ตอนนี้ผู้คนมากมายทยอยเดินไปข้างหน้าแต่ต่างถูกพันธนาการตัวอักษรกักขังและเดินไปมาอยู่ภายในอย่างลังเลผู้คนจำนวนไม่น้อยกระอักเือย่างต่อเนื่องเมื่อฝืนไม่ไหวก็จะถูกตัวอักษรดีดออกมา พวกเขาต่างเผยสีหน้าโศกเศร้า
แต่ฟ่านเสวี่ยหลีสังเกตเห็นว่าผู้คนที่สามารถเข้าไปในศาลเหวินชางได้ล้วนแต่มีปราณหยางที่แข็งแกร่งและระหว่างที่พวกเขาเดินเข้าไปก็ไม่ค่อยมีอุปสรรค
“ยึดมั่นในตัวเองสินะ ยิ่งเจตจำนงแข็งแกร่งเพียงใดพลังย้อนกลับก็จะยิ่งน้อยลง มันเกี่ยวข้องการทดสอบทางจิตใจจริงๆ ด้วย”หลังจากฟ่านเสวี่ยหลียืนยันได้แล้วจึงเดินเข้าไปในศาลเหวินชางทันที
แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงอันเยือกเย็นดังขึ้นจากระยะไกล “ฟ่านเสวี่ยหลีด้วยระดับพลังอย่างเ้ายังคิดจะเข้าไปในนี้อีกหรือ” ฟ่านอินเหวินก็เดินเข้ามาพร้อมกับสายตาที่เปี่ยมด้วยความดูถูก
ก่อนหน้านี้เขาถูกฟ่านปั๋วช่านตำหนิจนอับอายและระงับความโกรธเอาไว้จนถึงตอนนี้ ในที่สุดก็ได้ระบายออกมาแล้ว
มีลูกหลานตระกูลฟ่านจำนวนไม่น้อยมองไปที่ฟ่านเสวี่ยหลีด้วยสีหน้าเย้ยหยันพวกเขาส่วนมากเป็คนของตระกูลฟ่านสายรองแต่ต่างรู้ว่าแม่ของฟ่านเสวี่ยหลีเป็อนุภรรยาและมีฐานะในตระกูลที่ต่ำต้อยอีกทั้งตบะของฟ่านเสวี่ยหลีก็ต้อยต่ำ ดังนั้นในสายตาของพวกเขาฟ่านเสวี่ยหลีแทบจะเป็ผู้ที่อ่อนแอที่สุดในพิธีขัดเกลาครั้งนี้และไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะเข้าศาลเหวินชาง
ดวงตาของฟ่านเสวี่ยหลีวาวโรจน์ไปด้วยจิตสังหารอันมืดมนและพูดกับฟ่านอินเหวินอย่างเ็าว่า “ทำไม ตอนอยู่กลางถนนในเมืองฉางซานเ้ายังล้มไม่หนำใจอีกหรือ” หากอีกฝ่ายลงมือเขาก็ไม่เกรงใจที่จะสั่งสอนอีกฝ่ายสักหน่อย
ตระกูลฟ่านมีกฎไม่ให้พี่น้องบาดหมางกันแต่ไม่ได้ห้ามให้ต่อสู้นองเืกันในสถานที่แบบนี้
“เ้า...” ฟ่านอินเหวินโมโหจนกัดฟันแทบแตกแล้วพูดอย่างเ็าว่า“ปากดีนัก!แน่จริงก็มาแข่งกับข้า ดูว่าใครจะมีคุณสมบัติได้เข้าศาลเหวินชาง!” เดิมทีเขา้าลงมือกับฟ่านเสวี่ยหลีแต่เขากลับตะลึงเมื่อเห็นสายตาและจิตสังหารเมื่อครู่นี้ของฟ่านเสวี่ยหลีจึงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
จากนั้นเขาก็เดินตรงเข้าไปที่ศาลเหวินชางตัวอักษรนับไม่ถ้วนก่อเกิดเป็พันธนาการขนาดใหญ่ขึ้นบนตัวเขาแต่ไม่สามารถหยุดการก้าวเดินของเขาได้เขาสะบัดกระบี่วิเศษในมือออกและฟาดฟันตัวอักษรเ่าั้
เขาเข้าไปในศาลเหวินชางได้อย่างรวดเร็วและยังเดินตรงไปข้างหน้าเรื่อยๆ แม้ว่าท่าทางจะดูเ็ปอย่างยิ่งแต่ก็เข้าใกล้เบาะที่อยู่แถวหน้าสุดแล้ว
ตอนนี้ผู้คนด้านนอกศาลเหวินชางต่างเผยสายตาอันอิจฉา“ดูเหมือนว่าคุณชายสามจะมีโอกาสสูงที่จะเป็อันดับหนึ่งในครั้งนี้”
“ว่ากันว่าเขาบรรลุเนื้อกายขั้นสี่ั้แ่สามปีก่อนอนาคตไม่อาจถูกจำกัด กระทั่งมีโอกาสสูงที่จะได้รับสิทธิ์ส่งรายชื่อไปยังเทือกเขาคุนหลุนจากงานประชุมเมืองฉางซานในอีกหลายวันต่อจากนี้”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ แม้ว่าทุกคนต่างยกย่องชมเชยเขาแต่สายตากลับมองไปที่ฟ่านเสวี่ยหลี สำหรับพวกเขาแล้วระหว่างฟ่านเสวี่ยหลีกับฟ่านอินเหวินช่างแตกต่างกันมากราวกับเทียบแสงหิ่งห้อยกับแสงจันทร์
แต่ฟ่านเสวี่ยหลีหาได้สนใจ จากนั้นเขาก็เดินหน้าหนึ่งก้าวในทันที
ทันใดนั้นเขาราวกับเข้าไปยังห้วงมายา
จากนั้นเขาก็เห็นว่าเบื้องหน้าตนมีภูตผีปีศาจอยู่นับไม่ถ้วนและหันมาคำรามใส่เขาส่วนตัวเขากำลังยืนอยู่บนหน้าผาสูงหมื่นจั้งและมีถ้ำอยู่ด้านหลังส่วนอีกสองฝั่งก็มีโซ่เหล็กฝั่งละเส้นที่ทอดไปสู่สถานที่ปริศนาอันไกลโพ้น
ควรจะถอยกลับเข้าไปในถ้ำด้วยการตั้งรับแทนการโจมตีหรือจะเลือกโซ่เหล็กเส้นใดเส้นหนึ่งเพื่อตามหาโอกาส
แต่ฟ่านเสวี่ยหลีกลับบินสูงตรงไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเลมือทั้งสองเปล่งแสงเจิดจ้าและกวาดแสงกระบี่ในมือออกไป!
ฆ่า ฆ่า ฆ่า!
ฟ่านเสวี่ยหลีะโอยู่กลางอากาศหลังจากที่ฟาดฟันภูตผีปีศาจไปนับไม่ถ้วน แม้ว่าตัวเขาจะร่วงลงสู่ใต้หน้าผาแต่ก็ไร้ซึ่งสีหน้าหวาดกลัว
หากเป็คนอื่น แม้พวกเขาจะรู้ว่านี่เป็เพียงบททดสอบทางจิตใจแต่ก็ไม่สามารถคงความสงบถึงขั้นนี้ ทว่าชาติก่อนฟ่านเสวี่ยหลีเคยฝ่าฟันความยากลำบากนับไม่ถ้วนบททดสอบแค่นี้จะไปทำอะไรเขาได้
จากนั้นฟ่านเสวี่ยหลีพบว่าฉากตรงหน้าเปลี่ยนไป ตนเข้ามาในศาลเหวินชางแล้ว
เห็นได้ชัดว่าเขาผ่านบททดสอบเมื่อครู่นี้ได้อย่างราบรื่น
เป็ไปตามที่เขาคาดการณ์ มันเป็เพียงบททดสอบจิตใจและเห็นได้ชัดว่าการแสดงออกของเขาได้รับคะแนนสูง เนื่องจากร่างกายของเขาเต็มเปี่ยมด้วยพลังลมปราณโดยปราศจากการเผาผลาญแม้แต่น้อยดูเหมือนเขาจะเดินเลือกเบาะนั่งได้ตามใจชอบเขามองไปยังฟ่านอินเหวินที่อยู่ด้านหน้า
ตอนนี้ฟ่านอินเหวินกำลังจะเดินไปถึงเบาะแถวหน้าสุดแต่เขากลับพบว่ามีแรงกดดันมหาศาลกระหน่ำเข้ามา เขาพยายามอย่างสุดแรงแต่ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้อีก ทำได้เพียงนั่งลงบนเบาะแถวที่สอง
แต่ถึงกระนั้นก็เพียงพอให้ภาคภูมิใจแล้ว
เขากำลังหันกลับมามองอย่างได้ใจ หวังจะเห็นสีหน้าอันน่าอับอายของฟ่านเสวี่ยหลีที่ถูกแสงสีทองนั่นปิดกั้นไม่ให้เข้ามาในศาลเหวินชาง
แต่เขากลับต้องตาค้าง
เพราะเขาเห็นฟ่านเสวี่ยหลีกำลังไปข้างหน้าเขา
มันเป็ไปได้อย่างไร หัวใจของฟ่านอินเหวินแทบจะะเิออกตนมีระดับพลังที่สูงส่งเช่นนี้ และยังรู้หัวข้อการทดสอบจากฮูหยินใหญ่ ประกอบกับมีเครื่องสำริดอย่างกระบี่์จึงทำให้เขาสามารถมาถึงจุดนี้ได้แต่ฟ่านเสวี่ยหลีที่อยู่ตรงหน้าทำได้อย่างไรกัน
เขายังรู้สึกเหมือนภาพเบื้องหน้ามืดมนจนแทบกระอักเืออกมาเนื่องจากฮูหยินใหญ่สัญญากับเขาว่าต้องได้อันดับหนึ่งในครั้งนี้เท่านั้นจึงจะมอบสิทธิ์ส่งรายชื่อไปยังเทือกเขาคุนหลุนให้เขา
ฟ่านเสวี่ยหลีกำลังเดินไปยังตำแหน่งแถวหน้าสุด แต่ทันใดนั้นกลับพบว่าพู่ห้อยพัดมรกตในอ้อมอกของตนปลดปล่อยลมปราณร้อนออกมาและชี้ไปยังเบาะที่อยู่อีกมุมหนึ่ง
มันเป็ซอกมุมที่ลับสายตาอย่างยิ่งและไม่มีใครสนใจ
ฟ่านเสวี่ยหลีลองเดินไปอีกหนึ่งก้าวและพบว่าพู่ห้อยพัดมรกตนั้นร้อนขึ้นกว่าเดิม
เขาจึงเดินไปที่เบาะนั้นอย่างไม่ลังเล จากนั้นก็นั่งขัดสมาธิลงและปรับลมปราณ
เมื่อเห็นฟ่านเสวี่ยหลีเลือกจุดที่อยู่ในซอกมุม คนอื่นๆก็ตกตะลึงเป็ไก่ตาแตก!
ฟ่านเสวี่ยหลีบ้าไปแล้วหรือ
เมื่อครู่นี้ทุกคนต่างเห็นว่าฟ่านเสวี่ยหลีเดินไปยังแถวหน้าสุดได้อย่างง่ายดายเดิมทีพวกเขารู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้พวกเขาแทบจะอ้าปากค้าง
“บางทีภาพที่เห็นก่อนหน้านี้อาจเป็ภาพลวงตา!ไม่เช่นนั้นเขาจะมีพลังเหลือพอที่จะไปถึงตำแหน่งนั้นได้อย่างไร!” ใครบางคนพึมพำออกมา ส่วนคนอื่นก็พยักหน้าตอบรับอย่างเห็นด้วย
เมื่อได้ยินผู้อื่นพูดเช่นนี้ ฟ่านอินเหวินก็รู้สึกวางใจลงสายตาที่มองไปยังฟ่านเสวี่ยหลีแฝงด้วยความเหลือทนเล็กน้อยไม่รู้ว่าฟ่านเสวี่ยหลีนั่นเข้ามาได้อย่างไร แต่ตนต้องหาโอกาสขัดขวางเขาให้ได้
แต่ตอนนี้กลับมีคนบางส่วนที่นั่งอยู่บนเบาะจ้องมองฟ่านเสวี่ยหลีด้วยสายตาอันประหลาดใจ
การที่พวกเขาสามารถเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ย่อมมีระดับพลังที่ไม่ต่ำอีกทั้งยังเป็ผู้ที่มีสายตาล้ำเลิศ จึงมองออกถึงความผิดปกติ
หลังจากที่การบทสอบด่านแรกสิ้นสุดลงแสงแห่งอาทิตย์อุทัยนับไม่ถ้วนก็ค่อยๆ แทรกซึมออกมาจากศาลเหวินชางควันธูปยานับไม่ถ้วนก็ลอยลงไปบน ‘คัมภีร์เหวินฉวี่ซิง’ ที่วางอยู่ตรงหน้าทุกคน
ผู้คนหยิบตำราเล่นนั้นขึ้นมาอ่านอย่างละเอียดโดยที่ไม่ได้นัดหมาย
เห็นได้ชัดว่านี่คือบททดสอบที่แท้จริงผู้ใดที่ทำความเข้าใจได้มากที่สุดก็จะเป็อันดับหนึ่งของพิธีขัดเกลาอาทิตย์อุทัยครั้งนี้
ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มทำความเข้าใจอย่างสุดความสามารถ
แต่เวลานี้ฟ่านเสวี่ยหลีกลับสังเกตโดยรอบก่อนจากนั้นเขาพบว่าแสงสว่างของ ‘คัมภีร์เหวินฉวี่ซิง’ ในมือของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ยิ่งเป็เบาะที่อยู่ด้านหน้าแสงสว่างก็จะยิ่งแรงแสงทองในมือของฟ่านอินเหวินที่นั่งอยู่แถวสองก็สว่างที่สุดในบรรดาผู้คนทั้งหมด
ส่วนตำแหน่งเบาะของฟ่านเสวี่ยหลีนั้นกลับมีลมปราณที่เข้มข้นกว่าฟ่านอินเหวินหนึ่งเท่า
“เลือกถูกจริงๆ ด้วย” ฟ่านเสวี่ยหลีพยักหน้าเบาๆแล้วจึงเริ่มเปิดอ่าน