาติมันแย่หรอคะ” เธอถามอย่างเป็กังวลก่อนจะตักสตูว์เนื้อในถ้วยตนเองขึ้นชิมอย่างละเมียดละไมอีกครั้ง อืม...มันก็ปกติดีนี่นา หรือว่าท่านพี่ทานคนละรสกับเธอกันนะ
“หืม... ไม่ๆ ข้าแค่กำลังคิดอะไรอยู่น่ะ” คนถูกถามรีบเอ่ยปฏิเสธเพราะกลัวว่าน้องน้อยจะเข้าใจผิดฮันนาห์ยิ่งเป็คนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองอยู่ด้วย... เขารู้ดี
“คิดอะไรหรือคะ” เธอถามด้วยความสงสัยพลางเอียงคอมองเขาเซนจึงถอนหายใจออกมาเล็กน้อยแล้วเอ่ยตอบไป
“เราสองคนอยู่ที่นี่มาก็สักพักนึงแล้ว ข้าคิดว่าจะส่งข่าวกลับไปที่ปราสาทบาโธนี่สักหน่อยน่ะ”จบประโยคคนตัวเล็กก็นิ่งไป แวมไพร์หนุ่มเห็นความกังวลฉายชัดอยู่บนใบหน้าหวานทันที
“ยังไงคะ ท่านพี่จะกลับไปที่นั่นหรอ” แม้แต่เสียงหวานๆของฮันนาห์ก็ฟังดูเป็กังวล แต่เขาไม่มีทางทิ้งเธอให้อยู่ที่นี่คนเดียวหรอก
ทันใดนั้น... สัตว์ปีกขนสีดำสนิทตัวหนึ่งก็บินมาเกาะที่ขอบหน้าต่างห้องครัวเล็กๆแห่งนี้มันผงกหัวงึกงักไปมาก่อนจะส่งเสียงร้องแสบหูจนทำเอาฮันนาห์ที่หันไปมองเผลอกลัวจนผงะ
ก้า! ก้า!
“ใช้เ้านี่น่ะ” เซนเอ่ยพร้อมกับพยักเพยิดไปทางเ้าอีกาก่อนที่ฮันนาห์จะมีสีหน้าครุ่นคิด เรียวปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย
“ขอเพียงอย่าให้คนของตระกูลข้าจับได้ก็พอแล้ว”เธอหันไปเอ่ยกับท่านพี่และเขาก็พยักหน้าพร้อมกับอมยิ้มน้อยๆ
หลังจากทานอาหารเย็นกันเสร็จเรียบร้อย สองแวมไพร์หนุ่มสาวก็พากันไปนั่งเล่นที่ชิงช้าเถาวัลย์ซึ่งเซนเป็คนทำเองกับมือมันเป็ครั้งแรกที่เขาทำงานช่างด้วยตัวเองเพราะเห็นว่าฮันนาห์อยากได้ ตอนนี้เธอกำลังสนุกสนานกับการเอาดอกไม้สีสวยแถวๆนั้นมาประดับมัน
“ชอบมั้ย” เขาถามคนตัวเล็กที่กำลังยิ้มแฉ่งมันเป็ครั้งแรกที่ฮันนาห์ดูมีความสุขมากขนาดนี้
“ชอบค่ะ ท่านพี่เซนเก่งจังเลย” เธอเอ่ยก่อนจะกอดช่อดอกไม้ในอ้อมแขนแล้วทรุดตัวนั่งบนชิงช้าที่ไกวไปมาเซนอมยิ้มน้อยๆ กับภาพนั้นก่อนจะมองเข้าไปในป่าสนมืดทึบที่อยู่ไม่ห่างออกไปนัก
“ใกล้จะมืดแล้วทำไมป้าจูลี่ยังไม่กลับมาอีก” เขาเอ่ยอย่างสงสัยเพราะปกติแล้วป้าจูลี่มักจะออกจากป่าก่อนพระอาทิตย์ตกดินชาวบ้านแถวนี้ต่างรู้ดีว่าในป่ายามค่ำคืนมันน่ากลัวแค่ไหน...ทั้งสัตว์หากินกลางคืน และนักล่าอย่างแวมไพร์
“ข้าจะไปดูป้าจูลี่สักหน่อยเ้ารออยู่ตรงนี้นะฮันนาห์” เขาเอ่ยกับคนรักพลางใช้มือขยี้ศีรษะเธอก่อนที่คนตัวเล็กจะส่งยิ้มแฉ่งมาให้เซนอีกรอบ
“ค่ะ รีบกลับมานะคะท่านพี่” จบประโยคของคนตรงหน้าร่างของเซนก็หายวับไปพร้อมๆ กับสายลมแ่ที่พัดมาปะทะกับผิวของฮันนาห์ท่านพี่นี่ล่ะก็... เดี๋ยวชาวบ้านแถวนี้ก็รู้หมดหรอกว่าเราไม่ใช่มนุษย์
เขารู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้...
เซนคิดในขณะที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเข้าไปในป่าสนมืดทึบ ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่เขาพักอาศัยอยู่ในที่แห่งนี้มันทำให้เขารู้ว่าป้าจู่ลี่กลัวผีและไม่มีทางเธอที่จะอยู่ในป่าจนพระอาทิตย์ตกดินแน่ คงมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้นกับเธอ
ไม่กี่นาทีต่อมาแวมไพร์หนุ่มก็ได้กลิ่นคาวเืคละคุ้งไปทั่วเขาขมวดคิ้วมุ่นทันทีก่อนจะเร่งสปีดตัวเองให้เร็วกว่าเดิมเพื่อไปยังต้นตอของกลิ่นทว่าเมื่อเขาเห็นมัน... หัวใจของเขาก็แทบจนตกลงไปที่ตาตุ่มภาพของป้าจูลี่ที่ถูกดูดเืจนตัวซีดทำให้เซนรู้ว่าจะต้องมีแวมไพร์อยู่แถวนี้แน่ๆ
“ฮันนาห์” เขาเอ่ยชื่อเธอด้วยความเป็กังวลเพราะทิ้งเธอไว้คนเดียวที่ชายป่าและยังไม่ทันขาดคำ... เสียงกรีดร้องที่ทำใจเขากระตุกก็ดังขึ้นเซนรีบมุ่งหน้าไปหาเธอทันทีก่อนจะรู้สึกชาวาบไปทั้งตัวเมื่อเห็นคนตัวเล็กอยู่ในเงื้อมมือของอาเธอร์ อิเบซิส...พี่ชายแท้ๆ ของเธอเอง
“ท่านพี่เซน อึก... อย่าเข้ามานะคะ หนีไป”ฮันนาห์พยายามบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ตอนที่เธอถูกฝ่ามือหนากุมรอบลำคอเอาไว้ ภาพนั้นมันทำให้เซนรู้สึกโกรธจนร้อนรุ่มไปทั้งร่างเขาตรงจะเข้าไปหาฮันนาห์ที่กำลังทำท่าเหมือนจะร้องไห้แต่ก็ถูกใครบางคนเข้ามาคว้าไหล่เอาไว้ซะก่อน
“เซนเดี๋ยว!” พอเขาหันกลับไปถึงได้รู้ว่าเจ้าของการกระทำนั้นคือครูซทว่าถึงแม้เขาจะแปลกใจที่น้องชายตัวเองอยู่ที่นี่แต่มันก็ไม่น่าแปลกเท่ากับการเห็นอาเธอร์อยู่ตรงหน้าหรอก“ข้าจะไปช่วยฮันนาห์” เซนเอ่ยพร้อมกับพยายามสะบัดตัวให้หลุดแต่ครูซก็ยังไม่ยอมปล่อย
“เ้าก็รู้ว่าเ้าสู้อาเธอร์ไม่ได้มันาุโกว่าพวกเราเป็ร้อยปี... เข้าไปก็มีแต่ตาย” จบประโยคน่าหงุดหงิดอาเธอร์ที่ยืนอยู่ห่างออกไปก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาราวกับจะเยาะเย้ยแต่เขาจะทนอยู่เฉยๆ แบบนี้ได้อย่างไร
“เ้าจะให้ข้าทนดูฮันนาห์ถูกทำร้ายงั้นหรอ” เซนเอ่ยกับครูซอย่างหงุดหงิดในขณะที่หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในที่นี้ก็สะอื้นออกมาเธอรู้ดีว่าเธอคือตัวปัญหา...ท่านพี่อาเธอร์คงจะฆ่าท่านพี่เซนแน่ถ้าเขาขยับเข้ามาใกล้แม้แต่ก้าวเดียวซึ่งเธอยอมให้มันเป็แบบนั้นไม่ได้
“ฮึก... ท่านพี่เซน อย่าเข้ามานะคะ” ฮันนาห์เอ่ยห้ามพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นแต่มันก็ยากเหลือเกินได้ยินแบบนั้นเซนก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด เขากำลังสงสารน้องน้อยแทบขาดใจทำไมทุกอย่างมันจะต้องเป็แบบนี้ด้วย
“ฮันนาห์อาจจะแค่เจ็บ แต่เ้าจะตาย” ครูซพูดเตือนสติแต่ตอนนี้เซนแทบไม่อยากจะสนใจเื่นั้นแล้ว ฮันนาห์เจ็บ...เขาก็เหมือนกำลังตายทั้งเป็
“ข้าไม่สน!” จบประโยคคนร้อนใจก็แทบจะถลาเข้าไปช่วยฮันนาห์ทว่าวินาทีนั้นกลับมีใครคนหนึ่งเคลื่อนที่มาขวางเอาไว้ซะก่อน
“กลับปราสาทซะเซน” น้ำเสียงทรงอำนาจของคนตรงหน้าดังขึ้นถึงแม้จะเห็นแค่แผ่นหลังแต่เซนกลับรู้ดีว่าคนน่ากลัวคนนี้เป็ใคร
“เคาท์เตส”
“นี่เป็คำสั่ง” เคาท์เตสเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงดุดันและมันเล่นทำเอาเซนถึงกับพ่นลมหายใจออกมาอีกรอบด้วยความหงุดหงิด
“นี่เป็เื่ของข้า เ้าไม่ต้องมายุ่ง” คนาุโน้อยกว่าเอ่ยกับพี่ชายอุตส่าห์หนีมาไกลขนาดนี้เพราะไม่อยากให้มีใครเดือดร้อน แต่นั่นก็ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์เลย
“ข้าต้องยุ่งเพราะเ้าเป็น้องข้าจะกลับไปดีๆ หรือจะให้ข้าฉีกร่างเ้าเป็ชิ้นๆ แล้วหิ้วกลับไป” ดวงตาคู่คมของเคาท์เตสตวัดมองน้องชายจอมดื้ออย่างหงุดหงิดจะดื้อก็ดื้อไป... แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้
“ท่านพี่เซน ข้าไม่เป็ไร” น้ำเสียงสั่นเครือของฮันนาห์มันทำให้เ้าของชื่อใจสั่นเธอโกหกไม่เนียนเอาเสียเลย...ในเมื่อตอนนี้เขาเห็นอยู่เต็มสองตาว่าเธอกำลังกลัวพี่ชายใจร้ายจนตัวสั่น
โธ่เว่ย! เขาอยากจะตรงเข้าไปถีบยอดหน้ามันนัก
“หึ คิดจะกลับกันง่ายๆ หรอคนของเ้าพาคนของข้าหนี... ยังไงก็ต้องได้รับโทษ” อาเธอร์เอ่ยกับเคาท์เตสด้วยน้ำเสียงแค่นหัวเราะเขาเกลียดมัน... และเขาก็เกลียดน้องมันด้วยเขาจะไม่ยอมให้คนตระกูลบาโธนี่มายุ่งกับฮันนาห์เด็ดขาด...ต่อให้เขาจะต้องควักหัวใจเธอออกมาก็ตาม
“ข้าจะทำโทษคนของข้าเอง” เคาท์เตสเอ่ยเสียงแข็งและถ้ามันเล่นตุกติกเมื่อไหร่สาบานเลยว่าครั้งนี้เขาจะหาอะไรมาปักหัวใจมันซะ
“ไม่ไร้ความรับผิดชอบไปหน่อยหรอ” ผู้นำตระกูลอิเบซิสเอ่ยเสียงเรียบแม้ริมฝีปากของเขาจะกำลังฉีกยิ้มจนเรียบตึงทว่าดวงตาคู่คมกลับฉายแววคุกรุ่นอย่างไม่พอใจที่เคาท์เตสไม่สั่งลงโทษคนของตัวเองไอ้เด็กนั่นมันพาฮันนาห์หนีเชียวนะ...หายออกไปด้วยกันเป็เดือนๆ รู้ถึงไหนอายเขาถึงนั่นตระกูลอิเบซิสคงได้โดนเหยียดยามเพราะยัยตัวดีหนีตามผู้ชายแถมยังเป็ผู้ชายของตระกูลบาโธนี่... ศัตรูของอิเบซิสอีกต่างหาก
“ข้ามีความรับผิดชอบเท่านี้แหละอาเธอร์ไม่ว่าเ้าจะเรียกร้องอะไร... ข้าก็ให้ได้เท่านี้” เคาท์เตสเอ่ยหลังจากที่ถอนหายใจออกมาก่อนที่คนฟังจะเหยียดยิ้มอย่างไม่พอใจ
“หึคนของตระกูลบาโธนี่คงเป็พวกลักกินขโมยกินทั้งตระกูลว่ามั้ย” อาเธอร์สบตากับคนตรงหน้าตอนที่พูดสะกิดแผลเก่าของมันและแน่นอนว่าคนฟังก็ถึงกับกัดฟันกรอดทันที
“ครูซ พาเซนกลับปราสาท” ผู้นำตระกูลบาโธนี่เอ่ยกับน้องชายที่ยืนอยู่ข้างๆอย่างหงุดหงิด ถ้าไม่เห็นแก่คารีสเขาคงจะกระโจนเข้าไปหาแวมไพร์ปากดีเพื่อฆ่ามันแน่
“อย่าให้คนของเ้ามายุ่งกับคนของข้าอีกไม่งั้นข้าจะฆ่าทิ้งซะ” นั่นเป็ประโยคสุดท้ายที่อาเธอร์เอ่ยกับแวมไพร์ตระกูลบาโธนี่ก่อนที่เขาและฮันนาห์จะหายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่เซนมองความว่างเปล่าตรงหน้าด้วยจิตใจวาบโหวง
ทำไมกัน...ทำได้เขาถึงได้รู้สึกเหมือนจะไม่ได้เจอเธออีก
“ฮันนาห์ เราจะได้อยู่ด้วยกัน... ข้าสัญญา”
ก๊อก ก๊อก ก็อก
เสียงเคาะประตูยามวิกาลมันปลุกให้แคทเธอรีนที่กำลังเคลิ้มหลับสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างใครั้นตั้งใจจะหลับต่อเพราะคิดว่าตัวเองหูฝาด...เสียงนั้นมันก็ดังขึ้นอีกครั้งจนเธอต้องลุกจากเตียงไปเปิดประตูบ้าน เพราะเกรงว่าคนในครอบครัวของเธอที่หลับอยู่ในห้องซึ่งอยู่ลึกเข้าไปด้านในจะตื่นกันหมด
“แคท... ข้าเอง” เสียงนุ่มทุ้มอันแสนคุ้นหูดังขึ้นจากอีกฟากของประตูก่อนที่เธอจะได้เอ่ยถามออกไปด้วยซ้ำน้ำเสียงแบบนี้... เธอจำได้ว่าเป็ใคร
“ครูซ เกิดอะไรขึ้น”แคทเธอรีนถามตอนที่เปิดประตูออกกว้าง ถ้าเป็นปกติแล้วเธอคงดีใจที่ได้เห็นหน้าเขาแต่ว่านี่มันไม่ปกติ... อีกอย่าง... ตั้งแต่ที่เซนและฮันนาห์หายออกจากหมู่บ้านไปเธอก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีมาตลอด“แคท เ้ารักข้ามั้ย” คำถามที่ไม่คาดคิดจากร่างสูงตรงหน้ามันทำเอาเธอชะงักเรียวคิ้วสวยขมวดมุ่นทันที แต่เธอคิดว่ายามนี้ครูซคงไม่ได้แกล้งเธอเล่นแน่เพราะใบหน้าคร้ามคมของเขามันกำลังแสดงอาการเคร่งเครียดสุดๆ
“ถะ... ถามอะไรน่ะ” เสียงหวานๆถามอยากตะกุกตะกัก เพราะหัวใจมันกำลังเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมานอกอก
“ตอบข้ามาเ้ารักข้ามั้ย” ครูซยังถามซ้ำอีก แคทเธอรีนจึงหรี่ตามองคนตรงหน้าอยู่สองสามวิความวาบโหวงในอกทำให้เธอพูดความจริงออกไปอย่างไม่ปิดบังเพราะเธอรู้สึกว่าถ้าคราวนี้เธอไม่พูด... เธอก็จะไม่มีโอกาสพูดมันอีก
“ข้ารักเ้า” ร่างบางเอ่ยพร้อมกับสบตาแวมไพร์หนุ่มและเขาเองก็พยักหน้ารับเล็กน้อยพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“เกิดอะไรขึ้น ครูซ... เ้าต้องบอกข้า” แคทเธอรีนถามอย่างสงสัยและการที่คนตรงหน้ามีท่าทีอึกอักมันก็ยิ่งทำให้เธอไม่สบายใจ
“อาเธอร์เจอตัวฮันนาห์แล้ว” จบประโยคของครูซแม่มดสาวก็เบิกตากว้างเธอรู้จากครูซว่าฮันนาห์และเซนหนีไปด้วยกัน แม้จะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเท่าไหร่...แต่แคทเธอรีนคิดว่าที่สองคนนี้ทำไปต้องมีเหตุผลแน่ และการที่อาเธอร์...ผู้นำที่เลื่องชื่อเื่ความโหดร้ายของตระกูลอิเบซิสตามตัวพวกเขาเจอ
ไม่...เธอไม่อยากจะคิดเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น
“อะไรนะ... งั้นเซนล่ะ” คนตัวเล็กถามอย่างร้อนใจฮันนาห์น่ะไม่เท่าไหร่เพราะเธอคือคนของตระกูลอิเบซิส แต่เซนนี่สิ
“เซนปลอดภัย มันกำลังจะไปช่วยฮันนาห์” คำพูดของครูซมันทำให้แคทเธอรีนขมวดคิ้วมุ่น “หมายความว่ายังไง...ถ้าอาเธอร์จับตัวฮันนาห์ไปเธอก็คงอยู่ที่ปราสาทอิเบซิส” “และจะถูกบังคับให้แต่งงานกับชายแปลกหน้า” จบประโยคของร่างสูงแคทเธอรีนก็ชะงักไปพร้อมกับใจที่หายวาบ เธอรู้ว่าฮันนาห์และเซนรักกันมาก... มากพอที่จะสละชีวิตของตัวเองให้กับอีกฝ่ายได้เลยเธอกับครูซเองก็เหมือนกัน...แม้จะแทบไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างจริงจังเลยสักครั้ง แต่เธอรู้ว่าเขาจะไม่ลังเลเลยหากต้องเอาชีวิตของเขาแลกกับเธอ“ไอ้เซนมันทนไม่ได้...” ครูซเอ่ยต่อในขณะที่ร่างบางก็พยักหน้ารับเบาๆ
“ข้ารู้...” แคทเธอรีนตอบเสียงแ่ จู่ๆก็รู้สึกร้อนวาบขึ้นมาที่ขอบตา เธอรู้ดีว่าเซนไม่มีทางจะให้งานแต่งงานบ้าๆนั่นเกิดขึ้นแน่
“และข้าก็ไม่มีทางปล่อยให้มันไปคนเดียว” จบประโยคของแวมไพร์หนุ่มเรียวคิ้วของแคทเธอรีนก็ขมวดเข้าหากันอีกครั้ง
“แต่ถ้าเ้ากับเซนบุกเข้าไปที่ปราสาทอิเบซิส...”เธอพูดก่อนจะค้างไว้เมื่อสมองมันเริ่มเข้าใจความหมายบางอย่างจากคำพูดของเขา
“เพราะแบบนี้เ้าถึงมาหาข้าใช่มั้ย” แคทเธอรีนช้อนสายตาขึ้นสบกับคนตรงหน้าอีกครั้งอย่างใจเสียเธออยากได้ยินคำปฏิเสธจากปากครูซ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีความหวังในเมื่อเขายังเงียบ
“...”
“ข้าจะไปด้วย” แม่มดสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดและครูซก็ส่ายหน้าปฏิเสธทันที
“ไม่... เ้าควรอยู่นี่”
“ข้าช่วยพวกเ้าได้ ครูซ... ได้โปรด” แคทเธอรีนพยายามโน้มน้าวเธอจะปล่อยให้สองพี่น้องนั่นไปด้วยกันแค่สองคนได้ยังไงในเมื่อคนของอิเบซิสโหดร้ายขนาดนั้นแวมไพร์ที่าุโน้อยกว่าไม่มีทางที่จะแข็งแกร่งเทียบเท่าแวมไพร์ที่มีอายุแก่กว่าได้เซนกับครูซไปก็มีแต่ตายกับตาย
“เ้าควรอยู่นี่ทำอาหารเช้าให้พ่อกับแม่และพี่ชายของเ้า ตอนเย็นเราก็ได้เจอกันแล้ว” คนตัวโตเอ่ยเสียงนุ่มพลางยกมือขึ้นลูบเส้นผมสีทองยาวสลวยของคนตรงหน้าในขณะที่แคทเธอรีนกลับเอาแต่ส่ายศีรษะอย่างไม่ยอมรับและพูดเสียงสั่นเครือ
“ไม่ ฮึก... ข้าอยากไปกับเ้า” แม่มดสาวพยายามรั้งข้อมือคนตรงหน้าเอาไว้แต่เขาก็ดึงมือเธอออกไปได้อย่างง่ายดายครูซยกมือขึ้นจับไหล่บางของคนตัวเล็กทั้งสองข้างพลางสบกับดวงตาคู่สวยด้วยความแน่วแน่
“แคทเธอรีน สัญญาสิว่าจะรอข้าอยู่ที่นี่...ได้โปรด” แวมไพร์หนุ่มอ้อนวอน เขารู้ว่าเธอเป็ห่วงเขาและเขาเองก็รู้สึกเป็ห่วงเธอไม่ต่างเพราะอย่างนั้นเขาถึงให้เธอไปด้วยไม่ได้ยังไงล่ะ
เขาคงทนไม่ได้แน่ถ้าเธอเป็อะไรไป...
“ข้าจะกลับมาหาเ้า... ข้าจะกลับมาแน่ๆ” ครูซเอ่ยลาก่อนจะจุมพิตที่หน้าผากนวลของคนตรงหน้าแล้วผละออกไปอย่างรวดเร็วแคทเธอรีนกวาดมองความมืดโดยรอบด้วยความวาบโหวงใจ
“ครูซ!”เขาหายไปแล้ว...
“แคทเธอรีน” เสียงนุ่มทุ้มที่ดังขึ้นใกล้ๆตอนที่ฉันขยับเปลือกตามันทำให้ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อย ชื่อนั่น...เหมือนของผู้หญิงที่อยู่ในฝันฉันเลย
“แคทเธอรีน เป็ยังไงบ้าง” พอฉันลืมตาขึ้นก็เห็นว่าคนตรงหน้าคือหมอนั่นผู้ชายที่เป็เพื่อนของชีฟอง... และเขากำลังนั่งจ้องฉันอยู่ ให้ตายสิ...หมอนี่ตามฉันไปยันในฝันเลยนะ
“หัวเราะอะไรของคุณ” คนตรงหน้าเลิ่กคิ้วถามตอนที่ฉันหลุดหัวเราะออกมาเบาๆอย่างไร้สาระ
“หัวเราะคุณนั่นแหละ ตามราวีฉันยันในฝันเลย” ฉันเอ่ยเบาๆก่อนจะยันตัวลุกขึ้นนั่งโดยมีเขาคอยช่วย จริงสิ...เมื่อคืนรู้สึกฉันจะปวดหัวมากจนหลับไปเลย ตอนนี้เช้าแล้ว...หมายความว่าครูซอยู่กับฉันทั้งวันทั้งคืนเลยหรอเนี่ย
“คุณฝันถึงผม” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแปลกใจในขณะที่ฉันก็นึกไปถึงตอนที่ตัวเองฝันอีกครั้ง แม้มันจะเลือนราง...แต่ฉันรู้สึกว่ามันเป็ฝันที่ยาวนานเหลือเกินเป็ฝันที่ฉันรู้สึกดีเหมือนได้กลับไปเจอเพื่อนเก่า
“อืม... ฝันแปลกมากเลยสงสัยฉันคงอ่านนิยายแฟนตาซีมากไปหน่อย” ฉันเอ่ยก่อนจะถอนหายใจออกมา...มันเป็ฝันดีนะ แต่ตอนที่มันจบลงฉันกลับรู้สึกใจหายยังไงก็ไม่รู้
“แล้วหายปวดหัวรึยัง” ครูซเอ่ยขึ้นพร้อมกับจ้องหน้าฉัน ฉันจึงสังเกตตัวเองอยู่สองสามวิแล้วตอบเขากลับไป
“หายแล้วล่ะ” ที่จริงรู้สึกสมองปลอดโปร่งมากเลยด้วยแปลกจัง... ทั้งๆ ที่ตอนนั้นทรมานมากเลยแท้ๆ แต่ทำไมอยู่ๆ ถึงได้รู้สึกง่วงจนหลับไปก็ไม่รู้
เป็เพราะเขางั้นหรอ...
ฉันคิดพร้อมกับมองครูซที่ยังทำสีหน้าจริงจังตอนสำรวจอาการฉันแต่แล้วความคิดที่ว่ามันคงเป็ไปไม่ได้และคงเป็เื่ไร้สาระก็ทำให้ฉันส่ายศีรษะกับตัวเองน้อยๆ
“ยังเจ็บหัวใจอยู่มั้ย” คนตัวโตถามขึ้นอีกแล้วฉันก็ส่ายหน้าปฏิเสธครูซถึงได้พยักหน้ารับเบาๆ และเขาก็ดูผ่อนคลายขึ้น
“นายรู้จักคนที่ชื่อฮันนาห์กับเซนมั้ย” ไม่รู้ทำไมจู่ๆฉันถึงได้ถามเขาแบบนั้น แต่... มันเป็ฝันที่รู้สึกเหมือนจริงมาก ฉันก็เลย...
“ถามทำไม”เสียงของคนตรงหน้าฟังดูแข็งกระด้างขึ้นมาทันทีจนฉันแปลกใจ ครูซไม่ได้สบตาฉัน...มันเหมือนกับว่าเขากำลังเก็บงำอะไรบางอย่าง
“พวกเขาอยู่ในฝันฉันด้วย ฉันรู้จักคุณ...แต่สองคนนั้นฉันไปเก็บมาฝันได้ยังไงกันนะ” ฉันเอ่ยไปตามที่คิด หรือว่าบางทีฉันอาจจินตนาการสองคนนั้นขึ้นมาเองก็ได้...ก็มันเป็ฝันนี่นะ
“คุณอาจจะเคยรู้จัก” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นฟังดูจริงจังจนฉันเผลอเงยหน้ามองคนพูดอีกครั้ง
“ไม่มีทางหรอก... ฉันไม่คุ้นเลยสักนิด” เอ่ยจบฉันก็ถอนหายใจออกมาอา... ให้ตายสิ ดูเหมือนหัวใจฉันจะเริ่มเจ็บจี๊ดๆ ขึ้นมาอีกแล้วด้วยไม่เอาแล้วนะ... ฉันไม่อยากทรมาน
“ฉันว่าคุณกลับบ้านได้แล้วมั้ง” ฉันหันไปเอ่ยกับครูซที่นั่งเงียบราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างในใจก่อนที่เขาจะเลิ่กคิ้วขึ้นนิดๆ แล้วถามกลับมา
“ไล่?” ฉันส่ายศีรษะปฏิเสธ
“เปล่า... คิดว่าคุณอาจอยากกลับ” เอ่ยจบเขาก็เขยิบเข้ามาใกล้กันมากกว่าเดิมจนฉันเผลอพิงแผ่นหลังกับพนักหัวเตียง ดวงตาคู่คมที่จดจ้องมามันทำให้ช่องท้องของฉันรู้สึกวาบโหวงหัวใจเต้นกระหน่ำอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
คงต้องยอมรับล่ะว่าครูซเป็ผู้ชายที่ดูดีมาก ทั้งหน้าตารูปร่าง ทุกๆ อย่างที่เป็เขามันชวนให้น่าหลงไหลอย่างบอกไม่ถูกถ้าไม่นับรวมความรู้สึกทรมานแปลกๆ ยามที่อยู่กับเขา ฉันเองก็คงจะหลงเสน่ห์เขาอย่างง่ายดายไปแล้ว
เพียงแต่ว่าบางสิ่งลึกๆ มันกำลังบอกฉันว่า...เขามันอันตราย
“ผมอยากอยู่กับคุณ... แคทเธอรีน คุณน่าจะรู้” คำพูดของคนตรงหน้ามันทำให้ฉันเผลอกัดปากอย่างอึดอัดคุณเคยเป็มั้ย... มันเหมือนกับว่าความรู้สึกของฉันที่มีต่อเขามันรุนแรงมากทุกครั้งที่มองหน้าเขา... สบตาเขา...หัวใจของฉันมันเจ็บราวกับถูกของมีคมทิ่มแทงลงมาตลอดเวลาฉันรู้สึกเศร้าเสียใจอย่างไม่รู้สาเหตุ ทว่าในขณะเดียวกัน...ฉันกลับรู้สึกโหยหาเขาอย่างสุดหัวใจ
ฉันคิดถึงเขาทั้งๆ ที่เราเพิ่งเจอกันเพียงไม่นาน...ฉันไม่เข้าใจเลย
“ฉันรู้สึกแปลกๆ กับคุณ” ฉันเอ่ยขึ้นหลังจากที่เราสบตากันเนิ่นนานครูซหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเอ่ยปากถามฉันกลับมา
“รู้สึกอะไร” คำถามที่ได้ยินมันทำให้ฉันรู้สึกกระดากอายที่จะตอบกลับไปจะให้ฉันอธิบายสิ่งที่อยู่ในใจทั้งหมดก็คงไม่ได้ เขาคงคิดว่าฉันบ้า...เพราะฉะนั้นฉันจึงเลี่ยงที่จะไม่ตอบแล้วถามเื่ที่ตัวเองอยากรู้ขึ้นมาแทน
“ครูซ แคทเธอรีนคือใคร” ได้ยินดังนั้นคนตัวโตก็ดูเหมือนจะชะงักไปวูบหนึ่งที่ฉันเห็นว่าแววตาของเขาดูปวดร้าว... แต่มันก็แค่วูบเดียวเท่านั้น
“อยากรู้แล้วหรอ ก่อนหน้านี้ไม่เห็นสนใจ” ครูซเอ่ยด้วยท่าทีผ่อนคลายขึ้นมาอีกนิดแต่ฉันก็ยังอดเกร็งไม่ได้อยู่ดีก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าไม่สนใจ แต่เขาต่างหากที่เรียกความสนใจจากฉันไปจนหมดอีกอย่างมันคงเป็เพราะฝันเมื่อคืนนี้ด้วยล่ะมั้ง
“ก็เพราะว่า... “ ฉันเอ่ยก่อนจะเว้นเอาไว้เพราะพูดไปก็คงต้องอธิบายกันอีกยาว
“เอาล่ะ ตอบฉันที” สุดท้ายฉันก็เปลี่ยนมาเค้นคำตอบจากคนตรงหน้าแทนครูซสบตาฉันอีกครั้ง... เขาจ้องลึกเข้ามาเหมือนอยากจะเจาะเข้าไปในหัวใจกันให้ได้
“แคทเธอรีนเป็...” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นแ่เบาหากแต่นั่นกลับเป็่เวลาที่หัวใจของฉันเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง พอทียัยแคท...เธอคือแคท ไม่ใช่แคทเธอรีน คิดดังนั้นฉันจึงกลั้นใจฟังประโยคถัดมาให้จบ
“คนรัก... เราสองคนรักกันมาก” ครูซเอ่ยก่อนจะฉีกยิ้มมุมปากนิดๆแต่รอยยิ้มของเขาก็หายไปในประโยคถัดมาของฉัน
“แล้วเื่ที่นายบอกว่าผิดสัญญาล่ะเธอผิดสัญญาอะไร” นั่นคือสิ่งที่ฉันสงสัยเพราะเขาเอาแต่พูดเื่นี้กับฉันมาเป็ร้อยๆ ครั้งในหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา สีหน้าของครูซดูตึงขึ้นมาทันที... เขาทำเหมือนไม่อยากตอบคำถามแต่สุดท้ายก็ยอมพูดออกมา