บทที่ 20 ไม่ยอมให้แย่งไปหรอก
เหยียนฮ่าวไม่รู้สึกว่าสวี่หรานหนักเลย กลับกันเขารู้สึกว่าเธอเบาเหมือนปุยนุ่นที่ลมพัดปลิวได้ง่าย ๆ ด้วยซ้ำ ลมหายใจของสวี่หรานเป่ารดใบหูของเขาจนแดงก่ำ
“หนาวเหรอ?” สวี่หรานถาม ก่อนจะเอามืออุ่น ๆ มาอังไว้ที่หูของเหยียนฮ่าว
ชายหนุ่มรู้สึกว่ามือของสวี่หรานทั้งนุ่มนิ่มและอบอุ่น ทำให้หัวใจของเขาเหมือนมีอะไรมาจั๊กจี้
หลังจากถึงเมือง เหยียนฮ่าวก็วางสวี่หรานลง แล้วเอาเงินสิบหยวนที่หญิงสาวให้ไปซื้อวัสดุ ส่วนสวี่หรานก็ไปเดินเล่นในสหกรณ์รอ ครึ่งชั่วโมงต่อมาเหยียนฮ่าวก็มารับเธอ และพบว่าเธอถือของสองห่อไว้ในมือ
“ซื้ออะไรมาเหรอ?” เหยียนฮ่าวถาม เขามีเงินไม่มากนัก จึงไม่อยากให้สวี่หรานเอาเงินของเธอเองมาใช้จ่าย
“ผ้าน่ะ ป้าเฉียนบอกว่าเราสามารถยืมจักรเย็บผ้าที่บ้านเธอได้ แม้วันปีใหม่จะผ่านไปแล้ว แต่พวกเราก็ควรสวมเสื้อผ้าใหม่ในวันตรุษจีนนะ”
“ของผมไม่ต้องหรอก ตอนไปทำงานเดี๋ยวก็ขาด”
“ถ้าขาดก็ทำใหม่” เสื้อบุนวมและเสื้อคลุมของเหยียนฮ่าวขาดจนมีรอยปะเต็มไปหมด เนื้อผ้าเองก็เก่าจนใยฝ้ายปลิวออกมา ไม่ควรใส่มันอีกต่อไป
ระหว่างทางกลับบ้านเหยียนฮ่าวยังคงแบกสวี่หรานไว้บนหลัง อีกทั้งภายในมือยังถือของหนักห้าสิบถึงหกสิบจิน สวี่หรานไม่อยากเป็ภาระ ทว่าชายหนุ่มดื้อรั้น เขาไม่สนใจว่าสวี่หรานจะยอมขึ้นหลังของตนหรือไม่ และดึงเธอขึ้นหลังอย่างไม่ลังเล
วันที่ซ่อมบ้านเหยียนฮ่าวไปที่โรงงานอิฐในหมู่บ้านเพื่อซื้ออิฐและปูนซีเมนต์ จากนั้นเขาก็เริ่มทำงานคนเดียว สวี่หราน้าช่วย แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอมให้เธอขยับนิ้วเลย เขาทำงานหนักจนมืดค่ำ กว่าจะซ่อมหลังคาเสร็จ
ก่อนนอนเหยียนฮ่าวตัดไม้ที่ซื้อมาทำเป็กรอบหน้าต่าง พรุ่งนี้หลังจากติดกระจกและติดผ้าม่านก็ถือว่าเสร็จแล้ว
เื่การซ่อมแซมบ้านหลังใหญ่สวี่หรานไม่ได้บอกโจวจินฮวา แต่เธอไม่ได้ปิดบังอะไร โจวจินฮวาน่าจะรู้เื่นี้ แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ สองสามวันมานี้ โจวจินฮวาไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย เธอเดาว่าโจวจินฮวาต้องก่อเื่ร้ายแรงแน่ๆ!
อีกด้านหนึ่ง โจวจินฮวาโกรธจนตาแดงก่ำ เื่ที่บ้านอิฐแดงนั่นตกเป็ของเหยียนฮ่าวกับสวี่หราน!
โจวจินฮวาหมายตาบ้านอิฐหลังใหญ่นั่นมานานแล้ว เธอเองก็ไปหาซุนเสวียจื้อมาหลายครั้งแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอมแบ่งให้! แต่ตอนนี้ก็ไม่สำคัญ ยังไงซะการซ่อมแซมบ้านก็ต้องใช้เงินใช้แรง เธอจะรอให้ซ่อมเสร็จ แล้วค่อยไปฮุบเอา!
เมื่อมาถึงบ้านหลังใหญ่ โจวจินฮวาก็เห็นว่าบ้านได้รับการซ่อมแซมอย่างดี เธอจึงพูดกับเหยียนฮ่าวด้วยรอยยิ้มว่า "ทำไมไม่บอกเื่แบ่งบ้านกันเร็วกว่านี้ล่ะ อย่างไรต่อไปทุกคนก็ต้องอยู่ด้วยกัน น้าสะใภ้ต้องมาช่วยพวกเธอด้วยสิ!"
เธออยากจะฮุบเอาบ้านหลังนี้ เหยียนฮ่าวเป็คนซื่อๆ ถ้าเธอบอกว่าอยากได้ เหยียนฮ่าวต้องยอมให้เธอแน่ๆ!
หลังสวี่หรานได้ยินเสียงโจวจินฮวาดังมาจากนอกบ้านก็คิดในใจว่าใช่จริง ๆ ด้วย โจวจินฮวามาคราวนี้ต้องไม่ใช่เื่ดีแน่! ดังนั้นเธอจึงออกมาจากบ้านพร้อมกับอ่างน้ำสกปรกในมือ
"น้าสะใภ้อย่าลำบากเลยค่ะ ต่อไปครอบครัวของเราจะอยู่ที่นี่ เราไม่สามารถปล่อยให้น้าสะใภ้เหนื่อยเปล่า ๆ ได้หรอกค่ะ!" สวี่หรานพูดด้วยรอยยิ้ม
โจวจินฮวาหรี่ตาลงแล้วพูดว่า "พูดอะไรอย่างนั้นล่ะ พวกเราเป็ครอบครัวเดียวกัน จะแยกบ้านกันทำไม ต่อไปก็อยู่ด้วยกันสิ?"
เหยียนฮ่าวกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าสวี่หรานเอ่ยขัดขึ้น เธอรู้ว่าเหยียนฮ่าวรู้สึกผูกพันกับน้าของตนเอง และไม่อยากทะเลาะกับโจวจินฮวารุนแรงมากเกินไป แต่ยิ่งเขาพูดมากเท่าไหร่ โจวจินฮวาก็ยิ่งได้ใจมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นเธอจึงต้องรับมือกับโจวจินฮวาเอง!
"ทำไมจะแยกกันไม่ได้ล่ะคะ? น้าสะใภ้คงลืมไปแล้วว่าพวกเราแยกบ้านกันไปนานแล้ว บ้านหลังนี้เป็ของที่หน่วยงานแบ่งให้เหยียนฮ่าวกับฉัน มันไม่เกี่ยวอะไรกับน้าสะใภ้สักหน่อย ดังนั้นฉันคงไม่กล้ารบกวนให้น้าสะใภ้มาช่วยหรอกค่ะ!" สวี่หรานพูดด้วยสีหน้าเ็า
โจวจินฮวามองสวี่หรานที่เข้ามายุ่งวุ่นวายอีกครั้ง จากนั้นเสียงของเธอก็ดังขึ้นทันทีว่า "สวี่หราน แกนี่มันชักจะเหิมเกริมขึ้นทุกวันแล้วนะ!" เธอไม่อยากทนอีกต่อไปแล้ว ถ้าไม่มีสวี่หราน เหยียนฮ่าวยังคงถูกเธอกดขี่อยู่แบบนั้น จะมาถึงจุดนี้ได้ยังไง?