ตอนที่ 3 ตื่นขึ้นอีกครั้ง
ชิงฉางลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้า ๆ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าอะไรเกิดขึ้นกับตัวเขา ความทรงจำของฉางได้หลอมรวมเข้ากับความทรงจำของเขาเรียบร้อยแล้ว ชิงฉางรู้แล้วว่าตอนนี้เขาเดินทางข้ามโลกมาแล้วจริง ๆ และยังเป็รูปแบบทั่วไปก็คือการข้ามผ่านทางิญญา
ถ้าหากเขาไม่รู้เื่การเดินทางข้ามโลก ชิงฉางคงไม่ได้ชื่อว่าเป็เนิร์ดจากโลก เขาแค่ไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ๆ และเกิดขึ้นกับตัวเขา ที่ิญญาถูกส่งมาในร่างของปีศาจตัวน้อยคนนี้
ชิงฉางรับรู้สถานการณ์ต่าง ๆ ผ่านทางความทรงจำของฉาง แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือสถานที่แห่งนี้ เพราะฉางนั้นหมดสติไป และตัวเขาถูกพาตัวออกจากเมืองหลวงมา ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงของจักรวรรดิอู้ซา เมื่อมองไปรอบ ๆ เขารู้ว่านี้ไม่ใช่บ้านที่ฉางเคยอยู่
เมื่อชิงฉางลืมตาขึ้นมา เขารู้สึกว่ามีคนอยู่ข้าง ๆ เขา เมื่อเขาหันไปก็พบชายแก่ที่เคยเห็นใน่ที่เขาตื่นขึ้นมาครั้งแรกยืนอยู่ แม้ว่าท่าทางของชายแก่จะดูเคร่งขรึมแต่ในดวงตาของเขาแฝงไปด้วยความกังวล
ต่างจากครั้งแรกที่เขาได้ตื่นขึ้นมา ชิงฉางรู้จักชายแก่คนนี้ เขาคือพ่อบ้านของตระกูลเฉินอู้ (ฟาง เฉินอู้) เดิมทีฟางไม่ได้ใช้นามสกุลเฉินอู้ แต่ปู่ของชิงฉางได้แต่งตั้งฟางเนื่องจากความจงรักภักดีของเขาต่อตระกูลเฉินอู้ และยังเป็คนที่ไว้ใจได้มากที่สุด
แม้ว่าก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ระหว่างฉาง และฟางจะไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากฉางเป็เด็กที่เสเพล ในขณะที่ฟางเป็คนที่จริงจัง ซึ่งฟางจะคอยสั่งสอน และคอยห้ามปราม ซึ่งมันทำให้ฉางค่อยข้างที่จะไม่พอใจฟาง แต่เพราะฟางเป็คนเก่าแก่ แม้แต่เขา และพ่อของเขาเองก็ไม่กล้าเสียมารยาทกับฟาง ทำให้เขาทำได้เพียงแค่อดทน
หลังการเกิดใหม่นี้ ชิงฉางไม่ได้ปัญญาอ่อนแบบฉาง ด้วยการที่เขาอ่านนิยายที่มีเนื้อเื่ของการข้ามโลกมานับไม่ถ้วนทำให้เขาสงบใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และด้วยชีวิตที่เจออุปสรรคมากมายของเขา ชิงฉางเผชิญต่อโลกมากกว่าฉาง เขารู้ถึงความสำคัญของฟาง ด้วยการที่เป็พ่อบ้านที่เก่าแก่ทำให้เขาสามารถมอบหมายงานหลาย ๆ อย่างให้ฟางได้
ในความทรงจำของฉาง ทำให้ชิงฉางรู้ว่าฟางอาจจะเก่งกว่าพ่อของเขาด้วยซ้ำไป ในโลกนี้ความแข็งแกร่งเท่านั้นที่จะทำให้คุณอยู่รอด
เขาใช้ชีวิตเป็เนิร์ดมานานกว่าที่จะจินตนาการได้ และด้วยความทรงจำของฉางในหัวของเขา ทำให้ชิงฉางต้องยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ มีเพียงสองสิ่งที่เขารู้สึกไม่มีความสุขเลยก็คือ หนึ่งมันไม่มีคอมพิวเตอร์ที่นี้มันทำให้เขาไม่สามารถเข้าสังคมออนไลน์ได้ การที่เด็กเนิร์ดไม่สามารถเข้าเว็บไซต์ได้ มันเป็เื่ที่เ็ปยิ่งกว่าความตายเสียอีก สองคือการที่เขาดื่มน้ำแห่งความว่างเปล่า ทำให้ไม่สามารถฝึกฝนพลังฉีหรือเวทย์มนตร์ได้เลย ทำให้ความฝันของชิงฉางที่จะครองโลกนั้นแตกสลายไปในทันที
ชิงฉางไม่ได้ทันสังเกตเลยว่าตัวเขาได้หลอมรวมความทรงจำของฉางจนเป็หนึ่งเดียวกันแล้ว นั่นเป็เหตุผลว่าทำไมเขาไม่ตื่นตระหนกเพราะเขารู้สึกคุ้นเคยกับการอาศัยอยู่ในทวีปคาร์ด เมื่อมองไปที่สองสิ่งที่ทำให้เขาไม่มีความสุขแล้วสิ่งหนึ่งนั้นเกิดจากตัวชิงฉาง และอีกส่วนเกิดจากฉาง
ทำให้ชิงฉางเข้าใจอย่างชัดเจนว่าถึงแม้ว่าเขาจะไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
แต่ตอนนี้เขาอยู่ที่นี้ และพูดไปก็เปล่าประโยชน์ เมื่อมาถึงจุด ๆ นี้ แล้วเขาต้องอยู่ต่อไปในชื่อของฉาง เฉินอู้
นั่นคือความคิดในตอนนี้ของชิงฉาง และเขาก็อดถอนหายใจไม่ได้ เพื่อที่จะช่วยให้จิตใจของเขานั้นได้ปล่อยวาง มันไม่น่าแปลกใจที่เขาจะยอมรับในตัวตนของฉางได้ง่ายขนาดนั้น เพราะบนโลกเขาไม่มีครอบครัว และชีวิตส่วนใหญ่ก็ใช้อยู่กับบ้านทำให้เขามีเพื่อนไม่มากนัก จึงไม่ต้องกังวลสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้มีอะไรพิเศษ เพราะอย่างน้อยตอนนี้ก็ยังมีคนที่ห่วงใยเขาอยู่ข้าง ๆ
ตอนนี้ฟางเห็นว่า ชิงฉางตื่นขึ้นมาแล้วจึงรีบเดินไปยังด้านข้าง และพูดว่า “นายน้อย เป็อย่างไรบ้าง? รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือป่าว? หรือนายน้อยยังปวดหัวอยู่อีกหรือไม่?”
ชิงฉางไม่ได้ยินคำพูดที่ดูห่วงใยเขามานานมากแล้ว เมื่อได้ยินคำเหล่านี้ทำให้ในใจของเขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ขาดหายไปนาน เมื่อตรวจดูร่างกายของเขาก็ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาตรงไหน จึงลุกขึ้นนั่ง และส่ายหัวก่อนจะมองไปที่ฟางแล้วพูดออกไปว่า “ผมไม่เป็ไร ปู่ฟางที่นี้คือที่ไหน?”
ฟางจ้องไปที่ฉางแล้วรู้สึกเหม่อลอยไปสักพัก ก่อนหน้านี้ฉางเป็คนที่ไม่เคยสุภาพแบบนี้มาก่อน ทำให้ฟางนั้นแปลกใจเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ เมื่อได้สติฟางจึงตอบฉางไปว่า “นายน้อย พวกเรามาถึงแดนทมิฬแล้ว”
ชิงฉางมองไปยังรอบ ๆ และพยักหน้าเพื่อถามว่า “นี่คือดินแดนทมิฬจริง ๆ เหรอ”
ฟางรู้สึกประหลาดใจกับฉางที่ดูสงบอย่างผิดปกติ แต่เขาก็ตอบกลับไปว่า “ใช่แล้วนายน้อย ที่นี่คือแดนทมิฬ”
ชิงฉางพยักหน้า “ถ้าอย่างงั้นแล้วตอนนี้เราอยู่ส่วนไหนของแดนทมิฬ? แล้วสถานการณ์ตอนนี้เป็ยังไงบ้าง? เรามีจำนวนคนอยู่เท่าไหร่? แล้วมีพื้นที่มากแค่ไหน? ”
ในความทรงจำของฉางนั้นมีความรู้เกี่ยวกับประวัติของแดนทมิฬเพียงเล็กน้อย เพราะว่ามันอยู่ใกล้กับบึงซากศพ และไม่สามารถปลูกพืชได้ สิ่งที่ชิงฉางทำได้ในตอนนี้ก็คือการถาม ไม่ว่าใครจะพูดยังไง ตอนนี้เขาไม่ใช่ฉาง และต่อจากนี้เขาจำเป็ต้องอาศัยอยู่ที่นี่ ในแดนทมิฬ ดังนั้นเขาจำเป็ต้องเข้าใจถึงสถานการณ์ของที่นี่ทั้งหมด
ฟางจ้องมองไปที่ฉาง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ดูแลฉางอยู่ตลอดเวลาแต่ตอนนี้ฟางคิดว่าฉางในตอนนี้ถูกสลับตัวไปกับคนแปลกหน้า
“หรือว่าเพราะเหตุการณ์นี้ทำให้ฉางเติบโตขึ้น?” แม้ว่าฟางจะสงสัย แต่เขากลับมองว่านี่อาจเป็ผลจากการเติบโต
แต่พฤติกรรมชิงฉางทำให้ฟางมีความสุขมาก “นายน้อยตอนนี้เราอยู่ที่ปราสาทบนูเาเหล็กในแดนทมิฬ ูเาเหล็กแห่งนี้เคยเป็ที่อยู่ของคนแคระ และพื้นที่บางส่วนสามารถเพาะปลูกต้นไม้ได้ นายน้อยโปรดลงโทษกระผมด้วย ที่กระผมใช้ทรัพย์สมบัติโดยไม่ได้รับอนุญาติ และขายทุกอย่างที่อยู่ในบ้านเพื่อซื้อสิ่งของจำเป็และทาสทั้งหมดหนึ่งร้อยคน ตอนนี้เรามีเงินน้อยกว่าหนึ่งร้อยเหรียญทอง ผู้คนที่มาด้วยมีกระผม ภรรยา หลานสาว รวมถึงกังกับคุน และทาสอีกหนึ่งร้อยคนส่วนคนอื่น ๆ ไม่อยู่แล้ว”
ชิงฉางพยักหน้า และวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน ตอนนี้เราอยู่ในดินแดนแห่งความตาย แต่ก็ยังมีที่พักอาศัย ส่วนตัวูเายังปลูกพืชได้บ้าง มีทาสอีกหนึ่งคน รวมทั้งห้าคนสนิทที่ไว้ใจได้
ชิงฉางพยักหน้า “ปู่ฟางตัดสินใจถูกแล้ว เงินนั่นมันเปล่าประโยชน์สำหรับที่แห่งนี้ มีเฉพาะเสบียงที่มีประโยชน์กับเรา ปู่ทำได้ดีแล้ว ผมไม่ติดใจในเื่นี้ ปู่ฟาง คุณช่วยเป็ธุระในเื่ต่าง ๆ ด้วย แล้วตอนนี้บนูเาเหล็กมีพื้นดินส่วนไหนพอที่จะปลูกต้นไม้ได้บ้าง เพราะหลังจากนี้เราจำเป็ต้องมีอาหารไว้ให้กิน”
ฟางพยักหน้า “รับทราบครับ นายน้อยพักผ่อนไปก่อน เดี๋ยวกระผมจะให้จางลี่มาคอยดูแลใน่นี้”
เมื่อฟางกล่าวถึงจางลี่ ในหัวของชิงฉางนึกถึงเด็กตัวเล็กผมสีหน้าดูน่ารักโผล่ขึ้นมา นั้นคือหลานสาวของฟาง
หลักจากนั้นชิงฉางก็ยิ้นกรุมกริ้ม เพราะฉางในอดีตอยากที่จะลวนลามจางลี่ แต่จางลี่เป็ถึงนักเวทย์ขั้นหก ถึงแม้ด้านนอกเธอดูจะอ่อนแอ แต่เธอเป็คนที่หัวรั้น ถึงแม้ว่าเธอจะไม่กล้าทำอะไรเขาก็ตาม แต่หากฉางทำแบบนั้นกลับเธอ เธอคงจะฆ่าตัวตาย ทำให้ฉางไม่กล้าที่จะอะไรกับเธอ
ชิงฉางแอบแช่งฉางในใจ นี่เป็ปัญหาหนึ่งที่ฉางทิ้งไว้ให้เขาจัดการกับมัน ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ชิงฉางรู้สึกอับอาย และบอกฟางว่า “ปู่ฟางไม่ต้องก็ได้ ผมอยากจะพักผ่อน และไม่้าให้ใครรวบกวน แค่เรียกผมเมื่อถือเวลามื้อเย็นก็พอครับ”
ฟางโค้งคำนับ “ได้ครับนายน้อย ผมขอตัวก่อน” เมื่อฟางพูดจบ เขาก็ค่อย ๆ เดินออกไปจากห้อง อย่างเงียบ ๆ
ชิงฉางถอนหายใจจากนั้นก็ค่อย ๆ ก้าวออกจากเตียงถึงแม้ว่าเขาจะได้นอนพักผ่อนอยู่บนเตียงนอนเป็เวลานานแล้วแต่เขากลับรู้สึกว่าไม่ค่อยมีแรงมากนัก เขาจึงยืดเส้นยืดสาย และเดินไปที่หน้าต่าง พร้อมกับผลักมันออกไปอย่างช้า ๆ และมองไปยังข้างนอก
สิ่งที่เขาเห็นก็คือโครงสร้างของปราสาทขนาดเล็ก และเขาอยู่ชั้นบนสุดที่ทำให้เห็นทุก ๆ อย่าง ปราสาทนี้ตกแต่งเป็สไตล์ตะวันตก ข้างหน้าเป็ลานสี่เหลี่ยม และล้อมด้วยกำแพง และข้างนอกปราสาทเป็พื้นดินสีดำราวกับน้ำมัน ซึ่งมันให้ความรู้สึกถึงดินที่ไร้ชีวิตชีวา
ที่ลานกว้างนั้นมีสิ่งของกองอยู่มากมาย เมื่อมองดูดี ๆ มันคือสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และกลุ่มคนที่กำลังเร่งรีบ
คนเหล่านี้มีทั้งชาย และหญิง ที่สวมเสื้อที่ทำมาจากผ้าฝ้ายหยาบ ๆ แต่ที่หัวของผู้ชายมีเครื่องหมายบางอย่างอยู่ที่หน้าผา มันสามารถมองเห็นได้จากระยะไกลซึ่งชิงฉางรู้ว่านั่นคือเครื่องหมายของตระกูลเฉินอู้ นี่คือการแสดงสัญลักษณ์ว่าทาสคนนี้เป็ทาสของตระกูลเฉินอู้
เมื่อมองไกลออกไปจะเห็นเนินเขาที่แห้งแล้ง ซึ่งต้นไม้ที่เติบโตนั้นผิดแปลกไปจากทั่วไป ต้นไม้เหล่านี้เติบโตได้ไม่ดี และแต่ละต้นก็มีอาการป่วย ขนาดวัชพืชที่เติบโตบริเวณนั้นยังเติบโตได้ไม่ดีและแสดงอาการของการขาดสารอาหารออกมาอีกด้วย
เขากลับมามองยังปราสาทที่เป็ของเขาอีกครั้ง ปราสาทนั้นมีขนาดใหญ่พอสมควร เพราะมันสามารถเป็ที่อยู่ให้กับคนหนึ่งร้อยคนได้พักอาศัยโดยไม่มีปัญหา ซึ่งปราสาทนี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีคนอยู่อาศัยมาเป็เวลานานมากแล้ว ตะไคร่เติบโตบนกำแพงเต็มไปหมด มีหญ้าขึ้นออกมาตามซอกหิน และดูทรุดโทรมอย่างมาก เมื่อมองมาที่หน้าต่างกระดาษจะเห็นว่ามันเพิ่งถูกใส่เขามาใหม่ ๆ และหน้าต่างอื่น ๆ ยังเป็หน้าต่างที่ไม่ได้มีอะไรอยู่
ชิงฉางยิ้มออกมาในใจ ในความทรงจำของฉาง คฤหาสน์ของตระกูลเฉินอู้ในเมืองหลวงนั้นใช้กระจกแต่ที่นั้นใช้กระดาษซึ่งมันต่างกันมาก
แต่มันให้บทเรียนชีวิตกับชิงฉางไม่ว่าที่นี้จะเป็อย่างไร และไม่ว่าใครจะว่าเขายังไง เขาไม่เชื่อว่าพื้นดินที่มีสีเป็น้ำมันแบบนี้จะไม่สามารถปลูกอะไรได้เลย เขาจะต้องอยู่รอด และแสดงให้คนที่้าจะทำร้ายเขาได้เห็นว่านี่เป็สิ่งเดียวที่จะตอบแทนร่างของฉางได้
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงก้องในหัวของเขา…..
จบตอนแล้วนะครับ ฝากติดตามพวกเรา Mysterybox ด้วยนะครับ