ตอนที่ 10 หญิงชาวสวนผู้ทำงานอย่างแข็งขัน
เมื่อย้อนกลับไปในพื้นที่มิติ หนึ่งคนกับอีกหนึ่งเสือก็นั่งอยู่บนพื้นหญ้าพร้อมทานอาหารเย็นของตัวเอง
สายลมอ่อนพัดเอื่อย ๆ เซียวิเยวี่ยกำลังเคี้ยวไข่อย่างมีความสุข เมื่อเห็น
ฟู่กุ้ยฉีกน่องไก่ด้วยกรงเล็บทั้งสี่ข้าง เธอหลุดหัวเราะออกมา ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าชีวิตเช่นนี้ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว
วันนี้เธอทำงานหนักและเหนื่อยมาก หลังจากหยอกล้อกับฟู่กุ้ยสักพัก
เซียวิเยวี่ยกลับไปที่ห้อง พอหัวถึงหมอนก็ผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
วันรุ่งขึ้น การปรับปรุงยังคงดำเนินต่อไปอย่างแข็งขัน
เซียวิเยวี่ยกำลังควบคุมการก่อสร้างพร้อมพูดคุยกับคนงาน ใน่บ่าย
จู่ ๆ เธอได้รับโทรศัพท์จากหมายเลขที่ไม่คุ้นเคย ลูกพี่ลูกน้องชายยืนยันว่าพวกเขา้าซื้อบ้าน และขอให้เธอเข้าไปตกลงทำสัญญา
เซียวิเยวี่ยไม่ได้โง่พอที่จะไปหาคนอันธพาลเหล่านี้เพียงลำพัง ดังนั้นเธอจึงขอให้ลูกพี่ลูกน้องชายติดต่อกับตัวแทนอสังหาริมทรัพย์และดำเนินการตามกระบวนการอย่างเป็ทางการ
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานทำให้เซียวิเยวี่ยรู้สึกผิดต่อตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ ทั้งยังรบกวนให้เขาเป็ฝ่ายโทรเรียกตำรวจมาอีกต่างหาก เธอไม่้าให้เขาตกหล่นค่านายหน้า และแน่นอนว่าลูกพี่ลูกน้องชายควรรับผิดชอบค่าธรรมเนียมนั้น
เมื่อเห็นว่าไม่มีโอกาสได้เจอเธอตัวเป็ ๆ ลูกพี่ลูกน้องชายจึงล้มเลิกความคิดที่จะต่อรองราคา และไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากติดต่อบริษัทตัวแทนอสังหาริมทรัพย์
เซียวิเยวี่ยให้เวลาเขา 2 สัปดาห์เพื่อหาเงิน 3.2 ล้านหยวนมาจ่าย ไม่เช่นนั้นเธอจะขายให้คนอื่น ก่อนที่เซียวอวี่จะได้ตอบกลับ ลี่ลี่ที่อยู่ด้านข้างก็ตอบรับเห็นด้วยทันที
ท้ายที่สุดแล้ว 3.2 ล้านหยวนไม่ใช่สิ่งที่สามารถหามาได้ทันที เซียวิเยวี่ยรู้เกี่ยวกับภูมิหลังของครอบครัวลุงอยู่บ้าง พวกเขาคาดว่าจะได้รับเงินเพียงพอหลังจากขายบ้านหลังเก่าที่ป้าสะใภ้อาศัยอยู่
อันที่จริงเซียวิเยวี่ยค่อนข้างชื่นชมพี่สะใภ้คนนี้ หล่อนเป็ผู้หญิงเก่งและสามารถจัดการกับลูกพี่ลูกน้องชายได้เป็อย่างดี แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธออยู่ดี
หลังจากที่คนงานรีโนเวตเลิกงาน เซียวิเยวี่ยเข้าไปในพื้นที่มิติตามปกติ วันนี้เธอเริ่มหว่านเมล็ดพืชและปลูกไม้ผล
ด้านหน้าแต่ละแปลงมีป้ายพลาสติกพร้อมเขียนชื่อกำกับไว้ เซียวิเยวี่ยทำขึ้นเป็พิเศษเพื่อป้องกันความสับสนว่าผักที่ปลูกในแต่ละแปลงคืออะไร
ขณะที่ลงมือปลูก เซียวิเยวี่ยเปิดไป่ตู้*[1]หาคำแนะนำในการหว่านเมล็ดพันธุ์ผักแต่ละชนิด และเพื่อให้สะดวกยิ่งขึ้นในการตรวจเช็กความถูกต้อง เธอยังไปที่ร้านหนังสือและซื้อหนังสือเกี่ยวกับการปลูกผักผลไม้กลับหลายเล่ม
สำหรับผักใบเขียวขนาดเล็กอย่างผักเซี่ยงไฮ้ คุณเพียงแค่ต้องโปรยเมล็ดลงบนพื้น อย่างไรก็ตามสำหรับผักชี คุณต้องบดเมล็ดเล็กน้อย ซึ่งจะเพิ่มอัตราการงอกหลังจากที่เปลือกแตก
แตงกวา พริกหยวก มะเขือม่วง ถั่วฝักยาว ต้นหอม กุยช่าย คื่นช่าย หัวไชเท้าขาว…
เซียวิเยวี่ยกำลังยุ่งอยู่กับการโปรยเมล็ดพันธุ์ผักในแปลงเล็ก ๆ อย่างมีความสุข ผักเหล่านี้จะเป็แหล่งอาหารสำคัญของเธอหลังจากวันสิ้นโลก!
เธอไม่อยากกินแมลงเพื่อประทังชีวิตอีกต่อไป
สำหรับผักเช่นฟักทอง แตงฤดูหนาวที่แผ่ขยายและเติบโตบนพื้นดิน
เซียวิเยวี่ยไม่ได้ปลูกมันในแปลงผักที่เตรียมไว้ แต่ปลูกมันไว้ตรงพื้นหญ้าที่อยู่ติดกัน
หากปลูกรวมกันในแปลงผัก ใบเถาของแตงและผักผลไม้เหล่านี้จะขัดขวางการเจริญเติบโตของผักชนิดอื่น ดังนั้นจึงควรแยกปลูกในพื้นที่โล่งและปล่อยให้พวกมันเติบโตได้อย่างเต็มที่
หลังจากหว่านเมล็ดพืชส่วนใหญ่แล้ว เซียวิเยวี่ยถีบรถสามล้อที่บรรทุกต้นกล้าผลไม้ไปยังสถานที่ห่างไกล
เธอออกไปซื้อรถสามล้อมาโดยเฉพาะใน่บ่าย เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายภายในพื้นที่มิติ ไม่อย่างนั้นการแบกต้นกล้าผลไม้วิ่งไปมาจนหมด มันจะไม่ทำให้เธอเหนื่อยตายหรอกเหรอ?
เซียวิเยวี่ยที่กลายเป็ชาวสวนทำงานอย่างแข็งขัน ระหว่างที่สัตว์เลี้ยงซุกซนคอยสร้างปัญหาอยู่ด้านข้าง โดยไล่กัดต้นกล้าและลากไปตามทาง
เซียวิเยวี่ยเห็นดังนั้นก็รีบสาวเท้าตามอย่างรวดเร็วและดึงฟู่กุ้ยขึ้นด้วยมือข้างเดียว
ฟู่กุ้ยถูกจับที่ต้นคอยกขึ้นกลางอากาศ ดวงตาสีเข้มกลมโตทั้งสองเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา
“ฟู่กุ้ย แกจะกัดต้นกล้าพวกนี้ไม่ได้นะ และห้ามขุดดินในแปลงผักเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นฉันเอาแกตายแน่ เข้าใจไหม?!”
เซียวิเยวี่ยชี้ไปยังต้นกล้าผลไม้ที่เสียหาย จากนั้นชี้นิ้วไปทางพื้นที่เพาะปลูก ระหว่างเดียวกันเธอตีสะโพกอันอ่อนนุ่มของฟู่กุ้ยโดยไม่คาดหวังว่ามันจะเข้าใจ แค่คิดว่าคงต้องตีสั่งสอนสักเล็กน้อย
ฟู่กุ้ยสะบัดแขนขาของมันพร้อมจ้องมองเซียวิเยวี่ยด้วยความสับสน
เซียวิเยว่วางมันลงบนพื้น เ้าเสือน้อยดมต้นกล้าผลไม้โดยตระหนักว่าไม่มีอะไรน่าสนใจเลย ทั้งยังทำให้มันถูกตีก้น
ฟู่กุ้ยจึงเขี่ยต้นกล้าผลไม้ออกไป จากนั้นหันหลังและวิ่งตรงไปเล่นกับไก่
เซียวิเยวี่ยเผยยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ ดูเหมือนว่าไก่จะต้องประสบปัญหาแทน
การปลูกต้นกล้าผลไม้แต่ละชนิดต้องใช้วิธีการที่หลากหลาย แม้แต่ความลึกของการฝังรากก็เป็สิ่งสำคัญ นอกจากนี้วิธีการรดน้ำยังเป็ทักษะที่จำเป็ต้องเรียนรู้อีกด้วย
ไม่ต้องพูดถึงการผสมเกสรและการตัดแต่งกิ่งไม้ผลหลังจากที่ต้นโตแล้ว
เซียวิเยวี่ยถือหนังสือการปลูกไม้ผลและอ่านมันด้วยความสนใจ เธอถอนหายใจเมื่อพบว่าการปลูกต้นกล้าผลไม้เล็ก ๆ จำเป็ต้องใช้ความรู้มากมาย มันไม่ง่ายเลยกว่าจะปลูกจนได้กินผลไม้ชนิดหนึ่ง นั่นเป็เหตุผลว่าทำไมผลไม้ที่วางขายในตลาดจึงมีราคาแพงมาก
หลังจากทำงานเสร็จ เซียวิเยวี่ยกลับไปที่ห้องและหยิบโทรศัพท์ขึ้นดู เฮ้อ มันเป็เวลาดึกมากแล้ว เธอจึงรีบอาบน้ำและล้มตัวลงนอนบนเตียง
เวลาราวตีหนึ่ง สามีภรรยาเซียวกลับมาถึงบ้านในที่สุด พวกเขาเห็นสนามหญ้าหน้าบ้านเต็มไปด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ คราวแรกนึกว่าบ้านถูกยกเค้า แต่เมื่อมองดูในระยะใกล้ พวกเขาพบร่องรอยของการปรับแต่งตัวบ้าน ทั้งคู่จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ทว่าในใจเต็มไปด้วยคำถาม ทำไมจู่ ๆ บ้านพักของพวกเขาถึงถูกปรับแต่ง?
ต่อให้ไม่พูดออกมาก็รู้ได้ว่าเป็เซียวิเยวี่ยที่ทำเช่นนี้
แต่เมื่อเข้าไปในบ้าน พวกเขาเห็นว่าเซียวิเยวี่ยกำลังนอนหลับลึก กระทั่งส่งเสียงกรนออกมาเสียด้วยซ้ำ เห็นได้ชัดว่าเธอคงเหนื่อยล้ามากจริง ๆ
แม้สามีภรรยาเซียวจะสงสัย แต่พวกเขาไม่้ารบกวนลูกสาว และเดินออกจากห้องเงียบงัน
“คุณคิดว่าิเยวี่ยเกี่ยวข้องกับเื่นี้ไหมคะ?”
แม่เซียวขมวดคิ้วมุ่นพลางถามสามี
พ่อเซียวตอบกลับใบหน้าเคร่งขรึม “หยุดพูดเถอะ ลูกของเราเพิ่งเจอเื่ะเืขวัญมา”
“แต่ว่า…”
“อย่าพูดอะไรอีกเลย นี่ก็ดึกมากแล้ว เราเข้านอนกันเถอะ”
แม่เซียวถอนหายใจ และไม่พูดสิ่งใดอีก
----
วันรุ่งขึ้น เซียวิเยวี่ยนอนหลับสนิทจนถึง 9 โมงเช้า ก่อนถูกปลุกด้วยกลิ่นหอมของเกี๊ยวนึ่งและเกี๊ยวทอด
“พ่อแม่กลับมาแล้ว! ทำไมไม่ปลุกหนูตอนมาถึงบ้านล่ะ?”
ดวงตาเซียวิเยวี่ยร้อนผ่าว เธอประสบกับวันสิ้นโลกตามลำพังและไม่ได้พบหน้าพวกเขามานานกว่า 3 ปี ในชีวิตก่อน พ่อแม่ของเธอขาดการติดต่อในยุโรป ซึ่งไม่สามารถคิดเป็อื่นนอกจากพวกเขาเสียชีวิต
เมื่อเห็นคนสองคนที่ยังมีชีวิตอยู่และยืนอยู่ตรงหน้า เซียวิเยวี่ยพยายามอดกลั้นน้ำตาอย่างหนัก แต่ไม่ว่าเธอจะเข้มแข็งแค่ไหน สุดท้ายเธอเป็แค่หญิงสาวที่้าซุกตัวในอ้อมแขนอบอุ่นของพ่อแม่
“รีบมากินสิ เช้านี้แม่ทำเกี๊ยวหมูของโปรดของลูก” แม่เซียวในชุดผ้ากันเปื้อนพูดด้วยรอยยิ้ม
“ทำไมลูกไม่บอกเื่สำคัญกับพ่อแม่ล่ะ อย่างเช่นการปรับแต่งบ้านหลังนี้?” พ่อเซียวถาม
เซียวิเยวี่ยยัดเกี๊ยวเข้าปากและบอกว่า เธอไม่ชอบบ้านที่มีอยู่ดั้งเดิม จึง้าปรับปรุงให้ดีขึ้น
หญิงสาวเพิ่งประสบกับเหตุการณ์ขวัญผวา และพ่อแม่เซียวรักลูกสาวของตัวเองมาก พวกเขาจึงไม่พูดสิ่งใดอีก
เมื่อพูดถึงพฤติกรรมของลุงกับครอบครัว แม่เซียวก่นด่าสาปแช่งไม่หยุด หากเป็ในอดีตพ่อเซียวจะต้องเข้าห้ามปราม แต่ครั้งนี้เขายังคงนิ่งเงียบ
ครอบครัวทั้งสามพูดคุยกันเป็เวลานาน แม่เซียวพลันมีความสุขมากเมื่อได้รู้ว่าลุง้าขัดขวางการขายบ้านจนตัวเองประสบกับปัญหา
เซียวิเยวี่ยคะยั้นคะยอให้พ่อแม่ดื่มน้ำมากขึ้น ได้ยินแบบนั้นแม่เซียวก็บ่นว่าลูกสาวจู้จี้จุกจิกเหมือนกับคุณยาย
เธอได้เปลี่ยนน้ำในถังทั้งหมดเป็น้ำจากบ่อน้ำ เธอ้าให้พ่อแม่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ท้ายที่สุดการมีสุขภาพที่ดีนั้นสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด
หลังอาหารเช้า แม่เซียวขึ้นไปชั้นบนเพื่อนอนพักผ่อน ขณะที่พ่อเซียวกำลังจะออกไปคุยกับคนงาน
เซียวิเยวี่ยสับสนเล็กน้อย “พ่อ ไม่กลับไปดูที่ร้านหน่อยเหรอคะ?”
พ่อเซียวเป็เ้าของร้านขายอุปกรณ์ตกปลา ธุรกิจในร้านถือว่าเฟื่องฟูและ
สามารถเลี้ยงปากท้องครอบครัวที่มีสมาชิก 3 คนได้ ร้านของพ่อเซียวถือว่าเป็ที่รู้จักกันดีในหมู่คนชื่นชอบการตกปลาในเมืองเผิงจิง
พ่อเซียวเปิดร้านค้า ส่วนแม่เซียวเก่งเื่การจัดการทางการเงิน เธอทำเงินได้มากมายจากการลงทุนใน่หลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นสภาพทางการเงินของครอบครัวเซียวิเยวี่ยจึงไม่เลวร้าย
งานอดิเรกสุดโปรดของพ่อเซียวคือการตกปลา และเขาเป็คนที่มีความกระตือรือร้นเป็พิเศษ เขาจึงเปลี่ยนความหลงใหลมาเป็ธุรกิจและดูแลร้านเป็อย่างดี ใช้เวลาส่วนใหญ่ราวเก้าวันครึ่งจากสิบวันอยู่ที่ร้าน
ตามความจริงแล้ว มันผ่านมาหลายวันั้แ่ที่เขาไปร้านครั้งสุดท้าย เขาควรจะกระตือรือร้นที่จะออกไปดูร้าน แต่ทำไมถึง้าคุยกับคนงานแทนล่ะ?
พ่อเซียวเบือนหน้าหนีเล็กน้อย “มีเสี่ยวหลี่อยู่ที่ร้านแล้ว เราไม่ควรปล่อยให้คนงานปรับแต่งบ้านโดยไม่มีใครคอยควบคุม พ่อจะอยู่ที่บ้านเพื่อดูแลให้”
“โอ้” เซียวิเยวี่ยไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเื่นี้
เพราะวันนี้เธอตั้งใจที่จะออกไปซื้อลูกหมูและลูกวัว
*[1]ไป่ตู้ เป็เสิร์ชเอนจินอันดับหนึ่งของประเทศจีน และเป็เว็บไซต์ที่คนใช้มากที่สุดอันดับ 4 ของโลก (ข้อมูล กรกฎาคม พ.ศ. 2549)