ตอนที่ 5 ฝึกฝน 5 ปี 3
น้ำเสียงเอ่ยพึมพำ อย่างไม่อยากจะเชื่อตัวเองในสิ่งที่เกิดขึ้น "ไม่ควรจะเป็เช่นนี้ การเพิ่มระดับพลังเวทเเต่ละขอบเขตนั้นกว้างใหญ่ราวกับพื้นดินเเละท้องฟ้า เหตุใดข้าถึงเลื่อนระดับได้ง่ายดาย"
ความสงสัยเกิดขึ้นในใจไตรเทพ มันต้องถามผู้เป็อาจารย์ให้เเน่ใจ ในสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่ไตรเทพกังวลมากก็คือ พื้นฐานพลังเวทไม่มั่นคง
ยามท้องฟ้าสดใส พระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า เหล่าปักษาออกหาอาหาร เสียงการเคลื่อนไหวของไตรเทพพลิ้วไสวไปตามสายลม ไร้คลื่นพลัง ไร้เสียง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่นก็เพราะความเร็วในการเคลื่อนไหวนั้นประหนึ่งความเร็วเเสง
ย่างก้าวเหนือสิบทิศ วิชากายเคลื่อนไหวที่ไตรเทพมักฝึกฝนอยู่เสมอตั้งเเต่วัยเยาว์ มันอ่านตำราการต่อสู้มามาก วิชายุทธ์ วิชาเวท คาถาอาคม ข่ายเวท โอสถ ก็ได้ร่ำเรียนมาไม่น้อย ถึงขั้นเเตกฉาน อ่านตำราเพียงหนึ่งครั้งก็จำเนื้อหาได้เเล้ว ด้วยความสามารถที่เหนือกว่าผู้อื่น ทำให้ไตรเทพไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน
ผ่านล่วงเลยเพียงสามลมหายใจ ไตรเทพได้ปรากฏตัวด้านหน้าผู้เป็อาจารย์
"ศิษย์กราบคาราวะท่านอาจารย์ "
"ผู้เป็อาจารย์ยามนี้กำลังนั่งสมาธิได้เอ่ยกล่าวในสิ่งที่ไตรเทพสงสัย "ข้ารู้ว่าเ้าจะถามอะไร ไม่ต้องกังวลอาจารย์จะอธิบายให้แก่เ้า ก่อนอื่นข้าจะชมวิชาการเคลื่อนไหว ที่เ้าใช้เมื่อครู่ ก้าวย่างสิบทิศเป็เลิศด้าน การเก็บคลื่นเวท ไร้ตัวตน ยากที่คู่ต่อสู้จะััได้ ในด้านนี้เ้าทำได้ดี ขาดเพียงความเป็เอกลักษณ์ในตัวเ้า "
" ศิษย์จะนำไปปรับปรุงให้เหมาะสมกับศิษย์ "
" ไม่ใช่แค่ปรับปรุง แต่อาจารย์หมายถึง ทำให้มันเป็วิชาของเ้า มีเ้าคนเดียวเท่านั้นที่ใช้วิชาชนิดนี้ได้ ใครก็ไม่อาจทำได้เช่นเ้า "
"ศิษย์เข้าใจเเล้ว ท่านอาจารย์"
ไตรเทพเอ่ยถาม เื่ที่เป็กังวลใจที่สุด "ท่านอาจารย์เื่ที่ศิษย์ได้ทะลวงระดับเข้าสู่ ชะตาลิขิตขั้นกลาง จะมีผลกระทบต่อการบำเพ็ญเวทของข้าหรือไม่ รากฐานพลังเวทของข้ามั่นคงหรือไม่ "
"ไตรเทพ อาจารย์จะบอกเ้าอย่างหนึ่ง เ้าไม่เหมือนคนทั่วไป ร่างกายเ้ามีเส้นพลังเวท 10 เส้นเเต่ละเส้นมีขนาดใหญ่เท่าแม่น้ำขนาดใหญ่10สายมารวมกัน จุดรวมพลังเวทของเ้า มีขนาดเท่ามหาสมุทร เื่รากฐานพลังเวทของเ้าไม่ต้องกังวล ว่าจะไม่มั่นคง ควรกังวลว่าเ้าจะเลื่อนระดับไประดับอื่นอย่างไร "
"ยิ่งจุดรวมพลังเวทมีขนาดใหญ่ พื้นฐานของเ้าก็มั่นคงเช่นนั้น ส่วนสาเหตุที่เ้าเลื่อนระดับได้ไว เพราะสถานที่แห่งนี้มีคลื่นเวทบริสุทธ์ เ้าฝึกที่หุบเขาแห่งนี้ 1 วันก็เท่ากับฝึกในโลกภายนอก 1 ปี ส่วนเื่ที่เ้าพึ่งเลื่อนระดับพลังเวทเป็ชะตาลิขิตขั้นต้น เมื่อไม่นานมานี้ อีกทั้งยังทะลวงระดับ ชะตาลิขิตขั้นกลางได้ เป็เพราะ จุดรวมพลังเวทของเ้าถึงจุดทะลวงระดับเเล้ว "
"อาจารย์ขอเตือนเ้า อย่าได้กดขอบเขตพลังเวทให้มั่นคงในการทะลวงระดับ ด้วยจุดรวมคลื่นเวทของเ้าไม่เหมือนคนอื่น ยิ่งเ้ากดพลังเวทให้มั่นคงเท่าไหร่ จุดรวมคลื่นเวทของเ้ายิ่งจะพังทลาย เื่การกดขอบเขตให้มั่นคง เป็เื่ที่ดีต่อผู้บำเพ็ญเวทคนอื่น นั่นก็เพราะพวกเขาเ่าั้มีจุดรวมคลื่นเวทขนาดไม่ใหญ่มาก "
"ศิษย์เข้าใจเเล้ว ท่านอาจารย์ "
"วันนี้ท่านอาจารย์จะสอนวิชาใดแก่ข้าหรือขอรับ "
"วิชาฝ่ามือทั้งสองเ้าคงฝึกสำเร็จเเล้วกระมัง"
"ศิษย์จำได้ขึ้นใจเเล้วขอรับท่านอาจารย์ "
เ้านี้มัน ! ในใจผู้เป็อาจารย์ตกตะลึงเป็อย่างมาก สมัยที่เขาฝึกฝ่ามือทั้งสอง ก็ต้องดูผู้เป็อาจารย์สอนถึง 3 รอบกว่าจะทำได้ แต่ไตรเทพดูเพียงครั้งเดียวก็ทำได้เลย ไม่ทำให้เขาผู้เป็อาจารย์ รู้สึกสลดใจได้อย่างไร
"วิชาพระขรรค์พรมันของเ้าตอนนี้ ฝึกฝนได้เสมือน ผู้มีกายกายาพระขรรค์ ยามนี้ก็ทบทวนวิชาพระขรรค์ไปพลางๆก่อน อีก 2 วันจะมีอาจารย์มาสอนวิชาพระขรรค์พรมันให้แก่เ้า "
"ไตรเทพเอ่ยอย่างสงสัย ท่านอาจารย์วิชาพระขรรค์ท่านมิอาจสอนได้หรือ "
ทันใดนั้นหมัดของผู้เป็อาจาร์ได้เขกลงไปที่หัวของไตรเทพ
เสียงร้องเ็ปดังละงม "ไตรเทพร้องเสียงหลง ท่านอาจารย์ ข้าเจ็บยิ่งนัก "
"เ้าถามข้าแบบที่ไม่ควรจะถาม ข้าเป็ผู้ฝึกเวทด้านศาสตร์จอมขมังเวท ศาสตร์พระขรรค์ เเม้ข้าจะพอรู้บ้าง แต่ก็ไม่อาจเทียบได้กับผู้ฝึกพระขรรค์ที่เเท้จริง โดยเฉพาะศาสตร์พระขรรค์เฉพาะด้าน "
ไตรเทพลูบศีรษะที่โดนเขก มันมองไปที่ผู้เป็อาจารย์ "ท่านจะไปหาอาจารย์คนใดมาสอนศิษย์ จะหาได้หรือ พวกเราจนมากนะขอรับ "
ผู้เป็อาจารย์ไม่ได้โกรธที่ไตรเทพถามเช่นนี้ คนไม่รู้ย่อมไม่ผิด เขากลับรู้สึกอบอุ่นในวาจาสุดท้ายมากกว่า "พวกเราจนมาก " เป็คำพูดที่ไม่เกินจริง ศิษย์ทั้งสามคนที่เขาฝึกสอน ต่างก็รู้เื่นี้ชัดเจน มีเพียงอาศรมเท่านั้นที่รู้ความจริง
"ไตรเทพ อาจารย์จะสอนเ้าบางอย่าง ในบางครั้งเงินก็ไม่อาจซื้อของบางสิ่งได้ เเละในบางครั้ง ของบางสิ่งก็ต้องใช้เงิน "
"ศิษย์จะจดจำขอรับ "
ในขณะที่ไตรเทพจะกล่าวอำลา ทันใดนั้นเื่ราวที่สงสัยเเละเก็บเอาไว้ในใจ ได้ระลึกขึ้นโดยบังเอิญ “ท่านอาจารย์ศิษย์มีคำถามอีกเื่ เหตุใดท่านอาจารย์ถึงรับ คงอยู่เป็ศิษย์สืบทอดทั้งๆที่ท่านยกตำแหน่งนี้ให้ข้า เื่ราวัลที่ท่านตกลงไว้ว่าใครเรียนรู้วิชาได้รวดเร็วที่สุด ท่านจะมีรางวัลให้ ท่านอาจารย์ลืมเเล้วหรือ “
ผู้เป็อาจารย์ยิ้มอ่อน ไตรเทพ อาจารย์เป็ใครจะลืมเื่สำคัญได้หรือ ข้าก็รอเ้าถาม เเต่ตัวเ้าไม่เคยถาม ข้าก็ไร้คำอธิบาย อีกอย่างเ้าก็บอกเองไม่ใช่หรือ ว่าเ้าไม่เหมาะสมกับการเป็ศิษย์สืบทอดของข้า
ไตรเทพหัวเราะขำๆ "ท่านอาจารย์ ก็รู้นิสัยของศิษย์ดี ข้าไม่ชอบการผูกมัด "
ผู้เป็อาจารย์เอ่ย" สิ่งที่เ้าสงสัย ก็มีมูลเหตุจากสิ่งนี้ด้วย "
"อย่างไรหรือขอรับท่านอาจารย์ ?"
ครั้งนี้ใบหน้าผู้เป็อาจารย์เริ่มจริงจัง บรรยากาศรอบๆ เริ่มตึงเครียด "เ้าทั้งสามคนต่างเป็ศิษย์ที่ข้าภาคภูมิใจ เ้าทั้งสามต่างเป็อัฉจริยะที่หาได้ยาก ต้องขอบคุณบุญกุศลของข้า ที่โชคชะตาพามาพบเ้าทั้งสามคน ข้ามหาบรมอาจารย์… "
น้ำเสียงผู้เป็อาจารย์ได้หยุดพูดเขามองไตรเทพด้วยความเมตตา ภายในใจของเขาคิดเพียงว่า ยังคงไม่ถึงเวลาที่ไตรเทพจะได้รู้ตัวตนที่เเท้จริง
" อาจารย์เป็เพียงคนชราที่รอวันใกล้ลาลับไปจากสามโลก เวลาของอาจารย์เหลือน้อยลงมากเเล้วไตรเทพ สาเหตุที่คงอยู่ได้เป็ศิษย์สืบทอดก็เพราะ มันมีความสามารถในการบริหาร มีความสามารถในการปกครองที่เก่งกาจคนหนึ่งถึงจะไม่อาจเทียบกับเ้าได้ เเต่มองไปทั่วสามโลกความสามารถของคงอยู่ยังเป็อันดับต้นๆ ดังนั้นคงอยู่จะเป็ศิษย์สืบทอดของข้าในที่เเจ้ง ส่วนเ้าไตรเทพจะเป็ศิษย์สืบทอดของข้าในที่ลับ ยามสำนักตกต่ำ เกิดวิกฤตร้ายเเรง ข้าคงต้องฝากให้เ้าปกป้องเเล้ว "
มือของผู้เป็อาจารย์ได้ปรากฏลวดลายยันต์ ลวดลายนี้เป็รูป ฤษีเหยีบโลกา มือซ้ายถือพระขรรค์ มือขวาถือดวงดาว "นี้คือรางวัลที่อาจารย์จะให้เ้า นำไปหลอมรวมเข้ากับร่างกายเ้า ถึงตอนนั้น ก็ถือได้ว่า เ้าเป็ผู้ฝึกศาสตร์จอมขมังเวทที่แท้จริง "
น้ำตาใส่ๆ ได้หยดลงพื้นดินไตรเทพยามนี้ รู้สึกเสียใจสุดแสน เมื่อต้องรู้ว่าผู้เปรียบเสมือนบิดา จะต้องสลายหายไปโดยไม่มีวันหวนคืน
ไตรเทพไม่ได้สนใจของรางวัลที่ได้ มันมองใบหน้าผู้เป็อาจารย์ที่ยามนี้ มีแต่ความเมตตา ไม่เหลือความจริงจังเมื่อครู่เเล้ว
ท่านอาจารย์ ศิษย์จะหมั่นฝึกฝนศาสตร์ขมังเวทให้เก่งกาจ จะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวัง มือของไตรเทพรับลวดลายยันต์มา มันได้เริ่มหลอมรวมทันที
น่าแปลกกว่าทุกครั้ง ในครั้งนี้ไตรเทพไม่ต้องใช้คาถาบทไหนๆ มาช่วยหลอม ลวดลายยันต์ได้เข้าไปหลอมรวมกับร่างกายไตรเทพทันที
บริเวณด้านหลังของไตรเทพยามนี้ มีรอยสักฤษีเหยีบโลกา ผ่านไปเพียงสามลมหายใจ รอยสักฤษีเหยีบโลกา ที่แผ่นหลังได้เปลี่ยนไปอีกครั้ง ในครั้งนี้มันเปลี่ยนเป็รูปพระขรรค์ ที่มีนภาล้อมรอบ ในขณะที่ใบมีดคมทั้งสองด้านของพระขรรค์เป็ลวดลายฤษีเหยีบโลกา
ไตรเทพเชื่อมจิตใจ ขีวิต เข้ากับรอยสัก มันตั้งชื่อรอยสักนี้ว่า พระขรรค์สะท้านฟ้า เหตุก็เพราะจิตวิญญานของมันััรับรู้ได้ว่า พระขรรค์ในรอยสักก็คือตัวตนของไตรเทพเอง
ส่วนสะท้านฟ้า นั่นก็เพราะ รอยสักฤษีเหยีบโลกาที่ท่านอาจารย์ให้มา ยังไม่กล้าที่จะเทียบเคียงพระขรรค์สะท้านฟ้าของมันได้ มันนึกย้อนไปถึงตำราขาดๆที่เคยอ่าน ชื่อพระขรรค์สะท้านฟ้านี้ เหมาะสมกับ จิติญญาของไตรเทพเป็อย่างยิ่ง
จิตใจของไตรเทพล่องลอยไปชั่วขณะ "เมื่อไหร่หนอ ข้าจะมีกายกายาเหมือนคนอื่นเขาบ้าง "
ไตรเทพรวบรวมสมาธิจึงได้หลุกพ้นภาวะเหม่อลอย "ท่านอาจารย์ มีเวลาเหลืออีกเท่าไหร่ขอรับ " ในขณะที่ถามออกไปน้ำเสียงได้สั่นไหวไม่มั่นคง
"300 ปี ผู้เป็อาจารย์เอ่ยกล่าว "
จิตใจของไตรเทพสั่นสะท้านไม่หยุด เวลา 300 ปีเหมือนยาวนานแท้จริงเเล้วสำหรับผู้บำเพ็ญเวทก็ถือว่าสั้นพอสมควร
"ใน 300ปีนี้ศิษย์จะเป็ผู้ฝึกเวทระดับ เ้ามหาธิราชาาให้ได้ขอรับ"
เสียงหัวเราะของผู้เป็อาจารย์ ดังไปทั้วป่าเขา" เ้าศิษย์โง่เขลา ระดับที่เ้าพูดถึงใช้จะไปถึงกันได้ง่ายๆ มีอัจฉริยะมากมายที่ต้องหยุดในระดับ กษัตริย์ตราลิขิต มีสัตว์ประหลาดเหนือเหล่าอัจฉริยะเช่น อาศรมหยุดในขั้น มหาเทวาธิราช มีผู้สยบได้ทั่วสิบทิศอย่าง คงอยู่ ก็ไปถึงระดับ มหาเทวาธิราช ขั้นสูงเท่านั้น ส่วนเ้าไตรเทพ จะไปถึงภายใน 300 ปี เป็ไปไม่ได้ "
ไตรเทพเอ่ยถามอย่างส่งสัย "ท่านอาจารย์อยู่ระดับไหนหรือ " ยามนี้ไตรเทพคลายอารมณ์เศร้าโศก มันอยากใช้เวลาที่จำกัดนี้ อยู่กับท่านอาจารย์ให้มากที่สุด
เ้าเดาเอาสิ ผู้เป็อาจารย์เอ่ยอย่างเป็กันเอง
ไตรเทพเอ่ยอย่างไม่ต้องคิด "กษัตริย์ตราลิขิต "
"เ้าอยู่เฝ้าหุบเขาของข้าไปเสียดีๆ ใน 2วันที่ข้าไม่อยู่หุบเขาต้องสะอาด เมื่อกลับมาเเล้วไม่สะอาดเ้าจะต้องถูกลงโทษ "
ไตรเทพสายหน้าไปมา "นี่ข้าตอบผิดหรือ"
ทุกครั้งที่ท่านอาจารย์ให้คาดเดาอะไร มักจะให้พวกเขาคาดเดาในคำตอบเองเสมอ ตอบถูกก็จะได้รางวัล ตอบผิดก็โดนทำโทษ
ไตรเทพมองผู้เป็อาจารย์เดินลงเขาไป ไม่มีคลื่นเวทกระจายออกมาจากท่าน ภาพตรงหน้าเป็เพียงชายชราธรรมดาคนหนึ่ง ที่ค่อยๆเดินลับตาไป
เดินออกมาได้ประมาณหนึ่ง มหาบรมอาจารย์ยุวราช เหลือบมองสถานที่จากมา หุบเขาแห่งนี้คือสถานที่ของเขายามลาจากสามโลก มันไม่ใช้หุบเขาธรรมดา เเต่เป็ สถานที่มิติที่เกิดจากการนำเศษซากดินแดน์มาหลอมสร้างเป็ดินแดนใหม่ แดนมิติลับยุวราช ทั่วสามโลกต่างเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า โลกใบเล็ก
จอมเวทย์คนใดที่สร้างโลกใบเล็กได้ ก็ถือว่า เป็ผู้อยู่ในระดับ มหาเทวาธิราช แล้ว
มหาบรมอาจารย์ยุวราชหยิบปิ่นปักผมขึ้นมาดู ปิ่นปักผมนี้เป็รูปพระอาทิตย์ ลักษณะของมันสุดเเสนจะธรรมดา เขานำปิ่นปักผมไปปักที่ศรีษะ
เขาจึงได้เดินจากไป ร่างกายค่อยๆหายไป ก่อนจะไปปรากฏตัวที่อีกทวีปหนึ่ง