อาคารอเนกประสงค์แห่งนี้ คุณพ่อลู่เกาสร้างไว้ให้เป็พื้นที่ส่วนตัวของลู่อวิ๋นชย่าโดยเฉพาะ เป็เพราะองค์กรมาเฟียของเขามีคู่อริอยู่มากมาย ลู่อวิ๋นชย่าจึงไม่มีโอกาสได้ออกไปใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป นอกจากเวลากลางวันที่เธอต้องปลอมตัวออกไปทำงานที่โรงพยาบาลแล้ว เวลาที่เหลือเธอก็จะกลับมาทำงานที่ห้องพยาบาลในองค์กร
ห้องพยาบาลนี้ คุณพ่อลู่เกาสร้างให้เธออย่างดี เพราะมันคือห้องผ่าตัดที่มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยและครบครันที่สุด เพื่อเป็สถานที่ที่ลู่อวิ๋นชย่าจะทำการรักษาให้กับคนในองค์กร
ลู่อวิ๋นชย่าเดินสำรวจห้องพยาบาลของเธออย่างคุ้นเคย ห้องผ่าตัดยังอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ตู้ยาต่างๆ ก็ถูกจัดเรียงไว้พร้อมใช้งานเหมือนกัน และยังมีอีกสองห้องที่เธอชอบมากที่สุดนั่นคือห้องนอนและห้องอาหารของเธอ
ห้องนอนถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีขาวทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่หมอน ผ้าห่ม ผ่าม่าน หรือแม้แต่พรมเช็ดเท้าก็ยังเป็สีขาว เมื่อก่อนลู่อวิ๋นชย่าไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเธอถึงชอบการตกแต่งห้องนอนของเธอเป็สีขาวนัก แต่ตอนนี้เธอได้คำตอบแล้ว ก็เพราะก่อนที่เธอจะทะลุมิติไปอยู่ในโลกอนาคต เธอต้องทนใช้ชีวิตอยู่ในห้องเล็กๆ ที่แสนทรุดโทรมอย่างห้องที่เพิ่งพังลงไปนั่นอย่างไรล่ะ
ถัดจากห้องนอนก็เป็ห้องอาหารสไตล์มินิมอลที่เธอโปรดปราน อุปกรณ์ทุกอย่างล้วนเรียบง่าย เตาแก๊สพกพาที่ร้านอาหารของประเทศ K นิยมใช้ ไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว กาน้ำร้อน หม้ออบลมร้อน และเตาอบ แต่อย่าเพิ่งเข้าใจว่าเธอเป็คนทำอาหารเก่งขนาดนั้น
ลูกสาวมาเฟียผู้ร่ำรวยอย่างเธอใช้เวลาทั้งหมดไปกับการฝึกศิลปะป้องกันตัวและการใช้อาวุธ รวมถึงการเป็ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็แทบจะทำให้เธอไม่มีเวลากระดิกตัวไปไหนแล้ว ดังนั้นเธอจะลงมือทำอาหารเองได้ยังไงกัน แค่หุงข้าวได้ ทอดไข่เป็ หรือเอาอาหารออกมาอุ่นเป็เท่านี้ก็ดีมากแล้ว
เพราะฉะนั้นนอกจากอุปกรณ์เครื่องครัวอันน้อยนิดนั่นแล้ว ในห้องอาหารของเธอจึงมีตู้เย็นขนาดใหญ่อยู่หลายหลังที่ใช้เก็บอาหารที่ส่งมาจากภัตตาคารชื่อดัง เครื่องดื่มหลากหลายประเภท ตู้แช่อาหารแช่แข็งที่เอาเข้าไมโครเวฟก็พร้อมรับประทาน และที่ขาดไม่ได้ก็คือเครื่องชงกาแฟแคปซูลและตู้อุ่นขนมปัง รวมไปถึงบาร์เหล้าที่รวบรวมเครื่องดื่มคลายเครียดของเธอที่มาจากทั่วทุกมุมโลก
แม้ว่าลู่อวิ๋นชย่าจะไม่ชอบการเข้าครัว แต่คุณพ่อลู่เกาก็ยังหวังว่าลูกสาวจะหันมาสนใจงานที่ผู้หญิงส่วนใหญ่เขาชื่นชอบกันอยู่บ้าง ดังนั้นถึงรู้ว่าลูกสาวจะไม่ชอบการทำอาหาร แต่ในมุมหนึ่งของห้องครัว ลู่เกาก็ยังจัดเตรียมเครื่องปรุง อาหารแห้ง และอาหารสด รวมถึงคู่มือการทำอาหารต่างๆ ไว้ให้ลูกสาวสุดที่รักด้วย
ลู่อวิ๋นชย่าแทบจะกรีดร้องออกมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อเดินสำรวจอาคารอเนกประสงค์ของตัวเองเสร็จ ‘คุณพ่อเป็ดาวนำโชคของหนูจริงๆ เลย ขอบคุณนะคะคุณพ่อ เท่านี้หนูก็จะไม่อดตายแล้ว’
แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะเดินไปสำรวจตามจุดต่างๆ ที่ลู่เกาซ่อนอาวุธไว้ให้เธอ เป็เพราะทำงานในองค์กรมาเฟียที่โหดร้าย เธอกับบิดาจึงไม่อาจเชื่อใจใครได้ง่ายๆ อาวุธที่พร้อมใช้งานจึงถูกซ่อนไว้และสามารถหยิบมาใช้ได้ในทุกที่
ลู่อวิ๋นชย่าเดินสำรวจมิติจนพอใจก่อนที่จะรีบไปอุ่นบะหมี่และติ่มซำออกมาหลายอย่าง จากนั้นเธอก็ออกจากมิติไปนั่งรอหนิงผิงที่ด้านนอกอย่างอารมณ์ดี
“คุณหนูเ้าคะ บ่าวหาคนมาช่วยงานได้ทั้งหมดสามคน แต่ว่า...” หนิงผิงรีบเข้ามารายงานเ้านาย
“มีปัญหาตรงไหนหรือเปล่า”
“พวกเขาสามารถหาอุปกรณ์มาซ่อมแซมที่พักของเราได้ เพียงแต่พอทำงานเสร็จพวกเขา้าเบิกค่าจ้างทันทีเ้าค่ะ”
“คุณหนูใหญ่เห็นใจพวกเราด้วยเถิดขอรับ เวลานี้ที่บ้านของพวกเราแทบจะไม่มีอะไรกินแล้ว หากไม่เดือดร้อนจริงๆ พวกเราคงไม่กล้าแม้แต่จะคิดที่จะมาขอเบิกเงินค่าจ้างจากท่านเด็ดขาดขอรับ”
ลู่อวิ๋นชย่ามองคนงานที่เพิ่งพูดกับตนเมื่อครู่ก็นึกขึ้นได้ว่าเขาคือลุงฝู เป็คนรับใช้เก่าแก่ที่ติดมากับสินเดิมของมารดา พอมารดาเสียชีวิต ลู่อวิ๋นชย่าก็ได้คืนสัญญาทาสให้กับลุงฝูไปเพื่อให้เขาได้ไปตั้งต้นชีวิตใหม่ แต่ลุงฝูไม่มีที่ไป ซ้ำยังเป็ห่วงคุณหนูของตน จึงขอติดตามลู่อวิ๋นชย่ามาหางานทำที่หมู่บ้านเกษตรกรเซิ่งไห่แห่งนี้ด้วย
ลุงฝูมองดูคุณหนูใหญ่ของตนอย่างกังวล เขารู้ดีว่าเวลานี้คุณหนูก็ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเหมือนกัน แต่ใครใช้ให้เขาโง่ที่ไปหลงเชื่อคนอย่างป้าสี่และอี้จู้กันเล่า แม่นางสองคนนั้นหลอกเขาว่าจะเข้าเมืองไปหาซื้ออาหารมาให้เขากับคนในครอบครัว พอเขาฝากเงินทั้งหมดไป ผลก็คือหญิงชั่วสองคนนั้นกลับเก็บเงินของเขาไว้และต่างก็พากันปฏิเสธเป็เสียงเดียวว่าไม่เคยเห็นเงินก้อนนั้นของเขาเลย แค่คิดถึงจุดนี้ลุงฝูก็น้ำตาไหลออกมาทันที
“ลุงฝูอย่าร้องไห้เลยเ้าค่ะ” ลู่อวิ๋นชย่าเติบโตมาพร้อมกับการอ่านสีหน้าคนมานักต่อนัก มีหรือที่ท่าทางของลุงฝูจะรอดพ้นจากสายตาของนางไปได้ “ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าลุงฝูกับครอบครัวทำงานรับจ้างอยู่หรือ ข้าขอถามได้หรือไม่เ้าคะว่าเงินค่าจ้างเ่าั้ลุงฝูเอาไปทำอะไรหมด ทำไมท่านกับครอบครัวถึงไม่เหลือเงินแม้กระทั่งไว้ซื้อหาอาหารมากักตุน เท่าที่ข้าจำความได้ ข้ารู้ว่าลุงฝูเป็คนใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด ดังนั้นเหตุการณ์ครั้งนี้จึงทำให้ข้าสงสัยจริงๆ”
ลุงฝูกับป้าฝูก้มหน้านิ่งไม่ตอบคำถาม หากบอกเื่จริงไปทั้งหมด พวกเขาก็กลัวว่าคุณหนูใหญ่ของพวกเขาจะเดือดร้อนไปด้วย มีใครไม่รู้บ้างว่าป้าสี่กับอี้จู้เป็คนของฮูหยินคนใหม่
“เป็ป้าสี่กับอี้จู้ที่หลอกเอาเงินของพวกเราไปขอรับ พวกนางบอกว่าจะเข้าเมืองไปซื้ออาหาร หากพวกข้าอยากได้อาหารก็สามารถฝากพวกนางไปซื้อได้ แต่ใครจะไปคิดว่านอกจากพวกนางจะไม่ซื้ออาหารกลับมาให้เรา แต่พวกนางยังบอกว่าไม่เคยได้รับเงินจำนวนนั้นจากพวกเราเลยสักครั้ง” ฝูเกาที่ทนไม่ไหวจึงพูดเื่ทั้งหมดออกมาอย่างอัดอั้น
“ท่านคือพี่ฝูเกาใช่ไหมเ้าคะ” ลู่อวิ๋นชย่ายิ้ม “ตอนเด็กท่านเคยสอนข้าปีนต้นไม้ด้วย”
“คุ...คุณหนูจำได้ด้วยหรือขอรับ” ฝูเกาทำหน้าตกตะลึงอย่างคิดไม่ถึง
“จำได้สิเ้าคะ นั่นคือ่เวลาที่ข้าสนุกที่สุด ก่อนที่ท่านแม่จะล้มป่วยและข้าจะถูกคนบ้านนั้นใช้งานอย่างกับทาสนั่นอย่างไร”
“คุณหนู” หนิงผิงรีบเข้าไปนั่งข้างเ้านาย “คุณหนูอย่าไปคิดเื่อดีตเลยเ้าค่ะ รังแต่จะไม่สบายใจไปเปล่าๆ”
ลู่อวิ๋นชย่ายิ้มขึ้นอีกครั้ง “เอาเป็ว่าข้าต้องรบกวนลุงฝูช่วยซ่อมที่พักของข้าให้เสร็จภายในวันนี้ด้วยนะเ้าคะ ส่วนเื่ค่าจ้าง หากข้าจะจ่ายเป็ข้าวสาร แป้ง ไข่ และเนื้อสัตว์ให้พวกท่านแทน ไม่รู้ว่าลุงฝูจะยอมรับได้หรือไม่เ้าคะ”
“เท่านั้นก็ดีมากแล้วขอรับคุณหนู ข้ากับลูกชายจะขึ้นไปตัดไม้ไผ่บนูเาเดี๋ยวนี้เลยขอรับ” ลุงฝูพูดขึ้นอย่างดีใจ
“แต่ก่อนที่จะไปทำงาน พวกท่านควรกินอะไรรองท้องสักหน่อยนะเ้าคะ ไม่เช่นนั้นจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาทำงานกันล่ะ” ลู่อวิ๋นชย่าให้หนิงผิงไปยกอาหารในห้องออกมาให้ครอบครัวลุงฝูได้กิน แม้หนิงผิงจะแปลกใจว่าเ้านายไปเอาอาหารดีๆ เหล่านี้มาจากไหน แต่นางก็ไม่ได้ถามอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
ลุงฝูกับฝูเกากินข้าวเสร็จก็ตรงขึ้นเขาไปหาตัดไม้ไผ่ทันที มีเพียงป้าฝูที่นั่งรออยู่อย่างไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อ เมื่อเห็นว่าเ้านายไม่ได้เอ่ยปากจะใช้งาน ป้าฝูจึงไปเก็บกวาดพื้นที่รอบๆ บ้านพักของลู่อวิ๋นชย่าจนสะอาดเอี่ยม
จวบจนตะวันใกล้ตกดิน ที่พักของลู่อวิ๋นชย่าก็ซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อย ลูงฝูและครอบครัวได้รับอาหารกลับไปเป็ค่าตอบแทนเป็จำนวนมาก ทีแรกทั้งสามไม่กล้ารับอาหารจำนวนมากนั้นมาทั้งหมด คิดว่าจะขอแบ่งไปแค่ครึ่งเดียว แต่ลู่อวิ๋นชย่าไม่ยอม ทั้งยังบอกว่าหากลุงฝูไม่เอาอาหารทั้งหมดนี้ไป คราวหน้านางคงไม่กล้าไหว้วานให้ลุงฝูทำอะไรให้อีกแล้ว
ลุงฝูจึงรับอาหารเ่าั้กลับไป และเป็ฝูเกาที่บอกว่าหากคุณหนูมีเื่ใดให้ช่วย ก็ให้หนิงผิงไปบอกกับตนได้เลย ลู่อวิ๋นชย่าพยักหน้ารับและพิจารณาฝูเกาไปในตัว