ร้อยดาวตะวันเดียว [My DayLight]

    EP. 8 น้องชายร้ายไม่เลิก 6---100%

    ตื้นตันและเติมเต็ม

     

            “คืนนี้ฉันจะกลับไปนอนคอนโดค่ะ ไข้ลดแล้วกินยาอีกชุดพรุ่งนี้ก็ไปทำงานได้ ถ้านอนนี่เสื้อผ้าหรือของใช้ก็ไม่มีสักอย่าง ฉันไม่ค่อยสะดวกค่ะ”

            อาทิตยายืนยันหนักแน่นเมื่อตื่นขึ้นมาตอนหกโมงเย็น แถมพาร่างไม่ค่อยแรงลุกจากเตียงอย่างดื้อรั้น ทำเอาคนเฝ้าไข้ออกอาการฉุนนิดๆ ที่บอกสามครั้งแล้วว่าให้นอนต่ออีกคืนเจ้าหล่อนก็ไม่ยอมท่าเดียว เขาเริ่มตีหน้าขรึมส่งเสียงเข้มๆ เป็นเชิงสั่งทันที

            “คุณนอนลงไปที่เดิมเลย เรื่องอื่นไม่ต้องเป็นห่วงผมจัดการให้เอง รับรองว่าพรุ่งนี้คุณจะมีของทุกอย่างก็แล้วกัน อย่าออกมานะ อีกหน่อยผมจะสั่งมื้อเย็นมาให้แล้วจะได้กินยา ห้ามดื้อห้ามเถียงห้ามมีข้อแม้อะไรอีก คงจะรู้นะว่าผมจะทำยังไงถ้าโกรธขึ้นมา”

            คนป่วยจำต้องนั่งทำตาปริบๆ มองนิ้วที่ชี้ไปหาเตียงของเขาเท่านั้น แผนจะดึงดันออกไปโบกแท็กซี่เองถ้าเขาไม่ยอมไปส่งต้องจบสิ้นลง แต่ก็ยังไม่วายละเมิดคำสั่งเขาด้วยการเดินไปคว้าผ้าขนหนูเดินไปอาบน้ำ เพื่อให้อาการป่วยไปจากตัวเร็วๆ

            “อาหารมาส่งแล้ว คุณจะกินในห้องหรือเดินออกมากินข้างนอก”

            จิณณวัตรเปิดประตูเข้ามาโดยไม่คิดจะเคาะ โชคดีที่คนอยู่ข้างในใส่ชุดนอนมาจากห้องน้ำ กระนั้นก็ยังสะดุ้งน้อยๆ อยู่ดีเมื่อเขาโผล่พรวดพราดมา แต่ก็พยายามปรับเสียงให้เป็นปกติ

            “ข้างนอกก็ได้ค่ะ”

            อาหารส่งกลิ่นหอมน่ากิน จนไม่รอให้เชิญก็รีบกินอย่างหิวโหยทันที เพราะเริ่มหายไข้บวกกับไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน อีกคนค่อยยิ้มได้หน่อย พออิ่มได้ไม่นานออดก็ดังขึ้น เขาตรงไปเปิดประตูแล้วได้กระเป๋าใบที่อาทิตยาคุ้นตาติดมือมาด้วย

            “เสื้อผ้ากับข้าวของที่คุณอยากได้อยู่ในนี้แล้ว คุณรีบกลับไปนอนพักให้เถอะส่วนผมทำงานต่อ”

            เขาเอาไปไว้ในห้องแล้วกลับออกมาทำงานโดยไม่ได้เอ่ยอะไรอีกเลย คนเพิ่งหายป่วยเองก็ไม่อยากจะอยู่กวนใจ จึงเดินเข้าห้องเปิดกระเป๋าดู พบว่าของใช้ส่วนตัวทุกอย่างถูกขนมาเรียบ แถมด้วยโน๊ตสั้นๆ ในโพสอิตแปะอยู่กับขวดน้ำหอม

            ‘แหมๆ ๆ สวีตกับหนุ่มจนลืมกลับบ้านกลับช่องเลยนะยะ อาหารร้านหรูๆ หนึ่งมื้อสำหรับค่าปิดปาก ไม่งั้นรับรองเรื่องนี้ถึงเจ้านายจอมวุ่นของหล่อนแน่ๆ’

            อยากโทรด่าเพื่อนนัก แต่ถ้าขืนทำมีหวังไม่ได้นอนแน่ เพราะต้องเล่าทุกเรื่องก่อนเพื่อนถึงจะยอมวางสายแน่ คิดได้ดังนั้นก็รีบนอนทันที เพื่อหวังให้วันรุ่งขึ้นมีเรี่ยวแรงมากพอที่จะสู้กับงาน และก็ไม่ผิดหวังนักเมื่อหกโมงลืมตาตื่นขึ้น รู้สึกว่าเบาตัวกว่าเมื่อวานคนละเรื่อง

            “ไว้เจอกันที่บ้านนะครับคุณเลขา”

            จิณณวัตรแหย่น้อยๆ เมื่อออกมาจากห้องในสภาพพร้อมออกไปทำงานเหมือนกันแล้ว เลยได้รอยยิ้มกึ่งค้อนส่งกลับมาให้ก่อนร่างสมส่วนในชุดทำงานเรียบหรูจะผละไปหารถแล้วขับออกไปก่อนเขา ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็มาถึงบ้านเจ้านาย

            “มาช่วยกินมื้อเช้าเป็นเพื่อนฉันที ไม่รู้คนในบ้านหายไปไหนหมด เหลือฉันอยู่แค่คนเดียวเท่านั้น”

            ชมจันทร์รีบบอกยืดยาวเมื่อลงมาชั้นล่างเห็นเลขาเข้าบ้านมาพอดี อาทิตยาไหว้เจ้านายแล้วเดินตามหลังไปเข้าห้องอาหารโดยไม่เอ่ยอะไรสักคำ เพราะในหัวมีเรื่องงานค้างอยู่หลายอย่าง

            “ฉันหยุดมานานเกรงใจเพื่อนที่มูลนิธิเหมือนกัน ยังไงช่วงนี้ฉันจะรับทำงานมากขึ้นหน่อยนะตะวัน อย่าเพิ่งเหนื่อยหรือเบื่อจนลาออกก่อนล่ะ ให้คิดถึงตอนที่ฉันอยู่เขาใหญ่แล้วงานทางนี้ก็ลดน้อยลงหน่อยก็แล้วกัน จะได้เอามาถัวๆ ไป รักจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติมันต้องมีตึงมีหย่อนบ้างนะ”

            อาหารคำแรกยังไม่ทันได้เข้าไปอยู่ในปากด้วยซ้ำ เลขาสาวก็รู้สึกอิ่มตื้อเสียแล้ว แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมานอกจากยิ้มให้เจ้านายอย่างนอบน้อมแล้วรีบผละออกไปเมื่อกินเสร็จ หรืออีกนัยก็เมื่อเจ้านายบ่นเสร็จนั่นเอง

             

            เอกสารบนโต๊ะไม่ต่ำกว่าสิบแฟ้ม กำลังถูกผู้บริหารหนุ่มนั่งอ่านอย่างละเอียดก่อนจะจรดปลายปากกาอนุมัติ นี่คือนิสัยอันดีเยี่ยม เวลาทำงานแล้วจะไม่ยอมให้พลาดหรือหลุดมือง่ายๆ ถึงแม้เรื่องส่วนตัวเขาจะไม่ใคร่ได้ใส่ใจอะไรหรือใครมากก็ตาม แต่เรื่องงานถือว่ายอมไม่ได้

            “คุณจิณคะ สารวัตรมาหาค่ะ”

            เลขาส่งเสียงมาตามสาย เขารับคำสั้นๆ แล้วดูนาฬิกาข้อมือพบว่าเพื่อนมาตรงเวลานั้นพอดิบพอดี แต่เขายังไม่เสร็จงาน จึงแค่เงยหน้าไปหาแล้วส่งสายตาไปยังชุดรับแขกหรูหราเพื่อให้เพื่อนรอก่อน

            “โทษทีนะ ประชุมวันนี้ยืดเลทไปเป็นชั่วโมง เลยยังไม่ได้ตรวจเอกสารสักแฟ้ม นั่งจิบเบียร์เย็นๆ ไปก่อนแล้วกัน อีกหน่อยเลขาคงจะยกมาให้”

            ทรงกลดไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนนัก แถมอยากอยู่ออฟฟิศเพื่อนนานๆ ด้วยซ้ำ ก็มีเลขาทั้งขาวทั้งสาวทั้งสวย แถมนุ่งสั้นอีกต่างหาก ยามเยื้องย่างเข้ามาแต่ละทีเขาก็มองเรียวขาจนเพลินทุกครั้ง

            อดแปลกใจไม่หายว่าเพื่อนทนได้ยังไงกัน เมื่ออยู่แวดล้อมด้วยของสวยๆ งามๆ พวกนี้

            ‘ฉันไม่ชอบเป็นสมภารว่ะ ของสวยๆ งามๆ นอกออฟฟิศมีให้เลือกถมเถ อันนี้ก็ถือเป็นอาหารตาไปแล้วกัน ยุ่งแล้วมีปัญหาตามมาเยอะ อีกอย่างฉันก็ชักจะเบื่อๆ เรื่องพวกนี้แล้วด้วย อยู่เมืองนอกได้กินจนอิ่มหนำ กลับมาก็ไม่ค่อยอยากจะได้ขาจรสักเท่าไหร่ อยากได้ขาประจำมาอยู่ด้วยจนแก่เฒ่ามากกว่า แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมากนะ มีก็มีมาก็มา ของอย่างนี้กำหนดเองไม่ได้หรอก’

            นั่นคือคำตอบเมื่อเขาเอ่ยถามเพื่อนตั้งแต่กลับมาทำงานใหม่ๆ ตอนแรกเขาไม่อยากจะเชื่อคำสักเท่าไหร่ในเรื่องไม่อยากจะเป็นสมภาร แต่ผ่านมาปีครึ่งแล้วเพื่อนยังไม่เคยเปลี่ยนแนวคิด ถึงได้ยอมจำนนและนับถือในความเคร่งครัดของเพื่อน

            “มีอะไรนักหนาต้องนัดเจอที่นี่”

            จิณณวัตรไปทรุดตัวลงนั่งใกล้ๆ เพื่อนด้วยท่าทีเครียดนิดๆ เหนื่อยหน่อยๆ เพราะเจอเรื่องหนักๆ มาตั้งแต่ก้าวขาเข้าออฟฟิศก็ว่าได้

            “จะมาบอกข่าวดีว่าเราอาจจะต้องควักกันอีกคนละสิบหรือยี่สิบล้าน เพื่อเปิดปั๊มใหม่อีกที่”

            ทรงกลดส่งน้ำเสียงเป็นการเป็นงานขึ้นกว่าเมื่อครู่ พร้อมกับหันไปมองท่าทีของเพื่อน เห็นเลิกคิ้วเป็นเชิงถามจึงอธิบายไปเรียบเรื่อย

            “ข่าววงในของคุณพ่อบอกว่ามีคนจะเปิดปั๊มแบบครบวงจรและใหญ่กว่าสองเจ้าที่มีอยู่แล้ว”

            “เพื่อตัดลูกค้าขาจรไม่ให้ไหลไปถึงเรา เราเลยจะเหลือแค่ขาประจำว่างั้น”

            จิณณวัตรอ่านทางออกโดยไม่ต้องคิดนาน

            “ก็ประมาณนั้นล่ะ และถ้าเราจะทำใหญ่จริงๆ คนละสิบยี่สิบอาจจะไม่พอนะ สักสามหรือสี่สิบถึงจะเอาอยู่ ทางฉันไม่มีปัญหาเรื่องนี้ ว่าแต่แกเถอะเอาเงินส่วนตัวมาลงเองจะเสี่ยงไปหรือเปล่า เพิ่งจะเสียสิบล้านไปให้น้องด้วย”

            “อืม! อาจจะไปขอยืมกับคุณพ่อแบบปลอดดอกเบี้ย ท่านน่าจะให้มาเฉยๆ สักยี่สิบ ส่วนอีกสิบก็ยืมไม่น่ามีปัญหาอะไร ฉันไม่อยากควักหมดตัวเดี๋ยวฉุกเฉินมาหมุนไม่ทันจะยุ่ง แต่ก่อนจะไปยืมเราบินไปสำรวจให้แน่ชัดดีมั้ย จะได้ไม่พลาด”

            จิณณวัตรมักจะรอบคอบแม้ในขณะกำลังเหนื่อยหน่ายถ้านั่นคือเรื่องงานหรือเรื่องเงินๆ ทองๆ

            “ถ้าแกว่างพรุ่งนี้เราไปเลย เอ่อ! เกือบลืม เรื่องนายเจน่ะให้กลับมาเรียนได้เลยนะ ฉันเคลียร์ตามคำขอแกแล้ว ไม่มีใครกล้าแหยมแน่ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่จอมชิ่งหรือพวกโต๊ะพนัน แต่เงินสิบล้านคงจะไม่ได้คืนนะ เพราะจะว่ากันตามจริงนานเจติดมัน ถ้าไม่จ่ายมันตามผลาญแน่ เอากันแบบวินวินก็แล้วกันนะ จ่ายเต็มแต่น้องแกไม่ต้องลี้ภัยมืดไปเมืองนอกมันคุ้มกว่า”

            จิณณวัตรพยักหน้ารับอย่างจนตรอกต่อเหตุผล และเดาได้ว่าต้องออกรูปนี้ แต่ก็ยังดีสำหรับน้องจะได้ไม่ต้องหวาดกลัวภัยตลอดเวลา เงินทองของนอกกายไม่ตายก็หาใหม่ได้เขาปลอบใจตัวเองอย่างนั้น

            “ขอบใจมากนะ งั้นกลับจากอีสานฉันกับตะวันจะไปรับนายเจกลับบ้านเลยก็แล้วกัน ขาดเรียนไปตั้งอาทิตย์แล้ว”

             

            หลังจากบินไปสำรวจดูลู่ทางแล้ว ก็พบว่าข่าวของเพื่อนมีมูลจริงอยู่มาก พอกลับมาจิณณวัตรก็ไม่รีรอที่จะเข้าไปคุยกับผู้เป็นพ่ออย่างเป็นการเป็นงานและตรงไปตรงมา

            “เอาเป็นว่าพ่อให้แกสามสิบล้านเลยก็แล้วกัน ถ้าไม่พอค่อยมายืมดีกว่า แต่อย่าเอาเวลาไปทุ่มงานตัวเองลืมงานของบ้านเราล่ะ แกต้องเป็นหัวแรงสำคัญต่อจากพ่อนะ จะรอนายเจเรียนจบคงจะอีกนาน พ่อเองก็สู้มาตั้งแต่หนุ่มจนแกละ อยากจะพักบ้าง บอกตรงๆ ว่าเหนื่อยทั้งกายและใจ”

            “ครับคุณพ่อ ขอบคุณมากครับ ผมจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังแน่ครับ”

            พ่อลูกคุยกันไม่กี่คำก็รู้เรื่อง จึงออกจากออฟฟิศพ่อกลับไปทำงานอย่างสบายอกสบายใจ แต่ก็ไม่ลืมโทรศัพท์ไปนัดเลขาแม่เรื่องไปรับน้องในวันหยุดนี้

            “พรุ่งนี้เช้าผมจะไปรับที่คอนโดคุณนะ สักแปดโมงเป็นไง”

            และคนปลายสายก็ทำให้เขาสบายใจขึ้นได้อีก เมื่อไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ กลับมา แต่ที่หนักใจก็เห็นจะเป็นเรื่องเตือนน้องไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพนันนี่สิไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงคุยดีท่าไหน

            และคนที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัวว่าทำให้ใครต่อใครกังวลอยู่นั้นก็กำลังยืนกอดอกเหม่อมองออกไปยังแปลงกุหลาบเป็นสิบไร่ มีผู้คนช่วยกันใช้กรรไกรตัดอย่างขะมักเขม้น

            ที่สะเทือนใจจิรายุมากสุดก็เห็นจะเป็นภาพพ่อกับลูกชายลูกสาวที่ทำงานรวมกับคนงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ส่วนแม่ก็วุ่นอยู่อาหารไว้รอท่ายามเสร็จจากงาน จนเขาชินตานับตั้งแต่วันแรกที่มาพึ่งพิงชายคาบ้านนี้หลบภัยแล้ว

            เขาแทบจะจำไม่ได้ว่าครอบครัวตัวเองมีภาพอันน่าประทับใจอย่างนี้บ้างไหม ส่วนใหญ่จะเห็นต่างคนอยู่ต่าง วันๆ แทบจะไม่พบหน้าหรือพูดคุยกันเลย

            โดยเฉพาะเขาที่มักจะไปหมกตัวอยู่บ้านเพื่อนมากกว่าอยู่บ้านตัวเองเสียอีก จนต้องพบกับปัญหาอันหนักอึ้งให้พี่กับเลขาแม่ต้องเดือดร้อนด้วย

            เขาสัญญากับตัวเองว่าจะไม่กลับไปหาการพนันอีกเด็ดขาด และจะตั้งใจเรียนให้จบ แต่ไม่วายเป็นกังวลเรื่องที่จะเจ้ามือโต๊ะตามกวน เขาอยากจะเชื่อว่าพี่ชายคงจัดการปัญหานี้ได้

            เพราะเมื่อวานโทรมาบอกว่าจะให้กลับไปเรียนแล้ว แปลว่าคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง งั้นเขาก็ไม่ควรจะตีต้นไปก่อนไข้ หนุ่มหล่อยิ้มบางแล้วสลัดรองเท้าแตะเป็นผ้าใบแทน

            เสื้อกล้ามถูกทับด้วยแขนยาวเก่าๆ กับหมวกปีกกว้าง แล้ววิ่งลงไปยังแปลงกุหลาบช่วยงานเจ้าของบ้านผู้ใจดีให้ที่อยู่ฟรีกินฟรีมาเป็นอาทิตย์ แถมดูแลอย่างดีจนต้องช่วยงานเป็นการตอบแทน

            “พี่เจจะเอากาแฟมั้ยคะ หนูจะชงมาเผื่อ”

            รัตติกาลยิ้มให้ก่อนถามเช่นทุกวัน พอได้ยิ้มเป็นคำตอบก็เดินตรงเข้าบ้าน ไม่นานก็กลับมาแจกจ่ายให้ทุกคนรวมทั้งคนงาน จิรายุแปลกใจไม่หายในทุกเช้าว่าทำไมถึงสุขใจได้

            เพียงแค่มีกาแฟแก้วกับปาท่องโก๋ไม่กี่คู่เท่านั้น อาจจะเป็นเพราะกุหลาบสวยสดชื่นที่แวดล้อมอยู่ หรือเพราะรอยยิ้ม เสียงหัวเราะของคนรอบกาย ที่ต่างสรรหาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาคุยมาเล่าให้คลายเหนื่อยจากงานก็เป็นได้

            แต่ไม่ว่าเพราะอะไรเขาชอบที่นี่ ชอบบ้านชอบสวนนี้ และชอบคนในครอบครัวนี้ไม่น้อย รวมทั้งอาทิตยาที่เมื่อก่อนไม่เคยอยู่ในสายตาด้วยเช่นกัน

            กระทั่งเห็นน้ำใจในการช่วยปัดเป่าทุกข์หนักให้เขาได้ แถมยังเอาตัวเข้าไปเสี่ยงจนต้องได้รับบาดแผลกลับมาด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เขาซาบซึ้งใจอย่างล้นเหลือ จนต้องสั่งกับตัวเองอีกเรื่องว่าต่อไปจะไม่แสดงกิริยาท่าทางไม่ดีใส่อีกเป็นอันขาด

            +++++

    E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ 

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

    สนใจโหลดตัวอย่างอ่านก่อนซื้อได้ค่ะ

    ร้อยดาวตะวันเดียว [My Daylight]กันเกราwww.mebmarket.comอ้อ!!! บีบน้ำตาด้วย บอกแล้วไงว่ากับผมไม่ต้องบิ้วมากหรอก แค่นี้น้องชายผมก็ตื่นจะแย่แล้วอยากจะเถียงหรือด่าทอกลับเต็มกำลัง




    ****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเรื่องจะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็นกำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในครอบครองอยู่แล้วค่ะ ******

    ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม


            และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
    รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง



    เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้

            ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
    ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

            

            IFrame

    สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย

    สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗

    ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็นลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็นประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น

            IFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrame


    คล้ายกับเรื่องร้อยดาวตะวันเดียว [My DayLight] ที่คุณอ่าน