ถังเป่าที่ระบายอารมณ์จนเสร็จสิ้นแล้ว นอนแผ่แขนขาอย่างสงบอยู่ในอ้อมกอดของอวิ๋นเหริน พลางฟังเขาเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสวนตะวันตกในตอนนั้น
เมื่อนางได้ยินว่าม้าสีขาวหลันกวนจู่ ๆ ก็เริ่มคลุ้มคลั่ง นางก็สูดลมหายใจเข้าด้วยความใทันที
พอได้ฟังต่อว่า ภายใต้อานม้าของหลันกวนมีเข็มยาวหนึ่งนิ้วซ่อนอยู่ นางก็ใจนรีบเอามือปิดตาทั้งสองข้าง
"น่า... น่ากลัวเกินไปแล้ว!"
แม้แต่จักรพรรดิคังซีก็ยังขมวดคิ้ว
"หากหลังจากนั้นข้ารับใช้ม้าเก็บกวาดร่องรอยได้ทันท่วงที เกรงว่าเื่นี้คงไร้ร่องรอยโดยสิ้นเชิง"
จักรพรรดิคังซีแค่นหัวเราะ "ช่างเป็แผนการที่ใหญ่โตนัก ไม่เพียงแต่เล็งเป้าไปที่รัชทายาท แต่ยังสามารถจัดวางคนให้มาเป็ข้ารับใช้ม้าข้างกายม้าตัวโปรดของเ้าได้อีกด้วย"
อวิ๋นเหรินพยักหน้าเงียบ ๆ นี่คือจุดที่เขาให้คนเน้นตรวจสอบเป็พิเศษจริง ๆ
"ได้ทิ้งคนของหลางถานไว้ที่สวนตะวันตกหรือไม่?"
หลางถานเป็สหายที่เติบโตมาพร้อมกับจักรพรรดิคังซีั้แ่เด็ก ต่อมาได้กลายเป็องครักษ์ของจักรพรรดิคังซี เคยช่วยจักรพรรดิคังซีปราบอ๋าวปายและปราบฏสามเ้าศักดินา *[1] กล่าวได้ว่าหลางถานคือคนสนิทและไม้ตายของจักรพรรดิคังซี
ปัจจุบันหลางถานกุมกำลังทหารสามหมื่นนาย ซุ่มซ่อนตัวอยู่เป็เวลานานและไม่ค่อยปรากฏตัว
ครั้งนี้หากไม่ใช่เพื่อความปลอดภัยของรัชทายาท และเพื่อให้สามารถจับตัวผู้บงการเื้ัได้ทันท่วงที จักรพรรดิคังซีก็อาจจะไม่ส่งหลางถานออกไป
อวิ๋นเหรินเล่นมือเล็ก ๆ ของถังเป่า เดี๋ยวบีบเดี๋ยวคลึง เห็นได้ชัดว่าเขากำลังติดใจเป็อย่างมาก
"พ่ะย่ะค่ะ หลังจากหลันกวนคลุ้มคลั่ง ก็เป็พวกเขาที่ออกมือหยุดหลันกวนไว้"
สองพ่อลูกหารือรายละเอียดกันต่ออีกครู่หนึ่ง จึงค่อยจบการสนทนาชั่วคราว ส่วนเื่อื่น ๆ ต้องรอให้หลางถานสืบสวนก่อนจึงค่อยหารือกันอีกครั้ง
"จริงด้วยเสด็จพ่อ ลูกให้คนที่ร่วมเดินทางทั้งหมดพักอยู่ที่สวนตะวันตกชั่วคราว และส่งคนเฝ้ายาม ห้ามมิให้ผู้ใดส่งข่าวออกไปภายนอก"
อวิ๋นเหรินก้มหน้า มองดูถังเป่าที่ดิ้นหลุดจากฝ่ามือใหญ่ของเขา แล้วใช้มือน้อย ๆ คว้าจับนิ้วชี้ของเขาไว้
พี่ชายผู้ซื่อบื้อกับน้องสาววัยสามขวบครึ่ง เล่นกันอย่างมีความสุขยิ่งนัก
"ตอนนี้ในเมืองหลวงจะมีเพียงข่าวลือแพร่สะพัดว่าลูกได้รับาเ็ที่สวนตะวันตก พวกเราจะได้สวมบทเป็เจียงไท่กงที่นั่งตกปลาดูสักครั้ง"
รัชทายาทวัยสิบแปดปีเริ่มมีความชำนาญในเื่การเมืองและการชิงไหวชิงพริบเหล่านี้ จักรพรรดิคังซีที่ประทับบนบัลลังก์มองดูอวิ๋นเหรินหยอกล้อถังเป่าด้วยรอยยิ้ม มุมปากของพระองค์ก็ค่อย ๆ ยกขึ้นเช่นกัน
"เ้าควรเติบโตได้แล้ว เื่ครั้งนี้เ้าจัดการก่อน ให้ข้าได้เห็นความสามารถของเ้าในตอนนี้เสียหน่อย" อวิ๋นเหรินตอบรับตามระเบียบ
เมื่อเห็นว่าพวกผู้ใหญ่คุยเื่สำคัญเสร็จแล้ว ความสนใจของถังเป่าก็ย้ายจากนิ้วมือที่คล่องแคล่วของอวิ๋นเหริน นางเงยศีรษะน้อย ๆ ถามอวิ๋นเหรินด้วยน้ำเสียงใสซื่อ
"พี่รองจ๋า~"
"ละ... แล้วม้าสีขาวตัวใหญ่ที่พี่พูดถึงเมื่อกี้ มันเป็ยังไงบ้างเพคะ?"
ม้าสีขาวหลันกวนหรือ?
ก็แค่ม้าตัวหนึ่ง เดิมทีอวิ๋นเหรินคิดว่าจัดการทิ้งไปก็สิ้นเื่ แต่เมื่อเผชิญกับสายตาใสซื่อของถังเป่า เขาจึงถามนางกลับว่า
"ถังเป่าอยากให้มันเป็ยังไงล่ะ?"
ถังเป่าเอียงคอคิด นางเพิ่งจะสามขวบครึ่ง แม้แต่ตอนที่อยู่บน์ก็ยังอยู่ใน่วัยเด็ก หลายเื่นางจึงไม่เข้าใจ แต่สำหรับสัตว์ตัวเล็ก ๆ เหล่านี้ ถังเป่ามักจะเต็มไปด้วยความห่วงใยเสมอ
"มะ... มันก็เจ็บเหมือนกัน! พี่รองช่วยเอายาให้มันหน่อยได้ไหมเพคะ?"
"ตอนป่วยมันเจ็บมากเลยนะ!"
ถังเป่าขมวดคิ้วน้อย ๆ ประคองใบหน้าเล็ก ๆ ของตน เห็นได้ชัดว่านางนึกถึงตอนที่ตัวเองป่วย ใบหน้าจึงเต็มไปด้วยความกังวล
อวิ๋นเหรินลูบผมสีเหลืองฟางของนางและรับปาก "ตกลง พี่รองจะให้คนดูแลหลันกวนอย่างดี ให้มันกลับมาแข็งแรง"
"จริงด้วย!" เมื่อพูดถึงหลันกวน อวิ๋นเหรินก็นึกถึงม้าตัวน้อยสีแดงเพลิงตัวนั้นขึ้นมา
"ในคอกม้ามีม้าน้อยสีแดงเพลิงเพิ่งเกิดตัวหนึ่ง สวยมากเลย! พี่รองจะยกให้ถังเป่า ดีไหมจ๊ะ?"
ยกม้าน้อยให้นางตัวหนึ่ง?!
ถังเป่าและจักรพรรดิคังซีต่างตกตะลึงพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
ถังเป่าใเพราะดีใจเกินไป นางกำลังจะมีม้าน้อยเป็ของตัวเองแล้ว! แถมยังเป็สีแดงด้วย!
ส่วนจักรพรรดิคังซีนั้นทรงกัดฟันกรอดกับความเ้าเล่ห์ของอวิ๋นเหริน
"ถังเป่าเป็องค์หญิงน้อยของข้า! ข้าสามารถหาม้าที่ดีที่สุดในใต้หล้าให้นางได้!"
อวิ๋นเหรินแบมือทำท่าไร้เดียงสา "เป่าเฉิงเพียงแต่รู้สึกว่า ม้าน้อยตัวนั้นสวยมาก เหมาะกับถังเป่านี่นา!"
จักรพรรดิคังซีหยิบพู่กันพระหัตถ์ข้างกายขว้างใส่ทันที "เ้าคนปากหวาน!"
น่าแค้นใจนัก! ในฐานะท่านพ่อ พระองค์ยังไม่เคยให้ของขวัญถังเป่าเลย! กลับถูกเป่าเฉิงชิงตัดหน้าเสียได้!
อวิ๋นเหรินหดคอ พู่กันที่ไม่ได้เล็งมาที่เขาอยู่แล้วจึงบินข้ามศีรษะเขาไป
สองพี่น้องสบตากันแล้วหัวเราะออกมาพร้อมกัน
...
นอกวัง จวนองค์ชายใหญ่
องค์ชายใหญ่อวิ๋นถีที่กำลังนอนหนุนตักพระชายาเอกและพูดคุยกับลูกในท้องของนาง เมื่อได้ยินข่าวที่บ่าวรายงาน ก็รีบลุกขึ้นนั่งทันที
"เ้าว่าอะไรนะ!?"
บ่าวกล่าวว่า "องค์ชายใหญ่ ตอนนี้ในเมืองหลวงเล่าลือกันให้แซ่ด ว่ารัชทายาทไปขี่ม้าที่สวนตะวันตก แต่กลับเจอม้าคลุ้มคลั่งจนถูกเหวี่ยงตกจากหลังม้าพ่ะย่ะค่ะ!"
องค์ชายใหญ่มักจะไม่ลงรอยกับรัชทายาทซึ่งเป็น้องชายคนรองอยู่เสมอ
ต่อให้เป็พระชายาเอกแล้วอย่างไร เขานี่แหละคือพี่ใหญ่ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด!
เ้าอวิ๋นเหรินนั่น วัน ๆ รู้จักแต่เชิดหน้าชูคอ ใช้คางมองคนอื่น ช่างน่าโมโหนัก!
ประกอบกับน่าหลัน ิจู และสั่วเอ๋อถู ที่หนุนหลังองค์ชายใหญ่และรัชทายาทอยู่คนละฝ่าย ความสัมพันธ์ของพี่น้องสองคนนี้จึงตึงเครียดมาั้แ่เด็ก
ตอนนี้พอได้ยินว่ารัชทายาทอาจได้รับาเ็ อวิ๋นถีไม่เพียงแต่ไม่กังวล แต่กลับดีใจราวกับเด็กที่ยังไม่โต เขาลุกขึ้นเดินวนไปมาในห้องสองสามรอบ ใบหน้ายังมีรอยยิ้มที่ห้ามไม่อยู่
พระชายาเอกเห็นดังนั้นจึงรีบเตือนอวิ๋นถี "องค์ชายใหญ่ เมื่อก้าวพ้นห้องนี้ไป ท่านจะทำสีหน้าแบบนี้ไม่ได้นะเพคะ!"
"มิฉะนั้นหากมีคนนำความไปบอกถึงหูเสด็จพ่อ เกรงว่าจะเป็ผลเสียต่อท่านนะเพคะ"
"ใช่ ๆ เ้าพูดถูก"
อวิ๋นถีมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับพระชายาอิลเกิ้นเจวี๋ยหลัว เมื่อถูกนางเตือนจึงได้สติอย่างรวดเร็ว
เขาใช้มือถูแก้มแรง ๆ สองที แล้วทำสีหน้าเหมือนกำลังลำบากใจ "ตอนนี้เป็อย่างไรบ้าง?"
พระชายาเอกปิดปากหัวเราะ "หากท่านอยากฟังคำโกหก ก็คือพอใช้ได้เพคะ แต่ถ้าอยากฟังความจริง... เกินไปแล้ว! สีหน้านี้มันเกินไปแล้วเพคะ!"
ดังนั้นอวิ๋นถีจึงปรับเปลี่ยนสีหน้าอีกครั้งภายใต้การชี้แนะของพระชายาเอก จนได้สีหน้าที่ดูโศกเศร้าแต่แฝงไปด้วยความหวัง แล้วจึงเตรียมตัวเข้าวัง
"หึ ข้าจะไปเฝ้าอยู่ข้างกายเสด็จพ่อ หากข่าวเป็เื่จริง คนที่เคลื่อนไหวเร็วที่สุดเท่านั้นถึงจะคว้าโอกาสไว้ได้ แต่หากข่าวเป็เื่ปลอม ก็ถือว่าให้เสด็จพ่อเห็นว่าข้ามีความห่วงใยต่อน้องชาย!"
พระชายาเอกประคองท้องลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้องค์ชายใหญ่ด้วยตนเองพลางยิ้มกล่าวว่า "ข้าจะเข้าวังไปกับท่าน ไปหาพระชายาที่ตำหนักเหยียนซีเพคะ"
อวิ๋นถีจับมือพระชายาเอก "ตกลง สามีภรรยาใจตรงกัน ย่อมทำเื่ยากให้เป็เื่ง่าย!"
*[1] อ๋าวปาย เป็หนึ่งในสี่ผู้สำเร็จราชการที่ถูกแต่งตั้งในสมัยจักรพรรดิซุ่นจื้อเพื่อดูแลจักรพรรดิคังซีในวัยเยาว์ ต่อมาอ๋าวปายเริ่มใช้อำนาจบาตรใหญ่ ข่มขู่ราชสำนัก และตั้งตัวเป็ใหญ่ คังซีฮ่องเต้จึงทรงวางแผนอย่างเงียบ ๆ ในปี ค.ศ. 1669 คังซีทรงเรียกทหารองครักษ์ที่สนิทและฝึกมวยปล้ำในวังเข้าจับกุมอ๋าวปายได้สำเร็จ ทรงไว้ชีวิตแต่ให้จำคุกจนตาย
ฏสามเ้าศักดินา (1673–1681) ผู้นำฏคืออู๋ซานกุ้ย ซ่างจือซิ่น และเกิ่งจิงจง อดีตขุนศึกชาวฮั่นที่เคยช่วยราชวงศ์ชิงและได้รับแต่งตั้งให้ครองดินแดนทางใต้เมื่อคังซีมีคำสั่งให้ยกเลิกดินแดนศักดินา อ๋องทั้งสามจึงก่อฏหวังโค่นล้มราชวงศ์ชิงคังซีทรงใช้เวลาทำา 8 ปีจนสามารถปราบกองกำลังของอู๋ซานกุ้ยและพันธมิตรลงได้ราบคาบในปี ค.ศ. 1681