นั่นเป็เสียงของเกาเฉียง หลินโยวโยวผู้มีความอยากรู้อยากเห็น ดวงตากลมโตจ้องมองไปทางหน้าต่าง "พี่ชาย หนูอยากดู"
"ได้ เดี๋ยวพี่พาไปดู" ซูมู่หยางอุ้มหลินโยวโยวขึ้นมา แล้วก้าวเร็ว ๆ ไปที่หน้าต่าง
หน้าต่างของร้านอาหารเป็กระจกใสบานใหญ่จากพื้นจรดเพดาน ทำให้มองเห็นด้านนอกได้อย่างชัดเจน
ถังเวยเดินตามหลังซูมู่หยางมาที่หน้าต่างบานนั้น พอมองลงไป ก็เห็นเกาเฉียงกำลังกุมหัวที่ถูกของแข็งฟาดอยู่ด้านนอกอพาร์ตเมนต์
เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็เห็นผู้ชายสองคนเดินออกมาจากซากปรักหักพัง หนึ่งในนั้นขว้างก้อนอิฐในมือใส่เกาเฉียงอย่างท้าทาย แต่เกาเฉียงหลบได้ทัน
"เกาเฉียง แกปล่อยให้พวกเราต้องรอนานเลยนะ!" ผู้ชายสองคนนั้น คนหนึ่งผมดำ อีกคนผมทอง หลินโยวโยวมีความทรงจำที่ไม่ดีกับชายผมทอง เธอรีบกอดคอซูมู่หยางด้วยความกลัว
ซูมู่หยางตบหลังเธอเบา ๆ "เป็อะไรไป?"
หลินโยวโยวส่ายหน้า ไม่พูดอะไรสักคำ พอนึกได้ว่าเธอได้บล็อกชายผมทองไปแล้ว ชายผมทองจึงมองไม่เห็นอพาร์ตเมนต์ และยิ่งเข้ามาไม่ได้ หลินโยวโยวถึงค่อยรู้สึกเบาใจลงบ้าง
"พวกนาย..." ที่ด้านล่าง เกาเฉียงมองดูพี่น้องสองคนที่ปรากฏตัวขึ้นกะทันหันด้วยสีหน้ามึนงง
ชายผมทองไม่เกรงใจ ต่อยเข้าที่หน้าของเกาเฉียงเต็มแรงหนึ่งหมัด "กล้าหลอกเงินแม่ฉัน แกอยากตายนักใช่ไหม!"
เหล่าต้าก้าวเข้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว บีบคอเกาเฉียงไว้ "คายเงินออกมา ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าพี่น้องเราสองคนไม่เกรงใจ!"
"ฉันไม่... ไม่มีเงิน!" เกาเฉียงไม่ยอมปริปาก "อีกอย่าง ฉันไม่ได้หลอกเงินแม่นาย ฉันแค่ให้เธอเช่าห้องเดี่ยวห้องหนึ่ง เดือนละหนึ่งหมื่นเหรียญทอง ถูกกว่าค่าเช่าในฐานผู้รอดชีวิตเสียอีก พวกนายควรจะขอบคุณฉัน!"
"ขอบคุณแก? แกบอกว่าอพาร์ตเมนต์เป็ของแก แบบนี้ไม่เรียกว่าหลอกลวงแล้วจะเรียกว่าอะไร? เ้ารอง อย่าไปเสียเวลากับมัน ถ้ามันไม่คืนเงิน ก็ฆ่ามันซะ แล้วใช้ชีวิตมันชดใช้แทน!"
สายตาของเหล่าต้าเย็นเยียบลงทันที เห็นได้ชัดว่ามีความคิดที่จะฆ่า หากเป็่ก่อนยุควันสิ้นโลกเขาคงไม่กล้าพูดจาโอ้อวดแบบนี้ แต่ตอนนี้คือยุควันสิ้นโลก ความสงบเรียบร้อยพังทลายไปนานแล้ว
ในเมืองอวี๋เฉิงมีคนตายทุกวัน บางคนถูกซอมบี้ฆ่า บางคนตายเพราะการแย่งชิงทรัพยากร ตายด้วยวิธีไหนก็มีหมด และไม่มีใครสนใจเลยสักนิด
ชายผมทองก็คิดแบบเดียวกัน เมื่อได้ยินคำพูดของเหล่าต้า เขาก็ไม่เกรงใจ รุมทั้งต่อยทั้งเตะเกาเฉียง พอพบว่าพวกเขาเอาจริง เกาเฉียงก็ะโลั่น
"หยุดนะ หยุดเดี๋ยวนี้! พวกนายรู้ไหมว่าลุงฉันเป็ใคร? กล้าตีฉัน พวกนายไม่อยากอยู่ในฐานผู้รอดชีวิตแล้วใช่ไหม?"
"ลุงแกเป็คนของฐานหลงเถิง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเาาวฐานหู่เยว่?" ชายผมทองแค่นเสียงเหยียด "บอกความจริงให้ก็ได้ว่า พี่น้องเราสองคนน่ะ ไม่ชอบขี้หน้าพวกฐานหลงเถิงมานานแล้ว กล้าหลอกแม่ฉัน วันนี้ฉันต้องเอาชีวิตแกให้ได้!"
ฐานหลงเถิงและฐานหู่เยว่ไม่ถูกกันมาแต่ไหนแต่ไร พอได้ยินว่าอีกฝ่ายเป็คนของฐานหู่เยว่ เกาเฉียงก็ลนลานทันที "พี่ชายทั้งสองคน ผมรู้ตัวว่าผิดแล้ว ผมจะคืนเงิน ขอร้องล่ะ อย่าตีเลย!"
แต่ทั้งสองคนกำลังตีอย่างเมามัน ไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย หมัดหนัก ๆ ร่วงหล่นลงมาดั่งสายฝน เสียงของเกาเฉียงค่อย ๆ เบาลง และเริ่มมีเสียงร้องไห้ปนอยู่
ซูมู่หยางกลัวว่าหลินโยวโยวจะใ จึงยกมือขึ้นปิดตาเธอไว้ เมื่อถูกบังทัศนวิสัย หลินโยวโยวจึงยืดคอขึ้น ซูมู่หยางเลื่อนมือปิดตาเธออีกครั้ง "พี่ชาย ให้หนูดูหน่อย"
ซูมู่หยางหันมามองเธอ "ไม่กลัวเหรอ?"
หลินโยวโยวส่ายหน้า แล้วก็พยักหน้า เธอกลัวแต่เธออยากดู "งั้นก็ดูเถอะ ถ้ากลัวก็บอกพี่นะ"
เมื่อซูมู่หยางปล่อยมือ หลินโยวโยวก็กลับมามองเห็นได้อีกครั้ง เกาเฉียงถูกสองคนนั้นตีจนร้องโอดโอย เขาล้วงเหรียญทองออกมาจากกระเป๋าแล้วขว้างออกไปไกล ๆ
"ฉันคืนเงินให้พวกนาย คืนให้หมดเลย!" เขาขว้างเหรียญทองออกไปไม่หยุด แต่พี่น้องสองคนนั้นไม่มีทีท่าว่าจะหยุดมือ
ประจวบเหมาะกับที่สองพี่น้องตระกูลลู่เดินกลับมาพอดี ลู่เหยามองเห็นเหรียญทองเต็มพื้น ดวงตาก็เป็ประกายทันที "พี่ มีเงินด้วย!"
"อย่าแตะ เงินพวกนี้เป็ของพวกเรา!" สองพี่น้องกลัวว่าเหรียญทองจะถูกคนอื่นเก็บไป จึงยอมปล่อยเกาเฉียงไปชั่วคราว
เกาเฉียงไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง รีบวิ่งหนีเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ทันที ลู่เหยี่ยเหลือบมองเหรียญทองบนพื้น แล้วจูงมือลู่เหยากลับเข้าอพาร์ตเมนต์ไป
สองพี่น้องเก็บเหรียญทองขึ้นมา พอหันกลับไปมอง ก็เห็นลู่เหยี่ยและลู่เหยาหายลับไปในซากปรักหักพังด้านหน้าพอดี ชายผมทองชะงักไปครู่หนึ่ง ขยี้ตาตัวเอง "พี่ ผมตาฝาดหรือเปล่า?"
"ฉันว่าฉันก็ตาฝาดเหมือนกัน กลางวันแสก ๆ แบบนี้ ทำไมเห็นผีได้อีกแล้ว?"
เหล่าต้ากลืนน้ำลาย "ที่นี่มีอะไรแปลก ๆ รีบไปกันเถอะ!" สองพี่น้องเก็บเหรียญทองใส่กระเป๋าแล้วรีบวิ่งหนีไป
"น่าเสียดายจริง ๆ ที่ไม่ได้ตีให้ตาย!" ถังเวยส่ายหัว ดวงตาเต็มไปด้วยความเสียดาย
เธอหันกลับมานั่งที่โต๊ะ พอเงยหน้าขึ้น ก็เห็นเสี่ยวเอ้อร์กำลังวุ่นวายอยู่ในครัวแบบเปิด ดวงตาของเธอเป็ประกาย รู้สึกแปลกใหม่กับสิ่งนี้มาก
เมื่อครู่เธอยังนึกกังวลว่าในครัวไม่มีพ่อครัว ไม่นึกเลยว่าเสี่ยวเอ้อร์จะมารับหน้าที่เป็พ่อครัวแทน "โยวโยว หุ่นยนต์ตัวนี้เธอซื้อมาจากไหนเนี่ย ทำได้ทุกอย่างเลยนะ!"
"สุ่มรางวัลได้มาค่ะ" หลินโยวโยวถูกซูมู่หยางอุ้มมานั่งลงตรงข้ามกับถังเวย
เธอโกหกไม่เป็ และไม่อยากโกหกถังเวย จึงตอบไปตามความจริง พอถังเวยได้ยิน ก็รู้สึกอิจฉาจนทนไม่ไหว ดวงของหลินโยวโยวดีเกินไปแล้ว สุ่มรางวัลจนได้หุ่นยนต์ที่ฉลาดขนาดนี้มา!
ขณะที่ถังเวยกำลังยินดีกับหลินโยวโยว ในร้านอาหารก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น "ขอเชิญลูกค้าหมายเลข 01 รับอาหาร"
ซูมู่หยางมองบัตรคิวในมือ แล้วหันไปบอกถังเวย "ผมไปรับอาหารก่อน ฝากดูแลโยวโยวด้วยนะครับ"
"วางใจเถอะ! ที่นี่มีแค่เราสามคน ไม่มีอะไรหรอก!" ถังเวยโบกมือ รู้สึกว่าซูมู่หยางกังวลมากเกินไป
ซูมู่หยางมองหลินโยวโยวอย่างไม่วางใจ ลูบผมเธอเบา ๆ "พี่ไปรับอาหารนะ รอพี่กลับมานะ!"
"อื้อ หนูรอพี่ชายค่ะ!" หลินโยวโยวพยักหน้าอย่างว่าง่าย ซูมู่หยางถอนมือออก แล้วจึงเดินออกจากโต๊ะอาหารไปยังจุดรับอาหารด้วยความสบายใจ ที่จุดรับอาหารมีถาดวางอยู่ อาหารที่เขากับหลินโยวโยวสั่งถูกวางรวมกันอยู่ในถาดเดียว
ซูมู่หยางถือถาดกลับมา วางลงบนโต๊ะอาหาร จากนั้นก็ไปหยิบชามเปล่าสามใบและตะเกียบสามคู่จากตู้ฆ่าเชื้อ
เขาแบ่งชามและตะเกียบให้หลินโยวโยวและถังเวย แล้วจึงนั่งลงข้าง ๆ หลินโยวโยว
"ขอบคุณนะ!" ถังเวยกล่าวขอบคุณ
ซูมู่หยางไม่ได้ตอบ แต่ก้มหน้าช่วยหลินโยวโยวปอกไข่ต้ม "อาหารในร้านผัดสด ๆ ร้อน ๆ เลย ทานเยอะ ๆ นะ"
ซูมู่หยางส่งไข่ต้มที่ปอกเสร็จแล้วให้หลินโยวโยว และคีบหมูเส้นผัดซอสเปรี้ยวหวานใส่ชามให้เธอ
หลินโยวโยวผอมเกินไป แม้ว่า่นี้เธอจะมีเนื้อมีหนังขึ้นมาบ้าง ดีกว่าตอนที่เขามาถึงครั้งแรก แต่เธอก็ยังตัวเบามาก เขาสามารถอุ้มเธอขึ้นมาได้ด้วยมือเดียว
เมื่อมองดูอาหารจานเนื้อสองอย่างที่วางอยู่ตรงกลาง ถังเวยก็กลืนน้ำลายด้วยความอยาก ทั้งที่เธอตั้งใจจะรักษาหุ่น และตอนเย็นไม่ควรทานเยอะ แต่ดันต้องมานั่งตรงข้ามกับสองพี่น้องคู่นี้ เธอไปทำกรรมอะไรไว้เนี่ย?
"หอมจังเลย!" เกาเฉียงขึ้นลิฟต์มาบนตึก พบว่าชั้นสองที่เคยเป็แบบเดิม กลายเป็ร้านอาหารไปเสียแล้ว ยังไม่ทันจะได้สงสัย เขาก็ได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมาเตะจมูก