“น่านนนนงัย คุณมิรานี่เนื้อหอมจริงๆ” หัสนัยยังยียวนไม่เลิก
“ออกไปให้หมดเลยฉันอยากอยู่คนเดียว” มิราเหลือจะทนต่อไป สมองสับสนมึนงงกับหนุ่มทั้งสามที่ต้องรับมือ
“เขาไล่พวกคุณแล้ว คุณมิราเดี๋ยวผมปิดประตูให้” เฮงพูดเพราะไม่คิดว่ามิราจะไล่เขา
“ขอร้องเถอะค่ะฉันอยากอยู่คนเดียว” เฮงชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแทนการถาม มิราพยักหน้าช้าๆ
“ถ้ามีอะไรเรียกใช้เฮงได้ตลอดนะครับ คุณมิรา” เฮงพาซื่อ
“ผมอยู่ข้างๆ นะครับคิดถึงก็เรียกได้ตลอดเวลาเหมือนกัน” หัสนัยไม่ยอมน้อยหน้าเฮง ปัณภัทรทำหน้าเศร้า
“ไว้มิราอารมณ์ดีขึ้น พี่จะแวะมาใหม่” ปัณภัทรทิ้งท้าย
ชายหนุ่มทั้งสามกลับไปแล้วมิรานั่งมองดอกไม้เดียวดาย
หนึ่งชายช่างเหมือนกุหลาบ ยามดอมดมหอมหวานเหมือนกุหลาบที่ทำให้รู้สึกเ็ปยามโดนหนามเกาะเกี่ยวแต่ยังอยากดอมดม
อีกชายช่างสำราญเหมือนลิลลี่สีขาวไม่สวยหากแต่จริงใจไร้มารยา
อีกหนุ่มเหมือนดอกทิวลิปกลีบสีระยิบระยับงามตาแต่ทว่าไร้กลิ่นหอม
กลีบดอกบัวบานสีชมพูที่อยู่ในแจกันหลุดร่วงลงสู่พื้นพร้อมกันทั้งสามกลีบ
ทุกคนกลับไปหมดแล้วไม่เหลือใครที่กวนใจมิราอีกมิรายืนอยู่หน้าประตูกระจกใส มองไปข้างนอกนึกสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี่มันคืออะไรพวกหนุ่มๆ ทั้งหลายพากันมาพัวพันกับมิราเสียมากมาย
หรือว่าหน้าตามิราสวยขึ้นเดินไปที่กระจกบานใหญ่ มิราอ้าปากค้างเมื่อเห็นตัวเองในกระจก มิราขยี้ตาไปมาเฮ้ยทำไมใบหน้าของมิราถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้นี่มันอะไรกันวิ่งขึ้นไปชั้นบนส่องกระจกที่โต๊ะเครื่องแป้ง ใบหน้าเดิมนั้นยังคงอยู่ลองหยิกตัวเองแรงๆ รู้สึกเจ็บจี้ด
หญิงสาวสวยใบหน้าผิดไปจากใบหน้ามิราที่หากไร้เครื่องสำอางแล้วใบหน้ามิราถือว่าไม่มีจุดเด่นอะไรเลยแต่ใบหน้าในกระจกกลับสวยใส ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อปากคอคิ้วคางรับกับใบหน้าหวานละมุน คิ้วคมเข้มไม่ต้องแต่งแต้มทรวดทรงองค์เอวที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งจนน่ามองเนินอกเต่งตึง ไม่ได้แบนราบเหมือนไข่ดาวอย่างที่นิรมนเคยสัพยอกมิราไว้ นับว่าเป็หญิงสาวที่สวยที่สุดเท่าที่มิราเคยเห็นมา หากแต่แววตายังเป็มิราอยู่อย่างนั้นต้องมีอะไรผิดพลาดแน่นอนมิราคิด
มิราลองหยิกตัวเองอีกครั้งเผลอส่งเสียงโอ้ยออกมาดังๆ นี่มันตัวมิราเองทำไมถึงกลายร่างได้เร็วขนาดนี้ภายในคืนเดียวหรือเป็ปาฏิหาริย์ มิราใคร่ครวญไม่สิต้องเป็ผลจากยาเมื่อคืน บ่อยไปที่การรักษามักจะผิดพลาดทำให้คนไข้มีอาการผิดปกติบางอย่าง นี่อาจเป็ผลข้างเคียงของยาลดอาการบวมที่พยาบาลฉีดให้มิราแต่ว่ายาชนิดไหนเล่าที่ทำให้มิราแปรเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้คิดไปคิดมา มิราอมยิ้มก็ดีเหมือนกันไม่ต้องเสียเวลาไปศัลยกรรมให้เจ็บตัวอยู่ๆ ใบหน้าก็สวยขึ้นมาทันตาเห็น ต่อไปมิราก็ไม่ต้องกังวลเื่คู่ครองและไม่ต้องอายเพื่อนๆ ที่เป็ฝั่งเป็ฝาไปหมดแล้วคอยดูต่อไปมิราจะต้องเป็ฝ่ายเลือกบ้าง ไม่ใช่เป็ตัวเลือกให้คนอื่นเขาเปรียบเทียบกับคนสวยอีกหลายๆ คน
จะพิศพักตร์ก็งามอร่ามสวย
อีกทรวดทรงองค์ด้วยก็เหมาะเหม็ง
ทั้งรูปหน้าปากคอก็งามเซ้ง
นี่หรือตัวเราเองหรือว่าใคร
หรือจะเป็เทพธิดาสถิตร่าง
งามสะพร่างพราวพริ้งจริงหรือฝัน
อยากจะหยุด่เวลาโดยฉับพลัน
หากว่าฉันสวยกว่าใครในปฐี
เสียงเคาะประตูดังเบาๆ ความคิดมิราหยุดอยู่เพียงเท่านั้นมิราเหลือบตามองไปที่ประตูใบหน้าคุ้นตาจากที่เคยเจอกันเมื่อคืน เดินมาที่ประตูกับชายหนุ่มอีกกคนท่าทางแข็งขันน่าเกรงขาม สวมแว่นตาดำอยู่เื้ั
“ไปรอตรงนู้นเขาชี้มือบอกเดี๋ยวเสร็จธุระฉันจะโทรไป” ชายคนนั้นโค้งคำนับก่อนจะเดินไปยืนรอด้วยท่าทางสงบเสงี่ยมในที่ไกลออกไป
“ดอกไม้ขายไหม” ั อัจฉริยะเลิศไกร มองมิราผ่านประตูกระจก
“ปิดร้านค่ะวันนี้” ปล่อยมือสองข้างที่ลูบแก้มตัวเองลงไปอยู่ข้างกาย
“ไม่ได้ถามว่าปิดร้านไหม ถามว่าขายดอกไม้ไหม..”
“ไม่ขาย”
“อ๋อ ทำร้านดอกไม้เอาไว้แจกไม่ขาย หรือว่าขายให้แค่บางคน” มิราเริ่มปรับตัวได้แล้ววันนี้อาจเจอคนแปลกๆ ทั้งวัน
“ขายก็ได้ค่ะคุณจะเอาดอกอะไร” ตัดรำคาญ
“ดอกอะไรที่เขาเยี่ยมไข้กัน” มิราพยักหน้าช้าๆ
“รอสักครู่ค่ะเดี๋ยวจัดให้เลย” มิราเชื้อเชิญให้เขานั่งที่เก้าอี้ตัวสวย ที่ไว้สำหรับรับรองลูกค้า ัลุกขึ้นไปหยิบซองกาแฟแบบสำเร็จรูปใช้กรรไกรตัดซองก่อนจะเทลงบนแก้วกาแฟใบสวยที่มิราจัดไว้บริการลูกค้า เขายกกาแฟขึ้นจิบเพียงเล็กน้อยก่อนจะทำใบหน้าเหยเก
“คุณ กาแฟแบบนี้รสชาติไม่ได้เื่เลย” วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเล็กๆ นั่งไขว่ห้าง มิราไม่ต่อความ
มิราหยิบจับดอกไม้สีโทนอ่อนอย่างสีชมพูมาเสียบรวมกันเพื่อเป็การส่งต่อความห่วงใยไปถึงผู้ป่วยและสบายตายามมองเข้ากันได้ดีกับพื้นผนังของห้องที่ออกเป็โทนสีอ่อนทำให้รู้สึกสดชื่นเหมาะกับผู้ป่วยที่พักฟื้น
ัมองมิราจัดช่อดอกไม้ด้วยความพึงใจ แอบพิศมองใบหน้าเนียน ขนตางอนดำขลับยามที่จัดดอกไม้มิรามีความใส่ใจอย่างมาก ดอกไม้สีอ่อนเรี่ยอยู่ข้างแก้มใสัไม่อาจละสายตาจากภาพน่ามองนั้น
“ขอกุหลาบแดงสักสองสามดอกด้วยครับ” คงจะเอาไปให้คนพิเศษแน่มิราคิด
“ส่วนการ์ดเขียนว่า...ขอโทษ...เราดีกันเถอะ” มิราอมยิ้มนึกขำข้อความของเขา คนแบบนี้จะง้อใครเป็อยู่หรือท่าทางหยิ่งยโส
“คุณผมยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยงมาเลย แล้วก็หิวมากด้วย” มิราก็ยังคงนิ่งงัน
“มีอะไรให้ทานไหมครับคุณ..เ้าของร้าน...”
“คือถ้าจะทานจริงๆ เดี๋ยวฉันโทรสั่งร้านใกล้ๆ ให้คุณจะกินอะไรดี
“มีอะไรบ้างล่ะ”
“พวกอาหารตามสั่งค่ะ ผัดกะเพรา หรือไม่ก็ ข้าวผัด ราดหน้า”
“ผมไม่เคยทานเลย ขอเป็อาหารฝรั่งได้ไหม” มิราถอนหายใจเพิ่งจะสังเกตว่าั์ตาของเขามีสีเขียวเข้มเป็ลูกครึ่งนี่เองเดินไปที่ตู้เย็นล้วงหยิบเอาเส้นมักกะโรนีและและเบคอนในตู้เย็นออกมา
ใช้เวลาเพียงไม่นานมิราก็ยกอาหารฝรั่งแบบง่ายๆ ออกมาเสิร์ฟคือมักกะโรนีอบซีส
“อุ้ย” ัลุกขึ้นมารับจานแต่ไม่รู้ว่าจงใจหรือเปล่าเดินชนมิราจนจานมักกะโรนีในมือหกราดไปบนเสื้อที่เขาสวมอยู่เปรอะเปื้อน
“ว้า..หกหมดเลยอดกินฝีมือคุณเลย” เขาทำท่าเสียดาย
“ฉันขอโทษค่ะ” มิรารู้สึกใไม่น้อย
“แย่เลย นัดหุ้นส่วนไว้ตอนสองทุ่ม” ัขมวดคิ้ว มิราใรู้สึกผิดนิดๆ นี่ก็เกือบสี่ดมงเย็นแล้ว และอีกอย่างเสื้อผ้าที่ัสวมอยู่นั้นเป็ของแบรนด์เนมทั้งนั้น
“คุณถอดเสื้อออกเดี๋ยวมิรา...ฉันเอาไปซักให้แป็บเดียว” มิราเอื้อมมือไปแกะกระดุมเสื้อของัด้วยความรวดเร็วอย่างลืมตัวัจับมือมิราไว้
“ชื่อมิราหรือ...แปลว่าอะไร เพราะดีนี่” คราวนี้เองที่มิรารู้ว่าตัวเองพลาดไปแล้ว เมื่อเขากระชากร่างบางชิดร่างใหญ่ของเขา
“เข้าใกล้ผู้ชายเกินไปมันไม่ดีนะคุณ...ไม่มีใครหน้าไหนเขาทนได้หรอกหากคุณจะ...สวยขนาดนี้” เชยคางมน ให้สบตาก่อนจะก้มต่ำลงเรื่อยๆ มิราหลบตาคม มิราสุดลมหายใจเข้าลึกสุดลึก
“เปื้อนหมดแล้วค่ะ ชุดฉันก็เปื้อนหมดแล้ว” ยกมือขึ้นผลักอกแน่นไว้
“ปล่อยก่อนค่ะฉันใที่เห็นเสื้อคุณเปื้อน” ัคลายอ้อมกอดออก
“หากสนิทกันกว่านี้คุณคงไม่รอด..เงือมมือผมแน่” ัสบตามิราดวงตาสีเขียวเข้มสว่างใสอย่างประหลาด
เขาแกะกระดุมเสื้อออกเผยให้เห็นมัดกล้ามแน่นน่ามอง แต่มิรากลับหันหน้าหนี
“อ้าวผมให้มองฟรีๆ จะอายทำไมนี่...ปกติแล้วผู้หญิงที่จะได้ดูต้องลงทุนมาเป็คู่นอนผมเลยนะ” มิราค้อนวงใหญ่
ัหัวเราะร่า
“วางเสื้อคุณไว้ตรงนั้นเดี๋ยวฉันไปหยิบเอง”
“เริ่มกลัวผมแล้วสิ ปกติแล้วมีแต่สาวๆ ชอบผมนะไม่มีใครเหมือนคุณ” มิราเดินไปหยิบเสื้อของเขาไปหย่อนลงในเครื่องซักผ้าแบบอัตโนมัติ
“คุณไม่ได้มีอะไรพิเศษให้ชอบนี่” มิราโกหกเสียงสูงทั้งๆ ที่ผู้ชายอย่างัเป็ผู้ชายที่มีแรงดึงดูดมหาศาล
“ไม่เป็ไรเดี๋ยวอยู่ๆ ไปก็ชอบผมเอง” ัพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“คุณคงไม่ได้มาซื้อดอกไม้อย่างเดียวแน่ๆ บอกความจริงมา เอาความจริงทั้งหมด ไม่อย่างนั้นฉันเรียกตำรวจ” มิราคว้าโทรศัพท์มาถือไว้
“ใจเย็นคนสวย ผมแค่อยากมาขอโทษที่ทำให้คุณหัวแตก”
“แล้วคุณรู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ตรงนี้” ัเลิกคิ้วทำตาโตทำให้ใบหน้าหล่อเหลาบวกกับตาสีเขียวเข้มนั้นน่ามองอย่างมาก
“คือเมื่อคืนผมแอบขับรถตามคุณไปที่โรงพยาบาลและมาที่นี่ในตอนที่คุณออกจากโรงพยาบาลเมื่อตอนสายทีแรกคิดว่าจะไปเยี่ยมไข้คุณแต่เห็นคุณออกจากโรงพยาบาลเสียก่อนเลยแอบตามมาจนกระทั่ง...” มิราอึ้งคงจะเห็นบรรดาหนุ่มๆ พวกนั้นแน่
แล้วมิราจะสนใจเขาทำไม เื่ของเขาจะเจอจะเห็นอะไรหรือไม่ก็แล้วแต่เขา
“แล้วคุณตามฉันไปทำไม ไหนเมื่อคืนคุณบอกว่าคุณรีบ”
“ผม...ๆ ไม่สิ ผมเป็คนดีอย่างไรละก็เหมือนที่ฮันนี่เขาบอกนั่นแหละ ว่าผมไม่จำเป็ต้องจอดรถดูคุณด้วยซ้ำ”
ฮันนี่คงจะเป็คนรักของเขา
“อย่างนั้นสิแล้วคุณตามมาทำไม”
“คือผมคิดว่ามันเป็พรหมลิขิตนะอย่างน้อยผมก็เกิดความรู้สึกกว่าว่า คุณจะไม่โทรมาทวงค่ารักษาพยาบาล สำนึกดีบอกผมว่าให้มารับผิดชอบคุณ” มิราเองก็คิดว่าไม่โทรไปแน่ๆ
“ไม่จำเป็ แล้วก็ไม่ใช่พรหมลิขิตด้วยคุณคิดไปเองทั้งนั้น” มิราพยายามปฏิเสธ
“จำเป็สำหรับผมนะคุณ แล้วมันก็คือพรหมลิขิต คุณเชื่อผมสิผมถูกชะตากับคุณจริงๆ นะ”
“ในเมื่อคุณมาแล้วฉันรับคำขอโทษแล้วก็คุณกลับไปได้แล้ว ฉันไม่โทษคุณหรอก ในเมื่อฉันเองก็ขับรถเร็วไปหน่อย” มิราออกตัว
“ผมผิดเองที่ฝ่าไฟแดง” ยอมรับผิดหน้าซื่อ
“แล้วอย่างไรล่ะคะ ตอนนั้นคุณไม่ได้พูดแบบนี้”
“คือคุณแม่ผมท่านไปดูดวงให้ผมมา ...คือหมอดูคนนี้เก่งมากเลยนะชื่อหมอดูอีโท.... ที่เคยดูดวงให้คนดังนั่นแหละ...แล้วหมอดูเขาบอกว่าผมจะเจออุบัติเหตุแต่ไม่หนักหนาอะไร แต่ผมจะพบเจอกับเนื้อคู่” ักุเื่ขึ้นมาเพื่อให้มิราคล้อยตาม ตัวเขาเองนึกขำกับคำโกหกของตัวเองจนต้องเบือนหน้าหนีไปแอบอมยิ้ม
มิราขมวดคิ้วคำพูดของเขาดูไม่น่าเชื่อถือสักเท่าไหร่
“หมอดูคู่กับหมอเดานะคุณ”
“แต่ผมเชื่อเพราะคุณคิดว่ามันจะเป็ไปได้เหรอเหตุการณ์ประจวบเหมาะขนาดนี้” เยอะแยะไปมิราคิดคนสมัยใหม่อย่างเขาไม่น่าเชื่ออะไรแบบนี้
“ฉันไม่ใช่เนื้อคู่คุณหรอกค่ะอาจเป็ใครสักคน ที่คุณอาจจะเจอ ไม่ใช่ฉันแน่ คุณรออีกสักพักเถอะ” พยายามอธิบาย
“แต่ผมรู้สึกว่าเคมีเราเข้ากันได้ดีมากเลยนะ”
“คุณคิดไปเอง”
“ผมรู้สึกว่าผม....ชอบคุณ” ไวไปหรือเปล่ามิราอยากจะบอกแบบนั้น ัสบตามิรานิ่งทำเอามิราไหววูบรู้สึกใจสั่นพิกลแต่เขาช่างกล้าพูดเื่แบบนี้ได้อย่างสนิทปาก มิราอยากกลับไปหน้าตาขี้เหร่เหมือนเดิม คนหน้าตาดีท่าทางดีอย่างนายัจะบอกชอบมิราไหม
“ปี๊บๆ” มิราเดินไปหยิบเสื้อที่ปั่นเกือบแห้งเรียบร้อยเสียงเครื่องซักผ้าส่งเสียงเตือนว่าหยุดการทำงาน นำเสื้อไปรีดให้ที่โต๊ะรีดผ้า
“เดี๋ยวฉันรีดผ้าให้คุณเสร็จแล้วฉันจะออกไปข้างนอกคุณก็ควรกลับได้แล้ว” ัถอนหายใจกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม
มิรายุติการสนทนา
“ว่าแต่หนุ่มสามคนนั้น คนไหนแฟนคุณ” คำพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทว่ามีหางเสียงกระตุกเล็กน้อยด้วยความรู้สึกบางอย่าง
“ฉันไม่จำเป็ต้องตอบคุณ” ถือถ้วยกาแฟไว้ในมือเดินเข้าไปหามิราที่กำลังรีดผ้าอยู่
“คุณมีแฟนหรือยัง” น้ำเสียงจริงจังจนมิรารู้สึกได้ ยังคงเดินมาใกล้มิราเรื่อยๆ มิราตัวแข็งทื่อด้วยไม่เคยมีใครจู่โจมเธอแบบนี้ ัยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม แต่สายตาคมจับจ้องที่มิราเพื่อหาคำตอบ
“ผมแค่อยากรู้” เอื้อมมือหมายจะเชยคางมนให้สบตาแต่มิราเบี่ยงตัวหลบ ทำเอาแก้วกาแฟในมือร่วงลงบนเสื้อที่อยู่บนโต๊ะรีดผ้าทำให้เสื้อตัวเดิมเปรอะไปด้วยกาแฟเป็ด่างดวงสีน้ำตาลมิราอ้าปากตาค้างอยู่ตรงนั้น รู้สึกโมโหเป็อย่างมาก
“คุณจงใจ” ัแกล้งทำหน้าเศร้า
“ผมไม่ได้ตั้งใจคุณต่างหากปัดจนแก้วร่วง ผมไม่ได้จะทำอะไรคุณเลย” มิรานึกโกรธเขา
“เชิญคุณออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว” ใบหน้าสวยมีแววบูดบึ้งแต่ยังคงมีความน่าเอ็นดู ัรู้สึกสนุกกับการได้แกล้งมิรา ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา ก่อนจะยกโทรศัพท์ต่อสายไม่สนใจแววตาจับผิดของมิรา
“มารับหน่อย เอาเสื้อมาให้ด้วย” เขาออกคำสั่งผ่านโทรศัพท์
“ถ้าคุณไม่สบายใจ ผมไปก็ได้ฝากเสื้อไว้นี่พรุ่งนี้ผมกลับมาเอาจะไม่ทันนัด” มิรามองแผงอกกว้างอย่างลืมตัว
“แล้วคุณจะเอาเสื้อที่ไหนใส่ไป”
“คือ...ผมโทรให้บอดี้การ์ดเอามาให้แล้ว” มิราเม้มปากแน่นรู้ว่าเสียทีเขา
“คุณนี่เหลี่ยมจัดก็ในเมื่อคุณให้คนของคุณเอาเสื้อมาเปลี่ยนได้ แล้วคุณจะให้ฉันซักผ้า รีดผ้าให้คุณทำไม”
“ผมอยากดูน้ำใจของคุณว่าเหมาะสมที่จะเป็...เนื้อคู่ของผมไหม” เขาพูดที่เล่นที่จริง
“ฉันไม่ได้อยู่ในฐานะเนื้อคู่ของใคร อย่าเอาเื่บ้าๆ มาอ้างเพื่อที่คุณจะ...” มิราคิดว่าเขาหาทางใกล้ชิดเธอแต่ไม่อาจพูดออกไปได้เนื่องจากรู้สึกกระดากปาก
“ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คุณชอบผมให้ได้” น้ำเสียงจริงจัง
“ฉันไม่มีทางชอบคุณ” มิราะโเสียงดังเพราะรู้สึกว่าต้องเตือนสติตัวเองให้คิดอย่างที่พูดจริงๆ
“อย่างนั้นผมยิ่งต้องพยายามกว่าเดิม.คุณเคยถูกชะตาใครไหม” เขาทิ้งคำถามไว้และไม่้าคำตอบจากมิราล้วงกระเป๋าล้วงเอาธนบัตรใบละพันออกมาจากกระเป๋าสองใบยัดใส่มือมิรา เดินไปหยิบช่อดอกไม้ที่เขาสั่งให้มิราจัดมายื่นตรงหน้ามิราดันช่อดอกไม้ไปที่ตัวมิราอย่างจงใจ
“ตามนั้น” มิรางงงัน ตัวหนังสือ....ขอโทษเราดีกันเถอะ...ที่มิราบรรจงเขียนทำเอารู้สึกวาบไหวในใจ
ัพาตัวเองเดินออกจากประตูไป คว้าดอกกุหลาบแดงติดมือไปด้วยสามดอก
มิราหันมองหน้าตัวเองในกระจก ใบหน้าสวยไร้ที่ติร่างบางชดช้อย ผิวขาวอมชมพูคิ้วโก่งตากลมโตในกระจกจ้องมองตอบกลับมา แววตามีแววกังวลและสงสัย