ทางด้านเวทิศ เขาได้สติขึ้นมาในห้องห้องหนึ่ง เมื่อมองไปรอบๆ เขาจำได้ว่ามันคือห้องพักของเขาที่บ้านพักนั่นเอง บรรยากาศมันดูแปลกไปข้าวของเครื่องใช้บางอย่างมันหายไป และข้าวของเครื่องใช้บางอย่างมันถูกเพิ่มเข้ามาเหมือนห้องมันโบราณลงแต่สะอาดเอี่ยมเหมือนใหม่อย่างนั้นแหละ
“ตื่นแล้วหรือ” ร่างงดงามในชุดไทยปรากฏตัวขึ้น
“คนอื่นอยู่ไหน เธอทำอะไรพวกเขา”
“อย่าห่วงเลย ท่านจะไม่เจอเช่นพวกมัน เพียงท่านพูดว่ารักข้า”
“ไอรักอยู่ที่ไหน เธอทำอะไรพวกเขา”
ทับทิมจ้องหน้าเขาแล้วภาพของทั้งสามไหลเข้ามาในหัวเวทิศ
“หยุด! พอสักทีปล่อยพวกเขา”
“ไม่! มันทำข้าก่อน มันสมควรแล้วที่ต้องโดนเช่นนี้ ส่วนท่านหากไม่ยอมรับรักจากข้า ท่านจะโดนเช่นกัน!”
“เอาเลย อยากทำอะไรก็ทำ”
อยู่ๆ ทับทิมนิ่งไป คิ้วสวยขมวดเข้าหากันแน่น
“ไอ้หมอผีชั้นต่ำมึงจะลองดีกับกูหรือ”
ร่างทับทิมหายไป
อีกด้านครอบครัวของศศิธรกำลังร้อนใจเพราะไม่ได้รับการติดต่อจากลูกั้แ่เมื่อวาน
“แม่โทรบอกอาจารย์ให้แล้ว ถ้าอีผีมันทำร้ายหลานแม่จริงมันได้ลงหม้อแน่!” พีรดาพูด
“คุณแม่คะแล้วถ้าไม่ใช่ฝีมือผีตนนั้นล่ะคะ ถ้าเป็อย่างอื่นล่ะ”
“เื่นั้นพี่ให้คนออกไปสืบแล้ว อุ่นใจเย็นๆ ก่อนนะ” พีรวิชญ์ลูบหลังปลอบภรรยา
“นั้นมันลูกตั้งสองคนอีกคนหนึ่งก็หลาน อุ่นเย็นไม่ไหวแล้วค่ะ”
อีกครอบครัวหนึ่งก็ร้อนใจไม่แพ้กันลูกชายหายไปั้แ่เมื่อวานไปหาที่บ้านพักก็ไม่พบ โทรศัพท์ก็ไม่รับ โทรไปถามพระอาจารย์ที่เธอให้เด็กทั้งสี่คนนั้นไปพบก็ได้คำตอบว่าทั้งสี่ยังไม่มา คนเป็แม่จึงร้อนใจห่วงลูกหนักหนาแต่เธอเบาใจขึ้นหน่อยเมื่อพระอาจารย์ ให้คำมั่นว่าจะช่วยทั้งสี่คนกลับมาให้ได้
“ช่วยกลับมา กลับมาจากไหนคะพระอาจารย์ลูกดิฉันอยู่ไหนคะ”
“อาตมาบอกไม่ได้โยม ขอให้โยมตั้งใจสวดมนต์ภาวนา ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองทั้งสี่และรออยู่ที่นั่น”
“ก็ได้ค่ะ พระอาจารย์ยังไงก็ฝากช่วยลูกชายของฉันด้วยนะคะ ช่วยกลับมาให้ได้นะคะ”
“อาตมาจะทำเต็มความสามารถของอาตมา”
เมื่อวางสายพระอาจารย์นั่งสมาธิ ตั้งมั่นจิตขอพูดคุยกับหญิงคนนั้น จึงได้เห็นว่าหญิงคนนั้นกำลังต่อสู้กับหมอผีอยู่ และเป็ฝ่ายหมอผีที่พลาดจนต้องล่าถอยไป ครั้งนี้ทับทิมหันมาหาพระอาจารย์บ้าง
“มึงเป็พระก็อยู่ส่วนพระอย่าเสือกมายุ่งเื่ของกู”
“โยมเลิกทำบาปทำกรรมสักทีเถอะ จะได้ไปอยู่ในภูมิที่ดีกว่านี้”
“ไม่” ทับทิมยกมือขึ้นตบอากาศเกิดแรงลมมหาศาลบริเวณรอบตัวพระอาจารย์แต่ไม่สามารถระคายผิวของพระอาจารย์ได้เลย “อย่ามายุ่งเื่ของกู มันทำร้ายกูก่อน”
“เขาไม่ใช่ของโยม ปล่อยวางแล้วไปสู่สุคติเสีย”
“อย่ามาสั่งอย่ามาสอนกู”
บัวใต้โคลนตมสั่งสอนไป ก็ดูจะไม่ขึ้นมาจากโคลนตม พระอาจารย์จึงหลับตาขอบุญบารมีของพระพุทธคุณ ช่วยเหลือทั้งสี่ออกมาจากฝันร้ายที่จองจำทั้งสี่เอาไว้ ด้วยฤทธิ์ของพุทธคุณ ทำให้ทับทิมอ่อนล้าและหมดกำลังจนต้องล่าถอยไป
“อืมมม”
“โอ๊ยย”
ร่างของทั้งสี่คนฟื้นได้สติขึ้นมา ภายในรถทั้งหมดมองหน้ากัน แล้วถอนหายใจออกมาพร้อมกันเมื่อเห็นว่าทุกคน ยังอยู่ดีไม่มีเื่ร้ายเกิดขึ้นเหมือนในฝัน ทั้งสี่มองทิวทัศน์รอบตัว ทิวทัศน์แต่มันไม่ได้รกทึบและมืดสลัวเหมือนก่อนหน้านี้ มันเป็ป่าไผ่ดูเย็นสบายตา เวทิศรีบสตาร์ทรถขับออกไปตามทางที่มารดาว่าใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีลดก็มาหยุดอยู่ที่วัดป่าแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มทั้งสองรีบไปยกหีบลงมาจากรถตอนนั้นเองจึงได้เห็นพระอายุราวห้าสิบปีกำลังยืนรอพวกเขาอยู่แล้ว ทั้งสี่รีบเข้าไปกราบ
“มากันแล้วหรือ อาตมากำลังรอพวกโยมอยู่เลย”
“หลวงพ่อทราบหรือคะว่าเราไปเจออะไรกันมาบ้าง” ศศิธรถาม
พระอาจารย์เพียงแค่ยิ้มแล้วเดินนำ ออกไปทั้งสี่รีบลุกตามโดยไม่ลืมนำหีบใบนั้นตามไปด้วย พระท่านมาหยุดอยู่ในอุโบสถ ที่เหมือนเตรียมทำพิธีอะไรบางอย่างเอาไว้แล้ว
“มาเหนื่อยๆ พักกินน้ำซะก่อน อย่าลืมโทรบอกคนทางบ้านด้วย พวกเขาเป็ห่วงโยมกันใหญ่แล้ว” ทั้งสี่รับน้ำจากเด็กวัดและรีบกดโทรศัพท์หาคนทางบ้านตัวเอง หลังจากรายงานเหตุการณ์ให้คนทางบ้านรับรู้แล้ว จึงหันกลับมาทางพระอาจารย์
“พระอาจารย์คะ ท่านรู้ได้ยังไงคะว่าเรากำลังเจอกับอะไรอยู่ ท่านเป็คนไปช่วยเรามาใช่ไหมคะ” มาลิณีรั่วคำถาม
พระอาจารย์ยิ้มบางๆ แล้วพยักหน้ารับช้าๆ
“พระอาจารย์ทราบไหมคะ ว่าทำยังไงเธอถึงจะไปผุดไปเกิดทำยังไงเธอถึงจะยอมให้อภัย” ศศิธรพูด
“ไม่มีวันหรอกอีกลิ่มแก้ว กูไม่มีวันให้อภัยมึง!” เสียงประกาศดังมาจากทุกทิศทุกทางนอกโบสถ์ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเกลียดเคียดแค้น
“ความผิดของเขาเท่าูเาของเราเท่าเส้นผม” พระอาจารย์มองออกไปนอกหน้าต่าง “โยมทั้งสองคนอยากรู้เื่ทั้งหมดไหม” พระอาจารย์หันมามองหน้าเวทีศ ศศิธร
ทั้งสองคนพยักหน้า
"นำกะโหลกมีตรงนี้ เราจะทำพิธีเปิดกรรมกัน"
อะไรเนี่ยจะจบแล้วหรอ เร็วจัง ต่อไปกลับไปดูเื่ราวในอดีตของรักสาม เศร้า มารอลุ้นกันว่าใครกันแน่ที่เป็คนเลวกลิ่นแก้วหรือทับทิม ใครชอบกินมาม่า หรือ รอ
NC
อยู่ใกล้แล้ว