หลังจากเก็บซ่อนความยินดีแล้วฉินเฟิงก็หันกลับไปประเมินสถานการณ์ในสนามอีกครั้งฝ่ายมนุษย์เริ่มได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด
“เป็เขาคนนั้นนี่เอง”
ไม่นานสายตาของฉินเฟิงก็ถูกชายหนุ่มคนหนึ่งดึงดูดเข้าเขาเป็ชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบกว่า มีคิ้วเข้ม ดวงตากลมโต และดูสง่างาม
ฉินเฟิงรู้ว่าเขาชื่อเหลยเจวี๋ยเขาได้รับพร์ระดับ D ในการควบคุมสายฟ้า
ในหมู่บ้านเริ่มต้นมีเพียงสิบเจ็ดคนที่ตื่นรู้พร์ระดับDหนึ่งในนั้นคือหวังเฉียงแต่โชคร้ายที่หวังเฉียงเสียชีวิตไปั้แ่เนิ่นๆ ตอนนี้เหลือเพียงสิบหกคนเท่านั้น
เหลยเจวี๋ยเป็หนึ่งในสิบหกคนนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าเป็คนสำคัญในหมู่บ้านเริ่มต้นที่มือใหม่หลายคนให้ความเคารพยิ่งไปกว่านั้น พร์ควบคุมสายฟ้าของเหลยเจวี๋ยเป็หนึ่งในพร์ระดับ Dที่แข็งแกร่งจนทำให้มีคนชื่นชอบเขามากมาย
ในครั้งนี้เขาได้รวมกลุ่มแปดคน ออกเดินทางจากหมู่บ้านเริ่มต้นทว่าตอนนี้กลับเหลือเพียงเจ็ดคนเท่านั้น
ฉินเฟิงรู้สึกสงสัยจึงมองไปในทิศทางที่พวกเขากำลังต่อสู้เขามองเห็นแสงสีฟ้าจากฝ่ามือของเหลยเจวี๋ยพุ่งเข้าใส่ร่างของงูั์ตัวหนึ่งงูั์ตัวนั้นสั่นสะท้านไปทั้งตัว ร่างกายเป็อัมพาตชั่วขณะ ไม่สามารถขยับกลิ่นอายของมันก็อ่อนลงเล็กน้อย เพียงแค่การโจมตีครั้งเดียวเหลยเจวี๋ยก็ทำร้ายมันได้ไม่น้อยเลย
ในเวลานั้นเองอีกหกคนก็พุ่งเข้าไป ฟันงูั์ด้วยมีดสั้นสำหรับมือใหม่หกเล่ม
ฉึกๆๆ!เสียงดังสนั่น มีดสั้นฟันลงไปบนเกล็ดของมันไปจนเกิดประกายไฟเกล็ดของงูั์มีการป้องกันที่แข็งแกร่งทำให้ไม่มีใครสามารถฟันทะลุการป้องกันของมันได้แต่การโจมตีของทุกคนก็ทำให้งูั์รู้สึกเ็ป
ทันทีที่ความรู้สึกเป็อัมพาตหายไปมันก็หันมาด้วยความโกรธเพื่อโจมตีทั้งหกคนนั้น แต่ในเวลานั้นเหลยเจวี๋ยก็ปล่อยสายฟ้าออกมาอีกครั้ง
เปรี้ยง!
งูั์ถูกโจมตีร่างกายเป็อัมพาต มันจึงหยุดนิ่งอยู่กับที่ชั่วขณะทุกคนฉวยโอกาสนี้แยกย้ายพุ่งเข้าทำร้ายอีกครั้ง
ครู่ต่อมาความรู้สึกเป็อัมพาตก็หายไป งูั์โกรธจัดมันหันกลับมาพุ่งเข้าใส่เหลยเจวี๋ยอีกครั้ง ในบรรดามนุษย์เหล่านี้มีเพียงชายหนุ่มที่อยู่ข้างหน้าเท่านั้นที่สามารถสร้างความเสียหายถึงตายให้กับมันได้มันต้องฉีกทึ้งมนุษย์ที่อยู่ข้างหน้าให้เป็ชิ้นๆ...
ฟ่อๆๆ!งูั์เงยหัวขึ้นสูง และแลบลิ้นออกมา ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เหลยเจวี๋ย
เหลยเจวี๋ยหันหลังหนีทันทีในตอนนี้เขายังไม่สามารถปล่อยสายฟ้าได้อย่างต่อเนื่องต้องเว้น่สิบกว่าวินาทีในแต่ละครั้ง
เมื่ออีกหกคนเห็นเช่นนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปฟันเข้าที่หลังของงูั์อย่างบ้าคลั่ง จนสะเก็ดไฟกระเด็น เกล็ดของมันก็ปลิวว่อนงูั์เ็ป หันกลับไปอีกครั้งเพื่อโจมตีพวกที่ลอบกัดจากด้านหลัง แต่ในเวลานั้นเหลยเจวี๋ยก็ปล่อยสายฟ้าลงมาอีกครั้ง โจมตีงูั์จนเป็อัมพาตอยู่กับที่...
ด้วยวิธีนี้ทั้งเจ็ดคนจึงโจมตีงูั์ได้ โดยมีเหลยเจวี๋ยเป็ผู้โจมตีหลักและอีกหกคนคอยช่วยสนับสนุน ทำให้งูั์หมดแรงลงเรื่อยๆกลิ่นอายของมันลดลงอย่างต่อเนื่อง และการถูกสังหารก็เป็เื่ของเวลาเท่านั้น...
เมื่อเห็นเช่นนั้นฉินเฟิงก็รู้สึกใจเต้น ใช้เนตรแห่งสัจธรรมสแกนไปยังงูั์...
[สัตว์อสูร] : งูพิษเก้าห่วง
[ระดับ] : ระดับ 1
[การประเมินพลังการต่อสู้]: 3 ดาว
[ลักษณะ] : ดุร้าย กระหายเื มีพิษร้ายแรง
[อัตราดรอป] : 0.1%
“เอ๊ะ นี่มันอัตราดรอป”
เมื่ออ่านข้อมูลจบดวงตาของฉินเฟิงก็ฉายแววดีใจการแจ้งเตือนเื่อัตราดรอปแสดงว่าการล่าสัตว์อสูรจะมีรางวัลบางอย่างนี่เป็ข้อมูลที่มีประโยชน์มาก แต่ทว่าอัตราดรอปเพียง 0.1%ซึ่งหมายถึงโอกาสหนึ่งในพัน ซึ่งเป็โอกาสที่ค่อนข้างต่ำ
ในเวลานั้นเองสถานการณ์ในสนามรบก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ทันใดนั้นแสงสายฟ้าก็ฟาดลงมางูพิษเก้าห่วงกรีดร้องอย่างน่าอนาถ ก่อนที่ร่างจะอ่อนแรงล้มลงกับพื้นทุกคนรีบพุ่งเข้าไปใช้มีดฟันอย่างบ้าคลั่ง งูั์กระตุกสองสามครั้งจากนั้นทั่วร่างก็ส่องแสงสีขาวเจิดจ้า
ในวินาทีต่อมาแสงสีขาวนั้นก็กลายเป็กลุ่มแสงเจ็ดกลุ่มที่แตกต่างกัน พุ่งเข้าสู่ร่างของทุกคนกลุ่มแสงสีขาวที่พุ่งเข้าสู่ร่างของเหลยเจวี๋ยมีขนาดใหญ่ที่สุด ครู่ต่อมาเสียงยินดีก็ดังก้องขึ้นในสนาม
“ฮ่าๆ ฉันได้รับพลังงาน 5 หน่วย”
“ส่วนฉันได้รับพลังงานแค่ 3 หน่วยเอง”
“บ้าจริง! ทำไมผมถึงได้รับพลังงานแค่ 1 หน่วยกันนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? การมีส่วนร่วมของผมมันต่ำขนาดนั้นเลยเหรอแบ่งผิดหรือเปล่าเนี่ย?”
“เสี่ยวหลี่ อย่าบ่นเลย การแบ่งพลังงานเหล่านี้วิถี์จะจัดสรรให้ตามการมีส่วนร่วมของพวกเราแต่ละคนเพราะอย่างนั้นยุติธรรมแน่นอน”
“เฮ้อ ดูเหมือนว่าฉันจะอ่อนแอเกินไปสินะ”
...
ฉินเฟิงที่อยู่ไกลออกไปเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เข้าใจในทันที
ที่แท้การแบ่งพลังงานเมื่อรวมกลุ่มกันเป็เช่นนี้เองสินะเมื่อทุกคนร่วมมือกัน ก็จะแบ่งผลประโยชน์ตามการมีส่วนร่วมนี่คือความเมตตาของวิถี์ตุ่์และยังเป็การส่งเสริมให้มนุษย์ร่วมมือกันอีกด้วย
แต่ถึงอย่างนั้นงูั์หนึ่งตัวมีพลังงานสี่สิบหน่วย กลับต้องแบ่งให้เจ็ดคนแต่ละคนจึงได้รับไม่มากนัก บางคนได้รับเพียงหนึ่งหน่วยเท่านั้น น่าสงสารจริงๆแม้แต่เหลยเจวี๋ยที่มีพลังแข็งแกร่งที่สุดก็อาจจะได้รับพลังงานไม่ถึงยี่สิบหน่วยด้วยซ้ำ
ในขณะที่ฉินเฟิงคนเดียวสามารถสังหารงูตัวหนึ่งและเพลิดเพลินกับพลังงานสี่สิบหน่วยได้เพียงผู้เดียวเมื่อเปรียบเทียบกันเช่นนี้ เขาจึงรู้ว่าตัวเองโชคดีเพียงใด
ในเวลานั้นเองร่างกายของเหลยเจวี๋ยก็เปล่งแสงสีขาวเจิดจ้าขึ้นมาทันทีชั่วขณะนั้นทุกคนจึงรู้สึกใมาก ฉินเฟิงก็ตกตะลึงเช่นกัน
เขาคิดในใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับหมอนี่กันทำไมจู่ๆ ทั้งตัวถึงเรืองแสงได้... ทว่าเพียงชั่วครู่ แสงสีขาวก็จางลงเหลยเจวี๋ยก็ลืมตาขึ้นด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข
“พี่เหลย เมื่อกี้ทำไมตัวพี่ถึงเรืองแสงได้ล่ะ?”
“ใช่แล้ว ฉันใหมดเลย พี่เหลย พี่ไม่เป็ไรใช่ไหม?” ทุกคนต่างแสดงความกังวล
เหลยเจวี๋ยยิ้มเล็กน้อย“ไม่เป็ไรหรอก เมื่อกี้ฉันเพิ่งเลื่อนระดับน่ะ” ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ทั้งสนามก็อุทานด้วยความใ
“ว้าว! พี่เหลยเลื่อนถึงระดับสองแล้ว”
“โอ้โห พี่เหลย พี่เก่งเกินไปแล้ว”
“ใช่แล้ว ความคืบหน้าของผมยังแค่ระดับ 1 (17/100) อีกนานกว่าจะถึงระดับสอง”
ในขณะนี้ทุกคนมองเหลยเจวี๋ยด้วยความเคารพและอิจฉา ส่วนในพุ่มไม้ฉินเฟิงก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน
หลายชั่วโมงผ่านไปในที่สุดเขาก็ได้เห็นมนุษย์ที่มีพลังระดับสองแล้วไม่รู้ว่าการเลื่อนจากระดับหนึ่งไประดับสองนั้น จะมีการเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน?แต่ดูจากท่าทางมั่นใจของเหลยเจวี๋ยแล้ว การเพิ่มขึ้นคงไม่น้อยเลย
จริงสิเขาสามารถตรวจสอบข้อมูลอีกฝ่ายได้นี่นา เมื่อคิดเช่นนั้นเขาก็ใช้เนตรแห่งสัจธรรมกับเหลยเจวี๋ย...
[เผ่าพันธุ์] : มนุษย์
[ระดับ] : ระดับ 2
[พละกำลัง] : 20
[ความว่องไว] : 22
[สภาพทางกาย] : 19
[พลังจิติญญา] : 21
[พร์] : ???
[ทักษะ] : ???
[การประเมินพลังการต่อสู้] : 2 ดาว
“เอ่อ... นี่คือข้อมูลของระดับสองเหรอ?”
ฉินเฟิงผงะเล็กน้อย
ค่าสถานะของระดับสองนี้กลับด้อยกว่าเขาที่อยู่ระดับหนึ่งด้วยซ้ำดูเหมือนว่าแม้เขาจะยังไม่เลื่อนระดับ ก็ยังแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ระดับสองอยู่ดี
พลังการต่อสู้ของเหลยเจวี๋ยบวกกับพร์ของเขา พลังโดยรวมก็แค่เพียงถึงเกณฑ์สามดาวเท่านั้น พลังระดับนี้หากให้เขาต่อสู้แบบตัวต่อตัวกับสัตว์อสูรระดับหนึ่ง เขาจะแพ้มากกว่าชนะหรืออย่างมากก็เสมอกัน
ในขณะที่การประเมินพลังการต่อสู้ของฉินเฟิงคือสองดาวขั้นสุดด้วยการเสริมจากพร์มากมาย พลังโดยรวมเทียบเท่าสี่ดาวหรืออาจจะถึงสี่ดาวขั้นสุดนั่นหมายความว่าเขาสามารถเอาชนะเหลยเจวี๋ยสามถึงสี่คนได้อย่างง่ายดาย
ยิ่งไปกว่านั้นในตอนนี้เขายังอยู่แค่ระดับหนึ่ง ซึ่งต่ำกว่าเหลยเจวี๋ยหนึ่งระดับเมื่อคิดได้เช่นนั้น ฉินเฟิงก็รู้สึกดีใจขึ้นมา