Mr. JUDO ทุ่มฉันเถอะที่รัก (มี E-book)

    บทที่ 46 แผนจับสปายวายร้าย

    46 |  แผนจับสปายวายร้าย




            เพลงพนัสชงโกโก้อยู่ในห้องครัวซึ่งอยู่ในส่วนของฟิตเนส แก้วหนึ่งเป็นโกโก้มินต์เมนูโปรดของตัวเอง อีกแก้วเป็นโกโก้เข้ม ๆ หวานน้อยของน้องนพ เจ้าหนุ่มน้อยมาอ้อนขอให้ชงเหมือนเคย พอชงเสร็จร่างสูงเพรียวของเจ้าของออร์เดอร์ก็เข้ามาในห้องครัวพอดียังกับรู้

            “ซ้อมเสร็จแล้วเหรอ” หญิงสาวทักทายเนือย ๆ มือที่กำลังจะเทเครื่องดื่มใส่แก้วน้ำแข็งชะงัก “เพิ่มไซรัปมินต์หน่อยไหม อร่อยนะ”

            น้องนพส่ายหน้า “ไม่ละครับ โกโก้แบบเดิมอร่อยแล้ว”

            เจ้าน้องชายรับไปดื่มท่าทางสดชื่น เธอเองก็ดื่มโกโก้มินต์ของตัวเองบ้าง ไม่รู้ทำไมในยูโดซันไม่มีใครชอบกินโกโก้มินต์เหมือนเธอเลย อร่อยจะตาย

            “น้องโก้ล่ะ วันนี้พี่ไม่เห็นเลย” หญิงสาวชะเง้อหา รู้สึกแปลก ๆ ที่ต้องอยู่ด้วยกันเพียงลำพังสองต่อสองในห้องครัวแคบ ๆ 

            “โก้กลับไปแล้วครับ ซ้อมเสร็จก็รีบกลับเลย”

            “รีบไปเล่นเกมอีกละสิท่า”

            นพหัวเราะแทนคำตอบ ก่อนจะยื่นหน้าใส ๆ มาหา 

            “พี่เพลง เราจะไปกินข้าวกันวันไหนดี เอาที่พี่สะดวก” 

            หญิงสาวอ้ำอึ้ง ใช้หลอดคนน้ำแข็งในแก้วโกโก้มินต์กลบเกลื่อน น้องนพยังทวงถามเรื่องเดิมทั้งที่เธอแอบเลี่ยงไม่พูดถึงแล้วเชียว อันที่จริงเธอไม่เคยคิดกับเขาเกินเลยไปกว่าพี่สาวกับน้องชาย จะไปกินข้าวกันเฉย ๆ คิดเสียว่าเลี้ยงฉลองแสดงความยินดีที่เจ้าน้องชายแข่งชนะได้เหรียญทองก็ย่อมได้ แต่กลัวว่าจะโดนล้อโรงเรียนแตกมากกว่า เอาแค่ตอนงานกีฬายูโดซันคัพที่น้องนพมาชวนกินข้าวต่อหน้าทอรุ้ง ยังโดนล้อไปตั้งหลายวัน

            แล้วความคิดหนึ่งก็แล่นวาบเข้าสู่สมอง กระจ่างแจ้ง ฉับไว รวดเร็วราวสายฟ้าฟาด

            “ว่าไงครับพี่ หลังเลิกเรียนคืนนี้เลยดีไหม”

            เพลงพนัสเอ่ยตอบตะกุกตะกัก

            “ช่วงนี้พี่ปิดโรงเรียนดึกน่ะ พวกโคชประชุมกันทุกคืนเลย เอาไว้ว่าง ๆ พี่จะบอกอีกทีก็แล้วกันนะ”

            เธอยิ้มให้เร็ว ๆ แล้วเลี่ยงออกจากห้องครัวไป หันซ้ายหันขวาเจอทอรุ้งก็ลากแขนขึ้นไปบนดาดฟ้าทันที

             

            “อะไรของแกวะลูกไม้ จะรีบไปไหน” 

            ทอรุ้งพูดพลางถอดเสื้อยูโดออกเหลือเพียงเสื้อยืดคอกลมข้างใน บนดาดฟ้าร้อนเกินกว่าจะสวมเสื้อสองชั้น

            “ฉันนึกขึ้นได้ว่าตอนที่น้องโก้เกิดอุบัติเหตุ นอกจากโคชโยฮันน์กับพวกเราสองคนแล้ว ยังมีอีกคนหนึ่งอยู่ตรงโต๊ะวางกระเป๋า”

            “หือ มีด้วยเหรอ เรายืนกันแทบชิดผนังเลยนะ มีใครยืนซ้อนพวกเราอยู่งั้นเหรอ”

            “ไม่ได้ยืนซ้อน แต่เข้ามาเอาของแป๊บเดียว”

            หญิงสาวเอ่ยเสียงต่ำ เพียงครู่เดียวดวงตาหรี่คิดของทอรุ้งก็เปลี่ยนเป็นเบิกกว้าง

            “ไอ้น้องนพ”

            เพลงพนัสพยักหน้า

            ในจังหวะที่ทอรุ้งยังอึ้งอ้าปากค้างอยู่นั้น เธอก็ล้วงเอาโทรศัพท์มือถือมาเปิดคลิปเหตุการณ์เจ้าปัญหาซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้แก่สถาบันยูโดซัน จนต้องออกมาชี้แจงใหญ่โตในช่วงที่ผ่านมา

            “แกดูสิ ภาพวิดีโอนิ่งมากเหมือนใช้ขาตั้งกล้อง แสดงว่าไม่ใช่การใช้มือเปล่าถือโทรศัพท์ เป็นไปได้ไหมว่า น้องนพแอบย่องเข้ามาตั้งกล้องไว้ในกองกระเป๋า พอฉันหันไปเห็น ก็ทำทีเป็นว่ามาเอาผ้าขนหนู”

            อันที่จริงเธอแอบเอะใจตั้งแต่ตอนนั้น พอน้องนพแข่งชนะแล้วนึกว่าจะยิ้มร่ามาทวงรางวัลซะอีก แต่เขากลับหายไปแล้วมาโผล่อีกทีข้างหลังเงียบ ๆ จนบางทีก็คิดว่า ถ้าไม่เผอิญหันไปเห็นเข้าก็อาจจะไม่ได้ทักกันด้วยซ้ำ

            “กระเป๋ากองอยู่ตั้งมากมายขนาดนั้น เกิดมีนักกีฬาเข้ามาหยิบของล่ะ ความก็แตกก่อนน่ะสิ” ทอรุ้งแย้ง

            “แต่ก็ไม่มีไม่ใช่เหรอ เพราะกระเป๋ากองสุมอยู่แบบนั้นเลยยากที่จะเข้ามาหยิบของต่างหาก อีกอย่าง เหตุการณ์มันเกิดขึ้นแค่แป๊บเดียว ถ้ามาตั้งกล้องไว้ ถ่ายเสร็จรีบมาเก็บกล้อง ก็ใช้เวลาไม่นาน”

            “งั้นก็ยิ่งไม่น่าเป็นไปได้ มันผิดวิสัยอยู่นะ เพราะอุบัติเหตุคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดใช่ไหมล่ะ ถ้านพมาตั้งกล้องไว้จริงก็แสดงว่า มันรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอุบัติเหตุ แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไงล่ะ” 

            “ก็จริงนะ” เพลงพนัสแตะริมฝีปากเบา ๆ อย่างครุ่นคิด “ถ้ามองว่าน้องตั้งกล้องเพื่อถ่ายอย่างอื่น แต่บังเอิญถ่ายติดอุบัติเหตุเข้าล่ะ”

            “ถ่ายอะไรล่ะ ถ่ายการแข่งขันงั้นเหรอ ถ่ายทำไมในเมื่อโคชโยฮันน์ก็ถ่ายอยู่แล้ว ซุ่มตั้งกล้องใต้โต๊ะแบบนั้นถ่ายใต้กระโปรงแกเหรอ”

            “ไอ้บ้า...”

            เพลงพนัสกดเล่นคลิปวิดีโออีกครั้ง พลางหรี่ตาคิดวิเคราะห์สุดกำลังสมอง

            “ถ้ามีการตั้งกล้องจริงละก็ คนที่รู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอุบัติเหตุก็น่าจะเป็น...”

            หญิงสาวหยุดคลิปแล้วชี้ไปที่ชายร่างสูงใหญ่ในชุดยูโดสายน้ำตาล

            “คู่ต่อสู้ของน้องโก้! ลืมไปเลยว่าคนนี้ก็น่าสงสัย ฉันเคยรื้อแฟ้มประวัตินักเรียนแต่ไม่เจอใบสมัครของเขา แล้วก็ไม่เคยเห็นหน้าด้วย อยู่ดี ๆ ก็ทุ่มน้องโก้ซะสาหัสขนาดนั้น เขาเป็นใครกันนะ”

            “อ๋อ คนนี้ฉันรู้จัก เป็นนักเรียนคลาสไพรเวตรุ่นดึกดำบรรพ์ของโคชโอห์มน่ะ พี่เขาทำงานอยู่ต่างจังหวัด นาน ๆ จะเข้าโรงเรียนสักที อยู่นอกวงการขนาดนั้นคงไม่ใช่สปายหรอกมั้ง”

            “ก็ไม่แน่นะ เขาอาจจะแอบติดต่อกับเดอะไฟเตอร์ลับ ๆ ก็ได้”

            “ฉันก็ยังว่าแปลกอยู่ดี สมมตินะว่าพี่เขาตั้งกล้อง สู้กับเจ้าโก้ สร้างสถานการณ์ให้เป็นอุบัติเหตุ แล้วลงคลิปในโลกโซเชียลเพื่อดิสเครดิตยูโดซันจริง ๆ มันไม่เป็นการประจานตัวเองไปหน่อยเหรอ เพราะถ้าเล่นรุนแรงเกินไป แทนที่คนจะด่ายูโดซัน น่าจะด่าเขามากกว่านะ” ทอรุ้งพูดพลางแกะยางมัดผมมารวบผมใหม่ “อีกอย่าง ในคลิปนี้ท่าทุ่มของเขาก็ปกติ สมบูรณ์แบบด้วยซ้ำ เป็นไอ้โก้เสียอีกที่ลงตบเบาะไม่ดีจนเจ็บตัว”

            ทว่าคำพูดเรียบ ๆ เรื่อย ๆ ของเพื่อนกลับทำให้เพลงพนัสรู้สึกร้อนวาบในช่องอกราวกับดื่มเหล้าอึกใหญ่สักหกสิบดีกรี พึมพำแผ่วเบา

            “คนที่รู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น...”

            ทอรุ้งเองก็หันมาสบตาด้วยสีหน้าตื่นตกใจไม่ต่างกัน “คนที่สามารถสร้างอุบัติเหตุให้เกิดขึ้นได้”

            “ไอ้น้องโก้...”

             

            เพลงพนัสและทอรุ้งอึ้งไปกับข้อสันนิษฐานล่าสุด และด้วยความไม่อยากจะเชื่อนี่เองที่ทำให้ทั้งสองต้องรีบหาความจริงมาหักล้างให้ได้ แต่ยิ่งเสาะหากลับยิ่งพบเจอ ดูจากอีเมลยกเลิกเวิร์กช็อปที่แอบกดส่งต่อมาจากคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของคุณแสนย์แล้ว วันที่และเวลาในอีเมลก็ตรงกับคลาสยูโดที่น้องโก้ลงเรียนพอดี

            “พี่แสนย์ชอบทำงานตรงเคาน์เตอร์ เป็นไปได้ไหมว่า เจ้าโก้จะอาศัยจังหวะที่พี่แสนย์ลุกไปห้องน้ำ แอบมาใช้คอมพ์ของพี่เขาส่งอีเมลแคนเซิลโอโนะซัง”

            เพลงพนัสครุ่นคิดตาม แน่นอนว่าข้อสันนิษฐานนี้มีความเป็นไปได้อย่างมาก

            “แต่ถ้าน้องโก้ทำแบบนั้นจริงก็กล้ามากเลยนะ คนเรียนอยู่ตั้งเต็มห้องยิมขนาดนั้น”

            “เวลาเรียนพวกเราไม่สนใจอย่างอื่นกันหรอกแก หรือไม่ก็แค่ยกโน้ตบุ๊กลงมา แอบพิมพ์หลังเคาน์เตอร์ก็ไม่มีใครเห็นแล้ว”

            “ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะเป็นน้องโก้ น้องเริ่มเรียนยูโดที่นี่จนเข้ามหาวิทยาลัยได้ด้วยโควตานักกีฬาแท้ ๆ จะทรยศยูโดซันได้เหรอ”

            ทอรุ้งถอนใจหนักหน่วง คงใจหายไม่ต่างกัน “ไม่ว่าใครในยูโดซันก็ไม่น่าเป็นไปได้ทั้งนั้นแหละแก แต่เราคงต้องยอมรับความจริงว่ามันเป็นไปแล้ว มีสปายในหมู่พวกเราจริง ๆ ซึ่งถ้าเป็นไอ้โก้นะ ฉันว่าเด็กแสบอย่างมันคงไม่ได้ตั้งใจจะทำลายชื่อเสียงยูโดซันหรอก คงทำไปเพราะต้องการเงินมากกว่า”

            “เงินงั้นเหรอ”

            “จำได้ไหมว่าครั้งแรกที่เกิดเรื่องคือ มีคนชุดดำสวมหมวกดำมางัดห้อง ขโมยเงินสามหมื่นบาทในลิ้นชักตรงเคาน์เตอร์ ในห้องไม่มีร่องรอยรื้อค้น แสดงว่าต้องเป็นฝีมือคนในและเป็นคนที่รู้ด้วยว่าวันนั้นพี่แสนย์เอาเงินมาใส่ไว้ในลิ้นชัก ย้อนกลับไปวันที่เกิดเหตุนั้นก็ตรงกับวันที่ไอ้โก้มีเรียนอีกเหมือนกัน มันคงแอบเห็นพี่แสนย์ใส่เงินไว้ ตกดึกเลยงัดห้องมาขโมย”

            เพลงพนัสคิดตาม “การถูกขโมยเงินเป็นแค่เรื่องเดือดร้อนภายใน ไม่เกี่ยวกับชื่อเสียงของยูโดซัน หรือมีผลต่อการประเมินสุดยอดสถาบันนี่นะ เพราะอย่างนี้แกเลยคิดว่าสปายทำไปเพราะต้องการเงินใช่ไหม”

            “ถูกต้อง ส่วนที่แอบส่งเมลไปขอยกเลิกเวิร์กช็อป จัดฉากอุบัติเหตุเพื่อทำลายชื่อเสียง ก็คงทำไปเพื่อเงินค่าจ้าง นอกจากนี้อาจแอบเอาข้อมูลภายในออกไปขายอีกหลายครั้งด้วยก็ได้ แต่ไม่เกิดผลกระทบอะไรมาก พวกเราเลยไม่รู้”

            เพลงพนัสสลดใจอย่างบอกไม่ถูก “ช่วงนี้น้องโก้ติดเกมด้วย มาซ้อมบ้าง ไม่มาซ้อมบ้าง หรือจริง ๆ แล้วน้องไม่ได้ติดเกม แต่ไปหาพวกเดอะไฟเตอร์นะ”

            “เรื่องติดเกมน่ะเรื่องจริง มันบ้าจะตาย ออนไลน์ทั้งวันทั้งคืน เผลอ ๆ มันก็เป็นสปายเพื่อหาเงินไปเล่นเกมนั่นแหละ”

            หญิงสาวฟังแล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจ “เคยได้ยินแต่พ่อแม่ส่งลูกมาเรียนยูโด จะได้เลิกติดเกม น้องโก้นะน้องโก้ ไม่น่าเลย”

            ทอรุ้งนิ่งคิดอะไรชั่วครู่ก็เท้าเอวฉับ พ่นลมหายใจแรงเหมือนตอนเรียกพลังก่อนแข่งขัน แววตาหมายมั่น เอ่ยอย่างเข้มแข็ง 

            “เราต้องรีบวางแผนจับสปายกันแล้วละ”

             

            แผนจับตัวสปายเป็นไปอย่างไม่ซับซ้อน ในเมื่อวิเคราะห์ได้แล้วว่าสิ่งที่สปายต้องการคือเงิน ก็ต้องทำ ‘เงินปลอม’ มาล่อ ใช้แบงก์ปลอมหรือที่เรียกว่าแบงก์กาโม่เป็นหลัก โปะชั้นบนกับชั้นล่างด้วยแบงก์พันจริง พับครึ่งอีกทบให้ดูเป็นปึกหนา ทำหลายปึกเข้าดูเผิน ๆ ก็คล้ายเงินแสน 

            พอถึงวันเสาร์ซึ่งมีเรียนคลาสยูโดขั้นสูงในตอนบ่าย พวกน้องโก้ก็มาเรียนตามปกติ เพลงพนัสจงใจเก็บห่อเงินซึ่งเป็นซองสีน้ำตาลใส่ลิ้นชักให้เจ้าโก้เห็น คอยเดินไปเดินมาแถวเคาน์เตอร์ราวกับเฝ้าระวังสมบัติชิ้นสำคัญ ส่วนทอรุ้งก็หาจังหวะเปรย ๆ เรื่องเงินให้เป้าหมายรู้

            “เฮ้อ วันนี้คงไม่ได้กลับบ้านแล้วมั้งเนี่ย”

            เจ้าน้องชายที่นั่งอยู่บนเบาะข้างกันหันมาทำหน้าทะเล้น

            “ทำไมล่ะเจ้รุ้ง บ้านหายเหรอถึงกลับไม่ได้”

            “ไม่ใช่โว้ย เจ้ต้องอยู่เป็นเพื่อนยายเพลงน่ะสิ”

            “หือ พี่เพลงอยู่ทำอะไรล่ะ”

            เธอหันซ้ายหันขวา กระซิบกระซาบ “ก็พี่แสนย์น่ะสิ เอาเงินมาใส่ลิ้นชักไว้แล้วให้เพลงช่วยดู บอกว่าเดี๋ยวจะเอาไปเข้าธนาคาร แต่จนป่านนี้ยังไม่ไปเลย เมื่อกี้เจ้ลองถามอีกทีก็เห็นว่าเปลี่ยนใจแล้ว จะเอาเข้าธนาคารพรุ่งนี้แทน เงินก็เลยต้องค้างเติ่งอยู่ในลิ้นชักนั่น ตั้งแสนหนึ่ง”

            “แสนหนึ่ง!”

            ทอรุ้งตีแขนเขาดังเผียะ

            “เออ เบา ๆ สิ รู้แล้วก็เหยียบไว้อย่าไปบอกใครล่ะ เงินเยอะขนาดนี้ใครรู้เข้ามันจะไม่ดี”

            เจ้าโก้กระซิบกลับ “ไม่บอกหรอกน่า เจ้ก็ระวังตัวด้วยล่ะ”

            ทอรุ้งรับคำสั้น ๆ พอดีกับโคชโอห์มเรียกให้โก้กับนพไปซ้อมรันโดริจึงไม่ได้คุยกันต่อ หญิงสาวมองชายหนุ่มรุ่นน้องไม่วางตา และจากนี้ไปก็จะไม่ปล่อยให้คลาดสายตาสักแวบเดียว

     

     


    ***ลง 60% ของเรื่อง หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***


    มาค่ะ มาจับสปายกัน หึหึ .... แต่ว่านะ ไรต์จะเปิดพรีออเดอร์แล้วแหละ 

    ขอบคุณรี้ดผู้น่ารักมาก ๆ ที่อยู่ด้วยกันมายาวนานถึง 46 ตอน ดีใจมากจริง ๆ เยิฟฟฟฟ

    คล้ายกับเรื่องMr. JUDO ทุ่มฉันเถอะที่รัก (มี E-book) ที่คุณอ่าน