ไป๋เสี่ยวโหลวในชุดอาภรณ์สีขาวกระโจนลงมาจากกำแพงด้วยท่าทางพลิ้วไหว ท่วงท่ามุ่งมั่นเฉียบขาด ราวกับฉากเปิดตัวบนเวที
ตู้เหิงยกมือชี้หน้าไป๋เสี่ยวโหลวตั้งใจดัดเสียงแหบห้าวเอ่ย “เื่นี่ไม่เกี่ยวกับแก! ไสหัวไปซะ!”
ไป๋เสี่ยวโหลวยืนบังด้านหน้าซูเมิ่งเสวี่ย เอ่ยยิ้มเยาะ “เื่วันนี้ข้าคงต้องขอเกี่ยวด้วยแล้ว! ขอแค่มีข้าอยู่ด้วย พวกเ้าก็อย่าหวังว่าจะได้แตะต้องพวกนางแม้แต่ปลายเส้นผม!”
“ได้งั้นก็อย่าหาว่าดาบในมือของพวกข้าไม่ปรานีแล้วกัน!” เซี่ยอี้จือเอ่ยจบ ก็ยกดาบพุ่งเข้าใส่ทันที
ไป๋เสี่ยวโหลวมามือเปล่าแต่กลับสู้กับเซี่ยอี้จือได้อย่างสูสี กระบวนท่าของทั้งสองล้วนแต่เป็สิ่งที่นัดแนะกันไว้แล้วล่วงหน้าเมื่อผลัดกันบุกผลัดกันรับไปมา จึงทำให้ภายนอกดูเหมือนระดับพอๆ กัน
หลิงจือส่งสายตาให้กับตู้เหิงจากนั้นทั้งสองก็เข้าไปร่วมสู้ด้วย
ไป๋เสี่ยวโหลวถูกสามรุมหนึ่งแต่ร่างในชุดขาวก็สามารถหลบหลีกคมดาบทั้งสามได้อย่างคล่องแคล่วเพียงไม่นานก็ได้ยินเสียง “เคร้ง” ดาบในมือของตู้เหิงถูกไป๋เสี่ยวโหลวปัดทิ้งจนไปกองอยู่กับพื้น
ตามบทที่ตกลงกันมาต่อไปทั้งสามจะต้องทำเป็สู้ไป๋เสี่ยวโหลวไม่ไหว แล้วล่าถอยไปแต่ขณะที่พวกเขากำลังคิดจะหนีนั้นเอง ด้านหลังกลับปรากฏแสงไฟเป็แถบแถว
“อ้า คุณหนูทหารยามที่จวนมาแล้วเ้าค่ะ!” เหมยเซียงชี้ไปด้านหน้า พร้ะโกนด้วยความตื่นเต้นจากนั้นเหมยเซียงและชุ่ยหลี่ว์ก็เรียกทหารยามถือคบเพลิง 10 กว่านายนั้นเสียงดัง “คุณหนูซูเจอโจรูเา! พวกเ้ารีบมาช่วยเร็วเข้า!”
ตอนนั้นซูเมิ่งเสวี่ยนิ่งอึ้งไปแล้วนางจ้องกลุ่มทหารยามที่รีบวิ่งเข้ามาอย่างทำอะไรไม่ถูกรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีนัก
อีก 4 คนที่แสร้งต่อสู้กันอยู่ก็สับสนมึนงงไม่แพ้กันด้วยไม่คิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
“เลิกสู้ซะ หนีเร็ว!” หลิงจือลากตู้เหิงวิ่งไปอีกด้านของซอยเซี่ยอี้จือก็วิ่งตามมาติดๆ ส่วนไป๋เสี่ยวโหลวทำท่าขวางไว้ชั่วครู่ก่อนจะปล่อยให้หนีไป
วิ่งไปได้ไม่เท่าไหร่หลิงจือพลันนึกถึงดาบของตู้เหิงที่กองอยู่บนพื้น ก็อดรู้สึกหวั่นใจไม่ได้ดาบนั่นเป็ดาบปลอมที่ไป๋เสี่ยวโหลวหยิบมาจากคณะงิ้ว หากถูกพบเข้า แทนที่จะสำเร็จผลกลับจะยิ่งแย่กว่าเดิม
คิดได้เช่นนี้ หลิงจือก็ผละออกจากตู้เหิงรีบปราดเข้าไปเก็บดาบ แต่ทว่าตอนนั้นเอง กลุ่มทหารยามก็วิ่งมาถึงแล้วเช่นกัน
ทหารยามร่างกายกำยำนายหนึ่งกดหลิงจือไว้กับพื้นปากร้องะโบอก “จับโจรูเาได้แล้วหนึ่ง เราส่งตัวเขาให้ทางการเถอะ!”
ตู้เหิงเห็นหลิงจือถูกจับกดกับพื้น ก็ให้ร้อนใจยิ่งเขารีบแย่งดาบในมือของเซี่ยอี้จือมา แล้วพุ่งตรงเข้าไปทันที
“ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้!” ตู้เหิงั์ตาแดงก่ำสะบัดดาบสะเปะสะปะไปทั่ว
ทหารยามนายนั้นไม่รู้ว่าที่เขาถือเป็ดาบปลอมรีบขยับกายออกห่าง หลิงจือฉวยจังหวะนั้นยันตัวขึ้น
“หนีเร็ว!” ตู้เหิงหอบหายใจคว้ามือหลิงจือเตรียมวิ่ง
ในตอนนั้นเองทหารยามอีกนายได้ยกเท้าถีบไปที่บั้นท้ายของตู้เหิง จนตู้เหิงร้องเสียงหลงเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น
ทหารยามนายนั้นพุ่งตรงจะเข้ามาจับตัวตู้เหิงตู้เหิงรีบหยิบสิ่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อหันหลังแล้วป้ายใส่หน้านายคนนั้นทันที
ทหารยามลืมตาไม่ขึ้น ปิดหน้าปิดตาร้องไห้โวยวายจนทหารยามนายอื่นต้องรีบร้อนเข้ามาดู
ตู้เหิงและหลิงจือเห็นจังหวะเหมาะ ได้ทีรีบวิ่งหลบหนีไป
ทหารยามจวนซูทำท่าจะไล่ตามต่อทันใดก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของซูเมิ่งเสวี่ย “เลิกตามเถอะ ข้ากลัวจะแย่แล้ว...รีบพา...รีบพาข้ากลับจวน…”
ชุ่ยหลี่ว์รีบพยุงคุณหนูซูไว้ เอ่ยเสียงสั่น “ใช่แล้วปกป้องคุณหนูซูสำคัญที่สุด พวกเ้าเลิกไล่ตามเถอะ…”
ทหารยามเ่าั้จึงยอมหยุดลงได้
ซูเมิ่งเสวี่ยปาดน้ำตา ค่อยๆ เดินไปด้านหน้าไป๋เสี่ยวโหลวโค้งตัวคำนับเอ่ย “ขอบคุณผู้มีพระคุณยิ่ง!”
ไป๋เสี่ยวโหลวรีบประสานมือคำนับตอบ “คุณหนูไม่ต้องมากพิธีหรอกข้าผ่านมาเห็นความไม่เป็ธรรม จึงยื่นมือเข้าช่วย นี่เป็เื่ที่ข้าสมควรทำอยู่แล้ว…”
“จวนข้าอยู่ด้านหน้าไม่ไกลนักขอเชิญผู้มีพระคุณเข้าไปดื่มชาสักจอก แทนคำขอบคุณที่ช่วยชีวิต” ซูเมิ่งเสวี่ยกล่าวตามบทที่ตระเตรียมกันไว้
ไป๋เสี่ยวโหลวทำทีบอกปัด “กับเื่เล็กน้อยเช่นนี้ จะไปรบกวนจวนท่านได้อย่างไรกัน?”
ซูเมิ่งเสวี่ยกลับส่ายหน้าเอ่ย “ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตข้าไว้นับว่าตระกูลข้าเป็หนี้บุญคุณท่าน หากท่านไม่ยอมไปที่จวนท่านพ่อคงตำหนิว่าตัวข้ามารยาทบกพร่อง…”
เหมยเซียงเห็นเช่นนั้น ก็ช่วยพูดด้วย “นายท่านของเรานับถือจอมยุทธ์ผู้กล้าเป็ที่สุดขอเชิญคุณชายกลับจวนพร้อมพวกเราเถิด”
คราวนี้ไป๋เสี่ยวโหลวไม่ได้ปฏิเสธอีกเดินตามคนจวนซูกลับไป
ส่วนกลุ่มหลิงจือสามคน หลังจากแอบเดินวนรอบหนึ่งก็วกกลับเข้ามาทางสวนด้านหลังโรงหมอ แม้จะกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย แต่ก็เรียกได้ว่าเสี่ยงอันตรายไม่น้อยโดยเฉพาะตู้เหิง แรงเท้าที่ถีบโดนบั้นท้ายนั้นไม่ใช่เบาๆทำเอาเดินไม่ตรงเลยทีเดียว
เซี่ยอี้จือพยุงตู้เหิงขึ้นนอนคว่ำหน้าลงบนเตียงตู้เหิงปากยังคงร้องโอดโอยไม่หยุด
“อ้าว ถอดกางเกงออกสิข้าจะช่วยดูให้!” เซี่ยอี้จือไม่พูดพร่ำทำเพลงดึงกางเกงตู้เหิงลงทันที
“อ๊ะ!” ตู้เหิงร้องใไม่ใช่เพราะเจ็บ แต่เป็เพราะเห็นว่าหลิงจือก็อยู่ในห้องด้วย
หลิงจือก็สะดุ้งตามคาด รีบร้อนหันหลังให้ตู้เหิงแล้วนั่งลงที่ข้างโต๊ะไม้
เซี่ยอี้จือมัวแต่สนใจาแตู้เหิงจึงไม่ทันสังเกตท่าทางผิดปกติของหลิงจือ
“โอ้โห บวมขนาดนี้นายนั่นเท้าหนักใช่ย่อยเลยนะ!” เซี่ยอี้จือมองบั้นท้ายตู้เหิงพร้อมอุทานด้วยความใ
ตู้เหิงทำแก้มป่องเอ่ย “คนเขามองข้าเป็โจรูเาปล้นสวาทน่ะสิจะไม่ให้รุนแรงได้ยังไงกัน? ไม่ถูกจับส่งทางการก็นับว่าบุญมากแล้ว”
“ใครใช้ให้ท่านโง่นักล่ะตอนแรกก็หนีไปแล้ว จะวกกลับมาทำไม?” หลิงจือนั่งเรียงถ้วยชากระเบื้องบนโต๊ะ ปากบ่นพึมพำ
ตู้เหิงหันหน้ากลับมามองแผ่นหลังของหลิงจือ เอ่ยเสียงดัง “ข้าทนเห็นเ้าถูกพวกเขาจับไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้หรอกเ้าเป็ภรรยาข้า จะให้ข้าทิ้งเ้าไปเฉยๆ ได้ยังไง!”
หลิงจือรู้สึกถึงความหวานสายหนึ่งที่แทรกซึมเข้ามาในใจก้มหน้าเอ่ยเสียงแ่ “ท่านมันโง่ โง่จริงๆ นั่นแหละ…”
“น้องชายรักปกป้องภรรยาถึงเพียงนี้น้องสะใภ้ช่างโชคดีนัก!” เซี่ยอี้จือยิ้มขำ แอบนึกในใจว่าเจอฉากหวานเข้าให้อีกแล้ว
ตอนนี้ใบหน้าตู้เหิงและหลิงจือต่างแดงทั้งคู่
หลิงจือพลันนึกอะไรบางอย่างออก เอ่ยถาม “จริงสิ ท่านป้ายอะไรใส่หน้าทหารยามผู้นั้นกัน? ดูท่าจะเ็ปน่าดู”
ตู้เหิงเอ่ยยิ้มๆ “สือซานเซียง[1]ที่ซื้อมาเมื่อตอนกลางวันน่ะ”
พูดจบ ทั้งสามคนก็หัวเราะขำ
“นึกไม่ถึงเลยว่าสือซานเซียงห่อหนึ่งจะช่วยชีวิตพวกเราไว้” เซี่ยอี้จือกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ตู้เหิงหัวเราะอยู่พักหนึ่ง ก่อนหันมาเอ่ยกับหลิงจือ “ภรรยาเ้าช่วยไปหยิบยาจินชวง[2]จากด้านหน้ามาให้ที” เพื่อลดความกระอักกระอ่วนตู้เหิงนอนหน้าคว่ำลงกับเตียงเอ่ย “ยานี่ข้าเป็คนทำเอง ใช้ได้ผลดีมาก ทาสักสองสามวันก็น่าจะหาย”
หลิงจือรับคำ ลุกขึ้นเดินไปหยิบยา
ทว่าเมื่อเธอกลับมาพร้อมกับยาจินชวงกลับเห็นเซี่ยอี้จือลุกขึ้นยืนตรวจดูความเรียบร้อยเสื้อผ้า ราวกับจะเตรียมตัวกลับ
เป็ไปตามคาด เซี่ยอี้จือหันมายิ้มให้หลิงจือ เอ่ย “น้องสะใภ้นี่ก็ค่ำมืดแล้ว ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน แล้วพรุ่งนี้จะแวะมาเยี่ยมน้องชายนะ”
ตู้เหิงได้ฟังก็ร้อนรน รีบโวยวาย “พี่เซี่ย อยู่ช่วยทายาให้ข้าก่อนสิ!”
เซี่ยอี้จือแปลกใจ แต่ก็เอ่ยยิ้มๆ “เื่ทายาพวกนี้ปล่อยให้น้องสะใภ้ทำเถิด”
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/29dcc53d184b6208da3a5c6049a2d19e
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ภรรยาสาวในบ้านหมอยาจกที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #ภรรยาสาวในบ้านหมอยาจก #เรือนหอมหมื่นลี้ #readAwrite ด้วยน้า
[1] สือซานเซียง (十三香)ผงเครื่องเทศจีน ประกอบด้วยเครื่องเทศ 13 ชนิด นำมาบดเป็ผงรวมกัน เช่น จันทน์เทศ อบเชย ยี่หร่า แปะจี้ ฮวาเจียว กานพลู โป๊ยกั๊ก ข่า ฯลฯ
[2] ยาจินชวง(金疮)คือ ยาที่ใช้ห้ามเืและรักษาาแ