พ่อบ้านมู่ขี่ม้าตรงมายังที่นายท่านผู้เฒ่ายืนอยู่นายท่านผู้เฒ่ามองพ่อบ้านวัยกลางคนของจวนตนเอง ขี่ม้าวิ่งมาหยุดไม่ไกล เมื่อพ่อบ้านลงจากหลังม้าได้แล้วเขาก็เดินอย่างรวดเร็วมาถึงตัวนายท่านผู้เฒ่าทำความเคารพ
เมื่อลงจากหลังม้าได้แล้วเขาก็รีบเดินอย่างรวดเร็วมาถึงนายท่านผู้เฒ่า ก้มศีรษะทำความเคารพอย่างนอบน้อมแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"เรียนท่านกั๋วกงฝ่าาทรงมีพระประสงค์ให้ท่านเข้าเฝ้าขอรับ"
“ฝ่าาทรงส่งคนมานานหรือยัง?และทรงมีเื่อันใดจึง้าให้ข้าเข้าเฝ้าเป็การเร่งด่วนเช่นนี้?”ท่านกั๋วกงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“อ่อ...เมื่อครู่ขอรับ คนส่งข่าวแจ้งว่าเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การศึกที่ชายแดนขอรับ”พ่อบ้านหลวงตอบ
ท่านกั๋วกงพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะหันไปสั่งพ่อบ้านมู่ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "เ้าไปกับคนขับรถม้าของข้าไปยังบ้านของหญิงสาวผู้นั้น จัดการรับคนในครอบครัวของนางมาให้เรียบร้อยนางเป็อนุของข้า ข้าจะรีบเข้าวังหลวง เ้าจัดการทุกอย่างให้ดีด้วย"
"ขอรับนายท่านไม่ต้องทรงกังวลกระหม่อมจะจัดการทุกอย่างตามบัญชา"พ่อบ้านมู่รับคำอย่างหนักแน่น ยืนส่งท่านกั๋วกงขึ้นขี่ม้าแล้วควบมุ่งตรงไปยังพระราชวังในทันที
เมื่อท่านกั๋วกงก้าวเข้ามาในห้องทรงพระอักษรอันโอ่โถงกลิ่นหอมของเครื่องหอมอ่อนๆ ลอยคลุ้งไปทั่วแสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านบานหน้าต่างลงบนพรมไหมผืนงามฝ่าาประทับอยู่บนบัลลังก์ัทอง มองมาด้วยพระพักตร์ที่ฉายแวววิตกกังวลเล็กน้อย
"ถวายบังคมฝ่าา"ท่านกั๋วกงคุกเข่าลงถวายความเคารพอย่างสง่างาม
"ท่านกั๋วกงลุกขึ้นเถิด"เสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความหนักใจของฝ่าาตรัส"เรามีเื่สำคัญเร่งด่วนจะปรึกษาหารือกับท่าน"
ภายในห้องนั้น นอกจากฝ่าาแล้วยังมี ท่านอ๋องเจ็ด ในชุดสีม่วงเข้มปักลายเมฆมงคล ท่านอ๋องสี่ในชุดสีเขียวอ่อนดูสบายตา และ เสนาบดีกลาโหม ในชุดขุนนางเต็มยศยืนรออยู่ก่อนแล้วทั้งสามคนหันมามองท่านกั๋วกงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
สายตาของท่านอ๋องสี่ทอดมองไปยังท่านอ๋องเจ็ดเพียงแวบเดียวทว่าแววตาที่ฉายออกมานั้นคมกริบและเย็นเยียบราวกับคมดาบที่ซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มบางเบาความริษยาและความปรารถนาที่จะกำจัดน้องชายผู้นี้ให้พ้นทางนั้นยากจะปกปิดมวลความขุ่นเคืองที่สะสมมานานปะทุขึ้นในห้วงความคิด ท่านอ๋องทั้งเจ็ดนั้นมีเพียงน้องเจ็ด... เพียง
อี้ิเจ๋อ ผู้นี้ที่โดดเด่นเหนือใครในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็รูปลักษณ์ที่สง่างาม ปัญญาที่เฉลียวฉลาดหรือเสน่ห์ที่ดึงดูดผู้คน แม้ว่าพระมารดาของอี้ชิงเดิมจะมีตำแหน่งเป็เพียงพระสนมเฟย (妃) แต่ด้วยความโปรดปรานอย่างหาที่สุดมิได้จากฝ่าาในที่สุดก็ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็ ฮองเฮา (皇后) องค์ปัจจุบัน ด้วยวัยที่ยังเยาว์ทำให้เื่ราวการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดแห่งวังหลังของพระนางเป็ที่กล่าวขานถึงความโปรดปรานและชะตาอันน่าอัศจรรย์ซึ่งแตกต่างจากตัวเขา... อี้ชิง... ที่มีพระมารดาเป็เพียงสนมต่ำศักดิ์ทำให้เขาถูกลดทอนความสำคัญและพลาดโอกาสในการขึ้นเป็รัชทายาท
อี้ชิงจึงมองว่าอี้ิเจ๋อเป็ดั่งเงาที่คอยบดบังแสงแห่งอำนาจของตนเป็อุปสรรคขวากหนามที่ต้องขจัดให้พ้นทางสู่บัลลังก์ั!
เมื่อทุกคนในห้องทรงพระอักษรหันมาให้ความสนใจที่ฝ่าาท่านผู้เฒ่ากั๋วกงจึงประสานมือคารวะแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงบ
"ฝ่าาทรงมีพระประสงค์เรียกกระหม่อมมาเข้าเฝ้าด้วยเื่อันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?"
ฝ่าาทอดพระเนตรมองท่านกั๋วกงด้วยพระพักตร์ที่ยังคงฉายแววครุ่นคิดก่อนจะตรัสด้วยน้ำเสียงที่แฝงความกังวลเล็กน้อย "ที่เราเรียกท่านมาในวันนี้ก็ด้วยเื่สาสน์จากชายแดนเฉิงหยางและรายงานข่าวกรองล่าสุดที่เราได้รับนั่นแหละ"
เมื่อฝ่าาตรัสจบคนทั้งสี่ที่อยู่ในห้องทรงพระอักษรต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดท่านอ๋องเจ็ดและท่านอ๋องสี่มองหน้ากันด้วยความเป็ห่วง เสนาบดีกลาโหมกำมือแน่นส่วนท่านกั๋วกงยังคงรักษาท่าทีสงบ รอฟังพระดำรัสต่อไป
ฝ่าาทรงถอนพระปัสสาสะแ่เบาก่อนจะตรัสต่อ "ถึงแม้จิ้นอ๋องจะมิได้ร้องขอมาโดยตรงแต่ข่าวที่เป่ยหม่านเสริมกำลังพลมากมายนั้น มิอาจมองข้ามได้เราจึงใคร่ขอความเห็นจากท่านกั๋วกง ว่าเราควรดำเนินการประการใดต่อไป"
เสนาบดีหลิว ประสานมือคารวะฝ่าาและท่านกั๋วกงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม"ทูลฝ่าา กระหม่อมเห็นว่าถึงแม้จิ้นอ๋องจะทรงมีความสามารถแต่การประมาทศัตรูที่มีกำลังมากกว่าย่อมมิใช่สิ่งที่ควรกระทำเราควรส่งกองทัพเสริมไปสนับสนุนโดยเร็วที่สุด เพื่อมิให้เกิดความเสียเปรียบ"
ความคิดในใจของเสนาบดีหลิวกับจิ้นอ๋องที่ยังหนุ่มยังแน่น อาจจะมั่นใจในชัยชนะมากเกินไปข้าต้องเตือนสติฝ่าาให้ทรงมองการณ์ไกล
ฝ่าา ทรงพยักพระพักตร์เล็กน้อย"ความเห็นของท่านเสนาบดีหลิวก็สมเหตุสมผล ท่านกั๋วกงเล่า?"
ท่านผู้เฒ่ากั๋วกงประสานมือกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและมั่นใจ
"ฝ่าาไม่ต้องทรงกังวลจนเกินไปพ่ะย่ะค่ะในศึกครั้งแรก จิ้นอ๋องและแม่ทัพใหญ่ฮวาต่างนำทัพคว้าชัยมาได้ย่อมแสดงให้เห็นถึงความสามารถของทั้งสองหากฝ่าาประสงค์จะส่งกำลังเสริมไปอีกส่วนหนึ่ง พร้อมด้วยเสบียง ยารักษาและคณะแพทย์หลวงไปด้วย ก็จะเป็การดี เพื่อสนับสนุนทัพหน้าให้มีความพร้อมมากยิ่งขึ้นและที่สำคัญ เมื่อมีสิ่งใดเกิดขึ้นที่เฉิงหยางขอให้ส่งข่าวมายังเมืองหลวงโดยเร็วที่สุดกระหม่อมเชื่อมั่นในฝีมือของบุตรชายและท่านจิ้นอ๋องว่าจะสามารถนำพาชัยชนะกลับมาได้"
ฝ่าาทรงพยักพระพักตร์เห็นด้วยกับคำกล่าวของท่านกั๋วกง"ความเห็นของท่านสมเหตุสมผล เราจะดำเนินการตามที่ท่านแนะนำให้เตรียมกำลังเสริม เสบียง ยารักษา และคณะแพทย์หลวงโดยด่วนและให้แจ้งไปยังเฉิงหยาง หากมีสิ่งใดคืบหน้าให้รีบรายงานมาทันที"
ฝ่าาทอดพระเนตรไปยังเสนาบดีกลาโหมตรัสด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ท่านเสนาบดีหลิวจงดำเนินการตามที่ท่านกั๋วกงแนะนำโดยเร็วที่สุด คัดเลือกทหารที่แข็งแกร่งที่สุดและจัดเตรียมเสบียงยุทธภัณฑ์ให้พร้อมสรรพรวมถึงคณะแพทย์หลวงฝีมือดีที่สุดด้วย"
เสนาบดีหลิว ขานรับด้วยความเคารพ"น้อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะเร่งดำเนินการโดยมิให้ล่าช้า"
ท่านอ๋องเจ็ด คุกเข่าลงกราบบังคมทูลด้วยความแน่วแน่"ทูลเสด็จพ่อ ลูกมีความประสงค์จะขอตามเสด็จกองทัพเสริมไปยังเฉิงหยางด้วยพระองค์เองพ่ะย่ะค่ะ"
ท่านอ๋องสี่ รีบกล่าวขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนที่ฝ่าาจะได้ตรัสสิ่งใด
"ทูลเสด็จพ่อหากน้องเจ็ดมีความตั้งใจจริงที่จะช่วยเหลือราชสำนักในการศึกครั้งนี้กระหม่อมก็ยินดีที่จะร่วมเดินทางไปกับน้องด้วยอีกคนพ่ะย่ะค่ะพวกเราจะช่วยแบ่งเบาภาระของท่านจิ้นอ๋องและท่านแม่ทัพใหญ่ฮวาอย่างสุดความสามารถ"
ฝ่าาทรงยกพระหัตถ์ขึ้นเล็กน้อยเป็สัญญาณให้ท่านอ๋องทั้งสองเงียบลง พระพักตร์ของพระองค์ฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก
"เหตุใดพวกเ้าทั้งสองจึง้าไปยังเฉิงหยางด้วยตนเอง?"
พระสุรเสียงของฝ่าาตรัสถามด้วยความสงสัย"การศึกมิใช่เื่ล้อเล่นและพวกเ้าก็มิได้มีประสบการณ์ในการบัญชาทัพโดยตรง"
ฝ่าาทรงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งทอดพระเนตรมองโอรสทั้งสองด้วยพระพักตร์ที่ยังคงเต็มไปด้วยความลังเลพระองค์ทรงตระหนักถึงความหวังดีและความตั้งใจของโอรสทั้งสองแต่ในขณะเดียวกันก็ทรงกังวลถึงความปลอดภัยและประสบการณ์ที่ยังน้อยของพวกเขาการศึกานั้นโหดร้ายและคาดเดาไม่ได้ การส่งโอรสที่ยังไม่เคยผ่านสมรภูมิรบไปอาจเป็การนำพวกเขาไปสู่ภยันตรายโดยใช่เหตุ
"เอาล่ะ"ฝ่าาตรัสด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงการตัดสินพระทัย
"อี้ิเจ๋อ...เ้าจงเป็ผู้ควบคุมและดูแลการลำเลียงกองเสบียงทั้งหมดไปยังเฉิงหยางจงตรวจสอบให้มั่นใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างไปถึงทัพหน้าโดยไม่มีอุปสรรค"
จากนั้นทรงหันไปทางอี้ชิง"ส่วนเ้า อี้ชิง... เรา้าให้เ้าเดินทางไปยังเมืองหานโจว..."
"...เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นดูแลทุกข์สุขของราษฎร และรายงานความคืบหน้าให้เราทราบโดยละเอียด"
เมื่อทุกอย่างเป็ที่ตกลงกันแล้วฝ่าาจึงตรัสขึ้น "หากพวกท่านไม่มีสิ่งใดจะกราบทูลอีกก็ขอเชิญกลับไปเตรียมตัวเถิด อี้ชิง เ้าจงรีบไปเตรียมสัมภาระพรุ่งนี้เช้าให้เ้าออกเดินทางแต่เช้า ส่วนเ้า เจ๋อเอ๋อร์... เ้าอยู่ก่อน"
ทุกคนในห้องทรงพระอักษรต่างประสานมือคารวะ"น้อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ" ก่อนจะทยอยเดินออกจากห้องไป
เมื่อห้องทรงพระอักษรเงียบลงเหลือเพียงฝ่าาและอี้ิเจ๋อ ฝ่าาจึงตรัสด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง"เจ๋อเอ๋อร์...เ้าคงสงสัยว่าเหตุใดเราจึงให้เ้าไปดูแลเื่เสบียงแทนที่จะให้ไปเรียนรู้การบัญชาทัพที่เฉิงหยางโดยตรง"
"การไปเฉิงหยางในครั้งนี้สำคัญยิ่ง"ฝ่าาตรัสด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "มิใช่เพียงแค่การส่งกำลังสนับสนุนแต่ยังเป็โอกาสให้เ้าได้เรียนรู้ถึงระบบการจัดการกองทัพการลำเลียงเสบียงเป็หัวใจสำคัญของการทำา หากขาดเสบียงแม้ทหารจะเก่งกาจเพียงใดก็ไม่อาจยืนหยัดได้ การที่เ้าได้ควบคุมดูแลเื่นี้จะทำให้เ้าได้เห็นภาพรวมของการทำศึกาในอีกแง่มุมหนึ่งซึ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าการบัญชาทัพในสนามรบ"
ฝ่าาทรงหยุดเล็กน้อยก่อนจะตรัสต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงความคาดหวัง "และที่สำคัญ...เราเชื่อมั่นในความละเอียดรอบคอบและความสามารถในการจัดการของเ้า เจ๋อเอ๋อร์การทำให้กองทัพที่เฉิงหยางได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ก็คือการช่วยให้พวกเขาได้รับชัยชนะเช่นกัน"
อี้ิเจ๋อคุกเข่าลงเล็กน้อยประสานมือรับพระดำรัสด้วยความเคารพ "ขอบพระทัยเสด็จพ่อที่ทรงไว้วางพระทัยกระหม่อมจะตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ที่ทรงมอบหมายให้ดีที่สุดจะดูแลการลำเลียงเสบียงไปยังเฉิงหยางให้ราบรื่นและครบถ้วนที่สุดพ่ะย่ะค่ะ"